<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; สั่งเร่งประชุมกก.สิ่งแวดล้อมฯหามาตรการแก้วิกฤติฝุ่น ส่งทหารควบคุมพื้นที่ปล่อยมลภาวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กห. ได้สั่งให้ทุกส่วนราชการประสานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งเตรียมข้อมูลรอบด้าน เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้ง ขอให้ศึกษาแนวคิดความเป็นไปได้ในการหมุนเวียนการปฏิบัติงานจากบ้านพัก การลดใช้ยานพาหนะ เป็นต้น เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างยั่งยืน เสนอ ครม.เป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้กำชับขอให้ทุกส่วนราชการ โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ และฝ่ายปกครองระดับจังหวัดและตำรวจ เร่งทำหน้าที่ในความรับผิดชอบ ทั้งการขอความร่วมมือและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เข้าควบคุมพื้นที่หรือแหล่งกำเนิดมลภาวะโดยตรง ทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่งแจ้ง หรือรถยนต์ควันดำ เป็นต้น พร้อมทั้งสั่งการให้กองทัพจัดกำลังพลเข้าไปสนับสนุนการทำหน้าที่ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาในที่โล่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ประกาศควบคุม ทั้งนี้ขอให้กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ไปตรวจและให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ประชาชน โดยเฉพาะคนชราและเด็กควบคู่กันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ทุกส่วนราชการโดยเฉพาะกทม. ประสานการทำงานกับภาคเอกชนและภาคประชาชน ร่วมสร้างสำนึกและความตระหนักรู้ต่อส่วนรวม เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมรับผิดชอบในกิจกรรมต่างๆที่สามารถดำเนินการร่วมกันมากขึ้น เช่น การลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดควันและฝุ่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ควบคุมและเขตก่อสร้าง &amp;nbsp;รวมทั้งการล้างถนนและใบไม้จากต้นไม้ริมถนนและสวนสาธารณะ ซึ่งขอให้หน่วยทหารพัฒนาสนับสนุนการทำงานร่วมกับ กทม.ต่อเนื่องกันไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;(กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. ได้มีบัญชาให้ กอ.รมน.เข้าสำรวจและตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย โดยมอบให้ กอ.รมน.จังหวัด เตรียมการและจัดชุดตรวจร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด, สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นต้น ทั้งนี้จะเพ่งเล็งโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงในการปล่อยมลพิษ อาทิ โรงงานที่ใช้ถ่านหิน น้ำมันเตาและฟืนเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงโรงงานที่มีการใช้ระบบหล่อเย็น และโรงงานหลอมโลหะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ (31 ม.ค.62) เวลา 13.30 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 ได้จัดการประชุมเพื่อหารือร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหาข้อมูลและพื้นที่เป้าหมายในการลงพื้นที่ เพื่อแจ้งเตือนหน่วยขึ้นตรงในส่วนภูมิภาค จัดชุดตรวจร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัด ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆทั่วประเทศ โดยเริ่มในวันที่ 1 ก.พ.62 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27961</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายแก้ปัญหาฝุ่นละออง, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น, โฆษกกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c527225b4d4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเสียเอง!รถตามขบวนครม.