<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าปลีกยกระดับคุมโควิดขั้นสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนต้องงัดกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถประคองธุรกิจของตัวเองต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังจะเห็นได้ว่าภาคของธุรกิจค้าปลีกได้รวมใจกันใช้พื้นที่ตัวเองในการเป็นจุดฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน เพราะการกระจายวัคซีน และวัคซีนทางเลือกใหม่ๆ คงจะเป็นปัจจัยบวก ความหวังของเศรษฐกิจไทยให้สามารถฟื้นตัวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค้าปลีกอาสาเป็นจุดฉีดวัคซีน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เสนอพื้นที่ 50 สาขาทั่วประเทศเป็นสถานที่ฉีดวัคซีน ซึ่งสาขาขนาดใหญ่มีความพร้อมและเหมาะสม เพราะมีพื้นที่กว้างขวางทั้งภายในและภายนอกอาคาร ทำให้สามารถบริหารจัดการไม่ให้มีความแออัด ขณะเดียวกันยังเดินทางมาสะดวก เบื้องต้น โลตัส สาขามีนบุรี ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 14 สถานที่สำหรับนำร่องฉีดวัคซีนในกรุงเทพมหานคร สามารถรองรับประชาชนได้ 1,000 คน คาดว่าจะสามารถเริ่มต้นดำเนินการได้ในเดือนมิถุนายนนี้ นอกเหนือจากคณะทำงานทีม A สนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีนแล้ว โลตัสยังสนับสนุนคณะทำงานทีม B เพื่อใช้สื่อและช่องทางของเราทั้งออนไลน์และในสาขาทั่วประเทศช่วยสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนให้กับลูกค้าและประชาชนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด บริษัทจึงร่วมกับสภาหอการค้าไทย นำเสนอต้นแบบระบบการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพื้นที่ธุรกิจในเครือทั้งหมด 109 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับภาครัฐในการกระจายวัคซีนเข้าไปหาคนไทยอย่างทั่วถึง คาดว่าในแต่ละพื้นที่จะสามารถให้บริการฉีดวัคซีนได้ประมาณ 1,500&amp;ndash;2,000 คนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี กล่าวว่า กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มีความพร้อมที่จะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังอย่างบูรณาการ เพื่อร่วมผ่านพ้นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อให้ไทยสามารถกลับมาเปิดประเทศไทยได้โดยเร็ว ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของรัสโควิด-19 ในระลอกใหม่ ที่หนักหน่วงรุนแรง ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ต่อวันที่เกินหลักสองพันคนต่อเนื่องและกระจายไปครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ บริษัทจึงสนับสนุนพื้นที่ฉีดวัคซีนในบิ๊กซีทั่วประเทศ จำนวน 54 สาขา พร้อมสนับสนุนการจัดเก็บวัคซีนและกระจายวัคซีนไปยังพื้นที่ที่กำหนดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์การค้าเข้มมาตรการเต็มสูบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในปัจจุบัน ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ เดินหน้าคุมเข้มมาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัยขั้นสูงสุดครอบคลุมทุกมิติในการป้องกันโควิด-19 แบบเข้มข้นการ์ดไม่ตก ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ จัดตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 พร้อมจัดบิ๊ก คลีนนิ่ง เดย์ เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 30 เมษายน 2564-2 พฤษภาคม 2564 เพื่อทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสและอบโอโซนระบบปรับอากาศ ทั่วทั้งศูนย์การค้า ร้านค้าทั้งหมด และสำนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยระลอกใหม่ที่มีความรุนแรง จนส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น จึงได้จัดทำความสะอาดครั้งใหญ่ทั่วพื้นที่ ทั้งส่วนกลางและทุกร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองผู้บริโภคเข้าศูนย์การค้าในระดับสูงสุด มีการทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่โซนร้านค้า รวมทั้งพื้นที่ด้านนอกศูนย์การค้าฯ พร้อมทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในระบบปรับอากาศทั้งภายในอาคาร ทั้งยังยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยอื่นๆ อย่างเข้มงวดมากขึ้น อาทิ ทำความสะอาดจุดต่างๆ ที่ลูกค้าต้องสัมผัสเป็นประจำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 1 ชั่วโมง การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วพื้นที่ทั้งในและนอกศูนย์การค้าฯ ทุกวัน ก่อนเปิดให้บริการและหลังปิดบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รุกช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินกู้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ จัดทำโครงการต้นแบบ Sand Box ในเฟสแรก เพื่อเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มียอดวงเงินกู้ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยล่าสุดได้ร่วมนำเสนอรายชื่อ และข้อมูลให้ธนาคารอนุมัติกว่า 