<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังรับ “ชิมช้อปใช้” มีช่องโหว่เงินรั่วไหล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การเปิดให้ร้านค้าเข้ามาร่วมลงทะเบียนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชิมช้อปใช้&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 28 ส.ค.-20 ก.ย.2562 จะเน้นเฉพาะร้านค้าที่มีหลักแหล่ง มีหน้าร้านชัดเจน ไม่ได้เปิดให้บุคคลธรรมดามาลงทะเบียนได้ เพราะยอมรับว่ามาตรการยังมีช่องโหว่ โดยกังวลว่ากรณีที่ไม่ได้ทำธุรกิจจริง แต่มาลงทะเบียน โหลดแอพลิเคชั่น แล้วผู้ค้ากับผู้ซื้อที่เข้าร่วมมาตรการ ไม่ได้มีการซื้อขายจริง และไปตกลงกันเอง เพื่อแบ่งเงินกันที่จะได้รับคืน 15% จากวงเงิน 30,000 บาท หรือได้คืน 4,500 บาท ซึ่งคลังไม่อยากให้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ร้านค้ายังให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการน้อย ล่าสุดอยู่ที่ 3,300 ร้านค้า ต่ำกว่าเป้าหมายที่ควรจะมีร้านค้ามาเข้าร่วมลงทะเบียน 500 ต่อวัน ดังนั้นกระทรวงการคลังได้ปรับวิธีการไปดังร้านค้าเข้ามาลงทะเบียน โดยให้กรมบัญชีกลาง และคลังจังหวัด เร่งลงพื้นที่เชิงรุก เข้าหาผู้ประกอบการ ในกลุ่มเป้าหมาย ให้ได้ 40,000 ร้านค้า หรือเพิ่มเฉลี่ยเป็นวันละไม่ต่ำกว่า 1,000 ร้านค้า โดยแบ่งเป็น ร้านอาหารที่มีเลขทะเบียนพาณิชย์ 14,000 ร้านค้า ร้านอาหารขนาดเล็กในพื้นที่ 10,000 ร้านค้า ร้านโอทอป/วิสาหกิจชุมชน 6,000 ราย และโรงแรม/โฮมสเตย์ 10,000 ร้าน มาลงทะเบียนมาตรการทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากนี้คลังจะไม่รอให้ร้านค้ามาลงทะเบียน แต่จะปรับวิธีการเชิงรุก เข้าไปหาผู้ประกอบการให้มาลงทะเบียนตามเป้าหมาย 40,000 ร้านค้า เพื่อติดตั้งแอพลิเคชั่นถุงเงิน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ หากไม่ทันตามเวลาที่กำหนด 20 ก.ย. ก็จะขยายเวลาลงทะเบียนเพิ่มอีก ซึ่งต้องของดูอีกครั้งว่า เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วมีร้านค้ามาลงทะเบียนเพิ่มเท่าไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าสาเหตุที่มีร้านค้ามาลงทะเบียนน้อยกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลว่า กระทรวงการคลัง จะส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากร เข้าไปเก็บภาษี ซึ่งไม่เป็นความจริง กระทรวงการคลังยืนยันว่าเป็นข้อมูลคนละส่วน และจะไม่มีการส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร เป็นการลงทะเบียนกับธนาคารกรุงไทย ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้า กระทรวงการคลังจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพิ่มจุดใช้จ่ายจากมาตรการชิมช้อปใช้ จากเดิมแค่สินค้าโอทอป และธุรกิจพื้นเมือง ให้ครอบคลุมถึงธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธรุกิจสปา ธุรกิจเช่ารถ ธุรกิจนำเที่ยว เพื่อให้การใช้จ่ายตอบโจทย์กับมาตรการมากขึ้น ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำเสียงตอบรับไปทบทวนรายละเอียดของมาตรการ ก่อนที่จะเริ่มในวันที่ 27 ก.ย.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45042</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ชิมช้อปใช้, ช่องโหว่, มาตรการแจกเงินให้คนละ 1500 บาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8287bfa60f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดซะแล้ว คลังงดแจก1,500 เที่ยวเมืองรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 2562 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงกลางปีเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังปรับปรุงรายละเอียดของมาตรการดังกล่าวอยู่ เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและมีความคุ้มค่ากับงบประมาณที่สุด โดยในส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เบื้องต้นจะไม่เสนอให้ทำมาตรการแจกเงินให้คนละ 1,500 บาท จำนวน 10 ล้านคน เพื่อไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อีเพย์เมนต์ในเมืองรอง 55 จังหวัดแล้ว เพราะเมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วพบว่าโครงการนี้อาจไม่คุ้มค่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจะคงเหลือแต่มาตรการทางภาษี ได้แก่ การขยายมาตรการเปิดให้นำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วประเทศมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปีนี้ 15,000 บาทต่อคน และขยายระยะเวลาเปิดจุดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในกรุงเทพฯและปริมณฑลให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปอีก 6 เดือน ถึงเดือนเม.ย.-ก.ย. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้ จะเน้นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเหมือนเดิม โดยจะพิจารณาการเติมเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถนำไปเงินไปใช้ดำรงชีพได้ พร้อมกับเน้นมาตรการการช่วยเหลือด้านการศึกษาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ ขณะเดียวกันจะมีการออกมาตรการทางภาษีช้อปช่วยชาติ เพื่อให้นำค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้ออุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา หนังสือมาลดหย่อนภาษีเงินได้ในปีนี้ได้เพิ่มด้วย&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการะทรวงการคลัง ระบุว่า สาเหตุที่กระทรวงการคลังมีการยกเลิกการแจกเงิน 1,500 บาทให้ไปเที่ยวเมืองรอง เนื่องจากได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มีการทบทวนใหม่ หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นการส่งเสริมให้คนนำงบประมาณไปใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย รวมถึงยังไม่สบายใจที่มีกระแสข่าวหลุดมาก่อนที่จะนำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา จึงสั่งให้ชะลอและหาทางปรับปรุงมาตรการใหม่ให้เหมาะสม หรือจนกว่าจะมีความจำเป็นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34572</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการแจกเงินให้คนละ 1500 บาท, ยกเลิก, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, เที่ยวเมืองรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba5a837d4dbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
