<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เน้นคอเหล้าปลอดภัย ตีกลับมาตรฐานใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด สมอ.ตีกลับมาตรฐานสุรา พร้อมจี้ กว. ทบทวนเกณฑ์สารเคมีที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ทั้งแอลดีไฮด์และเมทิลแอลกอฮอล์ รวมถึงซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่เติมเข้าไป ที่เพิ่มขึ้นกว่ามาตรฐานเดิมกว่า 2 เท่า ยันความปลอดภัยผู้บริโภคต้องมาก่อน หากได้รับในปริมาณมากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สมอ. (คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาว่า บอร์ด สมอ.ได้มีมติให้คณะกรรมการวิชาการรายสาขา (กว.) เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นผู้จัดทำมาตรฐานสุรา ทั้งสุรากลั่นและสุราแช่ ทบทวนเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่กำหนดในมาตรฐานฉบับแก้ไขใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่ามาตรฐานเดิม เช่น สุรากลั่น กำหนดแอลดีไฮด์จากเดิมไม่เกิน 160 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นไม่เกิน 220 มิลลิกรัมต่อลิตร ในกรณีสุรากลั่นที่มีแรงแอลกอฮอล์เกิน 40 ดีกรี และเมทิลแอลกอฮอล์จากเดิมไม่เกิน 420 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร สำหรับสุราแช่ได้กำหนดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จากเดิมไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อลิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งบอร์ด สมอ.ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขข้อกำหนดเกณฑ์ด้านความปลอดภัยดังกล่าว เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่มักจะดื่มสุราเป็นประจำ เป็นปริมาณมาก และต่อเนื่อง หากได้รับปริมาณเมทิลแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ผู้บริโภคที่ได้รับปริมาณเมทิลแอลกอฮอล์ หรือเมทานอล เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากเกินไป อาจมีผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มีอาการตาพร่ามัว แพ้แสง ร่วมกับอาการอื่นๆ ด้วย เช่น ปวด-เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย สับสน มึนงง ในบางรายอาจมีอาการชักหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย บอร์ด สมอ.จึงมีมติให้ กว.นำกลับไปทบทวนก่อนนำเข้าในการประชุมครั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มาตรฐานสุราได้ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อปี 2516 ต่อมาในปี 2544 ได้มีการทบทวนและยกเลิกมาตรฐานดังกล่าว และประกาศกำหนดเป็นมาตรฐานเรื่องใหม่ 3 เรื่อง คือ สุรากลั่น มอก.2088-2544 ไวน์ มอก.2089-2544 และเบียร์ มอก.2090-2544 ซึ่งในปีนี้ได้มีการทบทวนมาตรฐานทั้ง 3 เรื่อง เพื่อให้มาตรฐานมีความทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบัน ตลอดจนส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศให้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยต่อการบริโภค และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าให้ผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้นด้วย โดยสาระสำคัญของการแก้ไขมาตรฐาน นอกจากจะทบทวนเกณฑ์ด้านความปลอดภัยข้างต้นแล้ว ยังได้แก้ไขชื่อมาตรฐานจากไวน์ เป็นสุราแช่ เพื่อให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ สมอ.กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;การประชุมบอร์ด สมอ.ในครั้งนี้ นอกจากจะให้ทบทวนมาตรฐานสุราแล้ว ยังได้เห็นชอบมาตรฐานอื่นๆ รวม 13 มาตรฐาน อาทิ มาตรฐานหน้ากากผ้า เบียร์ เส้นใยกัญชง ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์ล้อยางเพื่อการเกษตร และอุปกรณ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและภาชนะรองรับอาหารที่ทำจากเหล็กกล้าอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งเห็นชอบให้ สมอ.ดำเนินการกำหนดให้ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์เป็นสินค้าควบคุมต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และยังได้สั่งให้ทำลายสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่ สมอ.