6,000 ราย โดยคาดว่า 1,000 รายแรก จะได้รับการอนุมัติ Soft Loan ภายในอาทิตย์หน้า โดยมากกว่า 70% ของทั้ง 6,000 ราย ยังไม่เคยเข้าถึง Soft Loan มาก่อน และจะทำเฟสต่อไปสำหรับเอสเอ็มอีที่มียอดวงเงินกู้มากกว่า 5 ล้านบาท พร้อมขยายผลความสำเร็จจากโครงการต้นแบบนี้ไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ผ่านทางสมาคมค้าปลีกไทย สมาคมหอการค้าไทย สมาคมศูนย์การค้า และสมาคมโรงแรม เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับอนุมัติสินเชื่อ Soft Loan มากกว่า 100,000 ราย เพื่อเสริมสภาพคล่อง และเป็นแต้มต่อในการทำธุรกิจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัดแคมเปญลุยเดลิเวอรี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการสร้างโอกาสทางการตลาดบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทจะดำเนินการตลาดแบบเจาะลึกอินไซต์ผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 ระลอกสาม เพื่อดันเดลิเวอรีเติบโตขึ้น 30% เสริมพอร์ตธุรกิจในไตรมาสสอง แน่นอนว่าบริษัทได้รับผลกระทบในเรื่องยอดขายที่ลดลง สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของกลุ่มผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทางแบรนด์จึงได้จัดแคมเปญ &amp;ldquo;มาตรGONเยียวยา&amp;rdquo; เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่อยู่บ้าน แต่ทั้งนี้ก็ยังรองรับลูกค้าที่ยังดำเนินชีวิตอยู่ข้างนอกด้วย จัดโปรแรงสุดคุ้มภายใต้ 5 มาตรGONเยียวยา ได้แก่ GON ช่วยครึ่ง ไทยฌานา หม้อชนะ ก.333 เรารักกัน และ GON ไม่ทิ้งกัน นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีนโยบายเรื่องการดูแลพนักงาน โดยการจัดให้มีประกันโควิด-19 แก่พนักงานหน้าสาขาทุกคน ทั้งยังสามารถร่วมลงนามกับหอการค้าไทยในการแจ้งความต้องการวัคซีนทางเลือก ซึ่งในอนาคตจะร่วมสนับสนุนส่งมอบอาหารไปยังในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการระดมฉีดวัคซีนแก่ประชาชนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้จ่ายกลุ่มอาหาร-เครื่องดื่มวูบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าหากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายใน 3 เดือนข้างหน้า ตลอดจนการกระจายวัคซีนเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้และมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายออกมาเพิ่มในช่วงที่เหลือของปี มูลค่าการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในประเทศอาจมีมูลค่า 2.48 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 0.5% ในกรณีเลวร้ายหากสถานการณ์ได้ถูกลากยาวไปมากกว่าภายในช่วง 3 เดือนนี้ หรือมีการแพร่ระบาดที่เป็นคลัสเตอร์กลุ่มใหม่ การกลับมาฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคคงเป็นไปได้ยาก อีกทั้งยังทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนอาจไม่สามารถประคับประคองสภาพคล่องมากกว่า 2 ปีติดต่อกันได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ดังนั้น มูลค่าการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในประเทศ จึงมีโอกาสที่จะหดตัวไปอยู่ที่ระดับ -2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101615</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าปลีก, มาตรการป้องกันโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fa85da03d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 06:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;อบรมพวกผีเจาะปาก!อย่าประชดโชว์โง่เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เขาให้ธุรกิจปิดเร็ว ก็ประชดว่าโควิดทำงานกลางคืนไม่ทำงานกลางวันหรือ โถ !!!! คิดมิติเดียวเนาะ เขาปิดกลางคืน ไม่ใช่เพราะพฤติกรรมของเชื้อโรค แต่เป็นพฤติกรรมของคน (บางคน) ที่ดึกดื่นค่ำคืนแล้วยังไม่เข้าบ้าน (คิดเอาเองนะ ว่านอกจากคนที่ทำงานแล้ว คนออกนอกบ้านดึกๆ มักจะทำอะไรที่เสี่ยงติดเชื้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกอยู่ในรถ แม้กับคนในครอบครัว ต้องใส่หน้ากาก ถ้าอยู่ในบ้านไม่ต้อง ก็ประชดอีกว่าเชื้อโรคมันทำงานแต่ในรถ ไม่ทำงานที่บ้านหรือไร โถๆๆๆ มันไม่เกี่ยวกับเชื้อโรคค่ะ มันเกี่ยวกับพื้นที่ บ้านกว้างกว่ารถ อยู่ห่างกันได้ (ถ้าคิดเป็นนะคะ) แต่รถมันแคบ ห่างกันไม่ได้ บ้านโล่งกว่ารถ มองเห็นไหมค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าประชดโชว์โง่เลยนะคะ มองเป็นระบบ อย่ามองมิติเดียวนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะประชดประชัน กระแทกแดกดันไปทำไมคะ มันมีประโยชน์อันใดคะ ทำไมไม่คิดที่จะเข้าใจว่าทำไม ศบค. จึงแนะนำให้ทางการประกาศมาตรการต่างๆออกมา น่าจะดีกว่านะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วทำตามคำแนะนำ ยอมรับมาตรการดีกว่าค่ะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100859</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการป้องกันโควิด, เสรี