<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามแป้ง&#039; มอบชุดตรวจ Antigen Test Kit จำนวน 3,000 ชุด  ให้รพ.รามาธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64- &amp;ldquo;มูลนิธิมาดามแป้ง&amp;rdquo; โดย &amp;ldquo;มาดามแป้ง&amp;rdquo; นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอ บมจ.เมืองไทยประกันภัย ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิ &amp;nbsp;มอบชุดตรวจ Antigen Test Kit จำนวน 3,000 ชุด มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี ส่งต่อไปยังประชาชนผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนภารกิจ Community Isolation ของโรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า ในสถานการณ์อันยากลำบากนี้ มูลนิธิมาดามแป้งพยายามบูรณาการการช่วยเหลือสังคมในทุกมิติ ซึ่งพบว่าปัญหาหลักในปัจจุบัน คือผู้มีความเสี่ยงสูงมีจำนวนมากกว่าศูนย์บริการตรวจ RT-PCR จะรองรับได้ ส่งผลให้ยังไม่ได้รับการตรวจ นั่นอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่เชื้อมากขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การอนุมัติใช้ Antigen Test Kit ตรวจด้วยตัวเองได้ จะช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีที่สุดตอนนี้ มูลนิธิมาดามแป้ง ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนน้ำใจจากการบริจาคของประชาชน จึงขอร่วมสนับสนุนชุดตรวจแก่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อโครงการ Community Isolation เราเชื่อว่าจะช่วยแบ่งเบางานของคุณหมอ พยาบาล อาสาสมัคร ที่ทำงานหนักมาตลอด อีกทั้งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตในสถานการณ์ปัจจุบัน ลดโอกาสติด ปิดความเสี่ยงจากการออกนอกบ้านอีกด้วย&amp;rdquo; นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109828</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, Antigen Test Kit, นวลพรรณ ล่ำซำ, มาดามแป้ง, รพ.รามาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effe95019b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039;เห็นใจ&#039;มาดามแป้ง&#039;โดนสามกีบถล่มหลังแจงวัคซีนในนามสยามไบโอไซนส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64- ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ผมเห็นมาดามแป้งชี้แจงเรื่องการส่งมอบวัคซีนโควิด19 ในนามสยามไบโอไซนส์แล้วเจอพวกสามกีบถล่มอย่างหนัก ผมคาดว่านี่คงเป็นสิ่งที่มาดามแป้งไม่น่าจะเคยเจอมาก่อนเช่นนี้ในชีวิต น่าเห็นใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกสามกีบพวกนี้มีลักษณะดังนี้&amp;nbsp; หนึ่ง มีต่อมสาระแนขนาดมหึมา อยากจะรู้ไปทุกเรื่อง ในสิ่งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ &amp;nbsp;
สอง ต่อมบ้าสิทธิ์และเสรีภาพ โดยไม่สนใจกฎหมาย ไม่สนใจสิทธิของคนอื่น สาม ต่อมสวะทางปัญญา ไม่ได้เข้าใจเรื่อง non disclosure agreement แบบที่คนที่รู้กฎหมายและคนที่ทำธุรกิจจะต้องรู้ ส่วนสามสัส สามกีบ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย&amp;nbsp; สี่ ต่อมสารเลวบูลลี่คนอื่น ด้วยความหยาบคาย ราวกับบิดามารดา ครูบาอาจารย์ ไม่เคยอบรมสั่งสอนมาก่อน สี่คำครับ สาระแน บ้าสิทธิ์เสรีภาพ สวะทางปัญญา และสารเลวบูลลี่คนอื่น นี่คือลักษณะเฉพาะสันดานสามกีบและสามสัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105144</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, มาดามแป้ง, วัคซีน, สามกีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8706dcf078.