<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันมะเร็งขยับใหญ่ ปรับปรุงระบบพร้อมรับ&quot; โรคมะเร็งรักษาได้ทุกที่   1ม.ค.&quot;                   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.63-นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยว่า นโยบายโรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2564 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้าถึงบริการได้ดีขึ้น สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการที่ผู้ป่วยสามารถร่วมปรึกษากับแพทย์เจ้าของไข้เพื่อวางแผนร่วมกัน และเลือกโรงพยาบาลปลายทางที่จะถูกส่งต่อไปได้มากขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งในระบบบริการรูปแบบเดิม เมื่อผู้ป่วยมะเร็งไปรักษาบางครั้งจะต้องถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลหนึ่ง ไปยังอีกโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า ซึ่งบางครั้งโรงพยาบาลปลายทางที่รับต่อก็อาจมีผู้ป่วยคับคั่ง แออัดเป็นคอขวด ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้ยาก แต่ด้วยนโยบายใหม่นี้ผู้ป่วยจะสามารถไปรักษาโรคมะเร็งได้ยังโรงพยาบาลทุกที่ที่มีความพร้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพการรักษา และเพิ่มการเข้าถึงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากเดิมโรงพยาบาลหมายเลข 1 ต้องไปโรงพยาบาลหมายเลข 2 ปัจจุบันโรงพยาบาลหมายเลข 1 จะสามารถเลือกไปโรงพยาบาล A ก็ได้ โรงพยาบาล B ก็ได้ โดยเงื่อนไขว่าโรงพยาบาลเหล่านั้นต้องมีความพร้อม เมื่อเป็นแบบนี้คนไข้ก็จะมีทางเลือกที่ดีขึ้น เช่น โรงพยาบาลไหนที่มีคิวสั้น โรงพยาบาลไหนที่มีศักยภาพพร้อม เขาก็จะเข้าถึงบริการได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลทำให้ผลการรักษาของโรคดีขึ้นไปด้วย&amp;quot; นพ.จินดา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จินดา กล่าวว่า ประโยชน์อีกประการที่ผู้ป่วยจะได้รับ คือจากเดิมเมื่อผู้ป่วยถูกส่งตัวไปอีกโรงพยาบาล ก็จะต้องถือใบหนังสือส่งตัว หรือที่เรียกว่าใบ refer ซึ่งจะอธิบายประวัติรวมไปถึงสิทธิการรักษา แต่นโยบายใหม่นี้ผู้ป่วยจะสามารถไปรักษาได้โดยไม่ต้องมีใบดังกล่าว เพราะเอกสารข้อมูลผู้ป่วยจะถูกส่งต่อโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพียงถือบัตรประชาชนไปก็จะสามารถดึงข้อมูลจากระบบได้ นอกจากนี้หากผู้ป่วยมีสมาร์ทโฟนที่รองรับ ก็จะสามารถนำข้อมูลประวัติติดตัวไปเปิดที่ใดก็ได้ ทำให้ระบบการส่งตัวผู้ป่วยสะดวกและรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ ในส่วนบทบาทของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ คือการเป็นโรงพยาบาลที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งนโยบายนี้จะเพิ่มโอกาสที่ผู้ป่วยถูกส่งเข้ามารักษาที่สถาบันฯ มากขึ้น ขณะที่ อีกบทบาทคือการเป็นศูนย์ศึกษาองค์ความรู้วิจัย สร้างนวัตกรรม ผลงานวิชาการ รวมไปถึงผลงานระบบบริการใหม่ๆ จึงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนระบบจัดการ โดยเฉพาะเรื่องการส่งต่อผู้ป่วยให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ &amp;quot;นพ.จินดากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โรงพยาบาลในพื้นที่เขตสุขภาพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญฝ่ายต่างๆ เพื่อวางแผนการจัดรูปแบบการส่งต่อ ที่จะต้องไม่ให้เกิดความสับสน ซ้ำซ้อน และมีประสิทธิภาพดีที่สุด ซึ่งทางสถาบันฯ ได้มีการนำเสนอเครื่องมือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่จะช่วยในการส่งต่อข้อมูลให้สะดวกขึ้น เพื่อทดแทนหนังสือส่งตัวเดิม เช่น โปรแกรม Thai cancer base plus ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถไปรักษาที่ไหนก็ได้ในโรงพยาบาลที่มีโปรแกรมนี้ &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สถาบันฯ ยังได้พัฒนาโปรแกรมที่เรียกว่า The one program ที่โรงพยาบาลจะสามารถช่วยกันลงข้อมูลเพื่อให้เห็นศักยภาพในการให้บริการ เช่น การทำ CT เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าว่างอยู่หรือไม่ มีคิวว่างวันใด หรือการส่งฉายแสงรังสีรักษา เป็นต้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้ดีขึ้น เมื่อเห็นคิวที่ใดว่างก็จะสามารถแนะนำผู้ป่วยได้ว่าไปจุดใดที่จะเร็วกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จินดา กล่าวว่า นอกจากนี้สถาบันฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการวางระบบกลไกของผู้ประสานงาน (coordinator) ซึ่งการมีผู้ประสานงานที่เข้าใจบริบท และใช้เครื่องมือต่างๆ ได้ จะทำให้การส่งต่อผู้ป่วยสะดวกยิ่งขึ้น โดยสถาบันฯ ได้ร่วมกับ สปสช. จัดอบรมหลักสูตรผู้ประสานงานขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นมีการจัดไปแล้ว 3 รุ่น รวม 360 คน เพื่อกระจายไปในทั่วประเทศและทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ระบบเดินหน้าไปได้ และจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;quot; ในส่วนของความพร้อมขณะนี้มีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใกล้จะสำเร็จ และสามารถนำมาทดลองใช้เพื่อทดสอบระบบ หรือในส่วนของหลักสูตรอบรมผู้ประสานงาน ที่ภายหลังโปรแกรมสำเร็จก็จะมีการเปิดอบรมต่อทันที เพื่อเตรียมความพร้อมในวันที่ 1 ม.ค. 2564 และหลังจากนั้นก็จะมีการทบทวน และปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อยๆ เพื่อทำให้ระบบสมบูรณ์มากที่สุด &amp;quot;นพ.จินดากล่าว.
