<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บอล เชิญยิ้ม&#039;แจ้งข่าว&#039;โรเบิร์ต&#039;หายป่วยมะเร็ง แต่พบวัณโรคปอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บอล เชิญยิ้ม และกลุ่มเพื่อนพ้องจากรายการฮาไม่จำกัด พร้อมด้วยภรรยาและลูกสาวของ โรเบิร์ต สายควัน ได้ออกมาอัปเดทถึงอาการป่วยของตลกคนดัง ที่ก่อนหน้านี้ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอด พร้อมชี้แจงถึงกรณีมีปัญหากับญาติพี่น้องของโรเบิร์ตอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทั้งหมดได้เปิดเผยว่า ตอนนี้มะเร็งในตัวโรเบิร์ตไม่มีแล้ว มีใบรับรองแพทย์ยืนยันจากโรงพยาบาล ว่าการตรวจชิ้นเนื้อครั้งที่ 3 ไม่พบเชื้อมะเร็งแล้ว แต่พบเชื้อวัณโรคปอดแทน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการให้ยาฆ่าเชื้อ ปอดของโรเบิร์ตแย่มากเหลือข้างเดียว หายใจเองไม่ได้ ต้องใช้ท่อออกซิเจนช่วย และต้องกินอาหารทางสายยาง หมอต้องใช้เวลาในการศึกษาว่าต้องใช้ยาตัวไหน ตอนอยู่ห้องไอซียูมีอาการสวิงตลอด ค่ารักษาอยู่ที่ 1 ล้านบาทแล้ว ซึ่งพี่ๆ น้องๆ ตลกช่วยเหลือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนประเด็นที่ทำร้ายความรู้สึกมากๆ คือทางญาติพี่น้องฝั่งโรเบิร์ตได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กกล่าวหาว่าถูกกีดกันไม่ให้มาเยี่ยมโรเบิร์ต ในจุดนี้ บอล เชิญยิ้ม ได้ชี้แจงว่า ไม่เคยกีดกันญาติ แต่เพราะตอนนี้โรเบิร์ตอยู่ในห้องไอซียู อยากให้โรเบิร์ตหายก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วันแรกที่ผมแถลงข่าวทางญาติเขาถามเลย ทำไมผมไม่พูดถึงญาติ เงินเข้าทางไหน ตอนนั้นผมก็เลยถามเขากลับไปว่า ทำไมถามแบบนี้ ไม่น่าถามแบบนี้ และก็มีถามอีกว่า ให้เงินโรเบิร์ตเท่าไหร่ กระทั่งล่าสุดเขาได้มีการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กบอกว่า &amp;ldquo;ต้องให้ตายก่อนถึงจะได้เยี่ยม&amp;rdquo; เขาคิดว่าเรากันครับ ผมอยากให้คุณเข้าใจพวกเราหน่อย คุณคิดว่าพวกเรามาเอาอะไรเหรอ เราไม่ได้จะเอาอะไรเลย หรือถ้าอยากมาเยี่ยม ผมจบให้เลยครับ และผมมอบให้เลย 1 ล้านกว่าบาท ค่ารักษา มาจ่ายให้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ballyim_uri&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77850</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอล เชิญยิ้ม, มะเร็งปอด, วัณโรคปอด, โรเบิร์ต สายควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f648140f367f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 07:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! ตำรวจวัย 46 ปีเครียดโรครุมเร้าตัดสินใจยิงตัวตายคารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;21.00 น. วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ร.ต.ท.ปาฏิหาริย์ วัฒนประคัลภ์&amp;nbsp;รอง สว.(สอบสวน)สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีคนยิงตัวตายภายในรถยนต์ บริเวณหน้าแฟลตตำรวจ ถนอมมิตรปาร์คคอนโด แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สน.คันนายาว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.คันนายาว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวชรรพ.ตร. และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่ที่จอดรถหน้าแฟลตดังกล่าวตึก 22 พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นซีเอชอาร์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 7 กธ 8569 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ภายในรถพบศพ ร.