<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลุกคนไทยอยู่กับโควิดให้ได้ภายใต้ความสงบ ปลอดภัย ยันสัญญาณดีต่างประเทศชื่นชม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่บริษัท เอส.บี.อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมโรงงานตามโครงการ &amp;ldquo;Factory Sandbox&amp;rdquo; จังหวัดนนทบุรี ว่า วันนี้ถือโอกาสมาเยี่ยมเยือนสถานประกอบการที่อยู่ในโครงการ Factory Sandbox ซึ่งเป็นมาตรการของแต่ละโรงงานอุตสาหกรรมที่จะต้องดูแลพนักงานลูกจ้าง ต้องขอชื่นชมบริษัทแห่งนี้ ที่ถือว่าเป็นสถานประกอบการรายใหญ่ ในบรรดาหลายหมื่นโรงงานทั่วประเทศ โดยได้คุยกับผู้บริหารและชื่นชมที่เป็นคนรุ่นใหม่ การดำเนินงานต่างๆตรงกับมาตรการที่รัฐบาลออกไป ผลสัมฤทธิ์หลายๆอย่างเกิดจากมาตรการของรัฐบาล ที่ทางสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการมา โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็ต้องศึกษาแนวทางจากต่างประเทศด้วย และสถานการณ์โลกต่างๆ เราจะมองบ้านเราเพียงอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่โรงงานนี้ทำถือว่าเข้ากรอบทุกอย่าง ขอชื่นชมแต่ก็ยังเป็นห่วงโรงงานอื่นๆด้วยเช่นกัน โรงงานนี้จะเป็นแม่แบบของโรงงานขนาดใหญ่แห่งอื่นด้วย และคิดว่าหลายโรงงานก็ทำอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ทางโรงงานได้มีการบริจาคเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ช่วยเหลือดูแลประชาชนในพื้นที่ และวันนี้ในโรงงานก็มีการตรวจคัดกรอง ขอชื่นชมและจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ การประกอบการเดินได้ รัฐบาลก็ได้ภาษีจากท่าน รัฐบาลไม่อยากให้หยุดการประกอบการหรือการส่งออก แต่วันนี้เริ่มดีขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาในวันนี้ ตัวเลขการแพร่ระบาดในต่างประเทศ หลายประเทศที่ดีขึ้นก็กลับมาร้ายแรงอีก สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ขึ้นอยู่กับพวกเรากันเองที่จะต้องระมัดระวังมากที่สุด ในการเดินทางไปไหนมาไหนเพราะเราไม่รู้ว่าใครเป็นอะไรหรือไม่ ต้องเว้นระยะห่างล้างมือ การใส่หน้ากากสำคัญสุด อย่าปล่อยปะตัวเอง ผู้ประกอบการ ประชาชนทุกคนต้องร่วมมือกัน ขอบคุณที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งได้มีการหารือกันหลายอย่าง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน ในการดูแล ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; นี่คือสิ่งที่เรียกว่าหัวใจดวงเดียวกัน ลมหายใจเดียวกัน เราต้องทำประเทศชาติให้มันสงบ ปราศจากความวุ่นวายและปลอดภัย มีชีวิตอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้&amp;quot;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า วันนี้เราอยู่ขั้นตอนการใช้ATK ในพื้นที่เร่งด่วนต่างๆ ประชาชนสามารถจัดหาซื้อได้ เพียงแต่ว่าตรวจแล้วจะเอาไปไหน รัฐบาลก็ดูแล และวันนี้จะมีการประชุมศบค. เพื่อพิจารณาส่วนต่างๆหลายเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการประชุมศบค.วันนี้จะมีการพิจารณา ผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปพูด เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อย ผลการดำเนินการที่ผ่านมาจะมีมาตรการอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ สถานการณ์มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจะต้องทำอย่างไรต่อ จึงต้องคิดแผนล่วงหน้าเอาไว้ ดังนั้นการจะพูดก่อนมันก็ไม่ใช่ ไม่ว่าจะได้ข่าวมาจากไหนก็ตาม ถ้ายังไม่ได้ออกจากศบค.หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) และครม. พูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา คนก็จะมาโทษรัฐบาล จำเป็นต้องคัดกรองให้ถี่ถ้วน ตนดูว่าทุกคนมีความต้องการ ปลดนั่นปลดนี่ ก็ต้องดูว่าสถานการณ์พร้อมหรือยัง อะไรที่ให้ได้ ทำไมนายกฯจะไม่ให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าวัคซีนที่จะฉีดให้เด็กนักเรียน จะพิจารณาอย่างไร นายกฯกล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะฉีดวัคซีนชนิดไหน ก็ต้องฟังหมอว่ามา อายุต่ำกว่า 18 ปีคงจะเริ่มจากตรงไหน วันนี้เด็กๆ จะเปิดเทอม ขณะที่ต่างประเทศก็มีปัญหา และวันนี้คนก็ไปด้อยค่าวัคซีน อย่างไรก็ตามก็ต้องดูที่ความสมัครใจ เพราะตอนนี้เป็นเรื่องของวัคซีนฉุกเฉิน แต่นายกฯจะพยายามทำให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การด้อยค่าวัคซีนมีผลต่อการบริหารวัคซีนของนายกฯหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มีปัญหา ตนบอกแล้ววัคซีนทำเพื่ออะไร เพื่อบรรเทาการเจ็บป่วย ลดอัตราการเสียชีวิตใช่หรือไม่ ถ้าไม่ทำอะไรเลย มันก็มีโอกาสทั้งสิ้น วันนี้ตัวเลขที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้หายป่วย ผู้ติดเชื้อใหม่ที่มีตัวเลขใกล้เคียงกันมาหลายวันแล้ว และบางวันผู้หายป่วยมากกว่าผู้ติดเชื้อ ก็มีผลต่อการบริหารเตียงโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน และตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงลดลง ขณะที่แต่ก่อนใช้เครื่องช่วยหายใจวันนึงเป็นพัน วันนี้เหลือ 400-500 นั่นคือสิ่งที่เราทำสำเร็จ ถ้าเราไม่ทำอะไรมาเลยตัวเลขเหล่านี้จะไม่เปลี่ยน แต่เราก็ประมาทไม่ได้ จะต้องพิจารณาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามาตรการท่องเที่ยวยังเดินหน้าต่อและขยายเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องเดินต่อ เราต้องอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้ คุณโควิดเนี่ย ใช่หรือไม่ มันหนีไม่พ้น ทั้งโลกก็หนีไม่พ้น ต้องใช้ทุกมาตรการที่ทำได้ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ผมจะไปอยากปิดทำไม ผมรู้ว่า ทุกคนมีค่าใช้จ่าย มีอะไรต่างๆ ส่วนไหนที่รัฐบาลดูแลได้ก็ดูแลให้ไปพลางก่อน แต่ทุกอย่างจะกลับมาระดับเดิมคงลำบาก แต่แนวโน้มน่าจะดีขึ้น จากสถานการณ์ที่เราประเมินในต่างประเทศ เราทำอะไรได้บ้าง ทำมากกว่าหลายประเทศ ไม่ว่าจะเงินช่วยเหลือ การเข้าถึงประชาชนโดยตรง ต่างประเทศเขาชมเราทั้งนั้นว่าทำได้ องค์กรระหว่างประเทศ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็บอกว่ารัฐบาลใช้เงินจำนวนมาก ถ้าเทียบกับตัวเลข GDP ที่มีอยู่ ในการแก้ไขปัญหาโควิด เราต้องฟังเขาด้วย แน่นอนอาจไม่พอใจใครทุกคน แต่ก็ต้องช่วยกัน สื่อก็ต้องช่วยด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116259</URL_LINK>
                <HASHTAG>Factory Sandbox, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ), พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา, มาตรการควบคุมโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613addc92c8d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการมองเศรษฐกิจQ2ทรุดชี้มาตรการป้องกันโควิด กระทบค้าปลีก-ภาคท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เมษายน 2564 นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศรายวัน ประกอบกับแนวโน้มที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นสูงจากการเดินทางกลับมาทำงานหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ จึงมีมาตรการรักษาระยะห่างที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อลดความเป็นไปได้ในการติดเชื้อ ซึ่งน่าจะช่วยให้สถานการณ์กลับมาช่วงก่อนการระบาดรอบ 3 นี้ได้ดีขึ้น