<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทัพฟ้า&#039; แจงดราม่าใช้เครื่องบินขนมังคุดแลกลำไย อยู่ในแผนการฝึก-ไม่ได้เพิ่มเที่ยวบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - พลอากาศโท ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ การนำเครื่องบิน SAAB 340 มาใช้ในภารกิจขนมังคุด สุราษฎร์ธานี ไปแลกกับลำไย ที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน นั้น ไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการบิน ซึ่งเป็นการใช้ทรัพย์สินผิดประเภท ว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะกองทัพอากาศ มีแผนการฝึกของนักบินในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว เพื่อพัฒนากำลังพล ดังนั้น การช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงนี้ ควบคู่ไปกับการฝึกบิน จึงถือเป็นการได้ประโยชน์ ไม่ปล่อยให้บินไปเสียเปล่า ไม่ใช่เป็นการเพิ่มเที่ยวบินเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, มังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6111f6bde294a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มังคุดใต้ขายเกลี้ยง พรรคกล้าซื้อเพิ่มอีก 5,000 กิโล ช่วยเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 2564 ตามที่พรรคกล้า ได้ช่วยซื้อมังคุดจากชาวสวนภาคใต้จำนวน 3,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประสบปัญหาขนส่งไม่ได้ ทำให้ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก ราคาผลผลิตตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น พรรคกล้าจึงได้จัดซื้อมังคุดเกรดพรีเมี่ยมในราคากิโลกรัมละ 20 บาท &amp;nbsp;เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ผ่านช่องทาง PokPok ในราคาต้นทุน โดยสินค้าจะส่งมาในวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากที่ได้ประกาศผ่านเพจพรรคกล้า และ PokPok รถอาหารแสนอร่อย &amp;nbsp;ทำให้มีผู้สนใจสั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้สินค้าหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว &amp;nbsp;นายนัฐพงศ์ จารวิจิต เจ้าของและผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PokPok &amp;nbsp;จึงต้องสั่งไปเพิ่มอีก 700 กิโลกรัม เพื่อให้เพียงพอต่อออเดอร์ที่ให้การตอบรับอย่างล้นหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีอกให้บริการจำหน่ายมังคุดรอบนี้เป็นรอบที่ 2 &amp;nbsp;โดยจะร่วมมือจาก &amp;nbsp;MuvMi ที่นำรถตุ๊ก ตุ๊ก ไฟฟ้าจำนวน 4 คัน &amp;nbsp;มาช่วยจัดส่งมังคุดจำนวน 3,700 กิโลกรัม ให้ถึงมือผู้บริโภคโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น &amp;nbsp;โดย 1 คัน สามารถขนได้ครั้งละ 500 กิโลกรัม&amp;rdquo; นายนัฐพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก กล่าวว่า จากกระแสการตอบรับที่ดีที่มีผุ้สนใจมังคุดจากสวนภาคใต้เป็นจำนวนมาก พรรคกล้า จึงจะจัดซื้อมังคุดภาคใต้อีก &amp;nbsp;5,000 กิโลกรัมเพื่อมาจำหน่ายให้กับประชาชนในเขตเมืองและปริมณฑล &amp;nbsp;และจะทำการไลฟ์สดขายในเวลา 19.00 น. และจะจัดส่งให้ในวันรุ่งขึ้น &amp;nbsp;สามารถติดตามข่าวสารความคืบหน้าได้ที่ เพจ พรรคกล้า-KLA Party และที่เพจ &amp;nbsp;วรวุฒิ อุ่นใจ &amp;ndash; เศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายผลช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ ทั้งชาวสวนลำไย สับปะรด และพืชผลทางการเกษตรอื่นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111860</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือเกษตรกร, พรรคกล้า, มังคุด, สวนภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6106767b09c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำใจงาม &#039;แอน ทองประสม&#039; เหมามังคุด 3 ตัน แจกรพ.สนาม ทั่วกทม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;จากวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผลผลิตมังคุดในจังหวัดทางภาคใต้ ราคาตก เนื่องจากส่งออกนอกพื้นที่ลำบากและกำลังซื้อน้อยนั้น เมื่อบ่ายวันที่ 29 ก.