ต.อ.อนิรุท อนุฤทธิ์&amp;nbsp;รอง สว.กก.2&amp;nbsp;บก.สส.บช.น. อายุ 46 ปี นั่งเสียชีวิตฝั่งเบาะคนขับ ส่วมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ ข้างประตูพบอาวุธปืนกล็อกขนาด 9 มม. ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าขมับขวาทะลุซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วาสุเทพ กล่าวว่าจากการสอบถามญาติผู้ตายทราบว่าผู้ตายป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด และต้องกินยารักษาตัวมาเป็นเวลานาน ผู้ตายชอบบ่นปัญหาเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะตัดสินใจยิงตัวเองตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยท่านได้ฝากแสดงความเสียใจไปยังญาติของผู้เสียชีวิตด้วย และได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชา ให้ตรวจสอบถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่องเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยถึงข้าราชการตำรวจทุกนาย และมีการกำชับไปยังผู้บังคับชาทุกหน่วย ให้คอยสอดส่อง ดูแลพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใต้บังคับบัญชา หมั่นให้ความใส่ใจ ซักถาม ทำความเข้าใจ และดูแลช่วยเหลือกับปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้จึงขอประชาสัมพันธ์ ข้าราชตำรวจ หรือญาติ ที่พบว่าข้าราชการตำรวจ ที่มีความเสี่ยงที่อาจก่อเหตุฆ่าตัวตาย ให้สังเกตสัญญาณเตือนที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย เช่น พูดถึงความตาย หรือการฆ่าตัวตาย หรือบ่นว่าอยากตาย , พูดหรือเขียนสั่งเสีย , เคยพยายามฆ่าตัวตาย , เศร้าซึม แยกตัวเอง , ป่วยเป็นโรคจิต , ติดสุราหรือยาเสพติด จนเลิกไม่ได้ , เกิดการโต้เถียง ทะเลาะวิวาทรุนแรงบ่อยๆ เป็นต้น ควรหันหน้าปรึกษาญาติหรือผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานก่อน และสามารถขอรับการรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้ที่ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ โทร.0-2207-6144 หรือ 0-2207-6000 ต่อ 6144 และ 06-3195-8001&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจยิงตัวตาย, มะเร็งปอด, สน.คันนายาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f596db9d4e8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บ้านเตื่อมฝัน&quot;ศูนย์ดูแลคนไร้ที่พึ่งสูงวัย   ฝึกอาชีพ-สร้างรายได้-ถ้อยอาศัยด้วยกติกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาของคนไร้บ้านไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะคนกลุ่มนี้ถือเป็นประชากรของประเทศ และหากสามารถฟื้นฟูให้มีอาชีพที่มั่นคง และสามารถกลับเข้าไปอยู่ในครอบครัวเดิมได้อย่างปกติสุข หรือพึ่งตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระของสังคม ย่อมถือเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลในปี 2560 ของ สสส. พบว่าคนไร้บ้านของเทศบาลนครเชียงใหม่นั้นมีจำนวน 75 คน ขณะที่กรุงเทพมหานครมีอยู่ประมาณ 1,307 ราย ซึ่งกลุ่มคนไร้บ้านส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยของวัยกลางคนระหว่าง 45-80 ปี และมีจำนวนคนเร่ร่อน เสียชีวิตจากการติดสุราถึงร้อยละ 64 และอีกร้อยละ 70 ที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อ อาทิ โรคเบาหวาน, หัวใจ, โรคกระเพาะ, มะเร็งปอด รวมถึงโรคปอดติดเชื้อ และติดเชื้อทางเดินหายใจ ฯลฯ จากการกินอยู่หลับนอนในพื้นที่สาธารณะต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ สสส.