<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาครงกับไบเดน: ‘อย่าแทงข้างหลังนะเพื่อน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองคนนี้เคยรักใคร่สนิทสนมกันเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ประธานาธิบดีอีมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสโกรธเกรี้ยวประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขนาดที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลฝรั่งเศสบอกว่าสหรัฐฯ กับออสเตรเลีย &amp;ldquo;แทงข้างหลัง&amp;rdquo; กันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แต่เท่านั้น กระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสยังเรียกทูตประจำอเมริกาและออสเตรเลียของตนกลับบ้านเพื่อแสดงท่าทีความไม่พอใจอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องถือว่าเป็นครั้งแรกที่ฝรั่งเศสเรียกทูตของตนจากวอชิงตันกลับบ้านเพื่อแสดงความไม่พอใจอย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเพราะไบเดนกับนายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย และนายกฯ บอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร ประกาศตั้งกลุ่ม AUKUS (Australia-UK-USA)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่สหรัฐฯ กับอังกฤษบอกว่าจะแบ่งปันเทคโนโลยีสร้างเรือดำน้ำขับเคลื่อนโดยพลังนิวเคลียร์ให้ออสเตรเลีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสช็อก เพราะมีข้อตกลงที่จะขายเรือดำน้ำให้ออสเตรเลีย 12 ลำ มูลค่าเกือบ 1.3 ล้านล้านบาทตั้งแต่ปี 2016
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ดีๆ สหรัฐฯ ไปชิงดีลไปหน้าตาเฉยโดยที่ฝรั่งเศสบอกว่าไม่มีใครบอกล่วงหน้าเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย ปีเตอร์ ดัตตัน ยืนยันว่าได้มีการแสดงความกังวลเรื่องนี้กับฝรั่งเศสมาระยะหนึ่งแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความห่วงใยของเราต่อรัฐบาลฝรั่งเศสนั้นได้ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นทางการเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว&amp;rdquo; เขาบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ออสเตรเลียอ้างว่าได้แจ้งเรื่องนี้กับประธานาธิบดีมาครงตั้งแต่เดือนมิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนั้นเราบอกว่าออสเตรเลียจำเป็นต้องตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่งเพื่อประโยชน์แห่งชาติ&amp;rdquo; นายกฯ มอร์ริสัน บอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านระหว่างบรรทัดก็น่าจะตีความได้ว่าฝรั่งเศสได้ยิน &amp;ldquo;ความกังวล&amp;rdquo; ของออสเตรเลีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่คิดว่าจะไปไกลถึงขั้นจะยกเลิกคำสั่งซื้อเรือดำน้ำทั้งฝูงทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิหนำซ้ำคนที่เข้ามาแทนที่ยังเป็นสหรัฐฯ ที่ควรจะถือว่าฝรั่งเศสเป็นพันธมิตรมากกว่าที่จะเป็นคู่แข่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำนองว่าออสเตรเลียกลัวว่าฝรั่งเศสจะมีปัญหาการผลิตและส่งมอบให้ทันเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีคลังของออสเตรเลีย ไซมอน เบอร์มิงแฮม บอกว่าได้แจ้งให้ทางฝรั่งเศสได้รับรู้ถึงการก่อตั้ง AUKUS ก่อนหน้านี้ แต่ก็ยอมรับว่าการเจรจาเป็นเรื่องลับเพราะมีความละเอียดอ่อนสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วข้อตกลงกับอเมริกามีค่าใช้จ่ายเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลออสเตรเลียไม่เปิดเผยตัวเลข แต่บอกว่า &amp;ldquo;คงไม่ใช่โครงการถูกๆ ก็แล้วกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์กระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสบอกว่า การที่ออสเตรเลียบอกเลิกดีลเรือดำน้ำกับฝรั่งเศสนั้นถือเป็น &amp;ldquo;พฤติกรรมที่ไม่อาจจะยอมรับได้ระหว่างพันธมิตรและหุ้นส่วน และผลที่ตามมาย่อมจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ว่ายุโรปมีความสำคัญต่อนโยบาย Indo-Pacific ร่วมกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ คือ ฝรั่งเศสเห็นว่าอเมริกาไม่มีความจริงใจต่อเพื่อนในยุโรป และออสเตรเลียก็ไม่แคร์ว่าการบอกเลิกดีลเรือดำน้ำดื้อๆ อย่างนี้จะทำให้มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสบางคนบอกว่ารัฐบาลฝรั่งเศสมารู้เรื่อง AUKUS จากรายงานในสื่อ ทำให้เสียหน้าและเสียความรู้สึกอย่างมาก...นอกจากจะเสียรายได้มหาศาลจากการที่อเมริกากับฝรั่งเศส &amp;ldquo;มุบมิบ&amp;rdquo; ทำข้อตกลงเรื่องเรือดำน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ออสเตรเลียแย้งว่าได้มีการส่งสัญญาณ &amp;ldquo;อย่างชัดแจ้ง&amp;rdquo; แล้วว่าออสเตรเลียอาจจะต้องยกเลิกโครงการนี้กับฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศสออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังอย่างหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมารัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสพูดอย่างไม่เกรงใจว่า &amp;ldquo;นี่คือการแทงข้างหลังกันชัดๆ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีมาครงเองสั่งให้ยกเลิกงานเลี้ยงใหญ่ที่สถานทูตฝรั่งเศสที่วอชิงตัน ที่เดิมทีกำหนดให้เป็นงานรำลึกถึงวันครบรอบ 240 ปีที่กองเรือฝรั่งเศสช่วยสหรัฐฯ ชนะสงครามเอกราชจากอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสมีประเด็นต้องกริ้วเพราะประการแรกสหรัฐฯ ชวนอังกฤษแต่เพียงประเทศเดียวจากยุโรปมาร่วม AUKUS และสองทำให้ Naval Group ซึ่งรัฐบาลถือหุ้นใหญ่เสียงานสร้างและขายเรือดำน้ำทั้งฝูง 12 ลำที่ตกลงไว้กับออสเตรเลีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจ ไบเดน บอกว่าจะพยายาม &amp;ldquo;เคลียร์ใจ&amp;rdquo; กับมาครง อ้างว่าไม่รู้ว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้ก็เลยทำให้ทั้งจีนและฝรั่งเศสออกมาต่อต้านทั้งๆ ที่ฝรั่งเศสควรจะเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของโลกตะวันตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่างไรเสียอเมริกากับฝรั่งเศสคงจะทะเลาะกันนานไม่ได้ เพราะจีนยังเป็น &amp;ldquo;ภัยร่วม&amp;rdquo; ของทั้งสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำคัญคือจะ &amp;ldquo;เยียวยา&amp;rdquo; ทั้งด้านใจและเงินทองให้กับฝรั่งเศสอย่างไรเท่านั้นเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117578</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, มาครงกับไบเดน: ‘อย่าแทงข้างหลังนะเพื่อน’, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
