<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นล็อกดาวน์กทม.! ศบค.ชุดเล็กประเมินสถานการณ์ก่อนชงชุดใหญ่พุธนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 -&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.09 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวก่อนการประชุม ศบค.ชุดเล็ก ว่า ในที่ประชุมวันนี้จะประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดหลังจากออกมาตรการตามข้อกำหนดฉบับที่ 20 ที่จะต้องหาหรือว่าได้ผลอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะเสนอในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ในวันพุธที่ 28 เม.ย.นี้ จึงต้องเตรียมข้อมูลว่าจะมีมาตรการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้เพิ่มระยะเวลากักตัวผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูง เช่น อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ เป็น 21 วัน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า จะต้องคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะพิจารณาล็อกดาวน์จังหวัดพื้นที่สีแดงเพิ่มเติม เช่น การจำกัดเวลาออกนอกเคหะสถาน นอกจาก จ.นนทบุรี หรือไม่ เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช้คำว่าบังคับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะขอความร่วมมือ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายนั้นสามารถทำได้ เช่น จังหวัดนนทบุรีก็เป็นการขอความร่วมมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่ามีแนวโน้มที่จะล็อกดาวน์ กทม.ทั้งจังหวัดหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กำลังพิจารณา โดยต้องฟังจากกระทรวงสาธารณสุขถึงเหตุการณ์แพร่ระบาดว่ามีเหตุจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100739</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล  นาคพาณิชย์, มาตรการ, ศบค., สธ., เลขาธิการสมช., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086323a61652.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;เผยสั่งห้ามกมธ.งดทัวร์ต่างประเทศหวั่นโควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.2563 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการของสภาเกี่ยวกับการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด 19 ว่าได้สั่งการลงไปให้คณะกรรมาธิการประจำสภาทุกคณะงดการเดินทางไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว แต่ถ้าไปต่างประเทศในส่วนตัวก็เป็นสิทธิทำได้ เพราะสภาห้ามเฉพาะการเดินทางไปในนามคณะกรรมาธิการที่ใช้เงินหลวงและภาษีของประชาชนเท่านั้น ทั้งนี้ ส่วนตัวยังเชื่อมั่นในการทำงานบุคคลากรด้านสาธารณสุขทั้งหมดว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีของการมีพระราชกฤษฎีกา เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 เพื่อจ่ายเงินประจำตำแหน่งให้กับ ส.ส.และ ส.ว.ย้อนหลังนั้น นายชวน ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวว่า เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการตีความเรื่องการเริ่มต้นการนับสมาชิกภาพจบลงไปแล้ว และฝ่ายที่วินิจฉัยเป็นฝ่ายบริหารไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, มาตรการ, ระบาด, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e579bb129e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าแกล้งโง่! &#039;ไพศาล&#039;ชี้รอดูมาตรการเฉียบขาดของจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค. 63 &amp;ndash; นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;เราไม่กล่าวว่า หลายเมืองในเมืองจีนเป็นเมืองร้าง!!! อย่าแกล้งโง่หรือกลายเป็นเครื่องมือ ในสงครามสื่อในbioterorist war โดยเด็ดขาด!!! รอให้ความจริงกระจ่างอีกสักหน่อย ก็จะรู้กันเอง นั่น เป็นปฏิบัติการตั้งรับของจีน! ที่ใช้มาตรการเฉียบขาด ของศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนที่มีประธานสีจิ้นผิง เป็นผู้บัญชาการ ห้ามคนจีนในหลายพื้นที่ออกนอกบ้านเป็นเวลา 14 วัน เท่ากับระยะฟักตัวของโรคและอายุของไวรัสวูฮั่น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55587</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, มาตรการ, อู่ฮั่น, โคโรนา, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc0ca4e2c04f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกษาด่วน!