ได้จับมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของชีวิต เปิด &amp;ldquo;ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จ.เชียงใหม่&amp;rdquo; เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มนี้ในแง่ของการมีสุขภาพที่ดี มีรายได้ เพื่อช่วยเหลือตัวเองอย่างยั่งยืน โดยมี พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดงาน ที่ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; ณ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ภายใต้พื้นที่ 330 ตารางวา โดยใช้งบของภาครัฐในการก่อสร้างอยู่ที่ 26.40 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อรองรับกลุ่มคนเร่ร่อนในพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 50 ราย ซึ่งปัจจุบันมีผู้มีทะเบียนเข้ามาอยู่บ้านดังกล่าวอยู่ที่ 18 ราย ซึ่งเป็นคนเร่ร่อนที่อยู่ในความดูแลก่อนหน้าของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคเหนือ (พอช.) และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) ในการเช่าอาคารพาณิชย์ให้อยู่อาศัย กระทั่งหมดสัญญาลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(สมพร หารพรม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่โด้ง-สมพร หารพรม เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เล่าให้ฟังว่า จุดประสงค์หลักของ &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; (บ้านเติมฝัน) หรือ &amp;ldquo;ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จ.เชียงใหม่&amp;rdquo; อันที่จริงแล้วไม่ใช่สถานสงเคราะห์ แต่เราต้องการให้พี่ๆ และคุณลุงที่เข้ามาอยู่ทำงานและมีรายได้ โดยทุกคนจะต้องจ่ายค่าห้องที่เรากำหนดไว้ 3 รูปแบบคือ &amp;ldquo;ห้องชั่วคราว&amp;rdquo; ซึ่งผู้ที่เข้าพักจะต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นเงินวันละ 10 บาท ส่วน &amp;ldquo;ห้องประจำ&amp;rdquo; ผู้ที่เข้าอยู่จะต้องจ่ายเงินเดือนละ 350 บาท ส่วนผู้ที่เข้าพัก &amp;ldquo;ห้องมั่นคง&amp;rdquo; จะต้องจ่ายเงินเดือนละ 450 บาท โดยการหัก 50 บาทไว้สำหรับเก็บออมไว้ให้กับผู้อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วัตถุประสงค์จริงๆ ของ &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; เราต้องการการอยู่อาศัยแบบบริหารจัดการร่วมกัน ซึ่งนอกจากกฎกติกาดังกล่าวแล้ว ภายในบ้านของเรายังมีการฝึกอาชีพ เช่น การทำแปลงเกษตร หรือการปลูกผักที่สวนดาดฟ้า ตลอดจนการสอนอาชีพช่างเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถต่อยอดเป็นชิ้นงานที่สร้างรายได้ กระทั่งการส่งเสริมการจ้างงานของคนเร่ร่อนที่พักอาศัยใน &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; เช่น พนักงานทำความสะอาด ช่างทาสี ทำเบเกอรี่ ฯลฯ ทั้งนี้เพื่ออยากให้คนในบ้านลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองและคิดถึงเรื่องปากท้อง ซึ่งนั่นจะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับคนกลุ่มนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนเร่ร่อนกลับเข้าสู่ครอบครัว หรือในรายที่ไม่สามารถกลับบ้านได้อีก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้รู้ว่านี่คือครอบครัวใหม่ของพวกเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ภรณี