<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คลัง&quot; เท12ล้านแจกรถ-ทองชิมช้อปใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการที่มาตรการชิมช้อปใช้ ทั้ง 3 เฟส ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีโครงการสนับสนุนมาตรการชิมช้อปใช้เพิ่มเติม เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนที่มีการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ช่อง 2 (g-Wallet) ซึ่งจะมีการแจกของสมนาคุณพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้ทั้งฝั่งประชาชนและร้านค้า มูลค่ารวมกว่า 12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประชาชนที่ใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินช่อง 2 สำหรับยอดสะสมทุก ๆ 1,000 บาท จะได้รับ 1 สิทธิ์ ในการลุ้นรับของสมนาคุณกว่า 500 รายการ สำหรับยอดสะสมผ่านกระเป๋าเงินช่อง 2 ตลอดมาตรการ อีกทั้งประชาชนที่เข้าร่วมมาตรการจะมีสิทธิ์ลุ้นรับของสมนาคุณชิ้นใหญ่เพิ่มเติม ได้แก่ รถยนต์ และรถกระบะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรางวัลมูลค่ารวม 12 ล้านบาท ประกอบด้วย รางวัลใหญ่ได้แก่ รถยนต์โตโยต้า อัลติส มูลค่า 8 แสนบาท จำนวน 1 คัน และรถยนต์กระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์ 16 คัน และยังมีทองคำมูลค่า 1 บาท จำนวน 80 เส้น ทองคำ มูลค่า 50 สตางค์ กว่า 549 เส้น รวมทั้งทีวี ขนาด 55 นิ้ว จำนวน 32 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การจับรางวัล แบ่งออกเป็น 6 ครั้ง โดย 3 ครั้งแรกจะจับรางวัลที่กระทรวงการคลัง และอีก 3 ครั้งจับรางวัลที่ธนาคารกรุงไทย โดยรางวัลรถยนต์ จะให้ผู้ใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินช่อง 2 ทุกคนตั้งแต่เริ่มมาตรการชิมช้อปใช้มีโอกาสชิงโชคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการ ทุก ๆ 1 ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าการชำระเงิน 100 บาทขึ้นไป จะได้รับ 1 สิทธิ์ ในการลุ้นรับทองคำกว่า 100 รายการ โดยสามารถลุ้นรับของสมนาคุณรวม 6 ครั้ง ในวันที่ 20 ธ.ค. 2562, และ วันที่ 3,10, 17 และ 24 ม.ค. 2563 และวันที่ 14 ก.พ. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ทั้ง 3 เฟส สามารถใช้สิทธิ์ภายใต้มาตรการได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ม.ค. 2563 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินช่อง 2 ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลที่จะถึงนี้และมีสิทธิได้รับเงินคืนสูงสุดถึง 20% แล้ว ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับของสมนาคุณอีกด้วย&amp;quot; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำหรับภาพรวมการใช้จ่ายของประชาชนตามมาตรการชิมช้อปใช้ ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. ถึงวันที่ 10 ธ.ค. 2562 มีผู้ใช้สิทธิ์รวมเป็นจำนวน 11,787,584 ราย มียอดการใช้จ่ายทั้งสิ้น 21,546 ล้านบาท โดยเฉพาะการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินช่อง 2 มีผู้เติมเงินผ่านกระเป๋าเงินช่อง 2 จำนวน 406,253 ราย และมีผู้ใช้สิทธิ์ผ่านกระเป๋าเงินช่อง 2 แล้วจำนวน 324,431 ราย ยอดการใช้จ่ายรวม 9,916 ล้านบาท เฉลี่ยการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงิน ช่อง 2 อยู่ที่ 30,564 บาทต่อราย ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยผ่านกระเป๋าเงินช่อง 2 ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ ประมาณ 400 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), มาตรการชิมช้อปใช้, ลวรณ แสงสนิท, แจกทอง, แจกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d917891d1eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” เร่งถกก่อนแจกของขวัญปีใหม่ชิมช้อปใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการพิเศษ เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับ ผู้ที่ได้สิทธิ์ในมาตรการชิมช้อปใช้ ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ตกผลึก ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นว่า มาตรการชิมช้อปใช้ เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวม ในภาวะที่ต้องดูแลเศรษฐกิจขณะนี้ ก็ดูว่าจะสามารถทำอะไรเพิ่มเติมได้หรือไม่ และมาตรการเดิมที่มีอยู่มีข้อจำกัด หรือต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไร
&amp;ldquo;ชิมช้อปใช้อยากให้ติดตามดู คงไม่หมายถึงชิมช้อปใช้เฟส 4 แต่เป็นการให้สิทธิเพิ่มเติม ภายในเดือนนี้จะมีความชัดเจน เพราะต้องการให้มีผลก่อนช่วงปีใหม่ เรียกว่าเป็นของขวัญปีใหม่เลยก็ได้ ผมก็ยังบอกไม่ได้ เพราะยังทำมาตรการกันไม่เสร็จ&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินที่ได้รับการสนับสนุน จำนวน 1,000 บาท และเงินชดเชย (แคชแบ็ก) ตามมาตรการชิมช้อปใช้ เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ผ่านช่อทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ครม.จึงเห็นสมควรกำหนดให้เงินดังกล่าวที่ผู้มีเงินได้ได้รับจากมาตรการชิมช้อปใช้ เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี รมว.การคลัง ระบุว่า การเว้นภาษีดังกล่าว ไม่ได้กระทบกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เพราะกรมสรรพากรไม่ได้คำนวณภาษีในส่วนนี้อยู่ในประมาณการอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51744</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการชิมช้อปใช้, รมว.การคลัง, อุตตม สาวนายน, แจกของขวัญปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80c27185671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; จวก &#039;ชิมช้อปใช้&#039; ไร้ประโยชน์เหมือน &#039;เช็คช่วยชาติ&#039; ยุคอภิสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในยุครัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;nbsp;กล่าวว่า เวิลด์อิโคโนมิกฟอรั่ม จัดอันดับความสามารถแข่งขันของไทยตกลง 2 อันดับ มาอยู่ที่ 40 ในขณะที่เวียดนามดีขึ้น 10 อันดับ ไอเอ็มเอฟ และ หลายสำนักวิเคราะห์ เห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตได้ประมาณ 2.8% หรืออาจแย่กว่า ซึ่งถือว่าต่ำมาก ทั้งหมดนี้มาจากผลการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปี ช่วงเศรษฐกิจโลกดีไทยก็แย่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่าปัจจุบันรัฐบาลยังหลงทางคิดว่า ชิมช้อปใช้ จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และจะเพิ่มจีดีพีได้เกิน 3 % ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด ชิมช้อปใช้ ไม่ต่างอะไรกับเช็คช่วยชาติสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเลย ประชาชนอาจจะดีใจเพียงชั่วคราวที่ได้เงินฟรี แต่เป็นเงินจำนวนน้อยมาก การใช้จ่ายเพียงเท่านั้นไม่สามารถทำให้จีดีพีขยายได้ เหมือนกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และรัฐบาลยังหลงทางคิดว่าดี จะออกชิมข้อปใช้ เฟส 2 อีก ยิ่งเท่ากับหลงทางเข้าไปใหญ่แทนที่จะใช้เงินเพื่มความสามารถแข่งขันหรือเพิ่มศักยภาพของประเทศที่อันดับความสามารถแข่งขันลด เพราะอีก 2-3 เดือนให้หลัง คนก็จะลืมชิมช้อปใช้และเริ่มลำบากกันต่อแล้ว เพราะชิมช้อปใช้ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน ซึ่งปัญหาการว่างงานจะเป็นปัญหาใหญ่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจหรือไม่เรื่องที่ไทยมีศักยภาพในการเติบโตด้านการค้าเป็นอันดับ 8 ไม่ได้หมายความว่าเป็นผลงานของรัฐบาล แต่หมายถึงว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องบริหารประเทศให้ได้ตามศักยภาพ เหมือนบอกว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่โตได้ถึงปีละ 5-6% แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทำได้เพียงปีละ 2-3% เท่านั้น ซึ่งแปลว่ารัฐบาลสอบตก ทั้งนี้ดูได้จากประเทศที่มีศักยภาพลำดับก่อนหน้าไทยเช่น อันดับ 1 คือโกตติวัวร์ (ไอเวอรี่โคสท์) หรือ อันดับ 3 เคนย่า ที่แทบจะยังไม่พัฒนาเลย แต่อาจมีศักยภาพ และรวมถึง อินเดีย จีน ไอร์แลนด์ เวียดนาม อินโดนิเซีย ที่มีศักยภาพอยู่แล้ว เป็นต้น จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้เข้าใจให้ถูกต้อง อย่าได้นำมาโม้ในเรื่องที่ตัวเองอาจจะยังไม่เข้าใจ อีกทั้งอันดับความสามารถแข่งขันของไทยกลับลดลง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, พิชัย นริพทะพันธุ์, มาตรการชิมช้อปใช้, อดีตรมว.พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab97deadb6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง”มึนแผงขายหวยหัวใส จับมือร้านชิมช้อปใช้ขายพ่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 27 ก.