คาดว่าจะเห็นการผ่อนคลายได้ในอีกหนึ่งถึงสองเดือน แต่ในภาวะผู้ติดเชื้อที่จะลดลง สภาพเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาสที่สองก็อาจไม่สดใสอย่างที่คาดไว้ก่อนหน้า โดยผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการป้องกันโควิดนี้ มีได้หลายช่องทางดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเดินทางท่องเที่ยวลดลง กระทบธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและขนส่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รายได้กลุ่มอาชีพอิสระ ค้าขายลดลง เพราะคนออกนอกบ้านน้อยลง และระมัดระวังการใช้จ่าย กระทบร้านค้ากลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และค้าปลีกอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ความเชื่อมั่นการบริโภคลดลง กระทบสินค้าขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บางกลุ่มธุรกิจอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ร้านค้า/ส่งสินค้าออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร้านค้าขนาดเล็กที่รับบัตรสวัสดิการของรัฐหรือรับชำระผ่านระบบเงินโอนตามมาตรการรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ภาคการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก เพราะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เช่น กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป เคมีภัณฑ์ และยางพารา เป็นต้น ซึ่งรายได้พนักงานน่าจะทรงตัวตามชั่วโมงการทำงานหรืออาจไม่ลดลงมากนักหากมีการรักษาระยะห่างมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุปมาตรการป้องกันโควิดรอบนี้น่าจะกระทบการบริโภคบางกลุ่ม โดยเฉพาะภาคค้าปลีก และภาคท่องเที่ยว ขณะที่คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แม้กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มอาจไม่ได้รับผลกระทบแรงเท่ากลุ่มอื่น แต่เนื่องจากคนทำงานที่บ้านมากขึ้น คนเดินทางหรือออกนอกบ้านน้อยลง มีผลให้ยอดขายลดลงตามจำนวนคน กลุ่มที่รับเงินโอนตามมาตรการภาครัฐอาจกระทบน้อยกว่ากลุ่มอื่นเพราะคนเลือกใช้บริการเพื่อลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี ยังมีกลุ่มที่อาจไม่ได้รับผกระทบมากนักแต่ก็ยังกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจึงลดการใช้จ่าย เช่น ข้าราชการ มนุษย์เงินเดือน หรือกลุ่มแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพื่อส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในมุมเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สอง หากการระบาดคลี่คลายลงในเดือนพฤษภาคมและสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน ผลกระทบทางการบริโภคในประเทศไม่น่ารุนแรงเท่าการล็อกดาวน์ปีก่อน แต่น่าจะรุนแรงกว่ารอบเดือนมกราคม ปัจจัยสนับสนุนมีเพียงมาตรการรัฐและการส่งออก เราประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาสหลังปรับฤดูกาลเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน ที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่าเกิดการถดถอยทางเทคนิค หรือ technical recession แม้เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สองจะขยายตัวได้สูงเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนก็ตาม โดยเรากำลังปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยว่าอาจขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 2.6% ซึ่งจะขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ 2 หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามาตรการป้องกันโควิดนี้จะ 1. ควบคุมการแพร่ระบาดได้รวดเร็ว 2. มีมาตรการชดเชยผู้ขาดรายได้ เช่นเพิ่มเงินโอน และต่ออายุมาตรการที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 3. มีมาตรการลดค่าครองชีพอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางระบบสาธารณะ 4. ทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีมาตรการเพิ่มเติมในการลดภาระดอกเบี้ย เช่น ลดค่าธรรมเนียม FIDF หรือลดดอกเบี้ยกนง.