ยึดอายัดและดำเนินคดีถึงที่สุดแล้วจำนวน 8 ราย มูลค่ารวมกว่า 19 ล้านบาท อาทิ เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น ของเล่น ท่อพีวีซีสำหรับร้อยสายไฟ ท่อพีวีซีน้ำดื่ม ฝักบัว ก๊อกน้ำ ลำโพง หมวกกันน็อก เป็นต้น&amp;rdquo; เลขาธิการ สมอ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทบทวนเกณฑ์สารเคมี, ทั้งแอลดีไฮด์และเมทิลแอลกอฮอล์, มาตรฐานสุรา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อันตรายต่อสุขภาพ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf3b3f74f85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สมอ. ตีกลับมาตรฐานสุราใหม่ ห่วงนักดื่มตายผ่อนส่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้มีมติให้คณะกรรมการวิชาการรายสาขา (กว.) เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นผู้จัดทำมาตรฐานสุรา ทั้งสุรากลั่น และสุราแช่ ทบทวนเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่กำหนดในมาตรฐานฉบับแก้ไขใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่ามาตรฐานเดิม เช่น สุรากลั่น กำหนดแอลดีไฮด์ จากเดิม ไม่เกิน 160 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็น ไม่เกิน 220 มิลลิกรัมต่อลิตร กรณีสุรากลั่นที่มีแรงแอลกอฮอล์ เกิน 40 ดีกรี และเมทิลแอลกอฮอล์ จากเดิมไม่เกิน 420 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสุราแช่ ได้กำหนดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จากเดิม ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็น ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งบอร์ด สมอ. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขข้อกำหนดเกณฑ์ด้านความปลอดภัยดังกล่าว เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่มักจะดื่มสุราเป็นประจำ เป็นปริมาณมาก และต่อเนื่อง หากได้รับปริมาณเมทิลแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ผู้บริโภคที่ได้รับปริมาณเมทิลแอลกอฮอล์ หรือเมทานอลเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากเกินไป อาจมีผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มีอาการตาพร่ามัว แพ้แสง ร่วมกับอาการอื่นๆ ด้วย เช่น ปวดเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย สับสน มึนงง ในบางรายอาจมีอาการชักหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย บอร์ด สมอ. จึงมีมติให้ กว. นำกลับไปทบทวนก่อนนำเข้าในการประชุมครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรฐานสุราได้ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อปี 2516 ต่อมาในปี 2544 ได้มีการทบทวนและยกเลิกมาตรฐานดังกล่าว และประกาศกำหนดเป็นมาตรฐานเรื่องใหม่ 3 เรื่อง คือ สุรากลั่น มอก.2088-2544 ไวน์ มอก.2089-2544 และเบียร์ มอก.2090-2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในปีนี้ได้มีการทบทวนมาตรฐานทั้ง 3 เรื่อง เพื่อให้มาตรฐานมีความทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบัน ตลอดจนส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศให้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยต่อการบริโภค และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าให้ผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้นด้วย โดยสาระสำคัญของการแก้ไขมาตรฐาน นอกจากจะทบทวนเกณฑ์ด้านความปลอดภัยข้างต้นแล้ว ยังได้แก้ไขชื่อมาตรฐานจาก ไวน์ เป็น สุราแช่ เพื่อให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ประชุมเห็นชอบมาตรฐานอื่นๆ รวม 13 มาตรฐาน อาทิ มาตรฐานหน้ากากผ้า เบียร์ เส้นใยกัญชง ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์ล้อยางเพื่อการเกษตร และอุปกรณ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและภาชนะรองรับอาหารที่ทำจากเหล็กกล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งเห็นชอบให้ สมอ. ดำเนินการกำหนดให้ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ เป็นสินค้าควบคุมต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และยังได้สั่งให้ทำลายสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่ สมอ. ยึดอายัดและดำเนินคดีถึงที่สุดแล้วจำนวน 8 ราย มูลค่ารวมกว่า 19 ล้านบาท อาทิ เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น ของเล่น ท่อพีวีซีสำหรับร้อยสายไฟ ท่อพีวีซีน้ำดื่ม ฝักบัว ก๊อกน้ำ ลำโพง และหมวกกันน็อค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106948</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรฐานสุรา, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.), สุรากลั่น, สุราแช่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5bac4063d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว สมอ. เตรียมคุมเข้มมาตรฐานสุรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 2564 แหล่งข่าวจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า สมอ.