<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติในหลวง-ราชินี เสด็จฯวันมาฆบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564 เวลา 17.46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2564
ครั้นเสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี&amp;nbsp; ยืนหน้าเก้าอี้ที่จัดไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนรุ่ง ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์
พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟที่โคมไฟฟ้าซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดให้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เชิญไปถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงจุดเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทาน 5 พระอาราม ดังนี้ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมาสน์ศิลา ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์ศิลา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย (เครื่องห้า) สำหรับทรงธรรม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับทรงธรรม ทรงศีล พระราชวิสุทธิมุนี วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งทักษิโณทก และเสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระเทศน์ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งจะเดินเข้าไปรับจนหมด ต่อมาประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว ออกจากพระอุโบสถ
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศภายในและโดยรอบวัดพระแก้ว ตั้งแต่ช่วงบ่ายพสกนิกรต่างมาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งแต่บริเวณถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกา ต่อเนื่องมาถึงหน้าศาลหลักเมือง โดยพสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทางพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีม่วง โบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. และธงพระนามาภิไธยย่อ ส.ท. ถือพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยใจรักและภักดี เช่นเดียวกับภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่บางส่วนและรอบพระอุโบสถให้พสกนิกรได้เฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมี โดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน พสกนิกรต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง ทั้งก้มกราบแนบพื้นด้วยความปลื้มปีติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จ
สำหรับประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ผ่านจุดคัดกรอง แสดงบัตรประชาชน ลงทะเบียนแอปพลิเคชันไทยชนะ และตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมรับเจลล้างมือพระราชทานก่อนเข้าไปในพื้นที่ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา, ทรงพระเจริญ, พระราชกุศลมาฆบูชา, มาฆบูชา, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วันมาฆบูชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6039061ce1018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมเด็จพระสังฆราช&#039; เตือนสติสังคมให้น้อมนำหลักการ &#039;ไม่กล่าวร้าย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โพสต์ข้อความว่า&amp;nbsp;เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา วันเสาร์ที่ 8&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ 2563&amp;nbsp;ความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ดิถีเช่นนี้ชวนให้พุทธบริษัททุกหมู่เหล่า ได้น้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ในดิถีเพ็ญเดือน ๓ ภายหลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ ๙ เดือน ขณะประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร พระองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ประทานแก่พระสาวก ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทโดยวิธีเอหิภิกขุและเป็นพระอรหันต์ โดยมีหลักการสำคัญที่ทรงพระมหากรุณาประทานไว้เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ ๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง ๒. การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม และ ๓. การชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารัตถะแห่งโอวาทปาติโมกข์นั้น นอกจากเป็นการประทานหัวใจของพระพุทธศาสนา ยังทรงสั่งสอนหลักสำหรับการเผยแผ่พระศาสนาไว้ด้วย มีหลัก ๒ ประการแรกว่า การไม่กล่าวร้าย และการไม่ทำร้าย เป็นต้น ทั้งนี้ แม้ผู้สดับพระธรรมเทศนาเมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน ล้วนเป็นพระภิกษุบริษัท หากแต่พระธรรมย่อมเป็นของสาธารณะสำหรับทุกชีวิต ที่ควรน้อมนำเข้ามาสู่ตน ไม่จำกัดว่าเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ เพราะฉะนั้น พุทธศาสนิกชนทุกคนจึงพึงน้อมนำหลักการ &amp;lsquo;ไม่กล่าวร้าย ไม่ทำร้าย&amp;rsquo; มาเป็นพื้นฐานของการครองตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยกระแสข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือยุยง ซึ่งอาจนำไปสู่ความร้าวฉานถึงขั้นประหัตประหารกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทุกท่านยึดมั่นอุดมการณ์ที่จะไม่กล่าวร้าย และไม่ทำร้ายใครๆ ไม่ว่าในกาลไหนๆ ตามหลักการของโอวาทปาติโมกข์ ถ้าท่านได้รับข้อมูลข่าวสารใดๆ ที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจ ก่อให้เกิดความโกรธเคือง หรือขุ่นข้องหมองใจ ท่านย่อมสามารถระงับการกระทำทางกายและทางวาจาที่เกรี้ยวกราด หยาบช้า หรือรุนแรงไว้ได้ ก่อให้เกิดสันติภาพในหมู่คณะรอบตัวท่าน อันจักขยายผลไปสู่ชาติบ้านเมือง และสังคมโลกได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดำรงมั่นคงอยู่ในโลกนี้ตลอดกาลนาน และขอพุทธบริษัททั้งหลายจงพร้อมเพรียงกันศึกษาพระสัทธรรมนั้น เพื่อบรรลุถึงความงอกงามไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นสืบไป เทอญ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56484</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประทานคติธรรม, มาฆบูชา, วัดราชบพิธฯ, สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช, สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3be6a6351be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯวันมาฆบูชา ประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จเนืองแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.62- เวลา 14.17 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2562 ณ อุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายในพระบรมมหาราชวัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนรุ่ง และธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และพระสัมพุทธพรรณี แล้วทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟที่โคมไฟฟ้าซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดให้ผู้อำนวยการองพระราชพิธีเชิญไปถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จุดเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทาน 5 พระอาราม พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมมาสน์ศิลา ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่ธรรมมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในการนี้ พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง &amp;quot;โอวาทปาติโมกข์คาถา&amp;quot; ใจความว่า วันมาฆบูชาถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่เกิด &amp;quot;จาตุรงคสันนิบาต&amp;quot; หรือเหตุอัศจรรย์ 4 ประการ คือ เป็นวันที่พระสงฆ์ 1,250 รูป มาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมนั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า, พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ และวันที่มาประชุมนั้น ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นหลักคำสอนคือการไม่ทำชั่วทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม และทำใจให้บริสุทธิ์ ที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก การไม่ทำบาปทั้งปวงนั้น รวมถึงการไม่ทำบาปทั้งกายวาจาใจ ได้ตรัสสอนว่า หากท่านทั้งหลายกลัวความทุกข์ความเดือดร้อนต่างๆ ท่านอย่าได้ทำบาปทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ดั่งคำตรัสเตือนไว้ว่า &amp;quot;อันความชั่วไม่ทำเสียดีกว่า&amp;quot; การทำกุศลให้ถึงพร้อมมี 3 องก์ได้แก่ การให้ทานต้องมีเจตนาดี, ผู้ให้ตรงมีเจตนาดีครบถ้วน และผู้รับต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ย่อมมีอานิสงส์มาก และทรงสอนไว้หากบุคคลทำบุญไซร้ก็ควรทำบ่อยๆ เพราะการสั่งสมบุญจะนำความสุขมาให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระเทพสังวรญาณ ถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระเทพสังวรญาณ ถวายอนุโมทนาบนธรรมมาสน์ จบ ลงมานั่งยังอาสน์สงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระเทศน์ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์็ ซึ่งจะเดินเข้าไปรับจนหมด จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว พระสงฆ์ออกจากพระอุโบสถ เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จ ฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วว่า แม้จะมีสภาพอากาศร้อนจัด แต่มีประชาชนจำนวนมากส่วนใหญ่แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองและขาวมาจับจองพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้บริเวณริมเส้นทางเสด็จพระดำเนินเข้าพระอุโบสถ &amp;nbsp;อีกทั้งยังพร้อมใจกันเปล่งเสียง &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; อย่างกึกก้อง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแย้มพระสรวล พสกนิกรปลื้มปิติได้ชื่นชมพระบารมี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29489</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, พระบรมมหาราชวัง, มาฆบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6be028ad884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาละเว้ยยย!