คดีแบบไหนเข้าข่ายมาตรการ-วิธีชั่วคราวก่อนวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกประกาศข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 97 ก เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 และจะมีผลบังคับใช้ในอีก 30 วันถัดไปนั้น&amp;nbsp;มีเนื้อหาถึง 46 ข้อจำนวน 63 หน้านั้น มีเนื้อหาที่น่าสนใจอย่างมากในส่วนที่ 5 ว่าด้วยมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ซึ่งแม้มีเพียง 4 ข้อจากข้อ 37 ถึง 40 แต่น่าจะสร้างผลสะเทือนอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาของข้อบังคับดังกล่าวมีดังนี้ ข้อ 37 คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจขอมาในคำร้องหรือคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หรืออาจยื่นคำขอในเวลาใด ๆ ก่อนศาลวินิจฉัยคดี เพื่อให้ศาลมีมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย อันจะมีผลเป็นการชะลอหรือระงับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราว หรือมีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่กรณีฝ่ายที่ร้องขอไว้ในระหว่างการพิจารณาคดี หรือเพื่อประโยชน์แก่การบังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลในภายหลัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คำขอตามวรรคหนึ่ง ต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าประสงค์ให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวอย่างใด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลังประการใด หรือเพื่อป้องกันความรุนแรงอันใกล้จะถึงอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกรณีที่ไม่มีคำขอตามวรรคหนึ่งแต่พฤติการณ์แห่งคดีมีความจำเป็นรีบด่วน ศาลอาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยได้ตามความจำเป็นและสมควรแก่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 38 ในกรณีที่ศาลหรือคณะตุลาการเห็นว่าคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยใดยื่นโดยไม่มีข้ออ้างหรือข้อเท็จจริงเพียงพอ หรือไม่มีเหตุผลหรือสำระอันควรได้รับการพิจารณา หรือไม่มีเหตุอันมีน้ำหนักที่ศาลจะวินิจฉัยให้เป็นไปตามคำขอ ให้สั่งไม่รับคำขอดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 39 เมื่อศาลหรือคณะตุลาการมีคำสั่งรับคำขอตามข้อ 37 วรรคหนึ่ง และส่งสำเนาคำขอให้คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งทำคำคัดค้านคำขอนั้นแล้ว ให้ศาลนัดไต่สวนคำขอโดยเร็วเพื่อให้คู่กรณีนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลตามข้ออ้างหรือข้อคัดค้านของแต่ละฝ่าย และให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวโดยไม่ชักช้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินรีบด่วนเป็นกรณีพิเศษและมีเหตุจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ศาลอาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรแก่กรณีได้โดยไม่ต้องไต่สวนและไม่ต้องรับฟังความเห็นของคู่กรณีหรือผู้เกี่ยวข้องก่อนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 40 มาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตามข้อ 37 วรรคหนึ่งหรือวรรคสามศาลอาจมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นการเฉพาะดังต่อไปนี้ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(1) คดีเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (1) หากกฎหมายมิได้กำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะอย่างสำคัญ ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐรอการพิจารณาหรือการดำเนินการเรื่องนั้นไว้ก่อนหรือชะลอการบังคับใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แล้วแต่กรณี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (2) คดีเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐ หรือคู่กรณี รอการพิจารณาหรือการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนั้นไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (3) คดีเกี่ยวกับการร้องขอให้เลิกการกระทำล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐ หรือคู่กรณี กระทำการหรือระงับการกระทำใด ๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (4) คดีที่ประชำชนหรือชุมชนยื่นคำร้อง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 51 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีไปก่อนหรือรอการพิจารณาหรือการดำเนินการเรื่องอื่นใดไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (5) คดีเกี่ยวกับหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐรอการพิจารณาหรือการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนั้นไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (6) คดีที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ร้องขอว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 &amp;nbsp;ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐกระทำการหรือมิให้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เกี่ยวข้องจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (7) คดีที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่ามติของคณะรัฐมนตรีหรือการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 