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามแป้ง&#039; แจ้งกักตัว 14 วันเป็นผู้เสี่ยงสูง หลังคนงาน-แม่บ้าน 3 คนติดเชื้อคาดไปจ่ายตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ โพสต์ข้อความว่า เนื่องจากแป้งได้ทราบผลการตรวจติดเชื้อโควิดเป็นบวกของคนงานและแม่บ้านในบ้าน 3 คนเมื่อคืน (2 พฤษภาคม) โดยคาดว่าเกิดจากการไปจ่ายตลาดในวันที่ 21 และ 28 เมษายนค่ะ ทั้งหมดได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตามมาตรการของรัฐเรียบร้อยแล้วค่ะ ในจำนวนคนงานที่ติดเชื้อนั้นมี 2 คนที่ทำงานใกล้ชิดกับแป้งในบ้าน ทำให้แป้งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นเช้าวันนี้ (3 พฤษภาคม) แป้งจึงรีบไปเดินทางไปตรวจเชื้อโควิดที่โรงพยาบาล ซึ่งผลออกมาเป็นลบค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแป้งจะทำการกักตัว 14 วันตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยนะคะ โดยจะมาแจ้งผลการตรวจในครั้งต่อไปให้ได้ทราบเป็นระยะๆค่ะ สำหรับคนอื่นๆที่บ้านได้มีการส่งตรวจหาเชื้อแล้วค่ะ กำลังรอผลตามลำดับ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีลูกชายอายุ 9 เดือนของคู่สามีภรรยาที่ติดเชื้ออยู่ด้วยค่ะ แป้งได้กำชับให้เฝ้าระวังอาการและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แป้งขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนในวิกฤติครั้งนี้เช่นกันนะคะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ด้วยกันนะคะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101617</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ เอฟซี, นวลพรรณ ล่ำซำ, มาดามแป้ง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fadceadc0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.กางบัญชีทรัพย์สิน &#039;พ.ต.อ.ณรัชต์-มาดามแป้ง&#039; รวยระดับมหาเศรษฐี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เผยแพร่ รายการบัญชีทรัพย์สิน ของ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่เกษียณในตำแหน่งเมื่อ 30 กันยายน 2563 และคู่สมรส นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา อีกหลานบริษัท หลายหน่วยงาน รวมทั้งยังเป็นกลสุลกิตติมศักดิ์ รัฐลิทัวเนีย ณ กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พบว่าพ.ต.อ.ณรัชต์ และคู่สมรสมีทรัพย์สินรวม 4,790,635,566.80 บาท หนี้สิน &amp;nbsp;100,328,874,28 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ พ.ต.อ.ณรัชต์ แจ้งว่ามีทรัพย์สิน &amp;nbsp;135,631,677.87 ล้านบาท เป็นเงินฝากประมาณ 81 ล้านบาท เงินลงทุน 18 ล้านบาท &amp;nbsp;ที่ดิน 19 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 17 ล้านบาท &amp;nbsp;ยานพาหนะ 1.35 ล้านบาท ทรัพย์อื่นๆ อาทิพระเครื่อง นาฬิกา ปืน &amp;nbsp;3.3 ล้านบาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คู่สมรส นางนวลพรรณ ล่ำซำ มีทรัพย์สิน 4,651,003,888.93 บาท เงินฝากประมาณ159 ล้านบาท เงินลงทุน 993 ล้านบาท เงินให้กู้ 1.3 ล้านบาท ที่ดิน 1,539 ล้านบาท โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง 344 ล้านบาท &amp;nbsp;ทรัพย์สินอื่นๆ เป็นเครื่องประดับ นาฬิกา และกระเป๋า รวม 1,613 ล้านบาท &amp;nbsp; โดยแจ้งมีหนี้สิน 100,328,874.28 บาท ทำให้รวม พ.ต.อ.