ค.2564 นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราชเปิดเผยว่าได้รับการประสานจาก &amp;rdquo;แอน ทองประสม&amp;rdquo; ดารานักแสดงชื่อดัง ให้ช่วยจัดซื้อมังคุดในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 3 ตัน หรือ 3,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมังคุดที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ โดย&amp;rdquo;แอน ทองประสม&amp;rdquo;จะเป็นผู้ควักเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อมังคุด ค่ากล่องและค่าขนส่งเองทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;หลังได้รับการประสารจากดารานักแสดงดังแล้ว นายยุทธนา จึงประสานกับ ผส.ฆนัท ธาตุทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และประธานชมรมนักดนตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช และพระธิการต้นบูรณ์ ผลธมฺโม เจ้าอาวาสวัดลานสกาใน ต.ลานสกา อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ติดต่อกับชาวสวนมังคุดในพื้นที่และจัดซื้อมังคุดจากชาวสวนจำนวน 3 ตันในราคามังคุดคละกิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งราคาสูงกว่าท้องตลาด 2-3 บาท ในขณะที่ราคามังคุดที่แผงหรือล้งรับซื้อตลาดปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 7-8 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อรับซื้อมังคุดแล้วมีการคัดเอาเฉพาะลูกที่มีขนาดและคุณภาพดี โดยพระภิกษุ สามเณร พร้อมสมาชิกชมรมนักดนตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช และสื่อมวลชนรวมทั้งชาวบ้านได้ร่วมกันทำการบรรจุมังคุดใส่กล่อง ๆ ละ 5 ก.ก.และกล่องละ 10 ก.ก. เพื่อว่าจ้างรถกระบะรั้วบรรทุกมังคุดทั้งหมดรวมหลายร้อยกล่องนำส่ง&amp;rdquo;แอน ทองประสม&amp;rdquo; ในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำส่งต่อไปแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วกรุงเทพมหานคร โดยคาดว่าจะถึงกรุงเทพในเวลาไม่เกิน 10.00 น.ของวันที่ 30 ก.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111625</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, มังคุด, แอน ทองประสม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61038ce5b3851.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เร่งแก้ปัญหาราคา &#039;มังคุด&#039; ภาคใต้เจอผลกระทบล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งแก้ไขปัญหาฤดูกาลมังคุดภาคใต้ ที่กำลังออกสู่ตลาดช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.2564 ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 มีการล็อกดาวน์หลายพื้นที่ ทำให้ล้งไม่สามารถเข้าไปรับซื้อในพื้นที่ได้ เพราะถ้าไป ต้องนำแรงงานเก็บคัดลงกล่องไปด้วย จึงเป็นปัญหา จึงได้จับมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด และแรงงานจังหวัดในการแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งล่าสุดอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องแรงงานต้นทาง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี ได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ขอความกรุณาอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงานไปกับล้ง เพื่อไปรับซื้อมังคุดที่นครศรีธรรมราชและทางจังหวัดภาคใต้ ก็ให้อำนวยความสะดวกภายใต้มาตรการกำกับดูแลโควิด-19 เพื่อให้ล้งเปิดรับซื้อได้ ราคาจะไม่กดลงไปมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว จากนี้จะมีล้งไปมากขึ้น เราไม่มีปัญหาตลาดต่างประเทศ เพราะขยายตัวเกือบ 500% ในการส่งไปจีน ไปเวียดนาม และมีตลาดใหม่อีกเยอะ เช่น ล่าสุดท่านทูตชิลีบอกว่าสิ่งที่อยากนำเข้าเพิ่มที่สุด คือ &amp;nbsp;ลองกองกับมังคุด ปัญหา คือ แรงงานของเรา กับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ ที่ต้องแก้และอำนวยความสะดวกให้ล้งเข้าไปรับซื้อให้มากที่สุด เพื่อเร่งดำเนินการส่งออก และได้ประสานผู้ส่งออกให้ไปตั้งจุดรับซื้อด้วยตนเอง แต่ต้องได้รับการอำนวยความสะดวกเรื่องเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามจังหวัด ซึ่งผมได้พูดกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไป 2-3 รอบแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็สั่งการให้&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินการ ถ้าล้งไหนต้องการนำแรงงานออกจากจังหวัดจันทบุรี ก็ให้ประสานแรงงานจังหวัดจันทบุรี ซึ่งรับนโยบายแล้ว และนำเข้าจังหวัดปลายทาง ก็ประสานแรงงานนครศรีธรรมราช ซึ่งพาณิชย์จังหวัดช่วยประสานอยู่ทั้ง 2 จังหวัดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริมในการให้เงินอุดหนุนช่วยเหลือในเรื่องของการจัดทำกล่องฟรี 200,000 ใบ ให้ไปรษณีย์เป็นตัวกลาง ถ้าเกษตรกรขายออนไลน์ได้ ก็ไปบรรจุกล่องที่ไปรษณีย์ได้เลย มีกล่องฟรีของกระทรวงพาณิชย์อยู่ โดยค่าส่งฟรี ค่ากล่องฟรี ขอให้มีสติกเกอร์จากกรมการค้าภายใน สามารถขอได้ที่พาณิชย์จังหวัด ถ้าในนามกลุ่มประสานงานได้ไม่ยาก จะเป็นส่วนช่วยอีกทาง และยังได้ประสานกับกองทัพบก สถานีโทรทัศน์ ททบ.5 จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภค ให้ค่ายทหารที่อยู่ในภาคใต้ลงไปช่วยรับซื้อ สำหรับเกรดรองหรือเกรดคละ เป็นการเพิ่มดีมานด์ในพื้นที่รวมทั้งเปิดจุดขายหน้าค่ายเป็นอีกหนึ่งในมาตรการเสริมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ นายจุรินทร์ได้ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2564 เพื่อบริหารจัดการเชิงรุกก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด โดยเตรียมมาตรการช่วยเหลือ เช่น การสนับสนุนค่าบริหารจัดการในการรวบรวมผลไม้เพื่อการส่งออกกิโลกรัม (กก.) ละ 5 บาท เสริมสภาพคล่องโดยชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา 3% ระยะเวลา 6 เดือน ให้องค์กรเกษตรกรและผู้ประกอบการ จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจสินค้าผลไม้สดแปรรูปและผลิตภัณฑ์เกษตรเพื่อรองรับฤดูกาลผลไม้ภาคใต้ในรูปแบบออนไลน์ (OBM) และใช้มาตรการทางกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เพื่อปิดป้ายแสดงราคารับซื้อของล้งตั้งแต่ 08.00 น. พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 ตรวจสอบ จับกุม การโกงน้าหนักและการดัดแปลงเครื่องชั่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ป้องปรามพฤติการณ์การใช้อำนาจผูกขาดโดยไม่ชอบทางการค้า การฮั้ว และการปฏิบัติการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111155</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเกษตรกร, มังคุด, มังคุดภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe68c5f1fb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวสวนพัทลุง&#039;โอดฝนตกชุกทำมังคุด-ทุเรียนร่วงหล่น50-70% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64- เจ้าของสวนผสมผสาน ทุเรียน มังคุด หมู่ 3 บ้านด่านโลด เทศบาลตำบลควนเสาธง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ในปี 2564 ตั้งแต่ต้นปีมาจะมีฝนตกมาตลอด&amp;nbsp; บางช่วงตกวันเว้นวัน ตก 3 วัน แล้ง 1 วัน มาจนถึงขณะนี้เดือนมิถุนายน ส่งผลให้ผลไม้สำคัญ ทุเรียน มังคุด เกิดผลร่วงหล่น&amp;nbsp; ทุเรียนบางต้นร่วงหล่นประมาณถึง 70 เปอร์เซ็นต์ มังคุดร่วงหล่นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยภาพรวมเฉลี่ยแล้วประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; ทั้งทุเรียน มังคุด จากสภาพนี้คาดว่าทุเรียน มังคุด ราคาจะอยู่ในเกณฑ์ดี ปริมาณจะไม่ล้นตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าผลไม้&amp;nbsp; ขณะนี้บางส่วนได้มีการซื้อขายล่วงหน้า หรือจองสวนผลไม้ล่วงหน้า โดยซื้อขายล่วงหน้ามังคุด ราคา 10 บาท / กก. ไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่ง&amp;nbsp; ยังไม่ตัดสินใจซื้อขายล่วงหน้า เพราะมั่นใจว่าราคาจะเกินกว่า 10 บาท / กก.