<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;เล็งงัดมาตรการแคชแบ็คกระตุ้นท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาข้อสรุปรวมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเบื้องต้นจะต้องสรุปแนวทางการดำเนินงานทั้งหมดให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่มีเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาวงเงินงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการต่อไป เพื่อให้มาตรการเริ่มมีผลใช้ได้ภายในเดือน ก.ค. 2563 เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แนวทางในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเบื้องต้นที่คาดว่าจะเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก คือ การส่งเริมให้บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวนกว่า 1.2 ล้านคน ได้เดินทางท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนนี้เป็นไปตามที่ ททท. เสนอมา ส่วนแนวทางเรื่องการแจกเงิน หรือการแจกวอชเชอร์ ซึ่งเป็นอีกข้อเสนอของ ททท. นั้น ยังไม่มีการสรุปในขณะนี้ เพราะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าแต่ละแนวทางที่ดำเนินการมีทั้งข้อดี ข้อเสีย และการดำเนินการจะต้องมีความคุ้มค่า และเป็นไปตามเป้าหมายคือการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วงเงินที่จะใช้ในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น เบื้องต้นที่่หารืออาจจะมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่จะเป็นเท่าไหร่นั้น ยังอยู่ระหว่างการหาข้อสรุปว่าต้องการจะออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวที่มีผลมากน้อยขนาดไหน&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวอีกว่า ในส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนที่อยากให้กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการหักลดหย่อนภาษี โดยตามข้อเสนออยากให้มีการหักลดหย่อนมากกว่า 15,000 บาท อาจเป็น 50,000 บาทนั้น คงต้องมาพิจารณาถึงความเหมาะสม และคุ้มค่าด้วย โดยเบื้องต้นมองว่ามาตรการทางภาษีอาจจะไม่มีผล หรือมีแรงจูงใจมากเพียงพอที่จะกระตุ้นให้ประชาชนออกไปท่องเที่ยว เพราะการคืนภาษีตามมาตรการทำได้ช้า ดังนั้นมาตรการด้านภาษีจึงไม่มีผลทำให้เกิดการท่องเที่ยวได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าขณะนี้กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาในการนำแนวทางการของมาตรการแคชแบ็คมาใช้ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว คือ เมื่อมีการไปเที่ยวและมีการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว รัฐบาลก็จะมีการจ่ายเงินแคชแบ็คกลับคืนให้ประชาชนทันที ซึ่งมองว่าแนวทางนี้น่าจะได้ผลดีมากกว่า ส่วนรายละเอียดว่าจะแคชแบ็คคืนจำนวนเท่าไหร่ กรอบวงเงินในการแคชแบ็คต้องไม่เกินเท่าไหร่นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยทั้งหมดจะต้องเร่งสรุปออกมาเป็นแพ็คเกจเดียว เพื่อเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองฯ และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68291</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว, ลวรณ แสงสนิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80a327a63a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
