<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐสั่ง &#039;จอห์นสัน&amp;จอห์นสัน&#039; จ่าย 1.53 แสนล้านบาท ชดใช้เหยื่อมะเร็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลรัฐมิสซูรีของสหรัฐตัดสินให้บริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ผู้ผลิตแป้งเด็ก จ่ายเงินรวม 4,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 153,050 ล้านบาท) ชดเชยแก่สตรี 22 คน ที่ระบุว่าผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นของบริษัททำให้พวกเธอเป็นมะเร็งรังไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2561 กล่าวว่า ศาลเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี มีคำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ ให้บริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และครอบครัวของโจทก์ 22 ราย เป็นเงินรวม 550 ล้านดอลลาร์ (18,342 ล้านบาท) และจ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษอีก 4,100 ล้านบาท (136,713 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงกลุ่มนี้กล่าวหาบริษัทว่าขายผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นที่มีแร่ใยหินที่เป็นต้นเหตุให้พวกเธอป่วยเป็นมะเร็งรังไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก ลาเนียร์ ทนายความของกลุ่มเหยื่อเปิดเผยว่า คณะลูกขุน ซึ่งประกอบด้วย ชาย 6 คน และหญิง 6 คน ตัดสินให้บริษัทนี้จ่ายเงินชดเชยจำนวนดังกล่าวภายหลังการพิจารณาไต่สวนนาน 6 สัปดาห์ และการพิจารณาตัดสินอีก 8 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทนายความผู้นี้กล่าวว่า จอห์นสันแอนด์จอห์นสันปกปิดหลักฐานของการมีแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ของพวกเขามาตลอด 40 ปี ฝ่ายโจทก์หวังว่าคำตัดสินใจครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากคณะกรรมการบริหารของบริษัทนี้ และทำให้พวกเขาแจ้งต่อชุมชนทางการแพทย์และสาธารณชนเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกันระหว่างแร่ใยหิน, แป้งฝุ่น และมะเร็งรังไข่ และให้เก็บผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นออกจากท้องตลาดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจอห์นสันแอนด์จอห์นสันกล่าวว่า บริษัทผิดหวังกับคำตัดสินนี้ และจะอุทธรณ์ โดยยืนกรานว่า แป้งฝุ่นของพวกเขาไม่มีแร่ใยหินหรือเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของบริษัทกล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคดีครั้งนี้ไม่ยุติธรรมตั้งแต่พื้นฐานที่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องร่วมกันในนามของผู้หญิง 22 คน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับรัฐนี้ และทั้งหมดกล่าวหาเหมือนกันว่าพวกเธอเป็นมะเร็งรังไข่ ผลการตัดสิน ซึ่งให้จ่ายเงินชดเชยแก่โจทก์ทุกรายเท่ากันโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงรายบุคคล และความแตกต่างในกฎหมายที่นำมาใช้บังคับ สะท้อนว่าหลักฐานในคดีนี้เต็มไปด้วยอคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทนี้ถูกฟ้องร้องอยู่กว่า 9,000 คดี เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ศาลอุทธรณ์ลอสแองเจลีสเคยยกฟ้องคำพิพากษาให้บริษัทชดเชย 417 ล้านดอลลาร์ โดยชี้ว่าข้อโต้แย้งของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13354</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ชดเชยเหยื่อ, มะเร็งรังไข่, มิสซูรี, ศาลสหรัฐ, แป้งเด็ก, แร่ใยหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48bc97451d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจสุขภาพทุกปี...ป้องกันมะเร็งรังไข่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย ผนึกกำลังโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยเงียบของมะเร็งรังไข่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ในบรรดามะเร็งนรีเวชทั่วโลก โดยจัดโครงการ &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ ควรใส่ใจตรวจภายในทุกปี&amp;rdquo; พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ภายใต้แคมเปญ &amp;ldquo;Whisper of Ovary &amp;ndash; เสียงกระซิบจากรังไข่&amp;rdquo; ซึ่งได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยานรีเวช และดารานักแสดงชื่อดัง ร่วมรณรงค์ในโครงการ เพื่อให้สังคมไทยได้ตระหนักรู้ถึงอันตรายของมะเร็งรังไข่ และช่วยกันสร้างเกราะป้องกันให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากโรคร้ายนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์นายแพทย์จตุพล ศรีสมบูรณ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;สำหรับประเทศไทย มะเร็งรังไข่เป็นโรคมะเร็งสตรีที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก จากสถิติในแต่ละปีจะมีผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งรังไข่ประมาณ 2,700 คน หรือใน 100,000 คนจะมี 6 คนที่เป็นโรคนี้ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 2 (ร้อยละ 53) ในบรรดามะเร็งนรีเวชรองจากมะเร็งปากมดลูก (ร้อยละ 55)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สาเหตุที่ผู้หญิงมีอัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็งรังไข่สูง