&#039;บิ๊กตู่&#039;ไปเดินตลาดอยุธยา ชาวบ้านตะโกน&#039;รักพ่อนะคะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.62- เวลา​10.00 น.ที่วัดวชิรธรรมาราม จ.อยุธยา หลังเสร็จสิ้นพิธีปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิ์พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะได้เดินชมตลาดต้องชม (ตลาดหลวงปู่ทวด)ทักทายกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนพร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยตลอดเส้นทางนายกฯ ค่อนข้างระมัดระวัง ไม่ได้พูดถึงการทำงานของรัฐบาลหรือเรื่องการเมือง โดยขอให้ประชาชนช่วยกันไหว้พระสวดมนต์บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยืนคุยกับประชาชน ในระหว่างพักผ่อนอิริยาบทที่ร้านกาแฟกรุงศรี บริเวณอาคารริมน้ำ ว่าตลาดนี้เป็นตลาดของรัฐบาล เรามีตลาดด้วยกันหลายแบบ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยจะขายของลำบาก ร้านค้าจึงต้องหาอะไรมาดึงดูดใจ ขอให้สะอาด สวยงาม น่าเที่ยว ชาวต่างชาติจะนิยมชมชอบ โดยรัฐบาลนี้ได้จัดทำตลาดลักษณะนี้หมื่นกว่าแห่งทั่วประเทศ ซึ่งทุกตลาดดีขึ้น ตลาดใดไม่เปลี่ยนแปลง สกปรก จะลำบาก และขออย่าขายของแพงมากนัก ขอให้ช่วยลูกค้าด้วย นายกฯมาดูเรื่องการค้าขายของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้มาปลูกหน่อต้นศรีมหาโพธิ์เพื่อเป็นมงคล &amp;nbsp;พร้อมได้ไหว้พระทุกองค์ โดยขอพรให้บ้านเมืองปลอดภัย ความสงบสุข ประเทศชาติมั่นคงแข็งแรง ยั่งยืน ซึ่งทุกอย่างต้องช่วยกัน ทุกคนต้องหาวิธีการปรองดองซึ่งกันและกันให้ได้ รัฐบาลทำไม่ได้เพียงคนเดียว เพราะอยู่ที่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน โดยต้องทำให้ทุกอย่างประเทศชาติสงบสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เป็นวันมาฆบูชา ขอให้มีความสุข นายกฯมาทำพิธีปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิ์ทที่นี่ ก็เลยถือโอกาสมาเที่ยว ไม่ได้มาทำเพื่ออะไรทั้งสิ้น เข้าใจไหม เรารู้กันอยู่แล้ว เรารักกันอยู่แล้ว รักกันทุกวันใช่ไหมเมื่อมีการเลือกตั้ง ก็ขอให้ช่วยกันหาเสียงในทางที่ดี อย่าโจมตีกันไปมา มันไม่ได้ เพราะทำให้ประเทศชาติเสียหาย ไม่มีใครเขาทำแบบนี้หรอก ประจานตัวเองอย่างนี้ไม่ได้ &amp;nbsp;อย่าทำเลย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก​ (ผบ.ทบ.) บอกให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง​ พรรคเพื่อไทย​ ไปฟังเพลง &amp;ldquo;หนักแผ่นดิน &amp;ldquo; โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ผบ.ทบ.เขาไม่ได้ลงมาขัดแย้งด้วยหรอก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอยู่นั้น ประชาชนกลุ่มหนึ่ง พร้อมใจกันพูด ว่า &amp;ldquo;รักพ่อนะคะ&amp;rdquo; 2-3 ครั้ง ซึ่งเป็นคำที่ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ใช้เรียกนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ว่า &amp;ldquo;ฟ้ารักพ่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ก่อนเดินทางกลับนายกฯและคณะ ได้เดินทักทายกับประชาชนตลอดทาง และได้หยุดโยนเหรียญเสี่ยงทายใส่ในบาตร ซึ่งเหรียญได้หล่นเข้าไปในบาตรที่ระบุคำว่า &amp;ldquo;ผู้เป็นที่รัก พ้นทุกข์ ก้าวหน้า สำเร็จ&amp;rdquo; ส่วนแบงค์พันได้ตกนอกบาตร หลังคำว่า &amp;ldquo;สมบูรณ์พูนสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29464</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาฆบูชา, รักพ่อนะคะ, อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6b88d8cad51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 07:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมวันมาฆบูชา&#039;การศึกษาที่ดีช่วยป้องกันไม่ให้หลงใหลไปเป็นมิจฉาทิฐิ ไม่นับถือหรือเชื่อสิ่งผิดๆ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.พ.62-สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในดิถีมาฆบูชา วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp;ความว่า
&amp;nbsp;
&amp;ldquo; ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว พุทธศาสนิกชนต่างทราบกันดีว่า ในดิถีเพ็ญเดือน 3 เช่นนี้ เป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ประทานแก่พระสาวก 1,250 รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทโดยวิธีเอหิภิกขุและเป็นพระอรหันต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มให้มีวันมาฆบูชาขึ้นในประเทศไทย ก็เพื่อให้พุทธบริษัทร่วมกันบูชาพระรัตนตรัยเป็นกรณีพิเศษ และน้อมรำลึกถึงพระธรรม ที่พระศาสดาทรงพระมหากรุณาประทานไว้เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1.การไม่ทำบาปทั้งปวง 2.การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม และ 3.การชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
