<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เตือนหากโควิดระบาดรอบ2จะป็นสิ่งที่น่าเสียใจสำหรับทุกคน อย่ารักสนุก ต้องรักคนอื่นบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.63- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การพิจารณาวันหยุดช่วงสงกรานต์ประจำปี 2563 ว่า วันนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในมาตรการผ่านปรนระยะที่ 3 ซึ่ง ตนได้กำชับฝ่ายความมั่นคง สาธารณสุข ท้องถิ่น ดูแล ว่าที่ผ่อนผันไปแล้ว มีความร่วมมือกัน แค่ไหน อย่างไร จึงจะมีแนวทางไปสู่ระยะที่ 4 ได้ ในอนาคต ดังนั้น ระยะที่ 4 อย่า เร่งรัดกันนัก ต้องดูระยะที่ 3 ก่อน ว่าจะไปได้แค่ไหนอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้น สิ่งสำคัญวันนี้คือ เราต้องยอมรับขีดความสามารถด้านการสาธารณสุข หมอ แพทย์ พยาบาล ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ซึ่งจะต้องช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ เสียสละเวลาไม่มีวันหยุดราชการ ผลัดกันทำงานทั้งกลางวัยกลางคืน สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากภาคประชาชน &amp;nbsp;นั่นคือความปลอดกภัยของท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้มีการผ่อนผัน เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องเศรษฐกิระดับฐานราก ซึ่งต้องปกป้องตัวของท่านเองด้วย ไม่เช่นนั้น เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาด มาอีกครั้ง จะป็นสิ่งที่น่าเสียใจสำหรับทุกคน จึงขอเตือนคนที่ยังไม่ค่อยปฏิบัติตามระเบียบ จะถือว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน ท่านจะต้องรักคนอื่นด้วยนอกจากรักตัวเอง รักความสุนกสนาน ความสะดวกสบายของตัวเอง จะต้องรักคนอื่นบ้าง วันนี้ประเทศไทย จะต้องรวมกันเป็นหนึ่งให้ได้ จากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของตัวเลขผู้ติดเชื้อตลอด 7 วันที่ผ่านมา พบว่ามีตัวเลขที่ลดลง หรือบางวันก็เป็น 0 ที่พบเฉพาะผู้เดินทางมาจากต่างประเทศโดยพบในสถานที่กักกันของรัฐ ตรงนี้ป็นสิ่งที่น่ายินดี แสดงว่ามาตรการต่างๆที่เราทำมาถือว่าได้ผล ไม่ไปแพร่ระบาดในพื้นที่เปิด ซึ่งเป็นผลจากการที่เราเอาคนเข้ามาดูแล มันอาจมีปัญหาบ้าง ไม่ได้รับความสะดวกสบาย แต่มันเป็นมาตรฐานที่จำเป็น และรัฐบาลจะต้องใช้จ่ายงบประมาณไปจำนวนหนึ่งในการดูแล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67629</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรการผ่อนปรน ระยะ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed5f57c60ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมผุด6มาตรการเดินทางยุค New Normal </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 พ.ค.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรน ระยะ 3 นั้น กระทรวงคมนาคมได้เตรียมออกแนวปฏิบัติการเดินทางวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ (New Normal) ด้านคมนาคม ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะและผู้โดยสารนำไปปฏิบัติตาม ประกอบด้วย 6 ข้อ คือ 1.หน่วยงานผู้ให้บริการต้องมีการคัดกรองผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ 2.ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาในการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การเว้นระห่างทางสังคม (Social Distancing) ซึ่งในเรื่องนี้ยอมรับว่า อาจจะทำให้ผู้โดยสารต้องใช้เวลาในการรอเข้าใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยเฉพาะรถไฟฟ้า แต่ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและลดการแพร่ระบาดการติดเชื้อไวรัสฯ 4.จุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ 5.การบันทึกข้อมูลของผู้โดยสารที่ต้องเดินทางระยะทางไกลหรือข้ามจังหวัดผ่านแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; หากผู้โดยสารที่ไม่มีอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ยังคงสามารถกรอกข้อมูลคำถามสุขภาพตามแบบ ต.8-คค. ได้ และ 6.ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะต้องทำความสะอาดยานพาหนะก่อนที่จะนำออกมาให้บริการประชาชน เช่น รถเมล์ ขสมก., รถทัวร์ บขส., รถไฟ, รถไฟฟ้า เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แนวทางปฏิบัติ 6 ข้อดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการอยู่แล้ว และจะเป็นการประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติให้ผู้โดยสารอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากที่ ศบค. ได้ผ่อนปรนระยะ 3 แล้วนั้น คาดว่าจำนวนผู้โดยสารที่จะเดินทางด้วยบระบบขนส่งสาธารณะจะเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมอนิเตอร์ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น และติดตามผลกระทบหลังจากมีการคลายล็อคดังกล่าวด้วย พร้อมทั้งขอความร่วมมือส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานอยู่บ้าน (Work From Home) และเหลื่อมเวลาการทำงาน เพื่อลดความหนาแน่นในการเดินทาง&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่าได้มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมโดยสารเอกชน เพื่อรวบรวมความคิดเห็นในการให้บริการ หลังจากรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการ ระยะที่ 3 ไปแล้วในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ซึ่งภาพรวมผู้ประกอบการได้แสดงความประสงค์ที่จะกลับมาทยอยเดินรถมากขึ้น โดยในส่วนของกรมการขนส่งทางบก ได้แจ้งผู้ประกอบการให้ทราบว่า การอนุญาตให้เดินรถให้บริการหลังจากนี้ จะยังมีลักษณะค่อยๆผ่อนคลาย เนื่องจากขณะนี้ยังมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประกาศ ฉบับที่ 5 ข้อที่ 5 ที่ให้ประชาชนชะลอหรืองดการเดินทางข้ามจังหวัดอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยในส่วนของผู้ประกอบการโดยเฉพาะรถร่วมบริการ ที่มีความประสงค์จะเริ่มทยอยเปิดเดินรถนั้น ในส่วนนี้ให้แจ้งความประสงค์ให้กับบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ในฐานะผู้ให้สัมปทานเส้นทาง รวมทั้งนำรายงานให้ ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม-การขนส่งทั่วราชอาณาจักร เพื่อทำการอนุญาตเดินรถเป็นกรณีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ผู้ประกอบการเอกชน เสนอที่จะปรับลดความเข้มงวดของมาตรการ Social Distancing บนรถโดยสาร โดยให้ผู้เดินทางสามารถนั่งโดยสารได้ทุกเบาะ โดยผู้ประกอบการได้เสนอที่จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ ฉากกั้นระหว่างที่นั่ง เพื่อให้รถโดยสารแต่ละคันสามารถรองรับผู้เดินทางได้มากขึ้น ผู้ประกอบการมีความคุ้มทุนในการเดินรถให้บริการ พออยู่ได้ หลังจากที่ความเข้มงวดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องหยุดเดินรถไปเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นการผ่อนคลายเรื่องของการเดินรถที่อยู่ในช่วงเวลาเคอร์ฟิว 23.00-03.00น ที่ผู้ประกอบการขอผ่อนคลายให้สามารถเดินรถได้ แต่มีเงื่อนไขไม่ให้มีการแวะรับส่งผู้โดยสารในช่วงเวลาดังกล่าว โดยให้รถสามารถรับส่งผู้โดยสารได้ตามจุดและสถานีต่างๆ ที่อยู่นอกเวลาคือฟิวส์เท่านั้น โดยข้อเสนอ ของผู้ประกอบการเหล่านี้ กรมการขนส่งทางบก จะมีการรวบรวมเสนอทั้งกระทรวงคมนาคม และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.(ชุดเล็ก) เพื่อพิจารณาต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ระบุว่า ในส่วนของการรถไฟฯ แม้ว่ารัฐบาลจะมีการผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 3 แต่การรถไฟจะต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการต่อไป &amp;nbsp;โดยเฉพาะมาตรการควบคุมพื้นที่ของแต่ละจังหวัด รวมทั้งการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯที่มีอยู่ ซึ่งจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัดไว้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเวลาเคอร์ฟิว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเมื่อผู้โดยสารเดินทางไปถึงปลายทางและไม่สามารถเดินทางต่อ, หรือออกจากสถานีไม่ได้ ดังนั้นการที่ กาารถไฟฯ จะกลับมาเดินรถสายยาวเพิ่มขึ้นหรือไม่ หลังรัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 3 การรถไฟฯ จะขอติดตามรายละเอียดของมาตรการเหล่านี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับบริการเดินรถโดยสารของ บขส. ซึ่งปัจจุบันนี้เดินรถบริการอยู่ประมาณ 15 %ของจำนวนเที่ยวรถปกติ หรือวันละกว่า 1,300 เที่ยว &amp;nbsp;และมีผู้โดยสารใช้บริการกว่าวันละ 8,000 คน &amp;nbsp;โดย บขส.ประเมินว่าเมื่อรัฐบาล มีการผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 3 แล้ว บขส.จะกลับมาเดินรถได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 30% ของเที่ยวรถปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ปลัดกระทรวงคมนาคม, มาตรการผ่อนปรน ระยะ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaec3e02ba81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