เนื่องจากในระยะแรกของโรคนี้จะไม่มีอาการบ่งบอกที่แน่ชัด แต่จะมีอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคอื่นๆ ที่รุนแรงน้อยกว่า เช่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องบวม ปวดอุ้งเชิงกราน กว่าคนไข้จะได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดว่าเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งได้ลุกลามไปยังอวัยวะภายในอื่นๆ แล้ว จากสถิติพบว่าร้อยละ 64 ของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่จะตรวจพบมะเร็งในระยะลุกลามแล้ว อีกทั้งมะเร็งรังไข่ยังไม่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน การส่งเสริมการรับรู้และสร้างความตระหนักถึงภัยเงียบที่ไร้สัญญาณเตือนนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งที่สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนชาวไทย โดยมุ่งหวังให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นศูนย์ชำนาญการด้านการศึกษาวิจัยและการรักษาโรคมะเร็งของประเทศไทย จึงผนึกกำลังจัดโครงการ Whisper of Ovary &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ ควรใส่ใจตรวจภายในทุกปี&amp;rdquo; เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการรณรงค์ให้คนในสังคมตระหนักรู้ถึงภัยร้ายของโรคมะเร็งรังไข่ และเชิญชวนให้ผู้หญิงไทยเข้ารับการตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยภัยเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์เฉพาะทาง สาขามะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เกิดจากหลายๆ ปัจจัย อาทิ อายุ สภาพแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันพบว่าความผิดปกติที่สืบทอดทางพันธุกรรมยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ จากสถิติพบว่าผู้หญิงที่มีความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 และ BRCA2 จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่สูงถึง 35-70% และ 10-30% ตามลำดับในขณะที่บุคคลทั่วไปมีความเสี่ยงเพียง 1-2%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองที่สามารถตรวจจับมะเร็งรังไข่ได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ อีกทั้งมะเร็งรังไข่ไม่มีอาการที่เฉพาะแน่นอน ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวหรือญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านมตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันเราสามารถตรวจหาความผิดปกติของยีน BRCA ในผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ ซึ่งผู้ป่วยที่ตรวจพบความผิดปกติของยีนนี้จะมีโอกาสที่บุคคลในครอบครัวและญาติใกล้ชิดมีความผิดปกติของยีนเช่นเดียวกัน เนื่องจากความผิดปกตินี้เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะเด่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การค้นพบความผิดปกติของยีน BRCA ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถคาดการณ์ เฝ้าระวัง และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ได้ เช่นกรณีของนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง แองเจลีนา โจลี ที่ได้ตัดสินใจผ่าตัดเต้านมทั้งสองข้างรวมทั้งมดลูกและท่อรังไข่ออก เนื่องจากมีประวัติทั้งยาย ป้า และแม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และเมื่อตรวจสอบทางพันธุกรรมยังพบว่าตัวเองมียีนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่สูงถึง 87% และ 50% ตามลำดับ ขอแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนดูแลรักษาสุขภาพ หมั่นสำรวจร่างกายตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี เพราะมะเร็งรังไข่ รู้ไว รักษาได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสานต่อพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สร้างโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้และด้อยโอกาสได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน สร้างเสริมสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ผ่านการสมทบทุนชื่อบัญชี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โครงการ &amp;ldquo;สานต่อที่พ่อให้ทำ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส&amp;rdquo; ธนาคารไทยพาณิชย์ &amp;nbsp;เลขที่บัญชี 407-985846-8 หรือธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 229-4152-588 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทร. 0-2576-6833-6.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9747</URL_LINK>