&amp;nbsp;
การได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้นั้น มิได้อยู่ที่การขึ้นทะเบียนหรือการป่าวประกาศ หากอยู่ที่การศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน ด้วยวิธีการฟังหรือการอ่าน เปรียบเสมือนการศึกษาแผนที่นำทางให้รอบคอบชัดเจน จะได้ไม่หลงทางและไม่เสียเวลา การศึกษาพระธรรมในระดับนี้เรียกว่า &amp;rsquo;ปริยัติธรรม&amp;rsquo; ซึ่งจำเป็นยิ่งสำหรับพุทธบริษัท ในฐานะที่เป็น &amp;lsquo;สาวก&amp;rsquo; ซึ่งแปลว่าผู้ฟัง ย่อมไม่ใช่ผู้คิดเองตรัสรู้เอง แต่ต้องวางตนเป็นผู้ฟังที่ดีของพระศาสดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาที่ดีจักช่วยป้องกันไม่ให้หลงใหลไปเป็นมิจฉาทิฐิ ไม่นับถือหรือเชื่อสิ่งผิดๆ เพราะมีพระพุทธธรรมเป็นเครื่องสกัดกั้นความตกต่ำ และคอยชี้หนทางที่ถูกต้องให้อยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นศึกษาพระธรรมในระดับการฟังจนเจนจบแล้ว คุณภาพของจิตใจย่อมยกระดับไปสู่การปฏิบัติ ที่เรียกว่า &amp;lsquo;ปฏิบัติธรรม&amp;rsquo; เป็นสติสัมปชัญญะที่สามารถเข้าถึงเฉพาะสภาพธรรมที่ปรากฏ จนปราศจากความยึดมั่นถือมั่นว่านั้นเป็นเรา นี้เป็นของเรา น้อมนำเข้าไปถึง &amp;lsquo;ปฏิเวธธรรม&amp;rsquo; คือการบรรลุมรรค ผล นิพพานได้ในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันมาฆบูชาอันเป็นวันประกาศหัวใจพระศาสนา จึงเป็นโอกาสที่ชาวพุทธพึงปฏิญาณตนว่าจะหันมาศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง มิใช่เพียงในระดับพิธีกรรมหรือโดยผิวเผิน เพื่อให้เกิดสติปัญญา สามารถอำนวยความร่มเย็นมาสู่ชีวิตและสังคมส่วนรวมได้สมความมุ่งมาดปรารถนา
&amp;nbsp;
ขอพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดำรงมั่นคงอยู่ในโลกนี้ตลอดกาลนาน และขอพุทธบริษัททั้งหลายจงพร้อมเพรียงกันศึกษาพระสัทธรรมนั้น เพื่อบรรลุถึงความงอกงามไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นสืบไป เทอญ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29446</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประทานคติธรรม, มาฆบูชา, สมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b1faa4293f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2018 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2018 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลหอการค้าเผย &#039;มาฆบูชา&#039; เงินสะพัด 2.5 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพลหอการค้าไทย เผย เงินใช้จ่ายวันมาฆบูชาปี 61 &amp;nbsp;สะพัดแค่ 2,587.03 ล้านบาท ลดลง 19% หลังพบมีวันหยุดน้อย ทำให้คนไม่ท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ. 61-นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าจากการสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในวันมาฆบูชา ปี2561 พบมีเงินสะพัดรวม 2,587 &amp;nbsp;ล้านบาท ลดลง 593.98 ล้านบาท หรือ 18.67 % &amp;nbsp;จาก 3,181.01 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ &amp;nbsp;3 ปี &amp;nbsp;หรือตั้งแต่ปี 2558 เนื่องจากในปีนี้วันมาฆบูชามีวันหยุดปลายสัปดาห์เพียง 1 วัน หรือตรงกับวันที่ 1 มี.ค. 2561 ทำให้การใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวมีมูลค่าไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พบว่า การใช้จ่ายด้านการเดินทางออกนอกพื้นที่ ท่องเที่ยว กลับบ้านภูมิลำเนา มีมูลค่า 214 ล้านบาท ลดลง 74.17% การใช้จ่ายกิจกรรมอื่นๆมูลค่า 302 ล้านบาท ลดลง 19.40% แต่การใช้จ่ายด้านทำบุญและกิจกรรมการทำบุญมีมูลค่าสูงสุดตั้งแต่มีการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่าย หรือมีการสำรวจตั้งแต่ปี 2554 โดยมีมูลค่า 2,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.79%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ภาพรวมที่ขยายตัวลดลง เพราะไม่ใช่ช่วงวันหยุดยาวทำให้การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลดลง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะปกติหากวันหยุดเทศกาลทางศาสนามีวันหยุดติดต่อกัน 3 วัน จะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 500 ล้านบาท เพราะคนออกนอกพื้นที่มากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากวันหยุดสงการนต์ในปีนี้ที่รัฐบาลประกาศหยุด 5 วัน เชื่อว่าจะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก&amp;rdquo; นายธนวรรธน์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4053</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, ธนวรรธน์ พลวิชัย, มาฆบูชา, สะพัด, หอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a788332737be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
