<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตบัตร2ใบผิดกม. ‘ภท.’ทิ้งทุ่น!ขู่หากลงมติเห็นชอบโดนดำเนินคดี-ถอดถอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พปชร.-ปชป.&amp;rdquo; มั่นใจร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไร้ปัญหา &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ยืดอกขอดันญัตติพรรคก้าวไกลถกก่อน เพื่อให้รัฐสภาโหวตชี้ขาดไปเลย &amp;ldquo;ภูมิใจไทย&amp;rdquo; ส่อเค้าทิ้งทุ่น เตรียมแถลงท่าที 24 ส.ค.บอกชัดขัดกฎหมายหลายข้อ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ประกาศหนุนวาระ 2-3 เต็มสูบ แค่ พท.ยกมือให้ก็ไม่ต้องพึ่งฝ่ายค้านอื่นๆ แต่ยังผวาวาระสามอาจหัวทิ่ม เพราะโหวตหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ &amp;ldquo;วันชัย&amp;rdquo; สำทับวาระ 2 ผ่านแน่ แต่วาระ 3 ยังต้องลุ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม ยังคงมีความต่อเนื่องถึงการประชุมรัฐสภาในวันที่ 24-25 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 24 ส.ค. จะพิจารณากฎหมายยาเสพติด ก่อนจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งหากไม่แล้วเสร็จวันที่ 24 &amp;nbsp;ส.ค. ก็จะพิจารณาต่อวันที่ 25 ส.ค. หากไม่แล้วเสร็จอีก ก็พิจารณาต่อในวันที่ 26 ส.ค. และกำหนดลงมติวาระ 3 ไว้วันที่ 10 ก.ย.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความกังวลว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกินจากมาตราที่รับหลักการไว้อาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายวิรัชกล่าวว่า หากจะมีการยื่นศาสก็ทำได้เมื่อโหวตวาระ 3 แล้ว เราไม่ได้ขัดข้องอะไร เพราะเป็นเรื่องต่างคนต่างทำหน้าที่ ส่วนที่ ส.ว.บางคนไม่ค่อยพอใจและอาจไม่รับร่างนั้น ก็มี ส.ว.บางคนเท่านั้น แต่ได้มีโอกาสพูดคุยภาพรวมกับ ส.ว.แล้ว หลายคนก็ร่วมพิจารณาในกรรมาธิการ &amp;nbsp;ซึ่งอาจเลยไปนิดหน่อย แต่การพิจารณายังอยู่ในกฎระเบียบและข้อบังคับ ซึ่ง กมธ.ดูแล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้น่าจะทันใช้สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธาน กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ.... รัฐสภา กล่าวว่า พรรคร่วมจะสนับสนุนให้เลื่อนญัตติด่วน ที่เสนอโดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และคณะเสนอ ให้รัฐสภาวินิจฉัยตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ให้พิจารณาก่อนเข้าสู่เนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาที่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด โดยญัตติที่จะพิจารณามี 2 ประเด็น คือ ประเด็นที่ว่าข้อบังคับข้อ 124 ตราขึ้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเห็นว่าไม่มีส่วนใดที่ขัดหรือตราไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เพราะข้อบังคับที่ 124 นั้นเขียนในลักษณะดังกล่าวเพื่อบังคับใช้มานานแล้ว และประเด็นการตีความกรอบการใช้ข้อบังคับข้อ 124 มีความชัดเจนคือ 1.เพิ่มมาตราได้และไม่ขัดหลักการ และ 2.มาตราที่เพิ่มอาจเกินจากหลักการได้ แต่ต้องเกี่ยวเนื่องและสอดรับกัน ซึ่งญัตติดังกล่าวต้องใช้การลงมติของรัฐสภาตัดสินโดยเสียงข้างมาก ซึ่งการลงมตินั้นเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนจะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีที่ตั้งข้อสังเกตที่ กมธ.เพิ่มบทเฉพาะกาล 2 มาตราขึ้นใหม่ ว่าด้วยเงื่อนเวลาให้รัฐสภาตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และเพิ่มบทบัญญัติกรณีที่รัฐสภาตามกฎหมายลูกดังกล่าวไม่แล้วเสร็จ เพราะเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องกัน หากการแก้ไขระบบเลือกตั้งไม่มีบทเฉพาะกาลดังกล่าวไว้ หากเกิดการเลือกตั้งขึ้นก่อนที่กฎหมายลูกบังคับใช้อาจเป็นปัญหาได้&amp;rdquo;นายไพบูลย์ย้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า การเขียนบทเฉพาะกาล 2 มาตรา ในสมัยปี 2554 ที่แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เขียนบทเฉพาะกาลในเนื้อความที่คล้ายกันไว้ หรือการเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ในกฎหมายก่อนหน้านี้ในการตรากฎหมายสำคัญ เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าประเด็นที่ผู้เห็นต่างยกเป็นประเด็นจะไม่ทำให้เป็นปัญหาตอนลงมติ &amp;nbsp; ในวาระสองนั้นใช้เสียงข้างมากของที่ประชุม ส่วนวาระสามต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ร่วมลงมติด้วยนั้นเชื่อว่าไม่เป็นปัญหาเช่นกัน เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ส.