<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอจุฬาฯ&#039;แนะแนวป้องกันโควิดหลังปลดล็อค&#039;ผับ-บาร์-คาราโอเกะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63-รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่องมาตรการสำหรับผับ...บาร์...คาราโอเกะ... ระบุว่า ไม่ได้มองแบบโลกสวย แต่มองตามความเป็นจริง เราคงต้องยอมรับว่า เห็นใจผู้ประกอบการ และคนทำงานกลางคืนอย่างยิ่ง และหากเราต้องปลดล็อคให้กิจการดำเนินการแล้ว วัตถุประสงค์หลักคือ อยากให้ทุกคน ทั้งคนทำงานกลางคืน ประชาชนที่มาใช้บริการ และตัวกิจการเองนั้น อยู่รอดปลอดภัยไปยาวๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทย์หลักที่ต้องตีให้แตกคือ ความเสี่ยงหลักอยู่ที่อะไรบ้าง? กิจการต่างๆ ข้างต้น ถือเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่แค่การดื่มด่ำกับดนตรี แต่มีการเต้น และอาจมีการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างคน ตั้งแต่กระซิบกระซาบ ตะโกน หรือกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันตามสถานการณ์ รวมถึงการแชร์ของกินของใช้กันระหว่างใช้บริการ ปัจจัยเสี่ยงหลักที่จะทำให้โรคระบาดคือ การใกล้ชิด แชร์ของกินของใช้ สัมผัสจับต้องคน หรือสิ่งของที่มีเชื้อแล้วนำเข้าสู่ร่างกาย และระหว่างใช้สุขา จะอ้วก หรืออื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยหนุนเสริมที่จะทำให้ใกล้ชิดกัน สัมผัสกัน ขาดสติ คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติดต่างๆ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว &amp;quot;ความเสี่ยงที่พอจะจัดการลดได้&amp;quot; 1. ทำความสะอาดจานชาม ช้อนส้อม ตะเกียบ แก้วน้ำ สถานที่ ที่นั่ง ราวจับ ไมโครโฟน และสุขาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ 2. คัดกรองคน ทั้งคนทำงาน และคนมาใช้บริการ ด้วยกระบวนการมาตรฐาน วัดไข้ และใช้ระบบบันทึกรายละเอียดบุคคลเพื่อใช้ในการติดตามหรือเตือนให้ไปตรวจหากเกิดมีการตรวจพบคนติดเชื้อในวันเวลาที่มาใช้บริการ 3. จำกัดจำนวนคนในพื้นที่ 4. รักษาระยะห่างระหว่างวงดนตรี/นักดนตรี/นักแสดง กับลูกค้า และงดการจับมือ 5. วงดนตรี นักดนตรี นักแสดง ใส่เฟซชิลด์ แม้จะช่วยได้ไม่มากนักก็ดีกว่าไม่ใช้ 6. ลักษณะของเพลง: ควรเลี่ยงเพลงที่มี&amp;quot;เนื้อหา&amp;quot;ปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศ หรือเน้นความรุนแรงและกระตุ้นให้เกิดการตะโกน แต่เรื่องทำนองเพลงนั้น งานวิจัยยังมีข้อถกเถียงกัน 7. เน้นนโยบายไม่แชร์ของกินของใช้ 8. เจ้าของกิจการควรจัดการเรื่องต่างๆ ที่ระบุไว้อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดโรคระบาดจนทำให้กิจการต้องปิดอีกยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ควรทำเพิ่มเติม และสำคัญอย่างมากคือ การส่งคนทำงานทุกคนไปตรวจคัดกรองโรค COVID-19 ทุก 1-2 สัปดาห์ ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านครับ &amp;quot;ความเสี่ยงที่จัดการไม่ได้หรือทำได้ยาก&amp;quot; 1. ความใกล้ชิด: จะให้คนมาเที่ยวไม่ใกล้ชิดกัน คงพูดเป็นการ์ตูน หากเป็นเช่นนั้นเค้าคงร้องหรือฟังเพลงและเต้นอยู่ที่บ้าน การรักษาระยะห่างคงเป็นไปได้ยาก 2. การสัมผัสจับต้องคน: มีคนมาเที่ยวจำนวนไม่น้อยมาหาสุนทรียะจากการอยู่สนิทชิดเชื้อกับคนที่ชอบหรือต้องตาต้องใจ ยกเว้นบางส่วนที่มาฟังเพลง หรือร้องเพลงจริงๆ 3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มนั้น ในทางปฏิบัติแล้วยากในการควบคุมเรื่องปริมาณการดื่ม ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมสติ อารมณ์ และการยับยั้งชั่งใจ เพิ่มความกล้าได้กล้าเสียหรือทำเรื่องเสี่ยง 4. การจำกัดเวลา: คงยากที่จะจำกัดเวลาให้อยู่ในสถานบันเทิงแบบสั้น คงทำได้เพียงจำกัดเวลาการเปิดบริการให้เป็นไปตามปกติ แต่ไม่โต้รุ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น &amp;quot;ประชาชนที่มาใช้บริการ&amp;quot; ควรให้ความร่วมมือในการคัดกรองและให้รายละเอียดเพื่อติดตามตัวกรณีมีเหตุการณ์ติดเชื้อขึ้นในสถานที่นั้น โดยหลังกลับบ้านไปแล้ว ต้องตระหนักว่าได้ไปสัมผัสความเสี่ยงต่อ COVID-19 มา และควรสังเกตอาการด้วยตนเอง 14 วัน หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปรับการตรวจที่โรงพยาบาล
