<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนชงแผนรีสตาร์ทธุรกิจ -เพิ่มจ้างงานเด็กจบใหม่ -เยียวยาเกษตรกร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 เม.ย.63-นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)เปิดเผยว่า จะนำข้อเสนอของภาคเอกชนจากการหารือเวทีคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชน ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 2 เกี่ยวกับมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบ และมาตรการเพื่อการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 5 กลุ่มสำคัญ โดยจะนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แบ่งเป็นข้อเสนอให้ดำเนินการในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบในเบื้องต้น โดยเฉพาะประเด็นข้อเสนอให้ทดลองปลดล็อค 2-3 จังหวัดในกลุ่มกิจการความเสี่ยงต่ำเพื่อประเมินผลก่อนขยายไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย 5 กลุ่มประกอบด้วย1. ข้อเสนอมาตรการเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(SMEs)&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก&amp;nbsp;4%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;180&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.มาตรการด้านภาษี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกัน&amp;nbsp;COVID-19 3.มาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ขอเลื่อนการจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ&amp;nbsp;ออกไป&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;4.มาตรการด้านการเงิน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สินเชื่อที่รัฐให้เพิ่มสภาพคล่อง&amp;nbsp;ขอให้&amp;nbsp;บสย.&amp;nbsp;ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มเป็น&amp;nbsp;80% และ5.มาตรการด้านอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้รัฐจัดสรรงบประมาณในการจ้างงาน&amp;nbsp;ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ&amp;nbsp;(Made-in-Thailand)&amp;nbsp;ซึ่งเอกชนต้องหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กระทรวงแรงงานและกระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ข้อเสนอมาตรการเพื่อการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.มาตรการในการปรับพฤติกรรมของประชาชน&amp;nbsp;โดยมีการกำหนดแนวทางในการปฏิบัติของประชาชนและสถานที่ให้บริการ 2.แนวทางพิจารณาการเปิดดำเนินการธุรกิจตามความเสี่ยงของสถานประกอบการและพื้นที่ที่มีความเสี่ยง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่ำอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำอาจพิจารณาเปิดให้บริการได้ตามมาตรการที่กำหนด&amp;nbsp;ขณะที่สถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp;และอยู่ในจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงจะไม่พิจารณาเปิดให้บริการ&amp;nbsp;3.กระบวนการอนุญาตและติดตาม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การลงทะเบียนสำหรับสถานประกอบการ&amp;nbsp;การติดตามตรวจสอบโดยภาครัฐระดับท้องถิ่นและจังหวัด&amp;nbsp;การรายงานของภาคประชาชนผ่านแอพลิเคชันไลน์&amp;nbsp;4.การพิจารณาระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;โดยเป็นการทดลองเปิดในจังหวัดที่มีความเสี่ยงต่ำและขยายผลไปสู่จังหวัดที่มีความเสี่ยงต่ำและปานกลางต่อไป&amp;nbsp;5.การสื่อสาร&amp;nbsp;โดยภาครัฐจัดทำแผนการสื่อสารไปสู่ประชาชนและสถานประกอบการให้รับทราบถึงข้อปฏิบัติและแนวทางในการดำเนินการ&amp;nbsp;และ6คณะทำงานร่วมในการดำเนินการ&amp;nbsp;ประกอบด้วยภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;และภาคสังคมและวิชาการซึ่งเอกชนจะต้องไปหารือในรายละเอียดกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข้อเสนอมาตรการเพื่อการแก้ไขปัญหาด้วยดิจิทัล (Digital Solution) ได้แก่ 1.ควบคุม ป้องกัน และรักษา เช่น การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ 2.ความต่อเนื่องธุรกิจ เช่น แก้กฎหมายเพื่อรองรับการจัด E-Gov Digital ID 3.การจ้างงานและพัฒนาคน มาตรการสนับสนุนผู้จนการศึกษาใหม่ คนว่างงาน และรักษาการจ้างงานในปัจจุบัน 4.ความมั่นใจตลาดเงินและทุน เช่น การเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ และการช่วยเหลือ Digital Startup, SME 5.เศรษฐกิจใหม่ เช่น Smart farming และ E-commerce และ6.โครงสร้างขันเคลื่อนยามวิกฤต เช่น การปรับปรุงโครงสร้างการขับเคลื่อนพิเศษในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ข้อเสนอมาตรการเพื่อภาคเกษตร ประกอบด้วย มาตรการระยะสั้น ได้แก่ 1. การเยียวยาให้กับเกษตรกร ครัวเรือนละ 5,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน 2.การพักหนี้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับทางราชการ ระยะเวลา 1 ปี 3.การปรับโครงสร้างหนี้และขยายเวลาชำระหนี้จากการเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร 4.การจัดให้มีช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ 5.การสนับสนุนและจัดระบบการขนส่งผลผลิตการเกษตร 6.การส่งออกผ่านพรหมแดนประเทศเพื่อนบ้าน และ การใช้ Big Data ในการติดตามสถานการณ์ภาคเกษตร มาตรการระยาว ซึ่งจะต้องหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง ได้แก่ 1.การปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ่านกองทุนร่วมทุนเกษตรกร 50,000 ล้านบาท 2.การพัฒนานักธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ และ 3การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตผ่านกลไกการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ข้อเสนอมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) แนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคจากมาตรการสินเชื่อใหม่วงเงิน 500,000 ล้านบาท สำหรับภาคธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ 1.สถาบันการเงินจะกระจายวงเงินให้ลูกหนี้ทุกระดับของ SMEs ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ กระจายวงเงินครอบคลุม ทุกอุตสาหกรรม &amp;nbsp;ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และการให้วงเงิน ไม่จำกัดเฉพาะลูกหนี้ชั้นดีของสถาบันการเงินเท่านั้น 2.ผ่อนปรนเงื่อนไขและแนวทางการพิจารณาวงเงินสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ (Soft Loan) ของ ธปท. ให้กระจายไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย โดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม และ3.เพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันส่วนสูญเสียจากเดิมแก่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามข้อเสนอทั้ง 5 กลุ่ม มีหลายมาตรการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานของหน่วยงานและสามารถดำเนินการได้ทันที หลายมาตรการยังไม่ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีกส่วนหนึ่งเป็นมาตรการระยะยาว ดังนั้น เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม จึงได้แบ่งมาตรการเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กลุ่มมาตรการที่ทำได้ทันที เช่น การเยียวยาเกษตรกร การอนุญาตให้ปรับการจ้างงานเป็นรายชั่วโมงได้ &amp;nbsp;2.กลุ่มต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน การให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกัน COVID-19 และการขอขยายสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐออกไป 4 เดือน จังหวัดและธุรกิจที่มีความเสี่ยงระดับต่ำถึงปานกลางจะทดลองนำร่อง (Sandbox) เป็นต้น และ3.กลุ่มมาตรการระยะยาว เช่น การแก้กฎหมายเพื่อรองรับการจัด E-Gov การจัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนร่วมทุนเกษตรกร&amp;rdquo; 50,000 ล้านบาท โดยในระยะต่อไป สศช. จะได้ดำเนินการประมวลมาตรการและข้อเสนอจากทุกภาคส่วนและนำเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63713</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการฟื้นเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d531f35adf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