ว. อีกทั้ง ส.ว.ต้องการแสดงตนเช่นกันว่าไม่เป็นอุปสรรคหรือขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการยื่นญัตติของพรรคก้าวไกลที่ให้มีการตีความข้อบังคับการประชุมข้อที่ 124 ว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ตามข้อบังคับ แต่ประเด็นนี้มีแนวทางของกฤษฎีกาและฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานนิติบัญญัติ รวมถึง กมธ.ที่ยกร่างข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภาได้ให้ความเห็นไว้ชัดเจนถึงเจตนารมณ์ว่าดำเนินการได้
ภูมิใจไทยส่อเค้าทิ้งทุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รายละเอียดของการแก้ไขนั้นเชื่อว่าตรงตามความต้องการของประชาชนที่ได้กำหนดให้มีกระบวนการเลือกตั้งที่ใช้บัตร 2 ใบ ไม่อยากให้มองว่าพรรคใดได้เปรียบเสียเปรียบ หากเป็นสิ่งที่ดีตรงตามความต้องการของประชาชนย่อมเป็นจุดตั้งต้นที่ดี ส่วนวิธีการในการคำนวณคะแนน ก็จะมีการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งต่อไป&amp;quot; นายราเมศกล่าว และว่า ในวาระสามเชื่อว่าเมื่อ ส.ว.ได้ฟังเหตุและผลคำอธิบายของ กมธ.แล้ว จะเห็นด้วยกับร่าง ส่วนที่มีบางพรรคจะใช้สิทธิยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก็สามารถทำได้ &amp;nbsp;ไม่กังวล หากผลเป็นเช่นไรก็ต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แจ้งว่า ภท.มีความห่วงกังวลว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของ กมธ.จะเป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภาอย่างมากมาย ถึงขนาดทำผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ หรือประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง ดังนั้นหากลงมติเห็นชอบไป สมาชิกเองก็สุ่มเสี่ยงจะกระทำผิดกฎหมายถูกดำเนินคดี ถูกถอดถอนจากตำแหน่งได้ หากมีผู้ยื่นเรื่อง และเท่าที่ทราบว่าจะมีการยื่นถอดถอนหรือดำเนินคดีอย่างแน่นอน พรรค ภท.จึงจะแถลงท่าทีของพรรคในเรื่องดังกล่าววันที่ 24 ส.ค. เวลา 10.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า คาดว่าเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมรัฐสภาคงเห็นไปในทางว่า กมธ.สามารถทำได้ เพราะเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก แต่จะทำได้มากหรือน้อย กมธ.ทำได้เท่าที่จำเป็นแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดูแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะฝ่าด่านนี้ได้ และจากภาพรวมประเมินแล้ววาระสองก็น่าจะผ่านได้ เพราะเท่าที่เสียงของ กมธ.ที่มีจากทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว. เสียงส่วนใหญ่ชัดเจนมาในแนวทางนี้ แต่ที่น่าห่วงก็คือตอนโหวตวาระสาม ที่ถึงตอนนั้นจะมีปัจจัยการเมือง ปัจจัยเรื่องสถานการณ์ตอนนั้นเข้ามามีส่วนเยอะ ทำให้สมาชิกรัฐสภาที่จะลงคะแนนให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไข จะไม่ได้ดูแค่เฉพาะตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว แต่จะคิดเรื่องสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ยังอ่านใจกันไม่ออกคือตอนโหวตวาระสาม เพราะตอนโหวตวาระสามจะเกิดขึ้นหลังจบศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผ่านวาระสามหรือไม่ ผมดูแล้วยังไม่ชัวร์ มันพูดยาก ไม่เหมือนวาระสอง โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ต้องได้เสียงเห็นชอบจาก ส.ว.ด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ก็ยังไม่มั่นใจว่าเสียง ส.ว.จะลงมติเห็นชอบด้วยจะถึง 84 เสียงหรือไม่ เรื่องนี้สุดท้ายก็ยังอยู่ที่ ส.ว.จะเป็นคนชี้ขาดอยู่ดี ทำให้ในความเห็นของผม ถึงตอนนี้เรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบ ผมก็ยังเห็นว่ายัง 50-50 อยู่ เพราะเกรงถึงตอนนั้นคนที่จะโหวตจะไปมองประเด็นเรื่องบริบทเชิงการเมืองมากกว่า&amp;quot; ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าว และว่า ส่วนเรื่องการโหวตวาระสามที่ต้องมี ส.ส.ฝ่ายค้านลงมติด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 นั้น ก็ไม่มีปัญหาเพราะพรรคเพื่อไทยมี ส.ส.ร่วม 136 คน สนับสนุนการแก้ไข รธน.ครั้งนี้ จึงทำให้เพียงแค่เพื่อไทยพรรคเดียวก็เกินจำนวนเสียงฝ่ายค้านร้อยละ 20 แล้ว