----------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87177</URL_LINK>
                <HASHTAG>จินดา โรจนเมธีน, มะเร็งรักษาได้ทุกที่, สถาบันมะเร็งแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb4d28aac91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ประกาศ&quot;มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม&quot;ทำแพลตฟอร์มสืบค้นข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 9 ธ.ค.63- ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดกิจกรรม &amp;ldquo;DMS Cancer Prevention Day เนื่องในวันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ&amp;rdquo; พร้อมทั้งสื่อสารนโยบาย &amp;ldquo;มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดย ดร.สาธิตกล่าวว่า วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี เป็น &amp;ldquo;วันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ&amp;rdquo; ซึ่งโรคมะเร็ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย มีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เฉลี่ย 122,757 รายต่อปี เสียชีวิตเฉลี่ย &amp;nbsp;80,665 ราย เฉลี่ยวันละ 221 ราย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงประกาศนโยบาย &amp;ldquo;มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม&amp;rdquo; เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเข้ารับบริการได้ทันทีเมื่อแจ้งเปลี่ยนหน่วยบริการ มีโปรแกรม Thai Cancer-based plus เป็นเครื่องมือในการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยมะเร็ง และพัฒนาแพลทฟอร์ม The ONE สำหรับโรงพยาบาลสืบค้นข้อมูลและประเมินศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ และจองคิวการรักษาผ่านแพลทฟอร์มนี้ได้ทันที ผู้ป่วยมะเร็งจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ ได้รับความสะดวก ไม่แออัด และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยมะเร็งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ เร่งรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ปฏิบัติตามหลัก 5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง สังเกต 7 สัญญาณอันตรายของโรคมะเร็ง และเชิญชวนให้ไปการตรวจสุขภาพประจำปี รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งจะมีโอกาสการรักษาให้หายขาดสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ ได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;DMS Cancer Prevention Day เนื่องในวันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ&amp;rdquo; 10 ธันวาคม นี้ เพื่อตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง และรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องการป้องกันและการคัดกรองโรคมะเร็งให้กับบุคลากรด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นบุคลากรที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพของประเทศ นำไปถ่ายทอดความรู้และเป็นต้นแบบในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับหลัก &amp;ldquo;5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง&amp;rdquo; 5 ทำ ได้แก่ 1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 2.ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด 3.กินผักผลไม้ 4.กินอาหารหลากหลาย 5.ตรวจร่างกายเป็นประจำ ส่วน 5 ไม่ ได้แก่ 1.ไม่สูบบุหรี่หรือสูดดม ควันบุหรี่ 2.ไม่มั่วเซ็กซ์ 3.ไม่ดื่มสุรา 4.ไม่ตากแดดจ้า 5.ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ รวมทั้งหมั่นสังเกตความผิดปกติของตนเองจาก 7 สัญญาณอันตรายโรคมะเร็ง ได้แก่ 1.ระบบขับถ่าย ที่เปลี่ยนแปร 2.แผล ที่ไม่รู้จักหาย 3.ร่างกาย มีก้อนตุ่ม 4.กลุ้มใจเรื่องการกลืนกินอาหาร 5.ทวารทั้งหลาย มีเลือดไหล 6.ไฝ หูด ที่เปลี่ยนไป และ7.ไอ และเสียงแหบ จนเรื้อรัง หากมีอาการเหล่านี้เกิน 3 สัปดาห์ควรรีบไปพบแพทย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86428</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, มะเร็งรักษาได้ทุกที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0b6d3b5851.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