มาตรา 29 ศาลอาจมีคำสั่งให้ชะลอการดำเนินการหรือการบังคับการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไปก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(8) คดีที่ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่น ศาลอาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอหรือคู่กรณีในระหว่างการพิจารณาคดี หรือสั่งให้พรรคการเมืองระงับการกระทำใดไว้เป็นการชั่วคราวตามคำขอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายทะเบียน หรืออัยการสูงสุดแล้วแต่กรณี จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การมีคำสั่งตามวรรคหนึ่งต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและพอสมควรแก่กรณี และต้องเป็นไปเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง หรือเพื่อป้องกันความรุนแรงอันใกล้จะถึง
การมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุดและให้มีผลใช้บังคับได้ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวนั้น แต่กรณีที่มีข้อเท็จจริงใหม่อันเป็นสำระสำคัญที่ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวขึ้นใหม่ศาลอาจออกคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวใหม่ได้ โดยจะต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ทั้งนี้ การออกคำสั่งแต่ละครั้งให้มีผลใช้บังคับได้ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45982</URL_LINK>
                <HASHTAG>นุรักษ์ มาประณีต, ประกาศ, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, มาตรการ, รัฐธรรมนูญ, ราชกิจจานุเบกษา, วิธีการชั่วคราว, วินิจฉัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่&#039;ดุมาก! งัดกฎหมายขู่ เมาขับสงกรานต์ติดคุกเจอทั้งแพ่ง-อาญา คนนั่งไม่ห้ามโดนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.62 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้มาถึงว่า เรามีความเป็นห่วงกังวลปัญหาการจราจรช่วงวันหยุดราชการ ซึ่งเรามีการทำถนนไปหลายเส้น ทำรถไฟไปหลายสายแต่ยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ ต้องใช้เวลาถึง 5 ปีในการทำเรื่องเหล่านี้ เพื่อลดปัญหาการจราจรในต่างจังหวัดไม่ให้รถติด ส่วนนี้เป็นการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้การบังคับใช้กฎหมาย เรามีกฎหมายทุกตัว แต่ก็ยังมีปัญหาสูญเสียเพิ่มขึ้นทุกปี ต้องมาย้อนดูว่า บกพร่องที่กฎหมายหรือเปล่า ถ้ากฎหมายมีสมบูรณ์แล้วก็ไม่ต้องทำอะไร มาดูในส่วนที่การบังคับใช้กฎหมายว่ามีการปล่อยปะละเลย มีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ ต้องเข้าไปแก้ส่วนนี้ รวมถึงประชาชนเคารพกฎหมายหรือไม่ส่วนนี้สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า วันนี้รัฐบาลมีมติในครม.เห็นชอบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 62 โดยใช้มาตรการลงโทษผู้ขับรถที่ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งในเรื่องทรัพย์สินของประชาชนและอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมาว่าด้วยประมาทอย่างเดียว ใช้วิธีเจรจาชดใช้ค่าเสียหายแล้วก็จบไม่ได้ ต้องมุ่งไปสู่การพิจารณาลงโทษคดีอาญาด้วย ซึ่งมีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่กฎหมายใหม่ เดี๋ยวจะว่าไปรังแกประชาชนอีก ตนขอให้กฎหมายทุกอันได้รับความร่วมมืออย่าดื่มเหล้าเมื่อขับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าขับรถแล้วดื่มเหล้าชนคนตายต้องติดคุก ผมประกาศไว้อย่างนี้ เพราะกฎหมายเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ทำก็ละเว้น ก็ขอให้ทุกคนระมัดระวังใช้รถใช้ถนน หากใช้ความเร็วที่มากเกินไป และมีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น จะต้องลงโทษคดีอาญาและคดีแพ่ง ไม่อย่างนั้นก็หลุดกันหมด รัฐบาลเอาจริงเอาจังแบบนี้ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ โดยที่ไม่ใช่กฎหมายใหม่ ขอเตือนผู้ที่ขับรถด้วยความคึกคะนอง คนที่ชอบดื่มเหล้าเวลาขับรถ แม้กระทั่งคนที่ร่วมเดินทางไปด้วย ก็ต้องถูกพิจารณาด้วยที่ไม่ห้ามปราม&amp;quot;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฉะนั้นผู้ที่ขับรถโดยสาร รถแท็กซี่ต้องไม่ขับรถด้วยความประมาท ทำให้เกิดความสูญเสียกับผู้อื่น สางสารเขาบ้าง ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลอยากจะย้ำเตือนในช่วงใกล้วันสงกรานต์หรือแม้แต่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32289</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายก, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรการ, สงกรานต์, เมาขับติดคุก, แพ่ง-อาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99f4999453c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
