<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ปลดล็อกร้านเหล้านั่งดื่ม-เล่นดนตรีสดถึง 5 ทุ่ม ต่อ พรก.ฉุกเฉินถึง 31 มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;15.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ว่า มีการประชุมหลายวาระ ทั้งเรื่องเพื่อทราบและเพื่อพิจารณา รวมทั้งให้ความเห็นชอบการปรับสีในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งมาตรการการผ่อนคลายจะลดระดับลงไป อยู่ในขั้นปลอดภัยคือ สีเขียวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะเหลือพื้นที่สีแดงเพียงจังหวัดเดียวคือ สมุทรสาคร ส่วนที่เหลือเป็นการพิจารณามาตรการผ่อนคลายเกี่ยวกับเรื่องของการแข่งขันกีฬา ประเภทเจ็ตสกี เนื่องจากต่างประเทศมีความไว้วางใจประเทศไทยจากที่สามารถจัดการแข่งขันแบดมินตันได้เรียบร้อยเป็นที่พอใจ จากนี้หลายๆอย่างจะตามมาเป็นลำดับ เพื่อช่วยในเรื่องของการท่องเที่ยวและการบริการอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษามาตรการของศบค.ไว้ด้วย ถ้าทั้งหมดเข้ามาตรการได้ก็สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนเรื่องวัคซีนยืนยันว่าในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้จะเดินทางถึงประเทศไทยอย่างแน่นอน และเมื่อมาถึงก็จะใช้เวลาเตรียมการ 2-3 วัน เมื่อพร้อมเมื่อไหร่ก็ฉีดเมื่อนั้น สำหรับผมก็พร้อมที่จะฉีด ทั้งนี้ในเรื่องการขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประชุมมีมติขยายต่อจนถึงวันที่ 31 มีนาคม เพื่อบูรณาการทำงานในหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแพร่ระบาด&amp;quot;นายกรัฐมนตรี กล่าว

ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค.มีมติเห็นชอบต่อ พรก.ฉุกเฉิน ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม และเหลือพื้นที่สีแดงเพียงจังหวัดเดียวคือจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนสีส้ม เหลือ 8 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี ราชบุรี ตาก เป็นต้น สีเหลือง 14 จังหวัด สีเขียว 54 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทุกพื้นที่ รวมถึงสามารถเล่นดนตรีสดได้ ยกเว้นสมุทรสาคร จนถึงเวลา 23.00 น. แต่ยังคงห้ามเต้น ส่วนศูนย์การค้าเปิดได้ตามปกติ สำหรับสถานศึกษาสามารถเปิดได้ตามปกติ ในส่วนสถานที่ออกกำลังกายเปิดได้ตามปกติ แต่การแข่งขันยังคงจำกัดผู้ชม อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อกำหนดในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นให้อำนาจแต่ละจังหวัดเป็นผู้ประกาศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93860</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรการคลายล็อก, ศบค., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_603374e7d07a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;เสนอ 3 มาตรการคลายล็อกก่อนเปิดห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 พ.ค.2563 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงมาตรการคลายล็อกดาวน์ ระยะที่ 2 ด้วยการทดลองเปิดห้างวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ว่า นับเป็นเรื่องเหมาะสมที่ ศบค. และรัฐบาลจะมีมาตรการคลายล็อก ระยะที่ 2 ด้วยการทดลองเปิดห้างในวันที่ 14 - 15 พ.ค.นี้ เพราะห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าเป็นสถานที่ที่มีผู้เข้าไปใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะในสังคมเมือง การเข้าไปใช้บริการในห้าง นอกจากเพื่อซื้อสินค้าแล้วยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งรวมความบันเทิงของครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการทดลองเปิดห้างจะได้ตรวจดูตามสภาพความเป็นจริงได้ว่ามีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไขไม่ให้มีช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะในจุดที่มีคนใช้บริการเยอะ ๆ อาจต้องมีมาตรการเป็นพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคลายล็อกระยะที่ 2 เพื่ออนุญาตให้เปิดห้างได้ ทุกฝ่ายควรดำเนินการบนพื้นฐาน 3 ประการดังนี้คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การเตรียมความพร้อมของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า นอกจากจะมีมาตรการด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เช่นการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยเจล แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ การเว้นระยะห่างทางสังคม การวัดอุณหภูมิร่างกายทุกทางเข้า-ออกแล้ว ต้องมีระบบการทำความสะอาดสถานที่อย่างจริงจังทุกจุดสัมผัส มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกพื้นที่ ถ้าเป็นไปได้อาจมีการอบโอโซน อบรังสี UV-C ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อลดความแออัดในห้าง ควรมีการจำกัดจำนวนคนเข้าห้าง และรักษาระยะห่างของการใช้พื้นที่ตามที่ราชการกำหนดทุกจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การเตรียมความพร้อมพนักงาน ควรมีการคัดกรองสุขภาพ มีข้อมูลสุขภาพพนักงานทุกท่าน และควรมีแอพพลิเคชั่นหรือ QR-Code ตรวจสอบได้ว่าพนักงานทำงานอยู่พื้นที่ไหน อย่างไร ให้ความรู้พนักงานถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การเตรียมความพร้อมของผู้ใช้บริการ เมื่อเข้าไปใช้บริการในห้าง หรือศูนย์การค้า ควรปฏิบัติตัวตามข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ทางราชการกำหนดอย่างจริงจัง ซึ่งอาจต้องเตรียมให้ผู้ใช้บริการโหลดแอพพลิเคชั่นก่อนเข้าห้าง เพื่อมีข้อมูลการเข้า-การออก ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ระบบ อี-เพย์เม้นท์ ชำระค่าบริการต่าง ๆ อาจเพิ่มการใช้ อี-เพย์เม้นท์ ด้วยการเพิ่มส่วนลดต่าง ๆ ก็จะสร้างแรงจูงใจได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวต่อไปว่าถ้าทุกฝ่ายสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างรอบด้าน ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด- 19 ได้ครอบคลุมทุกมิติ ก็จะทำให้เชื่อมั่นได้ว่ามาตรการคลายล็อกระยะที่ 2 ที่จะมีการเปิดห้างได้ก็จะสามารถเดินหน้าไปได้อย่างแน่นอน ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้มีการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจมากขึ้น มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีห่วงโซ่ชีวิตทำมาหากินเกี่ยวพันกับห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่าง ๆ ได้มีงานทำหาเลี้ยงชีพรองรับเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิตใหม่หรือ New Normal ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65513</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการคลายล็อก, องอาจ คล้ามไพบูลย์, เปิดห้างสรรพสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf89d98f1e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