&amp;nbsp; ส่วนราคา 10 บาท ที่ผู้ซื้อขายล่วงหน้าตั้งราคา 10 บาท / กก. เพราะป้องกันการขึ้นลงของราคา เพราะราคาหากขึ้นก็จะไม่ประสบภาวะขาดทุน ส่วนทุเรียน การซื้อขายล่วงหน้า ยังไม่ปรากฏ&amp;nbsp; เพราะเจ้าของสวนทุเรียน ไม่ยอมขายล่วงหน้า เชื่อมั่นว่าราคาดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรวัลย์ ชูใหม่ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า&amp;nbsp; ปีนี้ฝนตกมาก ผลไม้ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ให้ผลผลิตออกมาปริมาณมาก และอีกบางส่วนเกิดผลร่วงหล่นจากฝนตกชุก และส่วนหนึ่งทุเรียนขนาดหัวหมัด ถูกหนอนเจาะกินได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; คาดว่าจะเหลือผลผลิตประมาณ 50 และ 70&amp;nbsp; เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; แต่จะเป็นผลดีทำให้ผลผลิตสมบูรณ์คุณภาพเติบใหญ่ เพราะจะเกิดความไม่หนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลไม้ได้ลุ้นเรื่องราคาว่าทุเรียนราคา&amp;nbsp; 50 บาท &amp;ndash; 60 บาท และ 100 บาท / กก. ส่วนมังคุดราคา 50 &amp;ndash; 60 บาท แต่ที่เป็นห่วง คือเงาะ เพราะจะออกสู่ตลาดพร้อมกัน ส่วนลองกอง ได้มีการทอดทิ้งไม่มีการแต่งช่อ ควรจะตกแต่งช่อใส่ปุ๋ยบำรุงในตอนนี้ เพราะราคายังไปได้ดี 40 &amp;ndash; 50 บาท / กก.&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105251</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวสวนพัทลุง, ทุเรียน, ฝนตกชุก, มังคุด, เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9d2729f49a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ลุยขึ้นทะเบียน GI &#039;มังคุดเขาคีรีวง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 2563 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมสรุปการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้ามังคุดเขาคีรีวง ณ ห้องประชุม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับคณะผู้แทนจากหน่วยงานในจังหวัด เช่น สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนผู้ผลิตและผู้ประกอบการในพื้นที่ ว่า กรมฯ ได้รับคำขอขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;สินค้ามังคุดเขาคีรีวง จากนายวิรัตน์ ตรีโชติ หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมชุมชนคีรีวง ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มเกษตรกร และจากนี้ไป กรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดคำขอ และพิจารณารับขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ต่อไป

ทั้งนี้ กรมฯ และคณะยังได้ตรวจเยี่ยมแหล่งผลิตมังคุดเขาคีรีวงในพื้นที่ อ.ลานสกา เพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิต และพิสูจน์คุณภาพ ความอร่อย ของสินค้าดังกล่าว พร้อมกับได้แนะนำคู่มือปฏิบัติงานสำหรับสมาชิกผู้ที่จะขอใช้ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;และแผนการควบคุมตรวจสอบสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้กับกลุ่มเกษตรกรด้วย

สำหรับมังคุดคีรีวง ส่วนใหญ่ปลูกในพื้นที่ ต.กำโลน ต.ท่าดี และต.เขาแก้ว ของอ.ลานสกา ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 200 เมตร มีฝนชุกและเป็นพื้นที่ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ สามารถเพาะปลูกมังคุดด้วยวิธีธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีผลใหญ่ เนื้อสีขาวรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ลูกกลม เปลือกหนา ผิวมันวาว กลีบขั้ว สีเขียวสด ก้นรี ซึ่งผลขนาดใหญ่มีน้ำหนักถึง 4 ลูกต่อ 1 กิโลกรัม เปลือกหนาประมาณ 1 เซนติเมตร เมล็ดไม่ใหญ่ สามารถขายได้ราคากิโลกรัมละ 400-500 บาท

ขณะเดียวกัน กรมฯ ได้ทำการสำรวจสินค้าชุมชนของ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีศักยภาพและมีโอกาสที่จะผลักดันเป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;รายการใหม่ในอนาคต โดยพบว่า มีสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนอีกหลายรายการที่เข้าข่ายอาจขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ได้ เช่น เครื่องจักสานย่านลิเภาเมืองนคร ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติคีรีวง ซึ่งกรมฯ จะประสานงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ศึกษารายละเอียดความเป็นไปได้ในการจัดทำคำขอ และผลักดันให้ขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน สร้างรายได้ให้ชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก

ก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้ขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;สินค้าส้มโอทับทิมสยามปากพนัง เป็นรายการแรกของจ.นครศรีธรรมราช มาตั้งแต่ปี 2555 โดยส้มโอทับทิมสยามปากพนังมีคุณภาพและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถครองใจผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นกอบเป็นกำมาแล้ว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นทะเบียน, คีรีวง, มังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d17f966ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มังคุดไทยส่งออกโตกระฉูด จีน ฮ่องกง อาเซียน รับซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 2563 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการติดตามการส่งออก &amp;ldquo;มังคุด&amp;rdquo; หรือราชินีแห่งผลไม้ไทย ในช่วง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือนของปี&amp;nbsp;2563 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า&amp;nbsp;290&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16%&amp;nbsp;โดยตลาดจีน อาเซียน และฮ่องกง เป็นตลาดส่งออกสำคัญ มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง&amp;nbsp;99%&amp;nbsp;ของการส่งออกทั้งหมด แบ่งเป็นการส่งออกไปจีนมูลค่า&amp;nbsp;213&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม&amp;nbsp;19%&amp;nbsp;อาเซียน มูลค่า&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม&amp;nbsp;4%&amp;nbsp;โดยมีเวียดนามเป็นตลาดส่งออกหลักในอาเซียน ส่วนแบ่งตลาด&amp;nbsp;94%&amp;nbsp;ของการส่งออกไปอาเซียนทั้งหมด และฮ่องกง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม&amp;nbsp;171%&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง 3 ตลาด เป็นตลาดที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ด้วยทั้งหมด

&amp;ldquo;เอฟทีเอเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การส่งออกมังคุดเพิ่มขึ้น โดยจากการตรวจสอบประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอของไทย มี&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา อินเดีย ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ามังคุดจากไทยแล้ว เหลือเพียง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเทศ ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้า ได้แก่ เกาหลีใต้ เก็บ&amp;nbsp;24%&amp;nbsp;กัมพูชา มาเลเซีย และสปป.ลาว เก็บ&amp;nbsp;5%&amp;rdquo;นางอรมนกล่าว

ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้บริโภคได้หันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยจะต้องให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และพัฒนาคุณภาพการผลิตตามความต้องการของตลาดที่นิยมผลไม้ปลอดสารพิษ หรือเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งต้องพัฒนาตราสินค้าเป็นของตนเอง สร้างความแตกต่างจากผลไม้ของประเทศอื่น เพื่อให้สามารถครองใจผู้บริโภคได้ และหากจะส่งออก ควรจะใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอในการสร้างความได้เปรียบในการส่งออกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบสถิติมูลค่าการส่งออกมังคุดไทยสู่ตลาดโลกในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;กับปี&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปีก่อนที่ความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกของไทยกับอาเซียนจะมีผลบังคับใช้ พบว่า มูลค่าการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;53,468%&amp;nbsp;โดยเฉพาะจีน เพิ่ม&amp;nbsp;125,504%&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;อาเซียน เพิ่ม&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;เป็นต้น สอดคล้องกับสถิติในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ที่มังคุดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกเป็นอันดับต้น โดยเฉพาะภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน และส่งผลให้ไทยครองแชมป์ผู้ส่งออกมังคุดของโลกในปีเดียวกัน
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70998</URL_LINK>
                <HASHTAG>FTA, กระทรวงพาณิชย์, การส่งออก, มังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d17f966ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