วงษ์มณฑา, ใส่หน้ากาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_608750654a3fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงเมาแล้วขับ เหนือ-อีสาน-ใต้รถแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ห่วงประชาชนเดินทางฉลองสงกรานต์ ให้เคารพกฎจราจร เมาไม่ขับ ระมัดระวังตัวตามมาตรการป้องกันโควิด &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; บูรณาการทุกหน่วยงานลดอุบัติเหตุ ส่วนการจราจรสายเหนือ-อีสาน-ใต้ รถหนาแน่นทุกเส้นทาง &amp;quot;โพล&amp;quot; เผยคนไทยส่วนใหญ่ตั้งใจหยุดยาวขออยู่บ้าน-งดเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวในรายการ PM PODCAST นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง ผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า หลายคนคงจะเริ่มเดินทางกลับบ้านกันแล้ว ขอให้ใช้ความระมัดระวังและเดินทางด้วยความปลอดภัย ตนขออัญเชิญอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านนับถือ รวมทั้งเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้โปรดดลบันดาลให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศจงมีความสุขอย่างพอเพียงในเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ไทย คิดหวังสิ่งใดขอให้สำเร็จผลสมตามความมุ่งหมายปรารถนาทุกประการ และก้าวข้ามผ่านวิกฤติโควิด-19 ด้วยความปลอดภัย มีสุขภาพร่างกายจิตใจที่แข็งแรง แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนที่กำลังจะเดินทางฉลองสงกรานต์ที่ภูมิลำเนา หรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ขอให้มีสติในการขับขี่พาหนะและยานยนต์ต่างๆ มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง&amp;nbsp; เคารพกฎหมาย กฎจราจร เมาไม่ขับ ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่เสียสละเวลาช่วงวันหยุดเทศกาลมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนให้เดินทางถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้กำชับทุกหน่วยงานบูรณการงาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในการเดินทาง ซึ่งกรมทางหลวงได้จัดตั้งจุดบริการประชาชนทั่วประเทศ 147 จุด สำหรับประชาชนผู้ใช้เส้นทางสามารถแวะพักหรือสอบถามเส้นทาง รวมทั้งบางจุดบริการยังมีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในกรณีรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุด้วย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จุดตรวจกวดขันวินัยจราจรกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งมีจัดตั้งจุดตรวจสำคัญหรือเป็นจุดยุทธศาสตร์ 312 จุดทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางด้วยความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 หรือมาตรการ DMHTT อยู่ห่างไว้ ใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า หมั่นล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ ใช้ไทยชนะและหมอชนะอย่างเคร่งครัด การจัดกิจกรรมต้องยึดแนวทางฐานวิถีชีวิตใหม่อย่างเคร่งครัด&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า ปถ.บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo; ซึ่งระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2564 โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง การคุมเข้มความปลอดภัยของยานพาหนะทุกประเภท ทั้งสภาพรถ อุปกรณ์นิรภัย ความพร้อมของพนักงานขับรถ การเฝ้าระวังและป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะขับรถเร็วดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย การจัดหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพกู้ภัยและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ และส่งต่อผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างรวดเร็วในทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ (10 เม.ย.) ตลอดทั้งวันประชาชนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างเดินทาง ทำให้ถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ มีปริมาณรถหนาแน่น อีกทั้งมีฝนตกในบางพื้นที่ ส่งผลให้ถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางลดลง อย่างไรก็ตาม ในส่วนการแถลงข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวัน สามารถติดตามได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM ทุกวัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. เวลา 10.30 น.&amp;quot; เลขาฯ ศปถ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนานสายอีสาน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ปริมาณรถที่เข้าสู่ จ.นครราชสีมา บนถนนมิตรภาพ ตั้งแต่ตำบลกลางดง- อ.