<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องมทภ.4นำร่องบิ๊กตู่จ่อคิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 7 พรรคฝ่ายค้านฟ้องแล้ว &amp;ldquo;แม่ทัพภาค 4-บุรินทร์&amp;rdquo; หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ &amp;ldquo;วันนอร์&amp;rdquo; เล็งลามถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ด้วย หลังพิงฝารัฐบาลก็ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญการพูดจึงไม่ผิด &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ไปไกลบอกเป็นความฝันของยุคสมัยที่ต้องเดินหน้ารื้อ ไม่อย่างนั้นเผด็จการไม่มีวันหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และ 4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328 กรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 116 นำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกับ 7 พรรคพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คน ที่ได้จัดเวทีเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่บริเวณลานวัฒนธรรม จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.&amp;nbsp;
ทั้งนี้ มีกลุ่มมวลชนประมาณ 50 คน โดยสารมากับรถทัวร์ ได้มอบกุหลาบเพื่อให้กำลังใจพร้อมตะโกน &amp;quot;ฝ่ายค้านสู้ๆ&amp;quot; โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยไม่ให้เข้าไปภายในอาคาร ก่อนเดินทางกลับทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ได้มีการสัมมนาเรื่องเกี่ยวกับการรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญและอื่นๆ แต่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งในหัวข้อที่สัมมนาเป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านปกติที่ปฏิบัติในฐานะนักการเมืองที่เป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งย่อมมีสิทธิพูดจากับประชาชนในทางที่ถูกที่ควร ดังนั้นสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้กระทำเป็นสิ่งที่ไม่ควร จึงต้องเข้ามาร้องทุกข์ เพราะเป็นการใส่ความเราโดยที่ไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น เราจึงต้องแจ้งความกลับว่าสิ่งที่คุณจะทำนั้นไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่เราไปพบปะประชาชนตลอดเวลา รวมทั้งวันที่ 28 ก.ย. ทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกประการ ไม่ได้ทำการล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวมทั้งรัฐบาลด้วย โดยเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลข้อที่ 12 ที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงในสภาผู้แทนราษฎรว่าจะให้มีการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และแนวนโยบายของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค 4 ที่ได้รับมอบหมายจากแม่ทัพภาคที่ 4 มาตั้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 เป็นการกล่าวโทษที่ละเมิดต่อสิ่งที่เรากระทำไป ทำให้พวกเราได้รับความเดือดร้อน และอาจทำให้ประชาชนทั่วไปนักวิชาการเกิดความหวั่นวิตกว่า การแสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริตภายใต้รัฐธรรมนูญนั้นอาจมีความผิด มันเป็นการปิดปากประชาชน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ซึ่งการที่ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นหน่วยงานของ กอ.รมน. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บังคับบัญชานั้น ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 จะทำไปโดยฝ่ายเดียวเป็นไปไม่ได้ ซึ่งการร้องทุกข์กล่าวโทษ เราอาจต้องกล่าวโทษตั้งแต่ผู้แจ้งถึงผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวเช่นกันว่า เราต้องฟ้อง กอ.รมน.ภาค 4 และอาจถึงตัวนายกฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.กล่าวว่า ได้รับเรื่องแจ้งความจากพรรคฝ่ายค้านไว้ 2 ข้อหา คือหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ซึ่งจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความกับแกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะกระทบการดำเนินการในสภาหรือไม่ ว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินสายพบประชาชนมาทั้ง 4 ภาค และพูดกับสื่อมวลชนชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 แต่เรารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญบนหลักการคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนขึ้นมา ซึ่งการแจ้งความดำเนินคดีที่เกิดขึ้นก็เป็นสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม ก็ว่าไป และจะไม่กระทบกับการทำงานในสภา โดยฝ่ายค้านจะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การฟ้องแกนนำฝ่ายค้านและนักวิชาการ 12 คน