<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงพยาบาล-สปา- โรงแรมจ่อเข้าพักทรัพย์พักหนี้เพียบ  อ่วมพิษโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 2564 นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบ 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมานา &amp;ldquo;เอสเอ็มอีไทยไปต่ออย่างไร ด้วยกลไกความช่วยเหลือของ ธปท.-แบงก์รัฐ&amp;rdquo; ว่า ความคืบหน้าของมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ ผ่านมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน เอื้อให้ธุรกิจฟื้นกิจการได้ไว ไม่กระทบกับศักยภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะยาวนั้น ได้มีการอนุมัติสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแล้ว 72,391.7 ล้านบาท โดยคิดเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับความช่วยเหลือ 23,687 ราย วงเงินอนุมัติเฉลี่ย อยู่ที่ 3.1 ล้านบาทต่อราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การอนุมัติสินเชื่อฟื้นฟูมีการกระจายตัวไปยังกลุ่มผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของขนาด ประเภทธุรกิจและภูมิภาค โดยมีธุรกิจขนาดเล็กที่มีวงเงินเดิมไม่เกิน 5 ล้านบาท ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ 44.5% ขณะที่ผู้ประกอบการในธุรกิจพาณิชย์และบริการ ได้รับสินเชื่อสูงถึง 67.6% และยังพบว่าผู้ประกอบการที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อส่วนใหญ่กว่า 68.5% เป็นลูกหนี้ที่อยู่ในต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความคืบหน้ามาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ ซึ่งเป็นมาตรการใหม่นั้น ปัจจุบันมียอดอนุมัติการเข้าร่วมโครงการแล้ว 959 ล้านบาท คิดเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับความช่วยเหลือ จำนวน 14 ราย และยังมีผู้ประกอบการอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างการติดต่อกับสถาบันการเงิน และเตรียมอนุมัติเพื่อเข้าร่วมมาตรการพักทรัพย์พักหนี้อีกจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทราบว่าสถาบันการเงินมีการอนุมัติให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมมาตรการพักทรัพย์พักหนี้เป็นการภายในแล้ว และอยู่ระหว่างรอให้ความชัดเจนของมาตรการภาษีสนับสนุนการโอนทรัพย์สินหลักทรัพย์เพื่อชำระหนี้ตามมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ โดยเชื่อว่ามีความชัดเจนเรื่องนี้จะมีสถาบันการเงินยื่นเรื่องเพื่อขออนุมัติเข้ามาตรการพักทรัพย์ พักหนี้จำนวนมาก&amp;rdquo; นายอานุภาพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน 2 ธปท. กล่าวว่า คาดว่าภายในสัปดาห์นี้กรมสรรพากรน่าจะประกาศหลักเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรการภาษีสนับสนุนการโอนทรัพย์สินหลักทรัพย์เพื่อชำระหนี้ตามมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ ซึ่งเชื่อว่าหากสิทธิประโยชน์ทางภาษีในส่วนนี้มีผลบังคับใช้ จะทำให้ยอดการขออนุมัติตามมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ที่อยู่ระหว่างเจรจาทยอยเข้าสู่มาตรการเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีหลายธุรกิจที่อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเข้าร่วมมาตรการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอาคารพาณิช โรงพยาบาล สปา และโรงงานแปรรูปต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่ามาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ ได้มีการออกแบบอย่างยืดหยุ่น โดยเฉพาะระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการที่กำหนดไว้ยาวถึง 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2564 &amp;ndash; 9 เม.ย. 2566 แต่หากสถานการณ์ต่าง ๆ ยังไม่ดีขึ้นก็สามารถขยายระยะเวลาออกไปได้อีก 1 ปี และยังสามารถขยายระยะเวลาการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ได้เพิ่มจาก 5 ปีด้วย โดยระห่างนี้ ธปท. จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมจะออกมาตรการเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการช่วยเหลือผ่านมาตรการสินเชื่อซอฟท์โลน และมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ครั้งนี้ ได้ออกแบบให้รองรับความยืดหยุ่น รองรับความไม่แน่นอน และพยายามออกมาตรการที่ครอบคลุมปัญหาที่หลากหลาย ทั้งปัญหาเบา และปัญหาหนัก ตอบโจทย์ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบในระยะยาว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท., มาตรการพักทรัพย์พักหนี้, มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู, อานุภาพ คูวินิชกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d5f071edc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล-ธปท.