<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมรางฯขานรับนโยบาย Thai First ลุยสร้างมาตรฐานระบบราง โดยใช้วัตถุดิบในประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ม.ค. 2563 นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนเข้ามารับตำแหน่งอธิบดี ขร.นั้น เตรียมประสานความร่วมมือด้านนวัตกรรมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รวมถึงจะจัดให้มีการบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับองค์กรทางรางในต่างประเทศประเทศ เพื่อสร้างศักยภาพ และสร้างมาตรฐานในงานระบบราง ทั้งในส่วนของรถไฟ และระบบไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ไปพิจารณาการดำเนินการนโยบาย &amp;ldquo;Thai First&amp;rdquo; ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อนนั้น เพื่อให้โครงการก่อสร้างต่างๆ ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เป็นการลดใช้วัสดุจากต่างประเทศ ดังนั้น ขร. จึงเตรียมหารือร่วมกับ วว. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อกำหนดมาตรฐานรับรอง ให้ไทยสามารถพัฒนาและผลิตเครื่องยึดเหนี่ยวราง (Rail Fastener) และหมอนรองรางรถไฟได้เอง ซึ่งในปัจจุบันจะเป็นการนำเข้าจากประเทศจีนทั้งหมด จะสามารถช่วยประหยัดงบประมาณ รวมถึงสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศ ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่ยังช่วยสนับสนุนการนำยางพารามาใช้เป็นวัตถุดิบได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยใช้เครื่องยึดเหนี่ยวราง และหมอนรองรางรถไฟอย่างมหาศาล โดยในโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 ระยะทาง 993 กิโลเมตร (กม.) นั้น ได้ใช้เครื่องยึดเหนี่ยวรางกว่า 6.6 ล้านตัว และใช้หมอนรองรางรถไฟ จำนวน 1.65 ล้านหมอนรองราง ซึ่งในทางรถไฟ ระยะทาง 1 กิโลเมตร จะใช้หมอนรองรางรถไฟ 1,660 หมอนรองราง และใช้เครื่องยึดเหนี่ยวราง 2 ชุด (เหล็กบน-ล่าง จำนวน 4 ตัว) อย่างไรก็ตาม หากไทยสามารถดำเนินการได้เองนั้น จะนำมาใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ระยะทาง 1,483 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทาง วว. รับที่จะเข้ามาช่วยเหลือกับเรา คือ วัสดุบางตัวเราสามารถสร้างเองได้ ดังนั้นทำไมเราไม่ทำเอง ทำให้เป็นมาตรฐานรางไทย เพราะหมอนรองรางเราสร้างเองได้แล้ว ถ้าเราสร้างเครื่องยึดเหนี่ยวรางได้อีก ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณมหาศาล เพราะ ตอนนี้เรานำเข้าจากจีน โดยเครื่องยึดเหนี่ยวราง ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,500-1,700 บาทต่อ 1 ชุด ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างรวบร่วมรายละเอียด แต่ส่วนที่เห็นชัด คือ เราได้ช่วยใช้ยางพาราในประเทศ ใช้เหล็กในประเทศ และซัพพลายเออร์ ได้มีงานทำ ถ้าทำได้ และเป็นไปตามนโยบาย Thai First ด้วย&amp;rdquo; นายสรพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ได้รับโยบายจากรัฐบาล และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในเรื่องการรักษาสุขอนามัยในระบบขนส่งสาธาณณะระบบราง เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ และเชื้อไวรัส โดยในสัปดาห์นี้ จะมีการหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการป้องกันดังกล่าว ในการเดินทางในระบบรางทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงเวลาเร่งด่วน ประชาชนเดินทางด้วยระบบรางจำนวนมาก โดยจะมีการรณรงค์และสร้างแนวทางป้องกันการติดต่อเชื้อโรคต่างๆในส่วนของระบบการเดินทางในระบบการขนส่งทางราง โดยเฉพาะในเขตเมือง ซึ่งในสัปดาห์นี้ จะเรียกผู้ประกอบการระบบขนส่งทางรางทั้งหมด มาหารือถึงแนวทางป้องกันเชื้อโรคติดต่อ จะต้องมีป้ายเตือนมีการสัมผัส และจะขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนเรื่องของแอลกอฮอล์เช็ดมือ เพราะต้องมีการจับการโหนแตะมือ สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้และคิดว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับแนวทางเหล่านี้&amp;rdquo; นายสรพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55585</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรฐานงานระบบราง, สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์, อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e515cc394c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