โดยสรุป กิจการเสี่ยงมากๆ เราควรใช้มาตรการร่วมกัน ระหว่างการลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะจัดการได้ (Minimize manageable risks) กับการตรวจหมั่นตรวจสอบอาการของตนเอง เพื่อรีบตรวจรักษาได้ทันท่วงที (early detection and early treatment)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืม...ดำรงชีวิตประจำวันด้วยการใส่หน้ากาก...ล้างมือบ่อยๆ...อยู่ห่างๆ คนอื่นอย่างน้อย 1 เมตร...พูดน้อยลง...พบปะคนน้อยลงสั้นลง...เลี่ยงที่อโคจร...หมั่นเช็คอาการตนเองและคนในครอบครัว...
แล้วเราจะผ่านพ้นวิกฤติโควิดไปด้วยกันครับ ด้วยรักต่อทุกคน... ประเทศไทยต้องทำได้...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69302</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ผับ-บาร์, มาตรการป้องกัน, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็น0%ก็วางใจไม่ได้ บิ๊กตู่ยกโพลสื่อเชียร์ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไทยป่วยเพิ่มแค่ 2 ราย &amp;quot;ศบค.&amp;quot; รับยังไม่น่าไว้วางใจ หวั่นระบาดรอบสองซ้ำรอยต่างประเทศ &amp;quot;กทม.&amp;quot; ขู่ปิดสวนสาธารณะหลังพบประชาชนเมินทำตามมาตรการป้องกัน ขณะที่นายกฯ เผยไม่ได้สั่งทำโพล พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เป็นผลสำรวจสื่อบางสำนักเชียร์ต่ออายุ 88% ลั่นแม้ผู้ติดเชื้อจะเหลือ &amp;nbsp;0% ก็นิ่งนอนใจไม่ได้ ต้องดูมาตรการสาธารณสุข-ความร่วมมือประชาชนเป็นหลัก ด้านพรรคเพื่อไทย อ้างซื้อเวลาสกัดม็อบต้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ในประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,017 ราย หายป่วยสะสม &amp;nbsp;2,798 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 19 ปี อยู่ใน &amp;nbsp;กทม. มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้าที่เป็นบุคคลในครอบครัว ซึ่งเคยพบเชื้อมาแล้ว 3 ราย คือ พี่สาว พี่เขย และหลาน ส่วนผู้ป่วยรายใหม่อีกรายเป็นหญิงไทย อายุ 51 ปี ภูมิลำเนา จ.นราธิวาส มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน โดยเป็นพี่เลี้ยงของเด็กชาย อายุ 6 ขวบ ที่มีการยืนยันติดเชื้อเมื่อวันที่ 11 &amp;nbsp;พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตัวเลขวันนี้ถือว่าต่ำมากๆ แต่เมื่อยังไม่เป็นศูนย์ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ ถ้าจะเป็นศูนย์ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน นอกจากนี้ในรอบ 28 วันที่ผ่านมา มี 50 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อในรอบ 2 สัปดาห์ล่าสุด อันดับแรกคืออยู่ในศูนย์กัก และผู้ต้องกัก รองลงมาคือการค้นหาเชิงรุก การสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ และสถานที่ชุมนุมชน ทั้งนี้ ข้อมูลกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เมื่อวันที่ 10 พ.ค. พบว่าประเทศไทยมีการตรวจหาเชื้อไปแล้ว 286,008 ตัวอย่าง อัตราการติดเชื้อต่อประชากร 1 ล้านคน คือ 1.05% อัตราการตรวจของไทยต่อประชากรถือว่าไม่น้อย มากกว่าไต้หวัน เวียดนาม ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย
ศบค.ผวาระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าเรามีความกังวลใจเรื่องการระบาดรอบสองเหมือนกัน ที่ผ่านมา ศบค.ได้ใช้ชุดข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดมาประชุมปรึกษากับภาครัฐ กระทรวงสาธารณสุข โดยนำเอาเอกชนที่ดูแลงานด้านเศรษฐกิจและสังคมมาช่วยกันดูด้วย เป็นความละเอียดของชุดข้อมูล ไม่ได้ละเลยแต่อย่างใด ถ้ามีสิ่งใดเราจะทำให้ดีที่สุด แต่ไม่ว่าภาครัฐและเอกชนจะมีมาตรการอย่างไรก็ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนจึงจะสำเร็จ แต่หากไม่ร่วมมือกันผลจะออกมาตรงกันข้าม&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงคืนวันที่ 11 พ.ค.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 12 พ.ค. &amp;nbsp;มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 486 ราย ลดลงจากคืนก่อน 111 ราย ชุมนุมมั่วสุม 68 ราย ลดลงจากคืนก่อน 21 ราย พบว่าเล่นพนันเป็นการกระทำผิดอันดับหนึ่ง รองลงมาคือดื่มสุรา แต่ทั้งสองตัวเลขเปอร์เซ็นต์ยังใกล้เคียงกันอยู่ ถึงอย่างไรก็ไม่อยากให้มาแข่งกัน อยากให้ลดกันไปทั้งคู่ ส่วนการตรวจกิจการ/กิจกรรมประจำวันที่ 11 พ.ค. มีการตรวจสอบทั้งสิ้น 20,091 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 14,134 &amp;nbsp;แห่ง ในจำนวนนี้ปฏิบัติตามมาตรการแต่ไม่สมบูรณ์ 5,372 แห่ง ไม่ปฏิบัติตาม 585 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เรื่องการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ที่จะมีการผ่อนปรนในระยะที่ 2 เบื้องต้นกำหนดให้ในกองถ่ายมีได้ไม่เกิน 5 คน แต่ในทางปฏิบัติทั้งการถ่ายทำสารคดี ละคร และรายการบันเทิงไม่สามารถทำได้ เพราะต้องใช้ทีมงานจำนวนมาก ศบค.จะผ่อนปรนได้มากขึ้นหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่าเรื่องนี้ยังไม่เป็นข้อยุติ เป็นเพียงการร่างขึ้นมา ถ้าใครมีเหตุผลหรือข้อเสนอให้เสนอมายัง ศบค. โดยมีผู้รับผิดชอบเรื่องนี้คือปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า &amp;nbsp;ตอนนี้แนวโน้มการระบาดยังดี แต่ฝากถึงเจ้าของกิจการที่ได้รับการผ่อนปรนว่าต้องเว้นระยะห่างของคนในร้านให้ดี ส่วนประชาชนยังต้องทำตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ส่วนการกลับมาแข่งกีฬาลีกฟุตบอลในไทยและการเปิดสนามฟุตบอลต่างๆ ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดให้กลับมา เนื่องจากฟุตบอลจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เพราะมีการใกล้ชิดกันของผู้เล่น คาดว่าอาจเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะกลับมาเปิดให้บริการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 กทม. มี พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการเป็นประธาน โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 1,529 ราย ทั้งนี้จากการตรวจสอบสถานประกอบการและสถานที่ต่างๆ ที่ได้รับการผ่อนปรน ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือด้วยดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยกเว้นภายในสวนสาธารณะยังคงมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ละเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัยระหว่างอยู่ในสวน ไม่เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล บางส่วนนั่งจับกลุ่มพูดคุยรับประทานอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้สำนักเทศกิจประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและ กอ.รมน.กทม.จัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างเข้มข้น หากตรวจพบบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดจะเชิญบุคคลดังกล่าวออกนอกพื้นที่สวน &amp;nbsp;และหากปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการศูนย์ฯ อาจเสนอให้ กทม.ปิดสวนสาธารณะเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่
