<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสธ.เปิดสาเหตุยะลาวิกฤติผู้ติดเชื้อพุ่ง! ชื่นชมใช้มาตรการเชิงบุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (ระดับ 10) นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ยุทธศาสตร์ที่ 2 มาตรการเชิงบุก (Detect &amp;amp; Testing &amp;amp; Tracing &amp;amp; Effective control) ขอชื่นชมแบบอย่างที่ดี จังหวัดยะลา ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายการช่อง 3 เพิ่งสัมภาษณ์หมอ และออกอากาศ 22.00 น.วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค.63 รายการคุณกิตติ สิงหาปัด เรืองกรณีพบผู้ป่วยที่ยะลา หมอขอชื่นชมผลการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด คุณหมอสงกรานต์ ไหมชุม และทุกๆ ท่าน ที่ปฏิบัตการเชิง &amp;ldquo;บุก&amp;rdquo; ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุทธศาสตร์ที่ 2 อย่างเข้มข้น และถูกต้องตามหลักวิชาการ &amp;ldquo;ไม่กลัวตัวเลขผู้ป่วย&amp;rdquo; ข้อมูลจริงสำคัญมากๆครับ นำไปสู่การวางยุทธศาสตร์ มาตรการ และแผนปผฏิบัติการที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กินเวลายาวนานหลายเดือน ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อที่รายงานผ่านสื่อทุกแขนงเป็นประจำทุกวัน มีหมายเหตุบางอย่างถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) พื้นที่ 2 จังหวัดจาก 3 จังหวัด คือ ยะลา กับ ปัตตานี มีจำนวนผู้ติดเชื้อหรือที่เรียกว่า &amp;quot;ผู้ป่วยยืนยัน&amp;quot; สูงติดอันดับ Top 10 ของประเทศ อัตราการป่วยต่อประชากรแสนคนของยะลา อยู่ ~ อันดับที่ 3 ของประเทศ เป็นรองแค่ภูเก็ตกับกรุงเทพฯเท่านั้น ขณะที่ปัตตานีอยู่อันดับ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ยะลา มีผู้ป่วยยืนยันมากถึง 121 ราย เป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดของประเทศที่มียอดผู้ป่วยทะลุ 100 คน จากตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งหมดของประเทศนับจนถึงขณะนี้ (29 เม.ย.) ยังไม่ถึง 3,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) พี่น้องประชาชนคงอยากรู้ ทำไม จ.ยะลา ถึงวิกฤติขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.1) สาเหตุที่ยะลามีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ นอกจากปัจจัยเรื่องการมีกลุ่มเสี่ยงเดินทางกลับจากต่างประเทศจำนวนมากแล้ว ยังสืบเนื่องมาจากความต้องการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาตัดสินใจทำโครงการ active case finding &amp;ldquo;มาตรการเชิงบุก ตามยุทธศาสตร์ที่ 2&amp;rdquo; (หมอขอชื่นชม และกราบขอบพระคุณ) ด้วยการลงพื้นที่ X-ray ปูพรมตรวจเชื้อกับเป้าหมายเสี่ยง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.2) ยอดผู้ติดเชื้อที่สูง เพราะ เราทำ active case finding ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทีมสาธารณสุขได้ลงพื้นที่ไปสอบสวนโรคในกลุ่มผู้ป่วย 100 คนจากผู้ป่วยยืนยันในระบบปกติ จากระบบการรักษาปกติ เราไปสอบสวนโรคแล้วปรากฏว่ามีผู้เชื่อมโยงจากผู้สัมผัสในชุมชน และสงสัยว่าจะมีผู้สัมผัสในชุมชน เมื่อนำมาดูปรากฏว่าเราได้เป้าหมายจากผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 3,500 กว่าคน เราจึงลงพื้นที่ไล่ตรวจเชิงรุก&amp;quot; แบบนี้ซิครับ เชิงบุก ของแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.3) นอกจากนั้นยังมีเรื่องความพร้อมของห้องแล็บในโรงพยาบาลจังหวัดยะลาที่มีการพัฒนาการตรวจได้ 400-500 คนต่อวัน ประกอบกับช่วงที่เริ่มทำโครงการ เป็นช่วงใกล้เข้าสู่เดือนรอมฎอน ผู้ว่าฯจึงมีนโยบายให้เร่งเข้าไปหากลุ่มเสี่ยง และทำการตรวจเชิงรุกในพื้นที่โดยไม่ต้องรอให้มีผู้ป่วยมาหาเรา ทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) จากต้น มี.