เชื่อวาระสองผ่านฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ในฐานะ กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงญัตติด่วนของพรรค ก.ก.ว่า ตอนนี้มีความเห็น 2 ฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าแก้ไขมาตราอื่นที่เกี่ยวเนื่องหลักการได้ แต่อีกฝ่ายเห็นว่าแก้ได้เฉพาะ มาตรา 81 และมาตรา 91 เท่านั้น ซึ่งแต่ละคนมีความคิดและเหตุผลที่ต้องการเห็นบ้านเมืองที่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดิเรกฤทธิ์ยังปฏิเสธถึงกระแสวิจารณ์ว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ส.ว.ต้องรอสัญญาณจากนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นการกล่าวหาเป็นเรื่องไม่มีเหตุผล โดยขอให้สอบถาม ส.ว.เป็นรายบุคคลถามเหตุผลการโหวตได้ เชื่อว่า ส.ว.ส่วนใหญ่จะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า ในทางกฎหมายสามารถทำได้ และไม่น่ากังวลใดๆ เพราะเป็นการปรับแก้ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกัน แต่เชื่อว่าหลังที่ประชุมลงมติวาระ 3 จะมีผู้ที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแน่นอน 100% เพราะการแก้ไขระบบการเลือกตั้ง เป็นผลประโยชน์พรรคการเมือง และมีผู้เสียประโยชน์ของแต่ละพรรค เพื่อให้ศาลวินิจฉัย แต่มั่นใจว่าคำวินิจฉัยของศาลจะเป็นที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวถึงการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบในวาระสอง ว่า ส.ว.ได้พูดคุยกัน ซึ่งบางกลุ่มเห็นว่าทำได้ แต่ที่ทำมาเกินกว่าหลักการไปมาก เพราะในข้อเท็จจริง ร่างรัฐธรรมนูญที่พรรค ปชป.เสนอแก้ไขเพียง 2 มาตรา แต่เมื่อ กมธ.แก้ไขจริง มีการแก้ไขในมาตราอื่นๆ ด้วย บางฝ่ายจึงมองว่าเป็นการแก้ไขเกินกว่าหลักการข้อเสนอเกินไป เท่าที่ดูบรรยากาศ ส.ว.ส่วนใหญ่ขณะนี้เป็นอิสระ ยังไม่มีลักษณะการชี้นำการลงมติ ประกอบกับยังอยู่ในการพิจารณาวาระที่ 2 ที่ใช้เสียงข้างมากของรัฐสภาในการลงมติ ซึ่งแม้ว่า ส.ว.ออกเสียงอย่างไรก็แล้วแต่ ก็เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆ จะชนะโหวตได้ แต่ตัวชี้ขาดจริงๆ คือการพิจารณาวาระที่ 3 ที่ใช้เสียง ส.ว.อย่างน้อย 84 เสียง เมื่อถึงตอนนั้น ส.ว.อาจมากำหนด หรืออาจมาสรุปหลังการอภิปรายในวาระที่ 2 อีกครั้งว่า ส.ว.จะมีแนวทางอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความเห็นของ ส.ส.ในสภายังแตกหลายฝ่าย เพราะเท่าที่สังเกตพรรคภูมิใจไทยก็ไม่เอาด้วยกับการแก้ไขครั้งนี้ หรือแม้แต่ ส.ว.บางกลุ่มก็ไม่เอาด้วย เพราะเป็นการแก้ไขกฎหมายที่เกินเลยเกินไป และอาจเป็นบรรทัดฐานในการแก้ไขกฎหมายสำคัญอื่นๆ ที่อาจเลื้อยเกินหลักการไปได้ แต่มั่นใจว่าการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ในวาระที่ 2 จะผ่านไปด้วย แม้ ส.ว.จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม เพราะใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ซึ่งอาจมี ส.ว.ส่วนหนึ่งงดออกเสียงทั้งวาระที่ 2 และวาระที่ 3&amp;rdquo; นายวันชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กําลังดําเนินการอยู่ ไม่ได้มุ่งหวังให้มีฉบับประชาชนขึ้น แต่มุ่งเพียงแก้วิธีการเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นสองใบ เป็นความเห็นแก่ตัว ไม่เห็นหัวประชาชน และมุ่งร่วมกันสืบทอดอํานาจต่อไป จึงขอให้นายกฯ ไม่ควรบริหารประเทศอีกต่อไป และต้องมีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างและเห็นชอบโดยประชาชนโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และเลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภาในเวลานี้ เป็นเกมการเมืองที่ 3 พรรคการเมืองใหญ่ได้ประโยชน์ เพื่อทำลายพรรคเล็กที่เข้ามาชิงพื้นที่ทางการเมือง และเป็นปัญหาในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ จึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแค่ 2 เรื่องนี้เพราะไม่ใช่ผลประโยชน์ประชาชน จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นมาใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114296</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรค พปชร., มั่นใจร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไร้ปัญหา, ยืดอกขอดันญัตติพรรคก้าวไกลถกก่อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อไทย, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f0dce653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
