<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บอร์ดธ.ก.ส.&quot;ไฟเขียวมาตรการอุ้มเกษตรกรฝ่าวิกฤตภัยแล้ง-โควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 2563 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ สงครามการค้า ภัยแล้ง น้ำท่วม ราคาผลผลิตตกต่ำ และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ประกอบด้วย การขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย ปลอดชำระต้นเงินใน 3 ปีแรก พร้อมเติมสินเชื่อใหม่โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจ ระยะเวลาดำเนินมาตรการ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 - 31 ธ.ค. 2564 ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ทั้งนี้ ขอบเขตลูกหนี้ที่ให้ความช่วยเหลือตามมาตรการนี้ ยังมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจหรือสามารถชำระหนี้ได้ในอนาคต อาทิ ลูกหนี้ปกติ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 ให้สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในลักษณะเชิงป้องกัน (Pre-emptive) ในวงเงินที่ไม่เกินหนี้เดิม ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณของการมีปัญหาในการชำระหนี้ โดยลูกหนี้ยังไม่เป็นหนี้ที่ด้อยคุณภาพ

โดยในส่วนของต้นเงินกู้และดอกเบี้ยเดิมก่อนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ กรณีเกษตรกรและบุคคลชำระภายในไม่เกิน 15 ปี สามารถปลอดชำระต้นเงินได้ไม่เกิน 3ปีแรก กรณีผู้ประกอบการและสถาบัน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ภายในไม่เกิน 20 ปี และปลอดชำระต้นเงิน ได้ไม่เกิน 3 ปีแรก และ/หรือลดดอกเบี้ยเดิมให้แก่ลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งเมื่อลดแล้วเหลือดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า MRR หรือ MLR ตามประเภทของลูกหนี้ ในส่วนของดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นใหม่จากต้นเงินที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม ให้คิดจากลูกหนี้แต่ละประเภท โดยเกษตรกรและบุคคล คิดในอัตราไม่ต่ำกว่า MRR และผู้ประกอบการและสถาบัน คิดในอัตราไม่ต่ำกว่า MLR

ส่วนลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 ให้การช่วยเหลือในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สินเดิมในวงเงินที่ไม่เกินหนี้เดิม กล่าวคือ กรณีเกษตรกรและบุคคล ต้นเงินกู้เดิมก่อนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้สามารถขยายระยะเวลาชำระหนี้ตามความสามารถในการชำระของลูกหนี้แต่ละราย โดยกำหนดชำระให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 15 ปี สามารถปลอดชำระต้นเงินได้ไม่เกิน 3 ปีแรก ส่วนดอกเบี้ยของต้นเงินกู้เดิมก่อนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้ชำระตามความสามารถในการชำระของลูกหนี้แต่ละรายให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 15 ปี และ/หรือลดดอกเบี้ยเดิมให้แก่ลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งเมื่อลดแล้วเหลือดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า MRR

สำหรับดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นใหม่จากต้นเงินที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม ให้คิดจากลูกหนี้แต่ละราย ในอัตราไม่ ต่ำกว่า MRR - 1 กรณีผู้ประกอบการและสถาบัน ต้นเงินกู้เดิมก่อนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 20 ปี สามารถปลอดชำระต้นเงินได้ไม่เกิน 3 ปีแรก ส่วนดอกเบี้ยของต้นเงินกู้เดิมก่อนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้ชำระตามความสามารถในการชำระของลูกหนี้แต่ละรายให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 20 ปี และ/หรือลดดอกเบี้ยเดิมให้แก่ลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งเมื่อลดแล้วเหลือดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า MLR สำหรับดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นใหม่จากต้นเงินที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม ให้คิดในอัตราไม่ต่ำกว่า MLR - 0.50

นอกจากนี้ ยังเตรียมสินเชื่อใหม่ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพแก่ลูกหนี้เพิ่มเติมจากการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งกรณีที่ลูกหนี้ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องในระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ กรณีเกษตรกรและบุคคล คิดดอกเบี้ยตามศักยภาพ กำหนดวงเงินกู้ 1 แสนบาทแรก อัตราดอกเบี้ยตามชั้นลูกค้าหรือตามการประเมินปัจจัยเสี่ยง - 0.25 เป็นระยะเวลา 1 ปี และ ส่วนที่เกิน 1 แสนบาท คิดดอกเบี้ยตามชั้นลูกค้า กรณีผู้ประกอบการและสถาบัน คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่ต่ำกว่า MLR &amp;ndash; 1

