<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเฉือนเนื้อคลอดแพคกระตุ้นอสังหาฯ ลดค่าโอน-จำนอง พร้อมปล่อยกู้ดอกถูก 2.50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค. 2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการลดภาระให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย และจะต้องจดทะเบียนการโอน รวมถึงจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ภายในวันที่ 24 ธ.ค.2563 &amp;nbsp;ส่วนอีกมาตรการ ครม.ได้เห็นชอบมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% คงที่ 3 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 2 มาตรการนี้ รัฐคาดในส่วนของการลดค่าโอนและจดจำนองจะสูญเสียรายได้ 2,600 ล้านบาท ส่วนมาตรการลดดอกเบี้ยธอส. รัฐบาลจะช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ 1,200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับการช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโต และส่งผลดีไปยังภาคธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง &amp;nbsp;ธุรกิจคมนาคม &amp;nbsp; และยังหวังว่าหลังจาก ธอส. เป็นผู้นำตลาดในการลดดอกเบี้ยเงินกู้ &amp;nbsp;จะทำให้ธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ตาม&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลปัจจุบัน มีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ณ เดือนต.ค.62 มีอยู่ประมาณ 34,731 หน่วย คิดเป็น 57% &amp;nbsp;ของที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จทั้งหมด และคาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ ในปี 63 อีกประมาณ 145,269 หน่วย จึงมีที่อยู่อาศัยรวมกว่า 180,000 หน่วย ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าของได้จำนวนเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มเป้าหมายมาตรการอสังหาฯ จะเน้นไปกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง กลุ่มคนเริ่มทำงานใหม่ที่กำลังก่อร่างสร้างตัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อ เพื่อให้ลูกหลานหรือทายาท ที่ต้องเป็นการซื้ออยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ (เพื่อการอยู่อาศัย) และห้องชุด แต่ต้องเป็นที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่ไม่เคยผ่านการครอบครองโดยบุคคลอื่นมาก่อน และราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.ได้จัดเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยคง 3 ปีแรก 2.50% ต่อปี ปีที่ 4-5 คงที่ 4.625% ต่อปี ส่วนปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้เงิน คิดเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.75-1.00% &amp;nbsp;โดยการขอกู้จะต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือ ห้องชุดจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ หรือบ้านใหม่ ที่มีราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาท และไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านหลังแรก ซึ่งลูกค้าบ้านมือสอง หรือรีไฟแนนซ์ จะเข้าร่วมไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการนี้เป็นดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยในช่วง 3 ปีแรก เช่น กรณีกู้ 1 ล้านบาท ตลอด 3 ปี แรกจะผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,300 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้กู้ประหยัดเงินงวดได้ 3 ปี สูงถึง 80,400 บาท หรือหากเทียบกับ การผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปกติในช่วง 5 ปีแรก ผู้กู้สามารถประหยัดเงินงวดได้ถึง 123,600 บาทด้วย โดยผู้สนใจสามารถยื่นขอกู้และทำนิติกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.62 ถึงวันที่ 24 ธ.ค.63&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย ศิริไล, ธอส., ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 2.5%, มาตรการกระตุ้นอสังหา, ลดค่าจดจำนอง, ลดค่าโอน, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80c26134e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธอส. เข็นมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เตรียม 5 หมื่นล้านปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2.5-2.75%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ส.ค. 2562 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ได้รับนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ให้จัดเตรียมมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2562 โดย ธอส.เตรียมออกมาตรการสินเชื่อ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีที่ 2.5-2.75% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในตลาด โดยอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อผ่อนปรนเกณฑ์ความสามารถในการทำกำไร และวงเงินสินเชื่อต่อราย ที่เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 3-5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธอส.จะคิดอัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่อยู่ที่กระทรวงการคลังว่าจะให้ได้ขนาดไหน อาจจะเห็นดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ก็ได้ แต่จากที่คาดอัตราดอกเบี้ย 2.75% ก็เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ไม่กระทบกับแผนประมาณการผลการดำเนินงานของธนาคาร ส่วนวงเงินสินเชื่อก็ต้องถามกระทรวงการคลังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจกลุ่มใด ซึ่งช่วงที่มองว่าเหมาะสมคงบ้านราคา 3-5 ล้านบาท โดย ธอส. คาดว่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป&amp;rdquo; นายฉัตรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธอส.คาดว่าในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปี 2563 จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ ได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งมองว่าตลาดยังมีความต้องการขอสินเชื่อยู่ แต่ที่ผ่านมาติดในส่วนของมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ขณะนี้มีการเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อย นโยบายเดินหน้าเศรษฐกิจของรัฐบาลทยอยออกมา สถานการณ์ทุกอย่างเริ่มนิ่ง การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ก็จะเริ่มกลับมา อัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ต่ำกว่า 3% จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถขายบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย กล่าวว่า สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำจะปล่อยให้กับผู้ที่กู้ใหม่ กลุ่มซื้อขายเปลี่ยนมือ และปรับโครงสร้างหนี้จากสถาบันการเงินอื่น ขณะที่ลูกค้าเดิมก็มีโอกาสในการปรับอัตราดอกเบี้ยลง แต่จะต้องขอพิจารณาต้นทุนอีกครั้ง เนื่องจากวงเงินที่ใช้ปล่อยสินเชื่อใหม่จะมาจากการระดมทุนผ่านออกสลากออมทรัพย์ ธอส. กว่า 1 แสนล้านบาท คือ สลากชุดวิมานเมฆหน่วย 1 ล้านบาท วงเงิน 27,000 ล้านบาท สลากออมทรัพย์ หน่วยละ 10 ล้านบาท วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท และสลากออมทรัพย์ที่จะเริ่มจำหน่ายให้รายย่อยช่วงต้นปี 2563 ซึ่งคิดรวมเป็น 10% ของสินเชื่อรวม 1.2 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสลากออมทรัพย์ ธอส.ชุดวิมานเมฆ ขณะนี้มีผู้มาเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์รับโชครวม 14,178 บัญชี คิดเป็นยอดจองซื้อสลาก 27,339 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินที่ตั้งเป้าไว้ที่ 27,000 ล้านบาท แต่ ธนาคารจะเปิดให้เปิดบัญชีได้จนถึงวันที่ 15 ส.ค.นี้ โดยคาดว่าจนถึงวันดังกล่าว น่าจะมียอดจองซื้อสลากสูงถึง 40,000-50,000 ล้านบาท และจะต้องมีการสุ่มผู้ได้รับสิทธิ์ซื้อในวันที่ 19 ส.ค. ในส่วนลูกค้าที่ไม่ได้ &amp;nbsp; ธอส.เตรียมเปิดสลากออมทรัพย์ ธอส.ชุดวิมานเมฆ ชุดที่ 2 วงเงิน 1-2 หมื่นล้านบาทไว้รองรับ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาผลตอบแทนให้ได้ใกล้เคียงกับสลากชุดที่ 1 ที่ 1.4% ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2562 ธอส. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการออกรางวัลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยคาดว่าจะเริ่มออกรางวัลสลากงวดแรกได้ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ โดยออกรางวัลทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42912</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย ศิริไล, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ปล่อยกู้ดอกต่ำ 2.5-2.75%, มาตรการกระตุ้นอสังหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190608/image_big_5cfb14fcc2c38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