อยู่ระหว่างพิจารณายกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสุรากลั่น หรือ มอก.2088-2544 เป็นมาตรฐานบังคับ จากปัจจุบันเป็นภาคสมัครใจ เนื่องจากมาตรฐานเดิมใช้มานานแล้วตั้งแต่ปี 44 อาจล้าสมัย ไม่ครอบคลุมและไม่สะท้อนกับสภาพการณ์ปัจจุบันที่ไทยมีวัตถุดิบจากสุรานำเข้าที่หลากหลายมากขึ้น และมากกว่าผู้ผลิตในประเทศที่มีกฎหมายควบคุมไว้ และที่ผ่านมากรมสรรพสามิต ได้แก้ไขมาตรฐานเกี่ยวกับคุณสมบัติทางเคมีของสุรากลั่นบางรายการ แตกต่างไปจากมาตรฐานเดิมของสมอ. ซึ่งมีบางรายการสมอ.เห็นว่า หากผู้บริโภคดื่มเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปจะส่งผลอันตรายต่อสุขภาพได้ หากได้ข้อสรุปแล้วสมอ.จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(กมอ.) พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ข้อกำหนดมาตรฐานคุณภาพสุรากลั่นระหว่างสมอ. กับประกาศของกรมสรรพสามิตร ยังมีข้อแตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดปัญหาสองมาตรฐานในการดำเนินงานของทั้งผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาสรรพสามิตได้แก้ไขรายการปริมาณเมทิลแอลกอฮอล์ให้อยู่ที่ 1,000 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร จากเดิมที่กำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันอยู่ที่ 420 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร โดยให้เหตุผลว่าปริมาณดังกล่าวอยู่ในระดับที่ร่างกายรับได้ ประกอบกับมาตรฐานที่เคยถือปฏิบัติร่วมกันมากับ สมอ. ตาม มอก.2088-2544 เขียนไว้ตั้งแต่ปี 44 อาจล้าสมัย จึงมีความเป็นไปได้ที่ สมอ. อาจนำเสนอให้สินค้ากลุ่มนี้เป็นมาตรฐานบังคับ&amp;rdquo;แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากผลการศึกษาทางการแพทย์พบว่า หากผู้บริโภคได้รับปริมาณเมทิลแอลกอฮอล์หรือเมทานอล เข้าสู่ร่างกายสูงมากเกินไป อาจมีผลต่อทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อาการที่ค่อนข้างจำเพาะ ได้แก่ พิษทางตา ผู้ป่วยอาจมีอาการตาพร่า ตามัว แพ้แสง เห็นภาพขาวจ้าไปหมด ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ปวดเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย สับสน มึนงง ในบางรายที่เป็นมาก อาจมีอาการชักหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ หากผู้ป่วยที่ได้รับเมทานอลในระดับสูงและเข้ารับการรักษาไม่ทันมักเสียชีวิต ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กรมสรรพสามิตได้ยกเลิกข้อกำหนดหลายรายการต่างจากมาตรฐานของสมอ. เช่น สารฟูเซลออยส์และเอสเทอร์ในสุราแช่ จากข้อกำหนดของ สมอ. ตาม มอก.2089-2544 กำหนดให้สารฟูเซลออยล์มีอยู่ในสุราแช่ปริมาณไม่เกิน 2,500 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร สารเอสเทอร์มีปริมาณไม่เกิน 1,200 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร และสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่กรมสรรพสามิตแก้ไขเป็น 400 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร จากที่กำหนดไว้ 300 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนิยามสุรากลั่นตามที่กรมสรรพสามิตรกำหนด ได้แก่ สุราขาว สุราผสม สุราปรุงพิเศษ สุราพิเศษและสุรากลั่นชุมชน ขณะที่นิยามที่สมอ. กำหนดรายละเอียดยังรวมถึง วอดกา ยิน วิสกี้ บรั่นดี รัม มีข้อกำหนดตาม มอก.2088-2544 เกี่ยวกับคุณลักษณะทางเคมีให้มีสารฟูเซลออยล์ไม่เกิน 5,500 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร เฟอร์ฟิวรรัลไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร เอสเทอร์คิดเป็นเอทิลแอซีเทตไม่เกิน 1,200 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร แอลดีไฮต์คิดเป็นแอซีทัลดีไฮด์ไม่เกิน 160 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร เอทิลคาร์บาเตไม่เกิน 400 ไมโคกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101597</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรฐานสุรา, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f85ccea2c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