ณรัชต์ และ คู่สมรส มีทรัพย์สินรวมมากกว่าหนี้สิน 4,690,306,692.52 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91024</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีทรัพย์สิน, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, มาดามแป้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600f7d3f12904.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลักดันโมเดล &#039;สมุยเกาะแห่งเต่า&#039; สู่นิวนอร์มดูแลสิ่งแวดล้อม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นวลพรรณ ล่ำซำ กงสุลฯ ลิทัวเนีย โฆษกสมาคมร่วมปล่อยปูม้าคืนสู่ทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาะสมุยวันนี้ทะเลสงบ ไร้เรือท่องเที่ยว เรือสำราญพานักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ ชายหาดเกือบทุกหาดเงียบ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ไม่มีขยะเหมือนที่ผ่านมา ส่วนที่พักโรงแรมกว่าครึ่งยังไม่เปิดให้บริการ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่สิ่งที่ได้รับเป็นการฟื้นตัวของระบบนิเวศ และการกลับมาของแม่เต่าเพื่อวางไข่บนเกาะ นับเป็นเหตุการณ์หายากของเกาะสมุย&amp;nbsp; และเป็นหลักฐานยืนยันว่า เกาะสวรรค์แห่งนี้เคยเป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล สัตว์ทะเลหายาก เสี่ยงสูญพันธุ์ของไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีใหม่ทะเลไทย ล่าสุด สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) เลือกพื้นที่สมุยจัดงานครบรอบ 9 ปี กระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของกงสุลกิตติมศักดิ์ในประเทศไทย มีคณะทูตานุทูตจากออสเตรีย อังกฤษ คาซัคสถาน สหรัฐเม็กซิโก นาอูรู นิวซีแลนด์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ ติมอร์-เลสเต อุซเบกิสถาน มัลดีฟส์ และคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำประเทศต่างๆ ร่วมกิจกรรม ณ โรงแรม W เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นำทัพโดย สนั่น อังอุบลกุล กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ในฐานะประธานสมาคมคณะกงสุลฯ เพื่อพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการเซตซีโรการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และสนับสนุนงบประมาณจำนวน 100,000 บาท ในการทำบ่ออนุบาลเต่าทะเลเกาะสมุยบนที่ดินสาธารณะทางใต้ของเกาะ นอกจากนี้มีสมาคมโรงแรม สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ร่วมช่วยดูแลทะเลอีกแรง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;มอบเงินสนับสนุนทำบ่ออนุบาลเต่าทะเลเกาะสมุยและการอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลและชายฝั่งให้กับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นวลพรรณ ล่ำซำ กงสุลฯ ลิทัวเนีย และในฐานะโฆษกสมาคม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทั่วโลก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย การที่คณะทูตานุทูตและคณะกงสุลกิตติมศักดิ์เดินทางมาเกาะสมุยนั้น เป็นโอกาสที่ดีกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของเกาะสมุย อีกทั้งยังช่วยคืนความเชื่อมั่นให้แก่การท่องเที่ยวในประเทศไทยว่า การท่องเที่ยวสมุยปลอดภัย ชวนกันเที่ยวสมุย และเที่ยวสถานที่อื่นๆ ในประเทศไทย เพื่อเศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; คณะกงสุลได้ร่วมกิจกรรมการปล่อยปูม้าคืนสู่ทะเลไทย และมอบเงินสนับสนุนการทำบ่ออนุบาลเต่าทะเลเกาะสมุย รวมถึงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้กับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายากและกรรมการปฏิรูปประเทศ โอกาสนี้อาจารย์ธรณ์บรรยายเรื่องเที่ยวทะเลไทยแบบนิวนอร์มอล