ภู่ประเสริฐ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันศูนย์ดังกล่าวก่อสร้างเสร็จสิ้นพร้อมให้คนเร่ร่อนได้เข้าพักอาศัย แต่ทว่าการสนับสนุนเรื่องการบริหารจัดการภายในบ้าน เช่น การดูแลสุขภาพ การฝึกอาชีพเพื่อสร้างรายได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งที่ยั่งยืนให้คนกลุ่มนี้ จึงเป็นหน้าที่ของ สสส. พี่แอน-ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า &amp;ldquo;จังหวัดเชียงใหม่ เป็น 1 ใน 3 พื้นที่นำร่องการดำเนินงานสำคัญของ สสส.และภาคีเครือข่าย โดยสสส.หนุนเสริมศักยภาพภาคีเครือข่ายให้เกิดการบูรณาการทำงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมอื่นๆ ในพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนทางด้านองค์ความรู้ทางวิชาการ ทั้งในเชิงข้อมูลเชิงประชากร และโมเดลการดูแลฟื้นฟูและเสริมศักยภาพคนไร้บ้าน ทั้งทางด้านสุขภาพ และอาชีพที่ต้องมีความเหมาะสมกับระยะของการเข้าสู่ภาวะไร้บ้าน ทั้งกลุ่มเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะไร้บ้าน คนไร้บ้านหน้าใหม่ และคนไร้บ้านถาวร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากคนไร้บ้านในแต่ละช่วงมีลักษณะทางประชากรและระดับปัญหาทางสุขภาพที่แตกต่างกัน ดังนั้นกระบวนการหนึ่งที่ สสส.ใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพคนไร้บ้าน คือการชักชวนให้คนไร้บ้านที่ติดเหล้า ติดบุหรี่ มาทดลองทำแปลงเกษตรปลูกผักปลอดสารพิษ ซึ่งพบว่าทำให้คนไร้บ้านลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ได้ในที่สุด นอกจากนี้ผลิตผลที่ปลูกได้ ยังนำมาทำอาหารสำหรับตนเอง และแจกจ่ายคนไร้บ้านอื่นๆ ที่อาศัยในพื้นที่สาธารณะ ที่เหลือยังขายสร้างรายได้อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(นรินทร์ เอื้ออมรรัตน์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ลุงรินทร์-นรินทร์ เอื้ออมรรัตน์ วัย 54 ปี สมาชิกของ &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; ที่พ่วงตำแหน่งตัวแทนเครือข่ายคนไร้บ้าน เล่าว่า เจ้าตัวใช้ชีวิตอยู่ กทม.เป็นเวลา 40 ปี กระทั่งปี 2545 ที่ตัดสินใจไม่เกี่ยวข้องกับญาติพี่น้อง และก้าวเข้าสู่คนเร่ร่อนเต็มรูปแบบโดยการเก็บของเก่าอยู่ที่ประตูท่าแพ และถนนวัวลาย จ.เชียงใหม่ กระทั่งปี 2551 ที่เริ่มรู้สึกว่าอยู่คนเดียว เริ่มห่วงว่าจะใช้ชีวิตไปไม่รอดหากไม่เข้าสังคม จึงเข้าสู่ศูนย์คนไร้ที่พักพึ่งตั้งแต่นั้นมา กระทั่งเป็นสมาชิกของ &amp;ldquo;บ้านเตื่อนฝัน&amp;rdquo; ในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนที่เก็บของเก่าอยู่ประตูท่าแพไม่ค่อยได้เข้าสังคม แต่มาอยู่ที่นี่ได้แอคทีฟ ได้พูดคุย ทำให้ผมกล้าตั้งคำถามในเรื่องที่ไม่รู้มากขึ้น และการที่ท่านรัฐมนตรีได้มาเปิดบ้านทำให้ตัวเองผมและพี่น้องที่ไร้บ้านได้มีที่อยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ภาครัฐได้นำงบประมาณส่วนนี้มาสร้างบ้านให้ ที่สำคัญยังเป็นการอยู่ร่วมกันโดยการจัดการเอง ตรงนี้จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของคนไร้บ้านก็ได้ ที่สำคัญยังเป็นต้นแบบที่ดีให้กับศูนย์คนไร้บ้านที่อื่นๆ อีกด้วย ส่วนตัวผมก็มีรายได้จากช่วยทาสี ลงแล็กเกอร์ เนื่องจากพอมีความรู้เรื่องการทำเฟอร์นิเจอร์อยู่บ้างครับ ก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(สุชิน เอี่ยมอินทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต่างจาก ลุงดำ-สุชิน เอี่ยมอินทร์ วัย 64 ปี ชาว กทม.