<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวขอนแก่นแห่ขอรับสิทธิใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงทยอยกันมาขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ตามมาตรการค่าไฟฟ้าฟรีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่บริเวณสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. สาขา อ.สีชมพู พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนผู้มีสิทธิ์นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาทำการขอขึ้นทะเบียนรับสิทธิจากมาตรการดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ กฟภ.คอยให้คำแนะนำและชี้แจงรายละเอียดในการอรับสิทธิ์ดังกล่าวตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิทธิชล นามรัตนฅ์ ผู้จัดการ กฟภ.สาขา อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในกลุ่มผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าค่าไฟฟ้าฟรี นั้นคือการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ขณะนี้ กฟภ.ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้มีสิทธิได้รับทราบและทยอยกันมาขึ้นทะเบียนขอรับสิทธิดังกล่าว เนื่องจากมาตรการที่รัฐบาลกำหนดนั้นบังคับใช้ตั้งแต่ ธ.ค.2561-ก.ย.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากที่รัฐบาลประกาศนโยบายดังกล่าวนี้ขึ้นมาพบว่า ประชาชนทยอยเดินทางมาขอขึ้นทะเบียนและตรวจสอบสิทธิกันอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 50 ราย ทั้งที่เดินทางมาด้วยตนเองและมอบหมายให้คนในครอบครัวนำบัตรมาทำการขึ้นทะเบียน ซึ่ง กฟภ.จะตรวจสอบข้อมูลและสิทธิการครอบครองในภาพรวมเพื่อป้องกันการตกหล่นและการใช้สิทธิซ้ำซ้อน โดยจำกัดที่ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิต่อ 1 บิลเท่านั้น หากครัวเรือนใดมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 ใบ เจ้าหน้าที่ กฟภ.ก็ได้มีการชี้แจงถึงระเบียบการดำเนินงานทังหมด ซึ่งประชาชนนั้นล้วนเข้าใจและต้องการเข้าร่วมรับสิทธิตามมาตรการดังกล่าวที่รัฐบาลกำหนด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิทธิชล กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่เข้าใจเพราะนึกว่ารัฐบาลหรือ กฟภ.จะจ่ายเงินค่าไฟฟ้าให้ หรือการไม่ออกบิลเรียกเก็บเงิน แต่ขั้นตอนการดำเนินงานนั้นหลังจากที่ผู้มีสิทธิมาขึ้นทะเบียนและรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่แล้ว จากการตรวจสอบข้อมูล โดย กฟภ.พบว่าแต่ละเดือนนั้นหากเข้าหลักเกณฑ์คือ การมีค่าไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาท หรือที่ประมาณไม่เกิน 69 หน่วยต่อเดือน แต่ละครัวเรือนก็จะต้องชำระเงินให้ กฟภ.เช่นเดิม ซึ่งรัฐบาล โดยกรมบัญชีกลาง จะทำการคืนเงินค่าไฟฟ้าเข้าบัตรให้กับผู้ที่มาขึ้นทะเบียนในจำนวนค่าไฟฟ้าที่ได้ชำระคือ ต่อคนต่อครัวเรือนและต่อบิล ซึ่งเดือนใดหากใช้ไฟฟ้าเกิน 230 บาทก็จะไม่ได้รับเงินคืน อย่างไรก็ตาม กฟภ.ได้กำหนดระยะเวลาของการขึ้นทะเบียนดังกล่าวของผู้มีสิทธิที่ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.2562 นี้เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24528</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, จ.ขอนแก่น, ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, มาตรการค่าไฟฟ้าฟรี, มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติม, ไฟฟ้าฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18be586c029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัง พร้อมกดปุ่มจ่ายเงินคนจน ประเดิม 500 บาท โอนเข้าบัตรวันที่ 8-10 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; ลั่นพร้อมกดปุ่มจ่ายเงินตามมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรคนจนรวม 4 มาตรการ เข้ากระเป๋าเงิน e-Money หวังบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่ทกำลังซื้อให้แก่ผู้มีรายได้น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือตามมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4 มาตรการ โดยให้ความช่วยเหลือ จำนวน 10 เดือน (ตั้งแต่ ธ.ค. 2561 &amp;ndash; ก.ย. 2562) ได้เตรียมความพร้อมทั้งข้อมูลและระบบในการจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งได้กำหนดระยะเวลาในการจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปานั้น ผู้มีสิทธิจะต้องชำระเงินค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาไปก่อน ตามใบแจ้งหนี้ประจำเดือนที่การไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง/การประปาส่วนภูมิภาคเรียกเก็บจากการใช้ไฟฟ้า/น้ำประปา ของเดือน ธ.ค. 2561 &amp;ndash; ก.ย. 2562 โดยสามารถชำระเงินได้ทุกช่องทาง หลังจากนั้นกรมบัญชีกลางจะโอนเงินชดเชยค่าไฟฟ้า/น้ำประปา เข้ากระเป๋าเงิน e-Money ตามจำนวนที่ผู้มีสิทธิได้ชำระไว้ตามจริง ทุกวันที่ 18 ของเดือน โดยจะเริ่มจ่ายเดือนแรก 18 ก.พ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 500 บาทต่อคน จำนวน 14.5 ล้านคน ซึ่งจ่ายให้เพียงครั้งเดียว โดยกรมบัญชีกลางจะทยอยจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้กับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน ภายในวันที่ 8-10 ธ.ค. นี้ และจะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 ในวันที่ 5 ม.ค. และ 1 ก.พ. 2562 ส่วนมาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพ สำหรับผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาทต่อคน เพียงครั้งเดียวนั้น กรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้ากระเป๋าเงิน e-Money ให้กับผู้มีสิทธิที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ทุกวันที่ 21 ของเดือน ซึ่งจะเริ่มจ่ายเดือนแรก วันที่ 21 ธ.ค. นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิรายใดมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในระหว่างเดือน ธ.ค. 2561 &amp;ndash; ก.ย. 2562 จะได้รับเงินวันที่ 21 ของเดือนเกิด สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน จะเริ่มจ่ายในวันที่ 5 ม.ค. &amp;nbsp;และ 1 ก.พ. 2562 หลังจากนั้นจะได้รับเงินทุกวันที่ 21 ของเดือนเกิดเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีภาระค่าเช่าบ้านและไม่มีที่พักอาศัย จะได้รับเงินช่วยเหลือ จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน กรมบัญชีกลางจะโอนเงินให้กับผู้มีสิทธิ ทุกวันที่ 12 ของเดือน ซึ่งจะเริ่มจ่ายเดือนแรก วันที่ 12 ธ.ค. 2561 หากผู้มีสิทธิรายใดมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในระหว่างเดือนธ.ค. 2561 &amp;ndash; ก.ย. 2562 จะได้รับเงินในเดือนเกิดเป็นครั้งแรกจนสิ้นสุดมาตรการ &amp;nbsp;สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืนฯ จะเริ่มจ่ายในวันที่ 5 ม.ค. 2562 และวันที่ 1 ก.พ. 2562 เป็นครั้งแรก จากนั้นจะโอนเงินช่วยเหลือให้ทุกวันที่ 12 ของเดือนเกิดเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4 มาตรการข้างต้น รัฐบาลมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในการลดภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23325</URL_LINK>
                <HASHTAG>500 บาท, กรมบัญชีกลาง, ผ่านบัตรคนจน, มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติม, มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปี, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
