<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนมอง &#039;มาตรการล็อกดาวน์&#039; ที่ผ่านมาล้มเหลว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค. 2564 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;มาตรการล็อกดาวน์ ควรไปต่อหรือไม่&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23 &amp;ndash; 26 สิงหาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับมาตรการล็อกดาวน์ ควรไปต่อหรือไม่ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงการประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากมาตรการ ล็อกดาวน์ในปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.67 ระบุว่า ไม่ประสบความสำเร็จเลย เพราะ การล็อกดาวน์ไม่มีความเข้มงวด มีการล็อกดาวน์ แค่บางพื้นที่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ยังคงดำเนินชีวิตอย่างปกติ ทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 28.81 ระบุว่า ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะ ประชาชนบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด และบางคนก็ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ร้อยละ 26.83 ระบุว่า ค่อนข้างประสบความสำเร็จ เพราะ ประชาชนมีการปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด งดการรวมตัว ทำให้ลดการแพร่ระบาดลงได้ ร้อยละ 6.17 ระบุว่า ประสบความสำเร็จมาก เพราะ มีการจำกัดการเดินทางทำให้ลดการแพร่ระบาดของเชื้อลงได้ และร้อยละ 2.52 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินการมาตรการล็อกดาวน์เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 26.14 ระบุว่า ควรดำเนินการต่อ แต่ให้มีมาตรการเข้มข้นขึ้น เพราะ มาตรการต่าง ๆ ต้องจริงจัง และบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับคนที่ &amp;nbsp; ฝ่าฝืน เพื่อให้ประชาชนจะได้หยุดการเดินทาง ลดการเดินทางข้ามจังหวัด ลดการรวมตัวมากยิ่งขึ้น และควรดำเนินการต่อ แต่ให้ผ่อนคลายมาตรการลง เพราะ บางพื้นที่ยอดผู้ติดเชื้อลดลงแล้ว และประชาชนบางส่วนก็ได้รับวัคซีนแล้ว ในสัดส่วนที่เท่ากัน รองลงมา ร้อยละ 24.16 &amp;nbsp;ระบุว่า ไม่ควรดำเนินการต่อ เพราะ ถึงแม้จะมีมาตรการล็อกดาวน์ยังไงก็ยังมีจำนวนยอดผู้ติดเชื้อเยอะอยู่ดี รัฐบาลควรจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมาฉีดให้แก่ประชาชน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ประชาชนส่วนมากได้รับผลกระทบในเรื่องของการไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ร้อยละ 21.27 ระบุว่า ควรดำเนินการต่อเหมือนเดิม เพราะ มาตรการเป็นการควบคุมที่พอดี มีการควบคุมเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเท่านั้น ประชาชนยังสามารถประกอบอาชีพและเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก และร้อยละ 2.29 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากขึ้น หากมีการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ หรือมีการผ่อนคลายมาตรการลง พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.38 &amp;nbsp;ระบุว่า ค่อนข้างกังวล รองลงมา ร้อยละ 31.33 ระบุว่า กังวลมาก ร้อยละ 18.45 ระบุว่า ไม่กังวลเลย ร้อยละ &amp;nbsp;16.54 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล และร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการยอมรับ ถ้ามีการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ หรือมีการผ่อนคลายมาตรการลง แต่ทำให้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพิ่มขึ้น พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.26 ระบุว่า ค่อนข้างยอมรับได้ รองลงมา ร้อยละ 29.42 ระบุว่า ไม่ยอมรับเลย ร้อยละ 25.30 ระบุว่า ยอมรับได้แน่นอน ร้อยละ 14.18 ระบุว่า ไม่ค่อยยอมรับ และร้อยละ 0.84 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114879</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกดาวน์, นิด้าโพล, มาตรการล็อกดาวน์ ควรไปต่อหรือไม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612ace908a6f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