-สมาคมธนาคารจับมือเร่งช่วยSME เข้าถึงสภาพคล่องและโครงการพักทรัพย์พักหนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30​ พ.ค. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือพ.ร.ก.ซอฟต์โลน ฉบับใหม่ ซึ่งประกอบด้วย 1)มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูวงเงิน 250,000 ล้านบาท โดยช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก เฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี ตลอดระยะเวลามาตรการ และ 2)มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง หรือมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 100,000 ล้านบาท มีผลบังคับใช้ เมื่อ เม.ย.ที่ผ่านมาแล้วนั้น &amp;nbsp;ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทยตระหนักถึงความเร่งด่วนในเรื่องนี้ และได้มีการหารือกันไปแล้วเพื่อกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ให้รวดเร็ว เพียงพอ และถูกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มSME สำหรับยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู ฯ ล่าสุด ธปท. รายงานว่า อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี้ 6พันกว่าราย โดย 63% กระจายไปยัง SMEs ขณะที่มาตรการพักทรัพย์พักหนี้ มีมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน 910 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของธนาคารรัฐ ได้มีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอย่างหลากหลาย อาทิ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ ดอกเบี้ย 2% 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ยืมสูงสุด 7 ปี สินเชื่อรายเล็กครอบคลุมธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 ทั้งทางตรงทางอ้อม ที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน &amp;nbsp;ธนาคารออมสิน มีสินเชื่อสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ดอกเบี้ยปีแรก 0.10% แล้วปรับเพิ่มในปีต่อไป ชำระเงินต้นภายใน 3 ปี และยังมีสินเชื่อให้กับ Startup และผู้ประกอบการ Non-Bank ส่วนธนาคารกรุงไทย มีสินเชื่อธุรกิจ ดอกเบี้ย 2% 2 ปีแรก ค้ำประกันโดย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นต้น มากไปกว่านั้น ยังมีความร่วมมือระหว่างสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กับธนาคารรายใหญ่ 5 แห่ง ในการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการSMEในห่วงโซ่ค้าปลีก เพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว ผ่าน digital factoring platform &amp;nbsp;เบื้องต้น มีการอนุมัติสินเชื่อแก่ SMEs แล้วมากกว่า 1พันราย โดย 70% เป็นผู้ที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ มีความคืบหน้าไปพอสมควร เนื่องจากเป็นมาตรการใหม่ ลูกหนี้จึงอยู่ในช่วงของการทำความเข้าใจในรายละเอียด กฎระเบียบ และวิธีการปฏิบัติ โดยกลุ่มที่ให้ความสนใจเข้าโครงการ อาทิ ธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และอสังหาฯให้เช่า กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต่างๆคาดว่า &amp;nbsp;จะมีผู้เข้าโครงการเพิ่มขึ้นอีกมากในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ทั้งนี้ ในภาพรวม รัฐบาลได้เร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศ ครอบคลุมการส่งออก การลงทุนจากภาครัฐที่เน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนจากต่างประเทศ และการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการดูแลผู้ประกอบการSMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำร่วมกับ ธปท. พร้อมไปกับการรักษาระดับการจ้างงาน การช่วยเหลือนักศึกษาจบใหม่ให้มีงานทำ&amp;rdquo;น.ส.รัชดา​ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104642</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.ซอฟต์โลน ฉบับใหม่, มาตรการพักทรัพย์พักหนี้, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bb4f845903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
