<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาตรการรัฐปราบโควิด รับมือได้หรือยังน่าเป็นห่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าในอีกไม่กี่วันยอดสะสมจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 500 คน ยอมรับว่าช่วงหลังยอดผู้ติดเชื้อดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากวันละ 30 &amp;nbsp;คน เป็น 60 คนต่อวัน ส่งผลให้รัฐบาลมีคำสั่งปิดสถานบริการ โรงภาพยนตร์ และสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 18-30 มี.ค.เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มเดิมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเซียนมวย &amp;nbsp;ผู้ชมจากสนามมวยลุมพินี สนามมวยราชดำเนิน สถานบันเทิงย่านทองหล่อที่เจอผู้ติดเชื้อในส่วนของเจ้าหน้าที่ร้านแทบจะยกร้าน ดังนั้นขณะนี้รัฐบาลจึงยังสามารถรับมือผู้ติดเชื้อได้อยู่ แต่สิ่งที่น่ากลัวคืออะไร? คือผู้ติดเชื้อจะกระจายไปยังทุกภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ที่เลวร้ายสุดคือการแพร่ระบาดจากคนที่ทำงานใน กทม.ลามไปถึงญาติและครอบครัวในต่างจังหวัด จึงทำให้รัฐบาลต้องยกเลิกวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงผู้ติดเชื้อเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการเข้าออกของคนในส่วนของสนามบิน รัฐบาลมีมาตรการยกเลิก Visa on Arrival (VOA) 18 &amp;nbsp;ประเทศ โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.เข้าเมือง หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางเข้ามาจะต้องไปติดต่อสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ ประกอบด้วย 1.บัลแกเรีย 2.ภูฏาน 3.จีน (รวมไต้หวัน) 4.ไซปรัส 5.เอธิโอเปีย 6.สาธารณรัฐฟิจิ 7.จอร์เจีย 8.อินเดีย 9.คาซัคสถาน 10.มอลตา 11.เม็กซิโก 12.นาอูรู 13.ปาปัวนิวกินี 14.โรมาเนีย 15.รัสเซีย 16.ซาอุดีอาระเบีย 17.อุซเบกิสถาน 18.วานูอาตู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และยกเลิกขอวีซ่าฟรี (Visa Free) 3 ประเทศ คือ 1.ฮ่องกง 2.อิตาลี 3.เกาหลีใต้ และหากนักท่องเที่ยวจะเข้ามาให้ประสานขอวีซ่าจากสถานทูตและมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วันก่อนเดินทาง ส่วนศูนย์กักกันแรงงานไทยที่กลับจากต่างประเทศทั่วประเทศให้ยกเลิกทั้งหมด โดยให้แรงงานกลับไปกักตัวเอง 14 วันที่ภูมิลำเนาตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมาตรการในประเทศไทยตอนนี้ทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุขได้ระบุว่า อยู่ในขั้นตอนหน่วงโรค คือทำทุกอย่างให้โรคกระจายตัวช้าลง เช่น เฝ้าระวัง สอบสวน กักกันโรคอย่างขันแข็ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล กักกันตนเอง อยู่ให้ห่างคนอื่น ที่ชุมนุมคนจำนวนมากโดยไม่จำเป็น เช่น มหรสพต่างๆ ก็งดเสียเพื่อให้โรคขยายตัวช้าที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังว่าจะไม่ให้ท่วมกำลังของแพทย์พยาบาลและอุปกรณ์การรักษาที่มีอยู่ ค่อยๆ สู้กันอย่างยืดเยื้อเรื้อรังไปจนโรคได้ระบาดไปสุดระยะเร่งของมัน ซึ่งน่าจะใช้เวลานานประมาณหนึ่งปี จากนั้นโรคก็จะเข้าสู่ระยะผ่อนโดยตัวของโรคเองโดยไม่ต้องไปพะวงกักกันหลังจากนั้นอีก ซึ่งตอนนี้สหรัฐอเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์นี้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกระดับต่อมาซึ่งเป็นลำดับสุดท้ายคือการปิดประเทศ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในโซเชียลคาดหวัง &amp;nbsp;คือไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายคนเข้าออก ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังสอบสวนกักกันอย่างเข้มงวด ซึ่งถ้าดำเนินมาตรการนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยพังแบบสมบูรณ์ แต่ถ้าดูเคสของเมืองอู่ฮั่นที่จีนได้ปิดเมืองอย่างสมบูรณ์ หลังพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด เป็นการระงับการคมนาคมทุกช่องทาง ทั้งรถไฟ &amp;nbsp;เครื่องบิน การขนส่งระบบราง รถบัสทางไกล