ในรอบการประชุมวันที่ 5 พฤษภาคม พร้อมเร่งอัดฉีดเงินกู้ให้ธุรกิจ อีกทั้งอาจเห็นการต่อมาตรการพักชำระหนี้ ซึ่งทางธนาคารน่าดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกค้าให้รวดเร็วขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99733</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทบเศรษฐกิจ, มาตรการควบคุมโควิด, อมรเทพ จาวะลา, เศรษฐกิจไตรมาส 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c19583bb55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปมาตรการควบคุมการระบาดโควิด-19ของศบค.ล่าสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชีทวิตเตอร์ของ ศูนย์ปฎิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้สรุปข้อมูลมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ล่าสุด

ซึ่งที่ประชุม ศบค. เคาะ! การกำหนดพื้นที่สีและมาตรการควบคุมสถานการณ์ #โควิด19 #COVID19 แล้ว โดยมีผลบังคังใช้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 เป็นต้นไป

ดังนี้ ภาพกราฟฟิกการแบ่งโซนสี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สีแดง พื้นทีควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด และสีส้ม พื้นที่ควบคุม 59 จังหวัด



ขณะเดียวกันในมาตรการจาก ศบค. ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ สรุปดังนี้

สรุปประกาศ
1. งดการเรียน การสอน ให้เรียน online
2. ห้ามกิจกรรมที่มีคนเกิน 50 คน
3. ปิดสถานบันเทิง&amp;nbsp; 14 วัน
4. พื้นที่สีแดง นั่งกินในร้านได้ถึง&amp;nbsp; 21.00 ส่วนซื้อกลับบ้านได้ถึง ถึง 23.00 ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
5. ร้านสะดวกซื้อ ปิด 23:00 น. เปิด 4:00 น.
6. ห้างสรรพสินค้าเปิดได้ปกติแต่ต้องปิด 21:00 น.
7 . สถานออกกำลังกาย เปิดได้ แต่ต้องปิดบริกาน 21.00
8. ไม่ปิดสนามกีฬา แต่แข่งขันจำกัดผู้เข้าชม
9. งานเลี้ยงสังสรรค์ ให้งด หรือเลื่อนออกไป
9. รัฐดำเนินการเต็มรูปแบบ ทำงานที่บ้าน
10. จัดตั้ง โรงพยาบาลสนาม เพื่อแยกกักผู้ติดเชื้อ
ผู้ติดเชื้อทุกรายต้องเข้ารับการรักษา หรือแยกกัก ทันทีที่ทราบผลตรวจ
12. ทดลองใช้มาตรการนี้ 14 วัน แล้วจะมีการพิจารณาอีกครั้ง แต่ถ้ามีเหตุการณ์รุนแรง อาจจะมีการพิจารณาเพิ่มโดยให้อยู่ในอำนาจของผู้ว่า

ประกาศนี้เริ่มใช้วันอาทิตย์เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99698</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการควบคุมโควิด, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_6079889e3415c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.มีข้อสรุป &#039;ไม่&#039;เคอร์ฟิว-ล็อกดาวน์ เน้นจำกัดเวลาเปิดปิด ร้านอาหาร-ห้าง-ร้านสะดวกซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เมษายน 2564 หลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ผ่านระบบ Video Conference เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว หรือล็อกดาวน์ โดยให้เป็นอำนาจของแต่ละจังหวัดที่จะพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ประชุมได้มีมติปรับพื้นที่จังหวัดควบคุมสูงสุดเป็นสีแดง 18 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม ภูเก็ต