<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีเลือกตั้งวันอาทิตย์ ประชานิยม-ขวาจัดมีแววชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอิตาลีได้ใช้สิทธิลงคะแนนเมื่อวันอาทิตย์ในการเลือกตั้งที่คาดเดาได้ยากที่สุดครั้งหนึ่ง พันธมิตรประชานิยม-ขวาจัดมีแววชนะที่นั่งในรัฐสภารวมกันเป็นอันดับหนึ่ง และอดีตนายกฯ ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี อาจได้คัมแบ็กในฐานะผู้จัดการรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สาวเปลือยอกจากกลุ่มฟีเมน กระโดดขึ้นโต๊ะท้าทายเบื้องหน้าอดีตนายกฯ ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี ขณะมาลงคะแนนที่มิลาน ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2561 ว่าการเลือกตั้งของอิตาลีในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างฝ่ายขวาจัดกับฝ่ายต่อต้านฟาสซิสต์ และความหวั่นเกรงเกี่ยวกับประเด็นคนเข้าเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งอาจไม่มีพรรคใดชนะเสียงข้างมากเด็ดขาด และน่าจะนำไปสู่การคุมเชิงกันระหว่างพรรคประชานิยม ขบวนการ 5 ดาว ของลุยจิ ดิ มาโย, กลุ่มพันธมิตรขวาจัดของอดีตนายกฯ ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี และพรรคประชาธิปไตย แนวทางกลางซ้ายที่เป็นพรรครัฐบาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดก่อนการลงคะแนน ให้กลุ่มพันธมิตรของแบร์ลุสโกนีมีคะแนนนำที่ 37% ตามด้วยขบวนการ 5 ดาว ที่ 28% และพรรคกลางซ้ายได้ 27% แต่ตามกฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ของอิตาลีที่เริ่มใช้เป็นครั้งแรก พรรคหรือกลุ่มการเมืองใดก็ตามจะต้องได้คะแนนอย่างน้อย 40% จึงจะสามารถครอบครองที่นั่งข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ลุยจิ ดิ มาโย ผู้นำพรรคขบวนการ 5 ดาว ใช้สิทธิที่เนเปิลส์ ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงคะแนนเริ่มในเวลา 13.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาไทย และปิดหีบในเวลา 05.00 น.ของวันจันทร์ และคาดว่าผลการนับคะแนนเบื้องต้นจะประกาศได้ในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสนใจหนึ่งของผลการเลือกตั้งครั้งนี้คือการกลับคืนสู่เวทีการเมืองของอดีตนายกฯ แบร์ลุสโกนี วัย 81 ปี ที่ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2554 ซึ่งตัวเขาไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เนื่องจากความผิดคดีเลี่ยงภาษี และยังมีมลทินจากเรื่องอื้อฉาวทางเพศ, ปัญหาสุขภาพ และคดีความที่ยังรุมเร้าอีกหลายคดี แต่เขาวางตัวเป็นผู้จัดการรัฐบาลโดยประกาศสนับสนุนอันโตนีโอ ทาจานี ประธานรัฐสภายุโรป เป็นนอมินีของเขาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แผนของเขาถูกท้าทายโดยมัตเตโอ ซัลวินิ ผู้นำพรรคสันนิบาต ที่ร่วมอยู่ในกลุ่มพันธมิตรของเขา ซัลวินีประกาศว่า ตัวเขาก็เหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯ หากพรรคของเขาได้คะแนนมากกว่าพรรคฟอร์ซาอิตาเลียของแบร์ลุสโกนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบร์ลุสโกนีและซัลวินีต่างให้สัญญาไว้ว่ารัฐบาลของเขาพวกเขาจะขับไล่คนเข้าเมืองผิดกฎหมาย 600,000 คนออกจากอิตาลี ซึ่งพรรคกลาง-ซ้ายของนายกฯ มัตเตโอ เรนซี แย้งว่าเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า หากไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก พรรคประชาธิปไตยและฟอร์ซาอิตาเลียอาจจับมือกันตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งน่าจะเป็นที่พอใจของนักลงทุน แต่ก็จะทำให้ฝ่ายประชานิยมและขวาจัดได้ใจ อีกทางเลือกหนึ่งคือการมีรัฐบาลชั่วคราว แล้วเลือกตั้งใหม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี, ประชานิยม, ฟอร์ซาอิตาเลีย, มัตเตโอ ซัลวินิ, ลุยจิ ดิ มาโย, อันโตนีโอ ทาจานี, อิตาลี, เลือกตั้งอิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9c04a267c15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