ปัดสั่งทำโพล พรก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านไลฟ์สดเพจไทยคู่ฟ้า ถึงการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ว่า การจะต่ออายุหรือไม่นั้นอยู่ที่การพิจารณาของ ศบค. ซึ่งต้องคำนึงถึงมาตรฐานในด้านสาธารณสุขเป็นหลัก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพลของใครทำมาก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องของโพลไป แต่เท่าที่ทราบมีสื่อบางสำนักได้ทำในขณะนี้ ทราบว่ามีผู้เห็นชอบให้ต่ออายุของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 88 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้ไม่เห็นชอบให้ยกเลิก 12 เปอร์เซ็นต์ จึงขอย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้เป็นการทำของสื่อ ตนไม่ได้ทำทั้งสิ้น และไม่ได้สั่งการให้ใครไปทำ &amp;nbsp;ข่าวที่ออกมาอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่นั้น เราจะต้องดูมาตรการทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ซึ่งผมได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและน้อยลงจนเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังนอนใจไม่ได้แม้จะเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม เราจำเป็นจะต้องดูถึงความร่วมมือที่จะไม่ทำให้ตัวเลขการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ควรจะอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ก็พอที่จะเดินหน้าไปสู่ระยะที่ 2 และ 3 ในเรื่องการปลดล็อกหรือหามาตรการผ่อนคลาย วันนี้เห็นใจพี่น้องประชาชนคนที่มีรายได้น้อย จึงต้องมีกิจกรรมต่อเนื่องและเชื่อมโยงทั้งหมดในห่วงโซ่ ทั้งการผลิต การแปรรูป การตลาด การท่องเที่ยว ถ้าเราไม่ร่วมมือกันตอนนี้ก็จะเดินไปถึงตรงนั้นไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;สิ่งที่เรามีศักยภาพก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว การบริการก็จะมีปัญหาลงไปอีก ศักยภาพของประเทศก็จะมีปัญหาในเรื่องของรายได้ประเทศ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า คณะกรรมการ ศบค. ได้รายงาน ครม.ถึงการเตรียมการว่าหากมีการผ่อนปรนในระยะที่สองจะต้องทำอย่างไร รวมถึงกิจการและกิจกรรมต่างๆ จะต้องปฏิบัติอย่างไร อย่างไรก็ตามที่ประชุม ครม.ไม่ได้มีการพูดถึงการทำโพลการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้?การจะยกเลิกประกาศ ?พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณา ทั้งการควบคุมการระบาดของโรคและความพร้อมของประชาชน แม้จะเลิก พ.ร.ก.หรือไม่ยกเลิก ประชาชนก็ต้องให้ความร่วมมือในการเว้นระยะห่างต่อไป เพราะเรายังไม่มีวัคซีนที่จะเป็นสิ่งที่ป้องกันโควิด-19 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการให้ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้านมากขึ้นนั้น ต้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเสนอขึ้นมา และดูว่าข้าราชการหน่วยงานใดที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ สำหรับการเหลื่อมเวลาทำงานเป็นเรื่องที่หน่วยงานจะพิจารณาโดยไม่ต้องนำเข้า ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ครม.ยังไม่เคาะให้ปลดประเทศจีนและเกาหลีใต้ออกจากประเทศเฝ้าระวังเขตโรคติดต่ออันตราย เพราะเป็นเรื่องที่ ศบค.จะเป็นผู้พิจารณา และไม่ต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ยังไม่มีการพิจารณาปลดล็อกจีนและเกาหลีใต้ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพราะต้องเสนอแผนให้นายกฯ &amp;nbsp;พิจารณาก่อน แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยสามารถเดินทางได้ตามปกติ
