<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว ธอส. ลุยบ้านล้านหลัง เฟส 2  ดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก 1.99%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) สานต่อ &amp;ldquo;โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2)&amp;rdquo; ภายใต้กรอบวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท มุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่เริ่มต้นทำงานสร้างครอบครัว และผู้สูงอายุ ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก 1.99% ต่อปี ให้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,200,000 บาท ทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง และทรัพย์ NPA ของ ธอส. เงินงวดคงที่งวดละ 5,000 บาท นานถึง 84 งวดแรก (กรณีกู้ 1.2 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 40 ปี) ฟรี!! ค่าธรรมเนียม 4 ประเภท 1.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 2.ค่าประเมินราคาหลักประกัน 3.ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และ 4.ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง ลงทะเบียนผ่าน Mobile Application : GHB ALL เพื่อรับรหัสเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (7 กันยายน 2564) มีมติเห็นชอบให้ ธอส. สานต่อ &amp;ldquo;โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2)&amp;rdquo; ภายใต้กรอบวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ หลังจากที่คณะกรรมการธนาคาร นำโดย นายยุทธนา หยิมการุณ ประธานกรรมการธนาคาร มีมติเห็นชอบโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน ผู้ที่เริ่มต้นทำงานเพื่อสร้างครอบครัว และผู้สูงอายุ ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำและผ่อนปรนเงื่อนไข สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรกเท่ากับ 1.99% ต่อปี ปีที่ 5-7 เท่ากับ MRR -2% ต่อปี และปีที่ 8 ถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป เท่ากับ MRR -0.75% ต่อปี กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR -1% ต่อปี และกรณีกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์ฯ เท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารอยู่ที่ 6.150% ต่อปี) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก ( 7 ปี ) กรณีกู้ 1,200,000 บาท ผ่อนชำระงวดละ 5,000 บาท ในช่วง 84 งวดแรก ให้กู้เพื่อซื้อบ้าน หรือห้องชุด ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บ้านมือสอง และทรัพย์ NPA ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อปลูกสร้าง และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยพร้อมซื้อบ้านหรือห้องชุด พิเศษ!! ธอส. ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการมีบ้านให้กับลูกค้าด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (0.1% ของวงเงินกู้) 2.ค่าประเมินราคาหลักประกัน (1,900-2,300 บาท) 3.ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (1,000 บาท ต่อราย) และ 4.ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง (1% ของวงเงินจำนอง)

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีบ้านเป็นของตนเอง ธอส. จึงได้ผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสได้รับวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสม รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ประกอบอาชีพประจำหรืออาชีพอิสระ ธนาคารยังเปิดให้นำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้าน หรือผ่อนชำระเงินดาวน์บ้านไม่น้อยกว่า 12 เดือนมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ และหากไม่สามารถแสดงหลักฐานที่มาของรายได้ให้ธนาคารพิจารณาได้ ให้ลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Financial Literacy และออมอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าเงินงวดผ่อนชำระเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 9 เดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานการพิจารณาสินเชื่อกับธนาคารได้ต่อไป

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถรับรหัสเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 ได้พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป เพียงดาวน์โหลด Mobile Application : GHB ALL และกดลงทะเบียนเพื่อรับรหัสเข้าร่วมโครงการ เมื่อทำตามขั้นตอนครบถ้วนแล้วลูกค้าจะได้รับรหัส 9 ตัวทาง GHB Buddy บน Application Line (ตัวอักษร 3 ตัว และตัวเลข 6 ตัว)เพื่อนำมาแสดงในการยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 เป็นต้นไป และทำนิติกรรมได้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือ ก่อนเต็มกรอบวงเงินของโครงการ

นอกจากนี้ ธอส. ยังได้นำบ้านมือสองของธนาคาร หรือทรัพย์ NPA ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1,500 รายการ ที่มีราคาขายไม่เกิน 1,200,000 บาท ลดราคาสูงสุดถึง 50% จากราคาจำหน่ายปกติมาเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 จองซื้อก่อนได้สิทธิ์ก่อน พิเศษ!! ธอส. ลดภาระค่าใช้จ่ายให้อีก 3 ต่อสำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ NPA ต่อที่ 1 เลือกใช้มาตรการผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0% นานถึง 12 เดือน ก่อนยื่นกู้โดยใช้อัตราดอกเบี้ยของโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 ต่อที่ 2 ฟรี! ค่าประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก สำหรับลูกค้า 150 รายแรก ที่ซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 2 เดือน นับจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย และต่อที่ 3 วางเงินประกันการซื้อทรัพย์เพียง 5,000 บาททุกรายการ ดูข้อมูลทรัพย์ NPA ที่เข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังได้ที่ www.ghbhomecenter.com หรือ Mobile Application : G H Bank Smart NPA และ Line Official Account : @GHB NPA