จากอดีตที่เคยทำอาชีพช่างเฟอร์นิเจอร์ในโรงงาน กระทั่งตกงานกลายเป็นคนเร่รอน ซึ่งตอนนั้นอายุ 47 ปี กระทั่งไปรู้จักพี่เลี้ยงหรือเจ้าหน้าที่จาก &amp;ldquo;ศูนย์คนไร้ที่พึ่งตลิ่งชัน&amp;rdquo; และได้เข้าไปอยู่ ต่อมาจึงได้เป็นตัวแทนของคนไร้บ้านในการเสนอข้อร้องเรียนต่างๆ ไปยังภาครัฐ และภายหลังจนได้มีการก่อตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์คนไร้บ้านบางกอกน้อย&amp;rdquo; และศูนย์ที่ 3 ซึ่งย้ายจากหมอชิตไป ชื่อว่า &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; ย่านพุทธมลฑล กระทั่งปัจจุบันได้มาพักอยู่ใน &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; พร้อมดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนไร้บ้าน เล่าว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สมัยก่อนตอนที่อยู่ข้างนอกเป็นคนไร้บ้าน ไม่ค่อยสบายนัก เพราะต่างคนก็ต่างอยู่ แต่พอได้เข้ามาอยู่ใน &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; แห่งนี้ ก็รู้สึกถึงความเอื้ออาทรของคนที่อยู่ชายคาเดียวกัน ทำให้เกิดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน การกินอยู่ การแต่งตัวก็ดีขึ้น ผมเผ้าและเสื้อผ้าก็ดูสะอาดสะอ้านขึ้น ทำให้ภาพของคนไร้บ้านดูไม่น่ากลัว ที่สำคัญลุงอยากบอกว่า ตอนนี้นกขมิ้นมีรังแล้ว และก็เป็นรังที่ถาวรมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่อยู่อาคารเช่า พอหมดสัญญา นกก็กระจายออกจากรัง บอกเลยว่าศูนย์แห่งนี้เป็นรังที่ถาวร ไม่เพียงทำให้คนไร้บ้านมีที่อยู่ แต่ยังเป็นบ้านที่สามารถฟื้นฟูศักยภาพของคนเร่ร่อนได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ดี พันธุ์ทัดชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ คุณลุงดี พันธุ์ทัดชัย วัย 74 ปี ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของ &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; ที่ปัจจุบันผันตัวเองจากคนเร่ร่อน เก็บขยะขายย่านถนนช้างเผือกร่วม 10 ปี มาทำอาชีพคนปลูกผัก ณ &amp;ldquo;แปลงเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อการฟื้นฟูสุขภาวะคนไร้บ้าน&amp;rdquo; ณ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ บอกว่า &amp;ldquo;มาอยู่ที่นี่ได้ 1 ปีเศษแล้ว สบายมาก คนไม่พลุกพล่าน และความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น นอนหลับสบายมากขึ้น ไม่ต้องกลัวคนมาขโมยของ เพราะลุงเคยโดนกระชากกระเป๋าย่านถนนช้างเผือก อยู่ที่นี่ได้ปลูกผัก เช่น ผักกาด ถั่วฝักยาว มะละกอ ผักกวางตุ้ง ก็มีรายได้จากการที่พี่เลี้ยงได้นำผักไปจำหน่ายยัง &amp;ldquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rdquo; และหน่วยงานราชการต่างๆ หรือบางครั้งก็นำไปขายในตลาด ก็มีพอรายได้ครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13001</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไร้บ้าน, คุณภาพชีวิต, ดี พันธุ์ทัดชัย, นรินทร์ เอื้ออมรรัตน์, พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์, ภรณี ภู่ประเสริฐ, มะเร็งปอด, สมพร หารพรม, สุชิน เอี่ยมอินทร์, หัวใจ, โรคกระเพาะ, โรคเบาหวาน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b420c476ae84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