เล่างานอนุรักษ์เต่าให้ทูตและกงสุลด้วย นอกจากนี้ คณะทูตานุทูตไปบ้านมะพร้าว หรือ Coconut Museum เรียนรู้เรื่องราวมะพร้าววิถีของคนสมุยที่พึ่งพิงธรรมชาติ เวิร์กช็อปทำขนมโค ขนมพื้นบ้าน ใช้วัตถุดิบมาจากท้องถิ่น ต่อด้วยสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสีเขียวที่ Nature Samui ชุมชนบ้านพระ เปิดประสบการณ์ทานอาหารที่แตกต่าง ใช้บรรจุภัณฑ์ที่รักษ์โลก ลดขยะ จัดหาวัตถุดิบตามฤดูกาล ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ทุกสถานที่น่าประทับใจ เกาะสมุยแห่งนี้สวยงาม&amp;quot; นวลพรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คณะทูตานุทูตและคณะกงสุลฯ จากทั่วโลกร่วมส่งเสริมท่องเที่ยวนิวนอร์มที่เกาะสมุย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายากและกรรมการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชายหาดสมุยตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. พบแม่เต่าวางไข่รังแรก จนตอนนี้มีลูกเต่าลงสู่ทะเลมากกว่า 1,018 ตัว มาจาก 4 แม่เต่า และยังมีอีก 2 รังที่เกาะแตนที่ยังไม่ฟัก รวม 21 รัง หาดที่วางไข่มีทั้งเฉวงน้อย แหลมสอ แหลมเสด็จ หาดละไม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งนั้น ในช่วงล็อกดาวน์คนสมุย ชุมชน มีบทบาทสำคัญดูแลไข่เต่า นี่คือจุดแข็งมากๆ และอยากผลักดันโมเดล &amp;quot;เกาะสมุยเกาะเต่าทะเล&amp;quot; ให้เกิดขึ้น เราพบว่าแม่เต่าติดดาวเทียมว่ายน้ำมาจากเกาะคราม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ใช้เวลา 2 สัปดาห์เพื่อวางไข่ในเกาะสมุยเกาะที่เคยเกิด และว่ายกลับอีก 2 สัปดาห์ ถ้าก่อนโควิดคงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะมีปาร์ตี้บนชายหาด คนยึดหาด เรือลอยแล่นเต็มไปหมด นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; การท่องเที่ยวแบบนิวนอร์มอลคนพูดกันมาก แต่ชัดเจนที่เกาะสมุย แม่เต่ากลับมาวางไข่จากที่หายไป 20 ปี นานจนจำไม่ได้ ข่าวนี้โด่งดังไปทั่วโลก หากเราอยากให้เกาะแห่งนี้เดินบนแนวทางแห่งความยั่งยืน ช่วงฤดูกาลเต่าวางไข่ โรงแรมที่พักบนชายหาดต้องหรี่ไฟ เบาเสียงจากกิจกรรมต่างๆ ลดการรบกวนการขึ้นวางไข่ รวมถึงตั้งศูนย์อนุบาลเต่าทะเลเกาะสมุย ช่วยเหลือเต่าบาดเจ็บ ก่อนส่งต่อหรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ บนเกาะแห่งนี้ยังไม่มีศูนย์อนุบาลฯ ซึ่งพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องเต่าได้ด้วย เต่าเป็นสัญลักษณ์การเปลี่ยนแปลงสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดึงผู้ประกอบการโรงแรมร่วมสนับสนุนและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น ถ้าเฉวงทำได้ ทำไมหาดอื่นๆ จะทำไม่ได้ อีกทั้งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของสมุยเป็นชาวยุโรป ซึ่งรักสิ่งแวดล้อมมาก จะร่วมมือแน่นอน&amp;quot; ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปรากฏการณ์แม่เต่าวางไข่บนเกาะสมุย มีลูกเต่านับพันตัวกลับลงสู่ทะเล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปรากฏการณ์เต่าวางไข่บนเกาะสมุย นักวิชาการทางทะเลย้ำว่า ต้องไม่ให้สูญเปล่า กลับไปเป็นเหมือนเดิมจำนวนนักท่องเที่ยวเกินศักยภาพของเกาะ นำไปสู่การจัดการน้ำเสีย ขยะทะเล นิวนอร์มอลเป็นการถอยมาก้าวหนึ่ง ไม่ทำร้ายและเคารพธรรมชาติ สมดุลที่เสียไปจะกลับมาทำให้สมุยสวยงามเหมือน 40 ปีก่อน มั่นใจว่าสมุยมาถูกทางแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากคณะทูตานุทูตและคณะกงสุลฯ มาส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่แล้ว ได้ร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สำคัญบนเกาะสมุย คือ ธนาคารปูม้า คืนปูม้าสู่ทะเลไทย โดยมี ผศ.ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ บรรยายสถานการณ์ปูม้าอย่างน่าสนใจ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.ดร.อมรศักดิ์กล่าวว่า ปี 2562 ประชากรปูม้าที่ จ.สุราษฎร์ธานี ลดลง ชาวประมงพื้นบ้านออกทะเลวางอวน 2-3 วัน จับได้เพียง 8 กิโลกรัม แต่ละปีชาวบ้านได้ปูม้ามาขายเป็นมูลค่า 160,000 บาท ต่อลำ นำมาสู่การทำธนาคารปูม้า เพิ่มจำนวนปูม้า ในพื้นที่เกาะสมุยมีธนาคารปูม้า 5 แห่ง ที่หัวถนน, ละไม, ชุมชนบ้านใต้ ,บ้านหาดสมบูรณ์ เป็นต้น ผลจากทำธนาคารปูม้า จากการสำรวจปีนี้ชาวประมงวางอวน 1-2 วัน ก็กู้อวนได้ จับปูได้มากขึ้น เฉลี่ย 15 กิโลกรัม มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว อีกตัวอย่างหลังตั้งธนาคารปูม้าหาดสมบูรณ์ 1 ปี หลังปล่อยลูกปูกลับทะเลยอดจับได้เพิ่มขึ้น 13 ล้านบาทต่อแหล่งการประมงหน้าบ้าน ชุมชนมีเรือ 73 ลำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ธนาคารปูม้าบ้านใต้ เกาะสมุย 1 ใน 5 แห่ง ที่นำลูกปูมาร่วมกิจกรรม CSR ครบ 9 ปี สมาคมกงสุลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองภาพรวม ผศ.ดร.อมรศักดิ์บอกว่าปูม้าที่มากขึ้น ประมงท้องถิ่นได้โดยตรง จากนั้นไปสู่เมนูอร่อยตามร้านอาหาร เพิ่มมูลค่า ถ้าปริมาณมากกว่านั้นสามารถแปรรูปเพื่อส่งออกด้วย นอกจากนี้ มีรณรงค์ไม่กินปูไข่นอกกระดอง ไม่จับปูม้าขนาดต่ำกว่า 10 เซนติเมตร เพราะยังไม่ใช่วัยสืบพันธุ์ ผลิตลูกหลาน อีกทั้งใช้กลไกธนาคารปูม้ากระตุ้นท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์แก่ชาวไทยและต่างชาติ แวะมาเที่ยวชุมชน มีกิจกรรม CSR ชวนบริจาคปล่อยปูม้า ซึ่งปูม้า 1 ตัว มีไข่ 1 ล้านฟอง ได้คืนสิ่งมีชีวิตสู่ทะเล ต่อไปจะขยายผลให้แต่ละชุมชนมีเมนูปูม้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น มีสตอรี่ชุมชน กระตุ้นรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; สมุยหลังโควิด มหัศจรรย์มาก เกิดการรวมตัวชุมชนและภาคีท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้น หากทุกฝ่ายใช้โอกาสนี้ในการเซตซีโร เริ่มกระบวนการท่องเที่ยวใหม่ ดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลเต่า ทำธนาคารปูม้ากระจายให้ทั่ว ตอนนี้มีหลายชุมชนสนใจ จะเกิดความยั่งยืนในภาพรวมบนเกาะสมุย&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.ดร.อมรศักดิ์ย้ำจะใช้ปูม้าเป็นจุดเปลี่ยนการท่องเที่ยวนิวนอร์มอลสมุยให้สำเร็จ ซึ่งในกิจกรรมครั้งเหล่าทูตจากทั่วโลกและกงสุลฯ ก็ได้ร่วมปล่อยลูกปูนับสิบล้านตัวจากธนาคารปูม้าสมุยลงสู่ท้องทะเล เติมเต็มความสมบูรณ์ทะเลประเทศไทย. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลไทย, นสพ.ไทยโพสต์, นิวนอร์มดูแลสิ่งแวดล้อม, บ้านมะพร้าว, ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, มาดามแป้ง, สมาคมกงสุลฯ, เต่าทะเลเกาะสมุย, โรงแรม W เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6f483bdbde3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะทูตานุทูต-กงสุลฯ ทั่วโลก ชวนเที่ยว&#039;สมุยวิถีใหม่&#039; ตอกย้ำเมืองไทยปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระตุ้นเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยและสร้างความเชื่อมั่นเที่ยวเมืองไทยปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) จัดงานครบรอบ 9 ปี กระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของกงสุลกิตติมศักดิ์ในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน ภายในงานได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ รวมทั้งกงสุลฯ บินไปงานร่วมอย่างอบอุ่น ณ โรงแรม W เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; นำทีมโดย สนั่น อังอุบลกุล กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ในฐานะประธานสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) และมาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ กงสุลฯ ลิทัวเนีย และในฐานะโฆษกสมาคมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สนั่น อังอุบลกุล กล่าวถึงวาระครบรอบ 9 ปีของสมาคมฯ ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบขยายวงกว้างออกไปยังทั่วโลก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย การที่คณะทูตานุทูต และคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ ได้เดินทางมาที่เกาะสมุยนั้น เป็นโอกาสที่ดีที่สมาชิกทุกท่านจะได้ทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ร่วมกันตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว สมาคมฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะช่วยเหลือในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของเกาะสมุยในประเทศไทย อีกทั้งยังช่วยคืนความเชื่อมั่นให้แก่การท่องเที่ยวในประเทศไทยได้กลับมาสู่บรรยากาศที่พร้อมจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระชับความสัมพันธ์และโปรโมทท่องเที่ยวเกาะสมุยครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะทูตานุทูตจากประเทศออสเตรีย อังกฤษ คาซัคสถาน สหรัฐเม็กซิโก นาอูรู นิวซีแลนด์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ ติมอร์-เลสเต อุซเบกิสถาน มัลดีฟส์ พร้อมด้วยคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำประเทศต่างๆ อาทิ สมบัติ เลาหพงศ์ชนะ กงสุลฯ สาธารณรัฐบัลแกเรีย, ปณิธิ วสุรัตน์ กงสุลฯ สาธารณรัฐไซปรัส, ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ กงสุลใหญ่ฯ เอสโตเนีย,&amp;nbsp;วิกร ศรีวิกรม์ กงสุลฯ จอร์เจีย, ปริม จิตจรุงพร กงสุลฯ คีร์กีซ, ณพ ณรงค์เดช กงสุลฯ สหรัฐเม็กซิโก, จักร จามิกรณ์ กงสุลฯ สาธารณรัฐ นิการากัว, อัสวานี บาจาชจ์ กงสุลฯ สหพันธรัฐรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางสมาคมคณะกงสุลฯ&amp;nbsp;ได้ร่วมกิจกรรมการปล่อยปูม้าคืนสู่ทะเลไทย และมอบเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนการทำบ่ออนุบาลเต่าทะเลเกาะสมุย และการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้กับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายากและกรรมการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมาให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์เต่าทะเล ณ ชายหาดสุดเงียบสงบ โรงแรม W เกาะสมุย ซึ่งหลังโควิดมีแม่เต่าทะเลกลับมาวางไข่ที่เกาะสวยแห่งนี้อีกครั้ง สะท้อนทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ฟื้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นคณะทูตานุทูตได้ทำกิจกรรมเวิร์คช็อปที่บ้านมะพร้าว (Coconut Museum) ชมวิถีชีวิตของคนในชุมชน&amp;nbsp; ดื่มน้ำมะพร้าวที่อร่อยหอมสดชื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทดลองทำขนมโค ขนมพื้นบ้านของชาวสมุยกันอย่างสนุกสนาน แวะช้อปผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว ทั้งน้ำมันมะพร้าว ขนม ของฝาก ถือเป็นการสนับสนุนคนท้องถิ่นให้มีรายได้มากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรียกว่า