<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียเปลี่ยนตัวนายกฯ &#039;สกอต มอร์ริสัน&#039; เสียบแทน &#039;มัลคอล์ม เทิร์นบูล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สกอต มอร์ริสัน รัฐมนตรีคลังออสเตรเลีย สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนที่มัลคอล์ม เทิร์นบูล เมื่อวันศุกร์ ภายหลังชนะการชิงชัยเก้าอี้ผู้นำพรรคเสรีนิยม ที่สมาชิกหัวอนุรักษนิยมก่อกบฏจนสามารถโค่นเทิร์นบูลพ้นอำนาจได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกอต มอร์ริสัน สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงแคนเบอร์รา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของออสเตรเลีย และเป็นคนที่ 7 ในรอบ 11 ปี ส่วนจอช ฟรายเดนเบิร์ก รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคเสรีนิยม สาบานตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังแทนที่มอร์ริสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงคะแนนเลือกผู้นำคนใหม่ของพรรคเสรีนิยมเมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 ปิดฉากสัปดาห์อันวุ่นวายภายในพรรครัฐบาลอนุรักษนิยมของออสเตรเลีย ที่ทำให้ผู้นำคนใหม่ยอมรับว่าสร้างความบอบช้ำแก่รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ปีเตอร์ ดัตตัน อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยที่เป็นปีกนิยมขวาในพรรคเสรีนิยม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของการก่อกบฏภายในพรรคเพื่อโค่นเทิร์นบูล โดยอาศัยแรงต้านภายในพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายด้านพลังงานของนายกฯ สายกลางรายนี้ การท้าทายของเขาผ่านการลงมติเลือกผู้นำพรรคคนใหม่เมื่อวันอังคารพ่ายแพ้อย่างฉิวเฉียด แต่ก็ปลุกให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรค
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทิร์นบูลตัดสินใจเรียกประชุมพรรคในวันศุกร์เพื่อลงมติเลือกผู้นำพรรคคนใหม่แทนที่เขา ภายหลังสมาชิกส่วนใหญ่ของพรรคลงชื่อในจดหมายเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้นำพรรค โดยตัวเขาไม่ลงแข่งขันด้วย เปิดทางให้ดัตตันชิงชัยกับมอร์ริสัน รัฐมนตรีคลังซึ่งเป็นพันธมิตรของเทิร์นบูล และจูลี บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่พ่ายคะแนนในรอบแรก และสุดท้ายเป็นมอร์ริสันที่สามารถเอาชนะดัตตันได้ด้วยคะแนนสนับสนุน 45 ต่อ 40 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันเคยเป็นรัฐมนตรีคนเข้าเมืองที่ผลักดันนโยบาย &amp;quot;หยุดเรือ&amp;quot; ที่หยุดยั้งไม่ให้ผู้อพยพทางเรือขึ้นฝั่งออสเตรเลียได้ เขามีแนวคิดเอียงขวากว่าเทิร์นบูล แต่ไม่แข็งกร้าวเท่าสมาชิกคนอื่นในพรรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มัลคอล์ม เทิร์นบูล อดีตนายกฯ ออสเตรเลีย อุ้มหลานสาวออกจากวงแถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการแถลง ที่กรุงแคนเบอร์รา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเทิร์นบูลกล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการลงมติของพรรคว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งผู้แทนราษฎรในเวลาไม่ช้าไม่นาน และได้กล่าวโทษว่า จุดจบของเขาเป็นผลจากความแตกแยกแบ่งฝักฝ่าย, การอาฆาตพยาบาท และความทะเยอทะยานส่วนตัวของสมาชิกในพรรค ที่นำโดยโทนี แอบบอตต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งโดนเขาโค่นลงจากเก้าอี้ผู้นำเมื่อเดือนกันยายน 2558 ในชะตากรรมรูปแบบเดียวกับที่ย้อนมาเล่นงานเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่มีนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคนใดที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และกระตุ้นความรู้สึกรังเกียจพวกนักการเมืองขึ้นอีกครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อรัฐสภาและพรรคเสรีนิยม งานของรัฐบาลชุดใหม่ที่เขาประกาศว่าจะประกาศรายชื่อภายในสัปดาห์หน้า คือการรับประกันว่าจะทำให้พรรคเสรีนิยมที่บอบช้ำอย่างหนักเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง และรับประกันด้วยว่าจะทำให้รัฐสภากลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันด้วย เพื่อที่รัฐบาลและรัฐสภาจะสามารถทำงานต่อไปเพื่อรับประกันว่าผู้คนในประเทศนี้จะสมัครสมานกลมเกลียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า งานสำคัญลำดับแรกของเขาคือการช่วยเหลือเกษตรกรในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่กำลังประสบภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบครึ่งศตวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเทิร์นบูลจะทำให้ต้องเลือกตั้งซ่อม และเสี่ยงที่รัฐบาลพรรคเสรีนิยมอาจสูญเสียที่นั่งข้างมากในสภา ซึ่งปัจจุบันเกินครึ่งสภาแค่ที่นั่งเดียว และอาจทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดที่จะครบวาระกลางปีหน้า แต่มอร์ริสันยืนยันแล้วว่า เขาจะยังไม่ยุบสภาเพื่อให้เลือกตั้งก่อนกำหนด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16101</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ คนใหม่, มัลคอล์ม เทิร์นบูล, สกอต มอร์ริสัน, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b800acfb8ba1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาเซียนซัมมิตหารือวิกฤติโรฮิงญา-ทะเลจีนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อาเซียนและออสเตรเลียเห็นพ้องเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง พร้อมย้ำความสำคัญของการแก้ปัญหาพิพาททะเลจีนใต้โดยไม่ใช้การทหาร ขณะวิกฤติอัน &amp;quot;ซับซ้อน&amp;quot; เรื่องโรฮิงญาเป็นประเด็นร้อน &amp;quot;อองซาน ซูจี&amp;quot; โดนผู้นำมาเลย์กดดัน แต่ที่ประชุมไม่ถึงขั้นประณาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกฯ ออสเตรเลีย (ขวา) และ ลี เซียนลุง นายกฯ สิงคโปร์ แถลงข่าวปิดการประชุมอาเซียนซัมมิต ที่ซิดนีย์ เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซิดนีย์ / เอเอฟพีรายงานว่า ผู้นำจาก 10 ชาติสมาชิกอาเซียนมาร่วมประชุมอาเซียนซัมมิตสมัยพิเศษ ที่นครซิดนีย์ของออสเตรเลีย ประเทศคู่เจรจากับอาเซียนมานับแต่ปี 2517
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์วันสุดท้ายของการประชุมนาน 3 วันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2561 ผู้นำอาเซียนและออสเตรเลียได้แสดงความเห็นชอบร่วมกันว่าจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นของลัทธิคตินิยมความรุนแรงสุดโต่งและการทำให้เกิดแนวความคิดหัวรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ยังกล่าวถึงความแน่วแน่ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้คนในประเทศต่างๆ ของชาติสมาชิก แต่กลับไม่มีการกล่าวประณามการปฏิบัติของพม่าต่อชาวมุสลิมโรฮิงญา ซึ่งอพยพหนีความรุนแรงในรัฐยะไข่เข้าสู่บังกลาเทศแล้วเกือบ 700,000 คน นับแต่กองกำลังความมั่นคงพม่าเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเมื่อ 6 เดือนก่อน ที่องค์การสหประชาชาติระบุว่าเป็น &amp;quot;การล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; แต่นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพม่าโดยพฤตินัย ปฏิเสธคำกล่าวหานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกฯ ออสเตรเลีย กล่าวระหว่างการแถลงข่าวปิดการประชุมว่า ที่ประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่กันค่อนข้างนานในวันนี้ นางอองซาน ซูจี ปราศรัยเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างครอบครอบคลุมและยาวนานพอสมควร เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ซับซ้อนมาก ทุกคนพยายามหาทางยุติความทุกข์ทรมานเกิดจากสถานการณ์ความขัดแย้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ ในฐานะประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน กล่าวว่า วิกฤตินี้เป็นเรื่องที่ทุกประเทศในอาเซียนมีความห่วงกังวล กระนั้น อาเซียนก็ไม่สามารถแทรกแซงเพื่อบังคับให้บังเกิดผลลัพธ์ใดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ นาจิบ ราซัค ของมาเลเซียได้โยงการหลั่งไหลของชาวโรฮิงญาไร้ที่อยู่ด้วยว่า มีโอกาสเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงครั้งใหม่ เนื่องจากคนจนตรอกสามารถถูกชักจูงให้มีความคิดหัวรุนแรงได้ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ผู้นำในภูมิภาคนี้ห่วงกังวล ออสเตรเลียและอาเซียนกล่าวในแถลงการณ์ ย้ำถึง &amp;quot;ความสำคัญของการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ, เสถียรภาพ, ความมั่นคงปลอดภัยในการเดินเรือ, เสรีภาพในการเดินเรือและการบินในภูมิภาคนี้&amp;quot; โดยไม่ได้เอ่ยถึงจีน ซึ่งยังคงเดินหน้าพัฒนาเกาะเทียมภายในหมู่เกาะพิพาท ที่สามารถติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นหัวใจหลักที่ดึงดูดการชุมนุมประท้วงระหว่างการประชุมที่ซิดนีย์ โดยมีผู้ประท้วงหลายพันคนรวมตัวกันประณามนางซูจี, นายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชา และนายกฯ เหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ที่ปราบปรามฝ่ายต่อต้านในประเทศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5270</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิดนีย์, ทะเลจีนใต้, มัลคอล์ม เทิร์นบูล, ลี เซียนลุง, อองซาน ซูจี, ออสเตรเลีย, อาเซียนซัมมิต, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae68dd4f2da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียสนับสนุนออสเตรเลียเป็นสมาชิกอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นายกฯ มัลคอล์ม เทิร์นบูล (ขวา) กับนายกฯ ลี เซียนลุง ภายหลังหารือทวิภาคเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซิดนีย์ / ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย ออกปาก อยากเห็นออสเตรเลียเป็นชาติสมาชิกอาเซียน หวังให้ออสเตรเลียมีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคนี้ทั้งด้านกลาโหม, การค้า และความมั่นคง ในช่วงเวลาที่จีนแผ่อิทธิพลมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า วิโดโดประกาศให้การสนับสนุนความคิดที่จะรับออสเตรเลียเข้าเป็นสมาชิกสามัญที่มีอำนาจเต็มของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเขากล่าวให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิงเฮอรัลด์ไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 16 มีนาคม ว่าความคิดนี้เป็นความคิดที่ดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะภูมิภาคของเราจะดีขึ้นในด้านเสถียรภาพ, ทั้งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการเมืองด้วย แน่นอนว่าจะดีขึ้น&amp;quot; วิโดโดกล่าว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อินโดนีเซียสนับสนุนความคิดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้สัมภาษณ์ของผู้นำออสเตรเลียเกิดขึ้นควบคู่กับการมาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนวาระพิเศษที่นครซิดนีย์ของออสเตรเลีย ซึ่งอาเซียนต้องการให้มีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางการแผ่อิทธิพลของจีน และภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การต่อต้านภัยคุกคามจากลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่งและวิธีตัดการสนับสนุนเงินทุนก่อการร้าย เป็นหัวข้อสำคัญของการประชุมที่ซิดนีย์ครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสเตรเลียเป็นประเทศคู่เจรจากับอาเซียนมาช้านาน เมื่อเดือนที่แล้วมีรายงานฉบับหนึ่งจากสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย แนะว่าออสเตรเลียควรตั้งเป้าหมายเข้าเป็นชาติสมาชิกอาเซียนภายในปี 2567 ซึ่งจะครบวาระ 50 ปีที่ออสเตรเลียเป็นประเทศคู่เจรจาของอาเซียน และควรใช้การเป็นเจ้าภาพอาเซียนซัมมิตที่ซิดนีย์ในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้กล่าวว่า ในช่วงยามที่แรงกดดันด้านภูมิยุทธศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ก่อตัวอยู่ในเอเชีย กลุ่มอาเซียน ในฐานะกลุ่มอำนาจขนาดกลาง ต้องการอำนาจขนาดกลางที่จะได้จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มาเสริม การประชุมซัมมิตที่ซิดนีย์เป็นโอกาสที่จะเริ่มการเจรจาระยะยาวเรื่องออสเตรเลียเข้าร่วมอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แสดงความปลาบปลื้มต่อคำกล่าวของวิโดโด แต่เขายังย้ำว่า เรื่องของอาเซียนก็คือเรื่องที่อาเซียนต้องจัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเป็นคู่เจรจากับอาเซียน และเราเคารพความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน รวมถึงความสำคัญโดยรากฐานและมีนัยสำคัญของอาเซียน หรือความสำคัญของความเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคของเรา&amp;quot; เทิร์นบูลกล่าวก่อนหารือทวิภาคีกับนายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลี เซียนลุง นายกฯ สิงคโปร์ กล่าวขณะแถลงข่าวร่วมกับเทิร์นบูลว่า เขาก็อยากจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะประธานอาเซียน สิงคโปร์จะสนับสนุนการเกี่ยวพันระหว่างออสเตรเลียกับอาเซียนต่อไป และเราจะหารือการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5176</URL_LINK>
                <HASHTAG>มัลคอล์ม เทิร์นบูล, ลี เซียนลุง, สมาชิกอาเซียน, ออสเตรเลีย, อาเซียน, อินโดนีเซีย, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aabcd0846ef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