ค.ที่เจอเคสแรกๆ ของจังหวัด มาถึงกลางเดือน เม.ย.ที่มีเคสสูงสุด นำมาสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการตรวจหาเชื้อกับบุคคลกลุ่มเสี่ยง ทำให้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แม้ตัวเลขจะสูงจริง แต่เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว และขณะนี้ตัวเลขก็นิ่งมาหลายวันแล้ว อยู่ที่ 121 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) มาตรการเชิงบุก (Active case finding) เราไม่ได้ตรวจประชากรทั้งหมด แต่เราตรวจตามเป้าหมาย และจากการทำ จำนวน 3,500 กว่ารายใน 1 สัปดาห์ เราเจอผู้ป่วย 20 คนที่ไม่แสดงอาการ ทำให้ยอดผู้ป่วยรวมอยู่ที่ 121 คนในตอนนี้ และจาก 20 คนนี้เราก็เช็ค timeline ของเขา พบว่าเราจะต้องตรวจเคสเป้าหมายเพิ่มอีก 2,000 คน เพราะผู้ป่วย 20 คนที่พบใหม่นี้เป็นผู้ที่ไม่แสดงอาการ แต่เราเข้าไปตรวจพบ ทำให้สามารถระงับการแพร่เชื้อต่อได้โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ&amp;quot; หมอขอยืนยันว่า เป็นการทำงานทึ่ถูกต้อง ที่หลักวิาการ บริบท และเป็นแบบอย่างทุกพื้นที่ควรทำตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7)&amp;rdquo;หมอชื่นชม และให้กำลังใจ&amp;rdquo; ในแง่ตัวเลขที่ถูกมองว่าสูง แต่ในฐานะผู้ปฏิบัติงานจริง มองว่าเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว และนับจากนี้สถานการณ์โดยรวมน่าจะดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับ &amp;quot;ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ&amp;quot; ที่พบจากการทำ active case finding ของยะลา ก็สะท้อนให้เห็นถึงความน่ากลัวของไวรัสโตวิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8) แน่นอน ผมให้กำลังใจคุณหมอสงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา และหมอได้แนะนำยุทธวิธี การจัดการ อธิบาย &amp;ldquo;โอกาสบวกปลอม และการป้องกัน เช่น เก็บตัวอย่างใหม่ทั้งหมด และส่งอีกห้องปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9) สิ่งสำคัญ มาตรการเชิงบุก ไม่ใช้บุกตรวจสุ่มสี่สุ่มห้า ต้องมี เกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น ผู้สัมผัสใกล้ชิด ผู้มีประวัติเสี่ยง พื้นที่ เวลา บุคคล สถานการณ์ ......&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10) หมอชื่นชม กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทำได้ดีมาก และต้องเข้มข้นขึ้น &amp;ldquo;ไม่ต้องกลัวตัวเลข สิ่งสำคัญต้องได้ข้อมูลจริง&amp;rdquo; ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11) ทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ต้องดูยะลาเป็นแบบอย่าง และใช้ยุทธศาสตร์ที่ 2 &amp;ldquo;มาตรการเชิงบุก&amp;rdquo; ทำทุกพื้นที่ ทำให้ถูกหลักวิชาการ รอบคอบ ปรับบริบทให้เหมาะกับพื้นที่ และสิ่งสำคัญ &amp;ldquo;สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีตามธรรมชาติ&amp;rdquo; วัคซีนของพ่อ วัคชีนตามหลักเศรษฐกิจ และช่วยเหลือ อุทิศตนร่วมแรงร่วมใจ &amp;ldquo;พลังจิตอาสา&amp;rdquo; เราทำดีด้วยหัวใจ ช่วยเหลือกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#แค่ทำที่ตัวเราให้ดีที่สุด ประชาชนร่วมมือ &amp;gt; 90 % เราจะร่วมประกาศชัยชนะโควิด 19 แบบสูญเสียน้อยที่สุด.....ครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64993</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, มาตรการเชิงบุก, ยะลา, โควิด-19, โฆษกสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf6ad88256d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