ย.2562 เป็นวันแรกที่มาตรการชิมช้อปใช้ เปิดให้ประชาชนที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงิน 1,000 บาท สามารถนำเงินที่รัฐบาลแจกผ่านแอพลิเคชั่นเป๋าตัง ไปจับจ่ายใช้สอยกับร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ โดยพบว่าบรรยากาศการใช้จ่ายเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในจังหวัดกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดที่ประชาชนสนใจเลือกเป็นจังหวัดที่ต้องการใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี จากการสำรวจในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ยังพบว่ามีการใช้จ่าย ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ คือ ยังสามารถนำไปใช้ซื้อ สลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) ได้ แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลัง ออกมาชี้แจงว่า ได้ตัดสิทธิ์ร้านค้าประเภทดังกล่าวไม่ให้ร่วมโครงการ และเตรียมถอดรายชื่อร้านค้าลอตเตอรี่กว่า 100 รายออกจากระบบแล้วก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่ร้านที่ขายลอตเตอรี่ จะมาในรูปของการขายสินค้าอื่น เช่น ร้านอาหาร แต่มีแผงลอตเตอรี่รวมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมมาตรการชิมช้อปใช้ในวันแรก ซึ่งมีผู้ที่รับสิทธิ์ ผ่านคุณสมบัติกว่า 8.07 แสนคน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ทั้งหมด 1 ล้านคนในวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ยังพบว่ามีปัญหา ได้รับเอสเอ็มเอสยืนยันสิทธิ์ล่าช้า บางรายได้รับในช่วง 00.00 น. ของวันที่ 27 ก.ย.2562 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นให้ใช้จ่ายได้แล้ว ขณะที่บางรายได้รับเอสเอ็มเอสแล้ว แต่ไม่สามารถยืนยันตัวตนผ่านแอพลิชันเป๋าตัง ต้องทำหลายครั้งกว่าจะผ่าน บางรายทำไม่ผ่านใน 3 ครั้ง จะต้องไปติดต่อสาขาของธนาคารกรุงไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยถึงมาตรการชิมช้อปใช้ว่า ยืนยันว่า จะไม่เพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิ 1,000 บาท ที่ปัจจุบันให้ 10 ล้านคนแน่นอน เนื่องจาก ได้ศึกษาแล้วว่าจำนวนดังกล่าวเหมาะสมต่อการดำเนินโครงการนี้ ขณะเดียวกัน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และกรมบัญชีกลางไปตรวจสอบร้านค้าที่ดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการจำหน่ายลอตเตอรี่ ร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการทอนออกจาก G-wallet ของธนาคากรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ซึ่งหากพบร้านค้าใดดำเนินการดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิออกจากโครงการทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงปัญหาการลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่นเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยว่า ประชาชนที่มีปัญหาการยืนยันตัวตน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้จาก Call Center ของธนาคารและกรมบัญชีกลางได้ ซึ่งจะสามารถให้ข้อมูลและแก้ไขปัญหาประชาชนแต่ละรายได้ทันที เชื่อว่า ธนาคารได้ดูแลระบบอย่างเหมาะสม ถึงแม้ว่าจะมีความขัดข้องในบางครั้ง แต่ยังสามารถบริหารจัดการให้โครงการมีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการดูแลระบบนั้น ธนาคารกรุงไทยได้นำระบบ AI เข้ามาติดตามพฤติกรรมโดยเฉพาะร้านค้าที่ทำผิดวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีระบบ AI แต่หากใครที่พบการกระทำผิดสามารถแจ้งให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการเอาผิดได้ทันที&amp;rdquo;นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การแฝงขายลอตเตอรี่ ผ่านร้านค้าอื่น เช่นร้านอาหาร ในทางปฏิบัติคงตรวจสอบได้ยาก แต่กระทรวงการคลัง จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามว่าร้านค้า ดำเนินกิจการตามที่แจ้งไว้ในระบบหรือไม่ หากมีการขายลอตเตอรี่ร่วมด้วย ในขั้นแรกก็จะขอความร่วมมือให้งดขายก่อน หากยังฝ่าฝืนก็อาจจะต้องมีการตัดสิทธิ์ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46754</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการชิมช้อปใช้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d884ec796a10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