งานนี้เต็มอิ่มครบทุกกิจกรรม&amp;nbsp;แถมปิดท้ายด้วยดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟริมชายหาดสมุยของคณะทูตานุทูต และคณะกงสุลที่ Nikki Beach&amp;nbsp; พร้อมชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าสวยที่สุดอีกจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคน&amp;nbsp; เป็นช่วงเวลาที่ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยอย่างเป็นกันเอง กระชับความสัมพันธ์อันดีที่มีให้แนบแน่นยิ่งขึ้นตลอด 9 ปี สมาคมกงสุลฯ บินสู่สมุย กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวร่วมสนับสนุนการเดินทางเที่ยวในไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเผชิญผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78590</URL_LINK>
                <HASHTAG>NIKKI BEACH, คณะทูตานุทูต, ท่องเที่ยวสมุยวิถีไทย, มาดามแป้ง, สนั่น อังอุบลกุล, สมาคมกงสุลฯ, เกาะสมุย, โรงแรม W เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6d83dc4fbf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาดามแป้งตั้ง &#039;สระราวุฒิ&#039;  นั่งแท่นเฮดโค้ชสิงห์เจ้าท่า ประเดิมคุมดวลตราด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาดามแป้ง&amp;rdquo; นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ประกาศแต่งตั้ง &amp;ldquo;โค้ชอู๊ด&amp;rdquo; สระราวุฒิ ตรีพันธ์ รับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน อย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มคุมทีมซ้อมวันนี้วันแรก พร้อมพาทีมสู้ศึกไทยลีก 2020-2021 นัดที่ 7 เยือนตราด เอฟซี ในวันที่ 26 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาดามแป้ง&amp;quot; นวลพรรณ ล่ำซำ เผยว่า &amp;ldquo;การตัดสินใจดึงโค้ชอู๊ดกลับมาร่วมงานในครั้งนี้ แป้งมองเห็นศักยภาพและประสบการณ์ของโค้ชอู๊ด ซึ่งเป็นโค้ชรุ่นใหม่ ผ่านการทำทีมฟุตบอลทั้งชุดใหญ่และชุดเล็กมาหลายต่อหลายทีม ไม่ว่าจะเป็นนนทบุรี เอฟซี, ศุลกากร ยูไนเต็ด, ชัยนาท เอฟซี, บางกอก เอฟซี, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และยังมีดีกรีโปรไลเซ่นส์ ประกอบกับโค้ชอู๊ดยังเป็นอีกหนึ่งคนเบื้องหลังที่พาทีมการท่าเรือ คว้าแชมป์เอฟเอคัพ เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้การปรับตัวจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยาก อีกทั้งยังรู้จักตัวผู้เล่นของทีม ทั้งนักเตะไทยและนักเตะต่างชาติมาพอสมควร ดังนั้นการสานต่อการคุมทัพในครั้งนี้ แป้งเชื่อว่าการสร้างความคุ้นเคยและการดึงศักยภาพของนักเตะ รวมถึงการปรับตัวของนักเตะในทีมจะเป็นไปทิศทางที่ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้ โค้ชอู๊ด จะเข้ามาคุมทีม พร้อมด้วยทีมงานผู้ช่วยโค้ชอีก 3 คน&amp;nbsp; ได้แก่ จักรราช โทนหงษา, ณรงค์ชัย วชิรบาล และณรงค์ฤทธิ์ ขุนทิพย์ โดย การท่าเรือ เอฟซี จะออกไปเยือนตราด เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬากลางจังหวัดตราด ซึ่งแป้งอยากขอให้แฟนบอลสิงห์เจ้าท่าเป็นกำลังใจและเชียร์ทีมเหมือนเช่นทุกครั้งและเชื่อมั่นไปกับพวกเรา&amp;rdquo; มาดามแป้งกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78122</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ เอฟซี, นวลพรรณ ล่ำซำ, ฟุตบอลอาชีพ, ฟุตบอลอาชีพไทย, มาดามแป้ง, ไทยลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f685ed4de2c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