นครราชสีมา นนทบุรี สงขลา ตาก อุดรธานี สุพรรณบุรี สระแก้ว ระยอง และขอนแก่น &amp;nbsp;มีมาตรการห้ามจำหน่วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนร้านอาหาร เปิดบริการได้ถึงเวลา 21.00 น. และงดจัดกิจกรรมสังสรรค์ งานเลี้ยง งดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา &amp;nbsp;ปิดสวนสนุก เครื่องเล่น &amp;nbsp; ส่วนพื้นที่สีส้มอีก 59 จังหวัด ร้านอาหารสามารถเปิดบริการได้ถึงเวลา 23.00 น. โดยมาตรการที่ประกาศครั้งนี้ เป็นข้อกำหนด จะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ไม่มีเคอร์ฟิว วันนี้ในการประชุมใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากต้องหารือถึงผลกระทบต่อประชาชนในการประกาศใช้มาตรการ เราเรียนรู้มาหลายระลอกแล้วกว่า 1 ปี จนในวันนี้การระบาดระลอกใหม่เดือนเม.ย.2564 ฉะนั้น จะต้องหาว่ามีมาตรการอื่นนอกเหนือจากการเคอร์ฟิวหรือไม่ เพื่อการควบคุมโรคและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้เสนอมาตรการขึ้นมาว่า สิ่งที่ต้องยกระดับในตอนแรกพูดคุยกันว่าเพื่อไม่ให้มีการเดินทาง การแพร่กระจายเชื้อ แต่ในทางยุทธศาสตร์ต้องไปดูพื้นที่ที่มีอัตราติดเชื้อสูงมาก พบว่า อยู่ในจังหวัดสีแดง ซึ่งมีการติดเชื้อประมาณ 3 หลักขึ้นไป ให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นที่ประชุมจึงมีข้อกำหนดต่างๆ ขึ้นมา โดย(ร่าง) ข้อกำหนดออกความตามมาตรการ 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 (ฉบับที่20) &amp;nbsp;
ข้อที่ 1 ห้ามดำเนินการหรือจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ได้แก่ 1.ห้ามใช้อาคาร สถานที่เพื่อจัดการเรียน การสอนทุกประเภท รวมถึงการสอบและฝึกอบรม แต่หากไม่สามารถงดจัดได้ เช่น การสอบของโรงเรียนนานาชาติ ที่ต้องสอบพร้อมกันทั่วประเทศหรือทั่วโลก ก็ให้ทำเรื่องขออนุญาต&amp;nbsp; 2.ห้ามทำกิจกรรมที่รวมคนมากว่า 50 คนขึ้นไป เว้นแต่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมที่พื้นที่กำหนดให้เป็นพื้นที่กักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ข้อที่ 2 การปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคทั่วราชอาณาจักร ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด เห็นชอบ โดยให้ปิดผับบาร์ คาราโอเกะ อาบ อบนวด หรือกิจการที่คล้ายกัน เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อที่ 3 กำหนดพื้นที่สถานการณ์ใน 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ควบคุมสุงสุด 18 จังหวัดและพื้นที่ควบคุม 59 จังหวัด ตามที่กล่าวข้างต้น โดยมาตรการย่อยของพื้นที่ควบคุมสุงสุด ประกอบด้วย 1.การจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม เปิดร้านได้ไม่เกิน 21.00 น. แต่หากซื้อกลับบ้านสามารถจำหน่ายได้ถึง 23.00 น. &amp;nbsp;2.งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านเด็ดขาด &amp;nbsp;3.ห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า เปิดได้ตามเวลาปกติและปิดให้บริการในเวลา 21.00 น. โดยงดเว้นจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย งดบริการสวนสนุก ตู้เกม เครื่องเล่น 4.ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน เปิดได้ถึงเวลา 23.00 น. โดยให้เริ่มเปิดในเวลา 04.00 น. และ 5.สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส เปิดได้ถึง 21.00 น. สามารถจัดกิจกรรมแข่งกีฬาได้แต่ต้องจำกัดผู้เข้าชม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, มาตรการควบคุมโควิด, โฆษก ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607960f121e89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
