<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส. ยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ของเชื้อไวรัส COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63-นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID - 19 บขส. มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้นายสถานีเดินรถทุกแห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการความเข้มงวดในเรื่องการทำความสะอาดภายในบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ทั้ง 3 แห่ง (จตุจักร , เอกมัย ,ถนนบรมราชชนนี) ซึ่งเป็นสถานีขนส่งหลักที่มีผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ บขส.มีมาตรการรักษาความสะอาด และป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัส COVID &amp;ndash; 19 ดังนี้

1. เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค โดยใช้แอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดทำความสะอาดพื้นอาคาร เก้าอี้พักคอยผู้โดยสาร เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว บริเวณห้องโถงผู้โดยสาร ห้องสุขา รถเข็น และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ต่าง ๆ โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง เช่น เคาน์เตอร์บริการ ที่จับราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ติดตั้งจุดให้บริการ เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค ภายในสถานี และที่ทำการของ บขส.ทุกแห่ง พร้อมกำชับพนักงาน บขส. และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือขณะปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีการประสานงานและบูรณาการมาตรการป้องกันเชื้อไวรัส COVID - 19 ร่วมกับหน่วยงานภายในและภายนอก อาทิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ทหารบก กรมมณฑลทหารบกที่ 11 กรมสรรพสามิต และกรุงเทพมหานคร ในการให้ความรู้ในเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส วิธีการป้องกัน รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านจอ LCD และ Information Board ภายในสถานีขนส่งฯ มีการแจกหน้ากากอนามัยให้แก่ผู้โดยสาร และประชาชนทั่วไป

4.จัดเจ้าหน้าที่ สังเกตการณ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาด ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบผู้มีอาการผิดปกติให้ดำเนินการช่วยเหลือ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกหลักอนามัย และเน้นย้ำให้พนักงาน บขส. ทุกคน ต้องหมั่นตรวจสุขภาพตนเองอยู่เสมอ หากพบมีอาการผิดปกติ ให้รีบแจ้งผู้บังคับบัญชา และพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. มีการขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการรถร่วมฯ และ รถตู้โดยสาร ให้ช่วยกันดูแลทำความสะอาดรถโดยสาร และดูแลสุขอนามัยของพนักงานประจำรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. มีการรายงานสถานการณ์ และการดำเนินงานในพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร ต่อกระทรวงคมนาคม เป็นประจำทุกวัน

อย่างไรก็ดี หากผู้โดยสารมีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ บขส. หรือบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ทันที เพื่อทำการตรวจรักษาต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58743</URL_LINK>
                <HASHTAG>บขส., มาตรการป้องกันโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5df917e896e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมท่าอากาศเปิด4 มาตรการสกัดไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)กล่าวถึงแผนการรับมือของกรมท่าอากาศยาน ในการเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากการแพร่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ของท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานว่า ได้สั่งการให้ทุกท่าอากาศยานดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มงวดทุกแห่ง โดยมีมาตรการดังนี้

1.ตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลผู้โดยสารอย่างทั่วถึง

2.จัดเจ้าหน้าที่ดูแลและทำความสะอาดพื้้นที่ภายในท่าอากาศยาน โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดทุกจุด และเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คบริเวณที่ผู้โดยสารสัมผัสบ่อย เช่น ห้องน้ำ เก้าอี้ผู้โดยสาร ราวบันได รถเข็นสัมภาระ ตะกร้าสำหรับวางสัมภาระในจุดตรวจค้น เป็นต้น

3.สำหรับท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ คือ ท่าอากาศยานกระบี่และสุราษฎร์ธานี ได้เพิ่มจุดคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ โดยใช้เครื่องแฮนด์เทล วัดอุณหภูมิบริเวณหน้าผากและหู และให้ผู้โดยสารใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลแนะนำวิธีการป้องกันตนเอง

4.ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการป้องกันตนเองตามแนวทางของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผ่านเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของท่าอากาศยาน โดยรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ หรือ จาม ด้วยกระดาษทิชชู หรือต้นแขนด้านใน รวมถึงหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น เป็นต้น

นายทวี กล่าวว่ากรมท่าอากาศยานได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และได้สั่งการกำชับให้ผู้อำนวยท่าอากาศยานทุกแห่งรายงานสถานการณ์ทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ หากท่านผู้โดยสารและประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำท่าอากาศยานแต่ละแห่งได้ทันที&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55814</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, ทวี เกศิสำอาง, มาตรการป้องกันโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d4e758a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. ติวเข้มแพทย์รัฐ-เอกชน รับมือโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หวั่นช่วงตรุษจีนนทท.ทะลัก เฉพาะเมืองอู่ฮั่นเข้ามาวันละ1,200-1,400 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.63- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมกรณีโรคปอดอักเสบ สงสัยปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Novel Coronavirus 2019) โดยมีแพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุขจากส่วนกลางและโรงพยาบาลเอกชน เข้าร่วมกว่า 300 คน และบุคลากรทางการแพทย์จาก 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ร่วมประชุมทางไกลผ่านเว็บลิงค์ของกรมการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้าประเทศผ่านผู้เดินทางที่มาจากเมืองอู่ฮั่น &amp;nbsp;ปัจจุบันมีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยวันละ 1,200-1,400 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในช่วงตรุษจีนสัปดาห์หน้าจึงต้องเข้มข้นการเฝ้าระวังตามมาตรฐานสากล ตรวจคัดกรองเป็นพิเศษ โดยเพิ่มการคัดกรองในสนามบินอีก 1 แห่งคือ สนามบินกระบี่ (จากเดิม 4 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต) รวมทั้งเพิ่มจำนวนบุคลากรตามสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นับเป็นการยกระดับการเฝ้าระวังสูงสุดทั้งประเทศ หากพบให้รายงานทุกเคส ไม่มีการปิดบัง และนำคนไข้เข้าสู่ระบบรักษา ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ต้องปลอดภัยไม่ติดเชื้อระหว่างให้บริการด้วย ส่วนประชาชนต้องป้องกันตัวเอง รักษาร่างกายให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่เป็นหวัด ไอ จาม ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ หากป่วยให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีการหารือร่วมกันในระดับรัฐบาล เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินการ ไม่ให้กระทบกับภาคส่วนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข จะควบคุมไม่ให้มีการระบาดในวงกว้าง ยังไม่มีการห้ามการเดินทาง และเราไม่สามารถห้ามคนเดินทางมาพร้อมเชื้อโรคได้ แต่ต้องตรวจจับควบคุมให้ได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ อย่าตื่นตระหนก เรารับมือได้ เพราะรู้ต้นตอการเกิดโรค ผู้ป่วยทั้งหมดล้วนเป็นผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชน สามารถวินิจฉัย รักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อและลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เป็นไปตามหลักการขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ คือ คัดกรองรวดเร็ว (Early detection) ตรวจวินิจฉัยรวดเร็ว (Early Diagnosis) รักษารวดเร็ว (Early Treatment) และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว (Early Containment)
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ไทยพบชาวจีนซึ่งเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น เป็นผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ รายที่2 และอยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54817</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, นักท่องเที่ยวจีนในช่วงตรุษจีน, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, มาตรการป้องกันโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e218451cd87c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