เย้ยคำสั่งนายกฯ จอดไม่ดับเครื่องพ่นควันในทำเนียบฯตั้งแต่เริ่มจนจบประชุมครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ออกแถลงการณ์สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมี 9 มาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในข้อ 8 ระบุว่า &amp;ldquo;รณรงค์ไม่ให้ติดเครื่องยนต์ขณะจอดในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน และพื้นที่ ที่มีมลพิษสูง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฎว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกันนี้ รถยนต์ของผู้ติดตาม และรถติดตามขบวนของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ที่มาจอดรอรับบรรดาครม. บริเวณโรงจอดรถและลานจอดด้านข้างตึกบัญชาการ 1และ2 ได้จอดสตาร์ทรถยนต์เป็นเวลานาน ตั้งแต่เริ่มการประชุมครม. จนการประชุมเสร็จสิ้นเป็นประจำ โดยปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนสถานการณ์ฝุ่นละอองจะวิกฤต และเมื่อมีแถลงการณ์ของนายกฯออกมาก็ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด ทั้งที่สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลยังคงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27207</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอดรถในทำเนียบฯ, ติดเครื่องยนต์, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น, รถยนต์ผู้ติดตาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c469cf2f1566.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ฝนเทียม&quot;ช่่วยลดPM2.5 ในวันนี้(16ม.ค.)นักวิชาการเตือน 18ม.ค.ระดับฝุ่นเพิ่ม/เสนอขรก.ทำงานที่บ้านแทนที่ทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพอากาศกรุงเทพฯ วันที่ 16 ม.ค.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16 ม.ค.62- ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดทส. เป็นประธานการประชุมเร่งรัดและทบทวนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กระทรวงมหาดไทย กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิจารย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า &amp;nbsp;ฝุ่น PM2.5 มาจากการจราจรเป็นหลัก โดยเป็นรถยนต์ดีเซลที่ปล่อยควันดำเพราะการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งมลพิษเหล่านี้มีเท่าเดิม แต่ในช่วงนี้อากาศไม่เอื้ออำนวยทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นจนเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งปัญหาดังกล่าวทส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหารือกันตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 61 โดยดำเนินการมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า สำหรับ คพ. ได้ติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละออง รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องผ่านเว็บไซด์ www.air4thai.pcd.go.th และ แอพพลิเคชั่น air4thai จึงอยากให้ประชาชนติดตามข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากทางภาครัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 &amp;nbsp;วันนี้ จาก 42 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ค่าเฉลี่ยของฝุ่น PM 2.5 ลดลงจากเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ทุกจุด &amp;nbsp;แสดงว่าการทำฝนเทียมให้ กทม.สำเร็จ &amp;nbsp;จากระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นสีเหลือง สถานการณ์ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการประชุมผลจากการประชุมครั้งนี้ได้ประสาน 5 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ จ.นนทบุรี &amp;nbsp;นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร. &amp;nbsp;ห้ามเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด ตลอด 2 เดือน &amp;quot; นายประลอง กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม คือ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ หลายๆคน จึงหาหน้ากาก N95 มาใช้ แม้จะป้องกันได้ร้อยละ 90 แต่ต้องใส่ให้แน่นมากจะอึดอัด ถ้าใส่แล้วสบายดีแสดงว่าไม่ถูกวิธี บางคนใส่ไม่เกิน 20นาที ก็ทนไม่ไหว สุดท้ายต้องถอดออก ดังนั้น การใช้ N95 ประชาชนต้องศึกษาการใช้งานอย่างถูกวิธี หรือเลือกใส่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น การเดินอยู่ริมถนน เป็นต้น ซึ่งจริงๆ แล้วหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาสามารถนำมาใช้ได้ เพียงแต่ใส่ทิชชู่ไปอีก 2-3 ชั้นก็มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและเยาวชน ทางกรมอนามัยได้แจ้งเตือนไปยังโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ยังไม่ถึงต้องหยุดเรียน เพราะยังไม่ถึงระดับสีแดง คือ มีผลกระทบต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า จากการเปรียบเทียบสถิติผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง เส้นเลือดตีบ ไม่พบว่ามีผู้ป่วยมากขึ้นกว่าปีก่อน และบางโรคมีผู้ป่วยจำนวนลดลง ซึ่งสถานการณ์ฝุ่นละอองในขณะนี้จึงยังไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างเป็นนัยยะสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการกองบังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า มาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จะเพิ่มจุดตรวจจับรถควันดำอีก 8 จุด จากเดิมมี 12 จุด รวมเป็น 20 จุด โดยประสานกรมควบคุมมลพิษนำเครื่องมือมาตรวจจับ โดยเมื่อวาน(15ม.