ปากช่อง ปริมาณรถมากและหนาแน่น ติดขัดสลับหยุดนิ่งตลอดเส้นทาง ปริมาณรถเป็นหน้ากระดานเต็มพื้นที่ถนน แต่ก็ยังเคลื่อนตัวไปได้อย่างช้าๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเส้นทางถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงอำเภอปากช่อง-อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร ที่เปิดให้ประชาชนใช้บริการชั่วคราวเพื่อลดปัญหาสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ก็มีปริมาณรถยนต์ใช้บริการบนถนนมอเตอร์เวย์อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการจราจรสายเหนือ สภาพการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 32 สายเอเชีย ช่วง จ.ชัยนาท บริเวณ 4 แยกหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริเวณดังกล่าวในช่วงจังหวะสัญญาณไฟแดง จะมีรถติดสะสมหางแถวยาว 2 กิโลเมตร แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งระบายรถอย่างเต็มที่ โดยขาขึ้นเปิดไฟเขียวครั้งละ 5-7 นาที แต่ก็ยังคงมีปริมาณรถที่ตามมาในขาขึ้น จากพื้นที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี มาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการสะสม รวมทั้งยังเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกันเป็นระยะๆ ยิ่งทำให้เกิดปัญหาการจราจรที่คับคั่งอยู่แล้วยิ่งติดขัดและมีหางแถวสะสมยาวขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สายใต้ สภาพการจราจรบนถนนเพชรเกษมช่วงผ่านพื้นที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สู่ 14 จังหวัดภาคใต้ มีปัญหารถสะสมติดอย่างหนักระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร บริเวณ กม.ที่ 280+100 ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำกุยบุรี โดยทุบสะพานฝั่งขาล่องใต้ และทำทางเบี่ยงให้รถแล่นสวนทางกันบนสะพานฝั่งขาขึ้นฝั่งละ 1 ช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรติดขัด ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบ พร้อมจัดทำป้ายบอกทาง จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกการจราจรตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรุงเทพโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง คนไทยกับการเดินทางช่วงหยุดยาวปีใหม่ไทย 2564 พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 54.6 ตั้งใจจะอยู่บ้านไม่ออกไปไหนในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ปีใหม่ไทย ขณะที่ร้อยละ 45.4 ตั้งใจจะเดินทาง โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 29.8 จะเดินทางไปทำบุญ, ร้อยละ 16.8 จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตนเอง และร้อยละ 13.1 จะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานภาครัฐในการใช้มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 ด้านอย่างจริงจัง เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วง 7 วันอันตราย พบว่า ในภาพรวมประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่น 3.47 คะแนน จากเต็ม 5 คะแนน ซึ่งแปลผลว่ามีความเชื่อมั่นมาก โดยด้านที่เชื่อมั่นมากที่สุดคือ การเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ 3.99 คะแนน ส่วนด้านที่เชื่อมั่นน้อยที่สุดคือ การลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อมได้ 3.22 คะแนน ด้านการรับทราบเกี่ยวกับกฎกระทรวงกำหนดความเร็วใหม่ ในทางหลวงแผ่นดินทางหลวงชนบทพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.2 ทราบเกี่ยวกับกฎกระทรวงกำหนดความเร็วใหม่ ขณะที่ร้อยละ 41.8 ไม่ทราบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลองสงกรานต์, ประชาชนเดินทางฉลองสงกรานต์, ป้องกันโควิด, มาตรการป้องกันโควิด, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคารพกฎจราจร, เมาไม่ขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6071b7df269f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไทย-มะกันชื่นมื่น แถลงการณ์ร่วม วิสัยทัศน์กองทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ผบ.ทบ.สหรัฐ&amp;quot; เข้าพบ &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ชื่นชมมาตรการป้องกันโควิด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อ้าแขนต้อนรับภาคเอกชนมะกันเข้ามาลงทุนในไทย &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; จัดเต็มชีวิตวิถีใหม่ต้อนรับ พล.อ.แมคคอนวิลล์เยือนกองทัพบก ก่อนร่วมลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 10 ก.ค.2563 เวลา 09.30 น. พล.อ.เจมส์ ซี. แมคคอนวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.2563 เพื่อหารือถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐและไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลการหารือว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณกองทัพบกสหรัฐที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก การประชุมสัมมนาการบริหารงานของกองทัพบกกลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก และการประชุมนายทหารประทวนอาวุโส ประจำปี 2020 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จยอดเยี่ยม