                <HASHTAG>Whisper of Ovary, คุณภาพชีวิต, ท้องบวม, ท้องอืด, ปวดท้อง, ปากมดลูก, มะเร็งรังไข่, มะเร็งเต้านม, ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์, สตรี, เสียงกระซิบจากรังไข่, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b040f54969f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 06:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มะเร็งรังไข่ภัยเงียบแนะตรวจภายในทุกปีหญิงไทยป่วยอันดับ3 กลุ่มโรคสตรี      </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมมะเร็งนรีเวชไทยจับมือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดโครงการ Whisper of Ovary &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ ควรใส่ใจตรวจภายในทุกปี&amp;rdquo; เหตุมีอาการคล้ายโรคอื่นๆ ปวดท้อง ท้องอืด พบหญิงไทยป่วยเป็นอันดับ 3ของโรคจำเพาะสตรี หรือวันละ 7ราย ชี้ตรวจพบเร็วมีโอกาสหายขาดสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 7 พ.ค. ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน สมาคมมะเร็งนรีเวชไทยจับมือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดโครงการ Whisper of Ovary &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ ควรใส่ใจตรวจภายในทุกปี&amp;rdquo; โดย ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์ นายกฯสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่า ในประเทศไทยมะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งทั่วไปที่พบในผู้หญิงเป็นอันดับที่ 6 และเป็นอันที่ 3 ของมะเร็งจำเพราะที่พบในผู้หญิง รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก จากสถิติพบว่าผู้หญิงไทยมีอุบัติการเกิดมะเร็งโรคดังกล่าวในผู้ป่วยรายใหม้ประมาณปีละ 2,700คน หรือวันละ 7 ราย หรือใน 100,000คนจะพบผู้ป่วย 6คน นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ1 ของมะเร็งนรีเวชทั่วโลกและเป็นอันดับ 2 หรือร้อยละ 53 ของการเสียชีวิตในมะเร็งนรีเวชในประเทศไทย สาเหตุของการที่มีอุบัติการสูงจากมะเร็งรังไข่สูงมาจากโรคดังกล่าวเพราะเป็นภัยเงียบไม่มีข้อบ่งชี้ของโรคที่ชัดเจน โดยจะมีอาการคล้ายๆกับโรคอื่นๆ เช่น ปวดท้อง ท้องอืดท้องบวม ดังนั้นเมื่อเป็นคนไข้มักไปพบแพทย์ตามอาการ กว่าจะได้รับการวินิจฉัยที่แน่ชัดว่าเป็นประมาณร้อยละ 64 ก็อยู่ในระยะลุกลามแล้ว อีกทั้งมะเร็งรังไข่ยังไม่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน การส่งเสริมให้มีการตระหนักถึงภัยเงียบดังกล่าวที่ยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ โดยการรณรงค์ให้ผู้หญิงมีการตรวจภายในทุกปีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะหากตรวจได้เร็วก็จะมีโอกาสหายขาดสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์เฉพาะทาง สาขามะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า มะเร็งรังไข่เกิดจาดหลายๆปัจจัย &amp;nbsp;ปัจจุบันพบว่าความผิดปกติที่สืบทอดทางพันธุกรรมยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ จากสถิติพบว่าผู้หญิงที่มีความผิดปกติ หรือการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1และ BRCA 2จะมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่สูงถึง 35-70% และ 10-30%ตามลำดับในขณะที่คนทั่วไปมีความเสี่ยงเพียง 1-2 % โดยการตรวจหาความผิดปกติของยีนส์ดังกล่าวสามารถตรวจได้ที่ รพ.รัฐชั้นนำ แต่มีค่าใช้จ่ายสูง จึงแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เฉพาะ เช่น ผู้ป่วงมะเร็งรังไข่ทุกราย &amp;nbsp;มีญาติสายตรงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ที่มีความผิดปกติของยีนส์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งรไข่เสมอไป เพียงแต่จะมีความเสี่ยงสูงกว่าเท่านั้น ดังนั้นหากมีญาติสายตรงในการตรวจควรบอกแพทย์ทุกครั้ง เพราะอพทย์จะได้มีการตรวจแบบจำเพาะได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธัช อธิวิทวัส อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา รพ.รามาธิบดีกล่าวว่าโดยปกติแล้วโรคมักเกิดใน ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ เนื่องจากโรคมีความคลุมเครือ หากมีอาการของโรคใดโรคหนึ่งเป็นเวลานาน เช่น เป็นโรคกะเพราะไปพบแพทย์ก็ยังไม่หาย ดังนั้นก็ให้สงสัยว่ามีอะไรมากกว่านั้นหรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจากโรคดังกล่าวสามาถเกิดขึ้นได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น ควรมีการตรวจภายในหลังจากที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ หรือหากอายุเข้า 30 ปีหรือเคยมีการกระตุ้นไข่ตก หรือมีประจำเดือนเมื่ออายุยังน้อย ตั้งแต่ 11-12 ปีก็ควรมาตรวจภายใน เพราะอาจมีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตามข้อสงสัยว่าความอ้วนอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหรืไม่ ข้อนี้ก็ไม่แน่ชัด สาเหตุอาจเกิดมาจากการที่เมื่ออ้วนแล้วตรวจภายใจยาก ทำให้ตรวจไม่พบโรคหรือไม่ ก็ไม่แน่ชัด อาจเกิดจากหลายๆปัจจัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธัช กล่าวอีกว่า โอกาสในการหายขาดนั้นแล้วแต่ระยะของโรคที่ตรวจเจอ ทั้งนี้หาดตรวจพบโรคในระยะลุกลาม แม้ว่าจะมีการผ่าตัด แต่เชื้อได้กระจายไปรังไข่อีกข้าง แม้ว่าแพทย์จะเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะไม่มีการเกิดซ้ำ ซึ่งหากได้รับเคมีบำบัดควบคู่ไปด้วยหลังผ่าตัด โอกาสที่เคมีจะไปฆ่าเซลล์เล็กเซลล์น้อยที่กระจายไปยังจุดอื่นๆเพื่อไม่ให้เกิดโรคซ้ำก็มีมาก ดังนั้นก็ต้องมีการพิจารณาให้เคมีบำบัดหลังผ่าตัดเข้าไปด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8771</URL_LINK>
                <HASHTAG>Whisper of Ovary “มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ, นพ.ธัช อธิวิทวัส, มะเร็งรังไข่, ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์, สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af188df653ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