และเรือข้ามฟาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยังคงอนุญาตการเดินทางด้วยรถยนต์และรถบรรทุก แต่ต้องผ่านจุดคัดกรองอย่างเข้มงวด รวมทั้งสั่งปิดสถานที่สาธารณะอย่างโรงภาพยนตร์ สวนสนุก และวัด แต่ในส่วนของไทยตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อยังไม่สูงจนน่ากังวลเท่าไหร่ แต่ถ้าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มาตรการต่อไปก็คือปิดเฉพาะเมือง ไม่ให้คนออกจากเมือง ซึ่งจะส่งลบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าปิดประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันนี้ ความพร้อมด้านการสาธารณสุขของไทย พบว่าจำนวนเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลพื้นที่ กทม. มีห้องแยกผู้ป่วยเดี่ยว หรือห้องแยกโรคธรรมดาเพียงพอ นอกจากนี้ยังมีการประสานโรงแรมเพื่อเตรียมสถานที่พิเศษไว้รองรับ กรณีมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นกว่า 500 ราย เตียงโรงพยาบาลต่างจังหวัดมี 2,444 เตียง ส่วนห้องความดันลบ หรือห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ โรงพยาบาลใน &amp;nbsp;กทม.มี 136 เตียง โรงพยาบาลต่างจังหวัดมี 1,042 &amp;nbsp;เตียง ขณะที่ห้องแยกผู้ป่วยแบบรวมหลายเตียง &amp;nbsp;หรือ รพ.สนาม (Cohort Ward) โรงพยาบาล กทม.มี 143 เตียง โรงพยาบาลต่างจังหวัดมี 3,061 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเมื่อมาดูจำนวนบุคลากรสาธารณสุข ณ วันนี้ บ้านเรามีแพทย์โรงพยาบาลรัฐ 29,449 &amp;nbsp;คน โรงพยาบาลเอกชน 7,711 คน รวมแพทย์ทั้งหมด 37,160 คน ส่วนพยาบาลโรงพยาบาลรัฐ &amp;nbsp;126,666 คน โรงพยาบาลเอกชน 24,905 คน รวมจำนวนพยาบาลทั้งหมด 151,571 คน กรุงเทพฯ เป็นแหล่งที่พบผู้ติดเชื้อมากสุด หากดูถึงการเตรียมรองรับผู้ติดเชื้อของกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้แม้ประเทศไทยจะมีความพร้อมมากแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดมากขึ้นกว่าเดิม คือวินัยประชาชนคนไทยด้วยกันเอง ทุกคนต้องจริงจังที่จะช่วยกันหยุดการแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ช้อนกลางส่วนตัว ขยันล้างมือบ่อยๆ พกหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกครั้งที่ออกจากบ้าน สำหรับผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศควรกักตัวเพื่อเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วัน แต่ความเป็นจริงก่อนหน้านี้หลายคนที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ไม่ว่าจะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไม่มีการกักตัว ส่งผลให้คนรอบข้างทั้งเพื่อนร่วมงาน ญาติ พ่อแม่ พี่น้อง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออันมาจากความไม่รับผิดชอบของแค่คนบางกลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของรัฐบาลก็มีข้อผิดพลาดที่ไม่ได้มีข้อบังคับในการกักตัวอย่างจริงจัง ถ้ามีมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดก็จะช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อสำหรับสังคมส่วนรวมมากขึ้น หรืออีกแนวทางหนึ่งที่อาจจะมีทั้งมาตรการที่เป็นการลงโทษ และมาตรการที่เป็นรางวัลเป็นแรงจูงใจให้คนทำตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จริงอยู่ว่าประเทศไทยยังไม่มีการระบาดใหญ่ โดยลักษณะการระบาดเป็นแบบเรื่อยๆ ช้าๆ &amp;nbsp;แบบนี้ยังควบคุมและรักษาได้ และเราอาจไม่มีภาพการระบาดแบบอิตาลีหรืออู่อั่น ที่คนติดเชื้อพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมากในระยะเวลารวดเร็ว ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือ อย่าให้ป่วยพร้อมกัน &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นกิจกรรมรวมพลต่างๆ ที่จะทำให้เชื้อเข้าไปแพร่กระจายในกลุ่มได้ต้องหยุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60411</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรองสถานการณ์, มาตรการรัฐปราบโควิด รับมือได้หรือยังน่าเป็นห่วง, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74dcfaa7b99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