&amp;quot;มาตราการช่วยเหลือลูกหนี้ดังกล่าว สามารถให้ความช่วยเหลือครอบคลุมลูกหนี้ทุกกลุ่ม ทั้งในส่วนของลูกหนี้ปกติที่มีสัญญาณของการมีปัญหาในการชำระหนี้ และลูกหนี้ที่มีหนี้สินเป็นภาระหนัก ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ผ่อนคลายความกังวลในภาระหนี้สินเดิม และเงินทุนหมุนเวียนใหม่ในการประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นายอุตตม กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59212</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., นายอุตตม สาวนายน, มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c95a4ca010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธ.ก.ส.” เตรียมอัดฉีดสินเชื่ออุ้มเกษตรกรสู้ปัญหาภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค. 2562 นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง สำหรับเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายในการเพาะปลูกจากภัยแล้งทั่วประเทศ ซึ่งการช่วยเหลือจะมีหลายรูปแบบทั้งการสนับสนุนสินเชื่อและส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการผลิตสู่พืชที่ใช้น้ำน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. และโฆษก ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธนาคารกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งในปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งจะรุนแรงในรอบหลายปี โดยเริ่มกินเวลาตั้งแต่เดือน ก.พ.-พ.ค. 2562 ดังนั้นระหว่างนี้ขอให้เกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งให้เข้ามาแจ้งความประสงค์ในพื้นที่ทั้งอำเภอ หรือสาขาของ ธ.ก.ส. เพื่อขอรับมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งประเมินว่าจะมีพืชหลายชนิดที่ได้รับความเสียหาย เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
รายงานข่าวแจ้งว่า ธ.ก.ส. ระบุว่า มีการประเมินว่าเกษตรกรลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะกระทบต่อพืชเกษตรสําคัญที่กําลังเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะ ข้าวนาปรัง ซึ่งมีผลผลิตอยู่ในภาคกลาง โดยปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีลูกค้าที่เป็นเกษตรกรทั่วประเทศ 5.8 ล้านราย ในจํานวนนี้ อยู่ในเขตพื้นที่ภาคกลาง 2.7 แสนราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.78 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ธนาคารเตรียมไว้ ได้แก่ โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสําหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติ หรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นค่าลงทุนฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้รายละไม่เกิน 500,000 บาท คิด ดอกเบี้ยเงินกู้เพียง 5% ต่อปี ชําระคืนเป็นรายเดือน รายไตรมาส ราย 6 เดือน หรือรายปี ตามที่มาแห่งรายได้ และความสามารถในการชําระหนี้ของลูกค้าผู้ขอกู้ โดยให้ชําระหนี้คืนเสร็จไม่เกิน 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ที่จะคอยช่วยเหลือให้ ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ตลอดจนฟื้นฟู ซ่อมแซมทรัพย์สิน อุปกรณ์การเกษตร สมทบเงินสร้างบ้าน ในส่วนของภัยแล้งนั้น จะมีการสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อป้องกันการเกิดภัยดังกล่าว ที่ผ่านมาธนาคารได้ เข้าไปสร้างฝายชะลอน้ำในเขตพื้นที่ในทุกฝ่ายกิจการสาขา รวมฝายขนาดใหญ่ กว่า 7 แห่ง ขนาดกลาง 715 แห่ง และฝ่ายขนาดเล็กที่กระจายอยู่ตามพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งอีก 3,243 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคารมีฝ่ายพัฒนาลูกค้าและชนบท (ฝพช.) ทํางานร่วมกันกับกองทุนบรรเทาความเดือดร้อน ผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ โดยมีหน้าที่ในการดูแลรวมถึงการป้องกันการเกิดภัย ตลอดจนการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน มากไปกว่านั้นแล้ว ธ.ก.ส. ยังเข้าไปช่วยฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกค้าในหลากหลายด้านอีกด้วย อาทิ การส่งเสริมให้ลูกค้าทําประกันภัยพืชผล เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อไว้ได้รับการชดเชยตามวงเงินที่ได้ทําประกันภัยไว้&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล่อยกู้, ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง, อภิรมย์ สุขประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb054651af15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