ซื้อเวลาสกัดม็อบต้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้ กอ.รมน.ไปทำโพลสอบถามประชาชน ว่าสมควรจะมีการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ในเวลาต่อมา กอ.รมน.บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้สั่ง เรื่องนี้จะเป็นแท็กติก พล.อ.ประยุทธ์ในการเปิดประเด็นใหม่ ให้คนตามมาแก้ข่าวเป็นระยะๆ ถือเป็นการซื้อเวลาในการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างการทำโพลกับทำไอโอใกล้กันมากจนแยกไม่ออก แต่ถ้านายกฯ มีความจริงใจ ฟังเสียงประชาชน เพราะสำนักข่าวทุกสำนักทำโพลส่วนใหญ่เป็นในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้สะท้อนเสียงประชาชนไปยังรัฐบาลอยู่แล้ว หากดำเนินการให้สอดรับกับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ต้องเร่งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดเสวนา ถอดบทเรียนการแก้ปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาล มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ในวันที่ 14 พ.ค. เวลา 14.00-16.00 น. ผ่านช่องทางแฟนเพจพรรคเพื่อไทยและเพื่อไทยวอร์ริเออร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลยังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ นำมาสู่ความสงสัยว่ารัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ซึ่งวันที่ 19 พ.ค.จะครบรอบ 10 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมบริเวณราชประสงค์ ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อผู้มีอำนาจหรือไม่ เป็นเพียงเพื่อยืดเวลาต่อเวลาให้รัฐบาล เพราะไม่ต้องการให้มีการเคลื่อนไหวทางสังคมหรือไม่ เพราะการควบคุมประชาชนทำให้ง่ายต่อการบริหารอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุว่านายกฯ ได้สั่งให้ทำโพล เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อหลักหน่วย แล้วจะเอาคนกว่าหกสิบล้านไปเดือดร้อนด้วยทำไม จึงต้องให้เกิดการระบายคลายความอึดอัด ควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะเอาไม่อยู่กับความหิวโหย ขอ พล.อ.ประยุทธ์อย่าฟังคนเชียร์ให้มากนัก เพราะคนเชียร์ ยิ่งบีบน้ำตาแล้ว คนพวกนี้เมื่อถึงวันหนึ่งมักจะไปก่อนเพื่อนเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้พิจารณาขอพักการดำเนินการโรงพยาบาลสนามเป็นการชั่วคราว โดยโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 กำหนดปิดชั่วคราววันที่ 31 พ.ค. ส่วนโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 กำหนดปิดชั่วคราววันที่ 15 พ.ค. เนื่องจากไม่มีจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้พิจารณาการเปิดปิดท่าอากาศยานภูเก็ต โดยรับทราบตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ยังตกค้างในจังหวัดภูเก็ตจำนวนกว่า 4 พันคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ยอดป่วยสะสมยังอยู่ที่ 224 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4405 อ.เบตง จ.ยะลา ด.ต.สุรศักดิ์ สาสุก รอง รรท.ฐาน ชฝต.4405 (ฐานชุดเฝ้าตรวจชายแดน 4405) ได้เรียกกำลังพลรวมพลเพื่อออกลาดตระเวนตรวจสอบช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนบริเวณจุดผ่านแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ภายหลังนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ประกาศขยายคำสั่งควบคุมการเคลื่อนย้ายแบบมีเงื่อนไขออกไปอีก 4 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 9 มิ.ย.นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65771</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, มาตรการป้องกัน, ระบาดรอบ2, สวนสาธารณะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5ebaa3e249b6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