ทั้งนี้ ธอส. ดำเนินโครงการบ้านล้านหลัง ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2562 ภายใต้กรอบวงเงินสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance) รวม 50,000 ล้านบาท ให้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,000,000 บาท และเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่ประชุม ครม. เห็นชอบให้ปรับราคาซื้อขายและวงเงินกู้เป็นไม่เกิน 1,200,000 บาท กรณีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก 3.00% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.00% ต่อปี ล่าสุด ณ วันที่ 5 กันยายน 2564 มีลูกค้าได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 53,000 ราย วงเงินรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance) ของโครงการบ้านล้านหลัง ได้ทำให้มีที่อยู่อาศัยใหม่ในระดับราคาซื้อขายไม่เกิน 1,200,00 บาท ให้กับประชาชนได้เลือกซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 3,500 หน่วย โดยมีผู้ประกอบการได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 9 โครงการ วงเงินสินเชื่อกว่า 946 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติอีก 3 โครงการ วงเงินสินเชื่อ 439 ล้านบาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคาร
อาคารสงเคราะห์ และติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL และ www.ghbank.co.th

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธอส., มาตรการบ้านล้านหลัง เฟส 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610612ed78737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธอส. คาด ส.ค. นี้เดินหน้าบ้านล้านหลังเฟส 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย. 2562 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.คาดว่าจะได้ข้อสรุปมาตรการบ้านล้านหลัง เฟส 2 ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2562 เบื้องต้นจะยังคงใช้วงเงินเดิม 5 หมื่นล้านบาทจากโครงการในเฟสแรกให้หมดก่อน แต่จะมีการปรับหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้ครอบคลุมมากขึ้นตามนโยบายรัฐบาล เช่น ระยะเวลาการปล่อยกู้มีให้เลือก 40 ปี กับ 50 ปี &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าว่า หากต้องการผ่อนชำระยาวขึ้น แม้จะทำให้ค่างวดต่อเดือนถูกลงจากเดิม 3,800 บาทต่อเดือน แต่ก็จะทำให้ภาระหนี้โดยรวมเพิ่มขึ้นด้วย และผู้มีรายได้น้อยต้องหาผู้กู้ร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการยืดหยุ่นเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อเป็นระยะเวลาชั่วคราว จากที่กำหนดให้ปล่อยสินเชื่อได้ 90% ต่อราคาสินทรัพย์ เพิ่มเป็น 95% เฉพาะลูกค้าสวัสดิการข้าราชการ และ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อแก้ปัญหาวงเงินกู้ไม่พอต่อราคาสินทรัพย์ ทำให้ซื้อบ้านไม่ได้และปฏิเสธการขอสินเชื่อ โดยจะให้สำหรับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ลงชื่อเพื่อใช้เกณฑ์ดังกล่าว ภายใน 15 ต.ค. 2561 เท่านั้น ขณะเดียวกัน ยังพิจารณาว่าจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 3% ด้วย แต่จะให้เฉพาะผู้ที่จองสิทธิ์บ้านล้านหลังที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันโครงการบ้านล้านหลัง มีผู้ยื่นกู้ 5,000 ราย คิดเป็นวงเงินกู้ 3,400 ล้านบาท ได้รับการอนุมัติไปแล้ว 4,400 ราย วงเงินกู้ 2,900 ล้านบาท จากจำนวนผู้มาลงทะเบียนสิทธิในโครงการ 1.27 แสนราย ที่แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มคือ 1.มายื่นสิทธิแบบไม่รู้ 2.กลุ่มที่มีความพร้อมกู้ 3.กลุ่มที่หลักฐานพร้อมช่วงปลายปี และ 4.กลุ่มที่กู้ไม่ผ่านมีประมาณ 2,000 ราย ซึ่งจากนี้ ธอส. จะโทรหากลุ่มที่มีความพร้อมกู้ทีละรายให้ทยอยเข้ามายื่นขอสินเชื่อ&amp;rdquo;นายฉัตรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า โครงการบ้านล้านหลังเฟส 2 อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มหรือไม่ จากที่ลงทะเบียนสิทธิไปแล้ว 1.27 แสนราย ที่ขณะนี้ยังอนุมัติสินเชื่อไปไม่มาก ก็จะทยอยพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลกับภาคเอกชน หมู่บ้านจัดสรร จะมีที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่ร่วมโครงการได้ ในช่วงปลายปีนี้ ถึงครึ่งปีแรกของปี 2563 เข้าสู่ตลาดอีกประมาณ 50,000 ยูนิต ซึ่งจะเพียงพอต่อกลุ่มลูกค้าที่เข้าโครงการทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าที่มีภาระผ่อนชำระ เป็นลูกหนี้กับสถาบันการเงินแห่งอื่น และติดแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโร ธอส. คงไม่สามารถพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้ได้ เนื่องจาก การติดเครดิตบูโร สะท้อนให้เห็นว่า ลูกค้าไม่มีวินัยในการผ่อนชำระที่ดี แต่ในกรณีที่เคยมีประวัติในเครดิตบูโร แต่ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว และมีการเดินบัญชีเงินฝากกับ ธอส. ก็สามารถผ่อนปรนให้เข้าร่วมโครงการได้ หรือมีประวัติในเครดิตบูโร และสามารถแก้ไขภาระหนี้ดังกล่าวแล้วเสร็จไม่ต่ำกว่า 2 ปี ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33486</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย ศิริไล, มาตรการบ้านล้านหลัง เฟส 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab389253a223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