ขอบคุณสหรัฐที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนไทยในการเดินทางกลับประเทศ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มอบเวชภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล เพื่อช่วยเหลือไทยในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า ในส่วนผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ แสดงความชื่นชมกองกำลังพลของไทยที่มีความเข้มแข็ง และยินดีที่จะได้ร่วมลงนามในเอกสารวิสัยทัศน์ร่วมทางยุทธศาสตร์ระหว่างกองทัพบกไทยกับสหรัฐ ซึ่งจะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพบกของทั้งสองฝ่ายให้สามารถร่วมกันพัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถของกำลังพลทั้งสองประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ซึ่งมีมายาวนาน โดยเฉพาะในระดับกองทัพ ที่มีความร่วมมือในหลายเรื่อง อาทิ โครงการฝึกร่วมผสมทางทหาร การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนการเยือน และยุทโธปกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ทบ.สหรัฐยืนยันที่จะดำรงบทบาทเพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงและผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีเสถียรภาพ เสรี เปิดกว้างและยั่งยืน ในการนี้ยังชื่นชมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของรัฐบาลไทย และการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรีที่ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ซึ่งในตอนท้ายนายกรัฐมนตรียืนยันพร้อมร่วมมือกับสหรัฐในการสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยรัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวกในการลงทุนให้แก่ภาคเอกชนสหรัฐ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.อ.เจมส์ ซี. แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐ เดินทางไปที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งมีมาตรการป้องกัน ทั้งขึ้นรถแยก โดยรถจะมีฉากกระจกกั้นระหว่างพลขับของไทยและคณะของผู้ที่มาเยือน มีอุโมงค์พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ มีจุดสแกนตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย มีจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย มีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยทั้งก่อนและหลัง รวมถึงห้องสุขา เว้นระยะห่าง ระยะนั่ง/ยืน กินอาหารร้อน ใช้ช้อนกลางของตนเองใส่หน้ากากผ้า ตรวจอุณหภูมิร่างกาย เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ตามมาตรฐานของ ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.แมคคอนวิลล์ร่วมพิธีตรวจแถว ลงนามในสมุดเยี่ยม พร้อมเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ และพิธีลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ทางทหาร Strategic Vision Statement ระหว่างกองทัพบกทั้งสองประเทศ ก่อนจะรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน และมีร่วมพิธีอำลาแถวทหารกองเกียรติยศอย่างสมเกียรติ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ผบ.ทบ.สหรัฐได้ตรวจเยี่ยมการฝึกและตรวจสภาพความพร้อมรบ ร้อย.ร.ทบ.ไทย ในการฝึก Lightning Forge 2020 (LF20) ณ ค่ายสกอฟิลด์ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.แมคคอนวิลล์กล่าวว่า พันธไมตรีระหว่างเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเกิดผลเป็นอย่างยิ่ง และในเวลานี้เรากำลังรับมือกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 ไปด้วยกัน ประเทศของเราทั้งสองจัดการฝึกและกิจกรรมทางการทหารร่วมกันเป็นประจำหลายร้อยครั้งในแต่ละปี และเรากำลังดำเนินการร่วมกับรัฐบาลไทยเพื่อให้มั่นใจว่าทุกการฝึกของเราจะเป็นไปด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดใหญ่ครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.แมคคอนวิลล์ยังได้เยี่ยมชมสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) โดยศูนย์วิจัยโรคติดเชื้อร่วมระหว่างสหรัฐและไทยแห่งนี้เป็นแนวหน้าด้านการศึกษาโรคระบาดมาหลายทศวรรษ นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันและชาวไทยที่ AFRIMS กำลังทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อเอาชนะโรคอันตรายลำดับต้นๆ ของโลก เช่น โรคมาลาเรีย ไข้เลือดออกและโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงนามในเถลงการณ์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ระหว่างกองทัพบกของทั้งสองประเทศในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการสืบเนื่องจากการลงนามในเถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ มาร์ก เอสเปอร์ และ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมอาเซียนเมื่อเดือนพ.ย.2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา, พล.อ.เจมส์ ซี. แมคคอนวิลล์, มาตรการป้องกันโควิด, วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ทางทหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f0873a89f389.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