ค.) ได้ตั้งด่านควันดำ จับควันดำเกินมาตรฐานได้ 651 คัน สำหรับรถเล็กจะใช้อำนาจ คพ. ติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้ชั่วคราว 30 วัน &amp;nbsp;จนกว่าจะปรับเปลี่ยนและผ่านการตรวจวัดสภาพอีกครั้ง &amp;nbsp;รถทั้งหมดจะอยู่นอกระบบ &amp;nbsp;เข้า กทม.ไม่ได้ ช่วยลดฝุ่น นอกจากนี้ จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ห้ามจอดรถยนต์ในถนนสายหลัก 24 ชั่วโมง จะกำชับและสั่งการด่วนไปยังสถานีตำรวจต่างๆ จะส่งผลให้รถเคลื่อนตัวได้ง่าย มลพิษลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพริ้มเพรา &amp;nbsp;วงศ์สุทธิรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันมีรถเมล์ ขสมก. ให้บริการ 2,800 คัน เป็นรถโดยสาร NGV 700-800 คัน รถดีเซล 2,000 คัน ซึ่งปกติใช้น้ำมัน B7 &amp;nbsp;เมื่อเกิดปัญหาฝุ่น จึงมีมาตรการป้องกัน โดยเมื่อวันที่ 15 ม.ค. &amp;nbsp;เปลี่ยนเป็นน้ำมัน B20 &amp;nbsp;จำนวน 800 คัน ที่เหลืออีก 1,200 คัน ขสมก.จะเร่งรัดปรับเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด ส่วนการแก้ไขในระยะยาวในปี 2565 รถโดยสารเก่า &amp;nbsp;2,000 คันจะหมดไป จะเป็นรถโดยสาร NGV รถโดยสารไฟฟ้า และรถโดยสารไฮบริดเข้ามาแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; รถเมล์ปัจจุบันอายุใช้งาน 10-20 ปี มีบริษัทเหมาซ่อม ขสมก.จะกวดขันบริษัททั้งหมด และปรับจำนวนเที่ยวในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบผู้ใช้บริการ &amp;nbsp;ปกติ 4 เที่ยว ลดเหลือวิ่ง 3 เที่ยว แต่ทุกมาตรการต้องสอดคล้องความต้องการของผู้บริโภค &amp;quot; &amp;nbsp;นางพริ้มเพรา กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้นเหตุฝุ่นละออง PM2.5 เกิดจากรถยนต์ การจราจรที่ติดขัดและปล่อยควันดำออกมา ดังนั้นควรแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้น ซึ่งมีข้อเสนอจากนักวิชาการให้มีกำหนดการใช้รถเป็นวันเลขคู่เลขคี่ตามเลขทะเบียนรถ เพื่อลดจำนวนการใช้รถยนต์ แต่ถ้ามีผลบังคับใช้ทันทีก็ย่อมมีคนท้วงติง เพราะกระทบต่อการชีวิตประจำวันของประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่มีอีกวิธีสามารถดำเนินการได้ทันที โดยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนโดยให้ข้าราชการ พนักงาน ทำงานที่บ้าน เพราะบางงานไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ทำงานสามารถส่งงานผ่านอินเตอร์เน็ตได้ สอดรับนโยบายรัฐบาลยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งหน่วยงานก็สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ท โดยเรื่องดังกล่าวจะนำเสนอต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในการประชุมแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในวันพรุ่งนี้( 16 ม.ค.) &amp;rdquo; ดร.สุพัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มาตรการแก้ปัญหาฝุ่นควันขณะนี้เหมาะสม เพราะแก้ที่จุดกำเนิด เนื่องจากสาเหตุฝุ่นละอองมาจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ รถควันดำ และสภาพอากาศปิดทำให้อากาศค้างอยู่กับที่ ปีหน้าก็จะเจออีก พบกับตัวเลขเกินมาตรฐานอีก &amp;nbsp;แต่จะหนักหรือเบาขึ้นกับสภาพอากาศ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ช่วง 1-2 วันจากนี้ ฝุ่นควันจะลดลง แต่จะต้องเฝ้าระวังอีกครั้งวันที่ 18 ม.ค. เพราะจากการพยากรณ์อากาศจะมีความกดอากาศสูงเข้ามา ส่งผลให้อากาศมีความชื้น &amp;nbsp;ฝุ่นจะกลับมา ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26731</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ปัญหาฝุ่นPM2.5, มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น, รัฐระดมสมองแก้ปัญหาฝุ่น, สถานการณ์ฝุ่น16ม.ค.62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3eeb2e7318d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