เป็นการกระทำที่น่าจะเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย เพราะตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ผู้ร่วมเสวนาที่เป็นนักวิชาการที่ได้แสดงความเห็นถือเป็นเสรีภาพทางวิชาการ ที่รัฐธรรมนูญในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพฯ บัญญัติรับรองคุ้มครองให้กระทำได้ ประกอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 ก็เป็นอำนาจและเป็นสิทธิของประชาชนหรือนักการเมืองที่สามารถกระทำได้เช่นกัน จึงถือว่าเป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่มีเจตนาพิเศษ ในการกระทำความผิด ตามมาตรา 116 แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การที่กองทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อนักวิชาการและนักการเมืองดังกล่าว อาจเป็นการบังคับใช้กฎหมายเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย และน่าเชื่อว่าหวังผลในการกลั่นแกล้งกันในทางการเมืองเพื่อต้องการหยุดกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการอยู่ในอำนาจของรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปต่อไป&amp;rdquo; นายชุมสายกล่าว
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ก่อนกิจกรรม &amp;ldquo;มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง&amp;rdquo; เนื่องในวันที่เปิดรับสมาชิกพรรคครบรอบ 1 ปี ว่าการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านไม่ช้าก็เร็วจะเดินไปถึงวันนั้นอยู่แล้ว ซึ่งเสียงของรัฐบาลไม่อาจทัดทานเสียงของประชาชนได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นี้มีปัญหามาก ตั้งแต่ที่มาเนื้อหา และกระบวนการ นี่เป็นเรื่องของความฝันของยุคสมัย เป็นเรื่องของประชาชน จึงเรียนว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ประเทศก็ไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่าจะไม่แตะในหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนการปรับรูปแบบการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะจัดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นแบบเวทีเสวนาหรือการปราศรัย ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะเรามีเสรีภาพในการแสดงออก เราไม่มองเป็นมาตรา แต่มองว่าต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ และร่างใหม่โดยประชาชนทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีที่ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการถูกแจ้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าข้อหามาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก เป็นข้อหาที่ร้ายแรง ซึ่งในต่างประเทศไม่มีใครใช้ในการดำเนินคดีกับเวทีเสวนา เราเพียงจัดเสวนาให้ประชาชนเห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพียงการรณรงค์อย่างสันติ เราเชื่อว่าไม่ผิด และความจริงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นองค์กรที่หายไปแล้วหลังการเลือกตั้ง แต่วันนี้ยังแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ กอ.รมน. รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจะเดินหน้าต่อไป พร้อมกับการปฏิรูป กอ.รมน.ด้วย เพราะการใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศปรองดองได้ ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีปัญหากับวิธีคิดแบบนี้มาก ที่มองผู้เห็นต่างทางความคิด เป็นคู่ขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่คิดว่าเมื่อเข้าไปถึงยุติธรรมแล้วก็คงเหมือนคดีอื่นๆ ที่เราโดนกันมา เป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง มากกว่าจะมีความผิดตามตัวบทกฎหมายจริง เป็นมูลเหตุที่เราทำผิดกับความถูกใจของผู้มีอำนาจ จึงทำให้พวกเขาฟ้องพวกเรา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฐานอำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่แก้ก็ไม่สามารถล้มเผด็จการได้&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47461</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, มาตรา 1, มาตรา 116, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา1, แจ้งความเท็จ, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d99eb69eb7c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7พรรคฝ่ายแค้นเอาคืน ฟ้อง‘กอ.รมน.’แจ้งเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แกนนำ 7 พรรคฝ่ายแค้นแจ้งความกลับ กอ.รมน. ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน &amp;quot;สุทิน&amp;quot; ด่าฐานจิตของคนมีอำนาจในปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนไป เผยคนนั่งเวทีเดียวกับ &amp;quot;ชลิตา&amp;quot; ไม่ห้ามเพราะฟังไม่ทัน หรืออาจจะไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นแบ่งประเทศ เตรียมเล่นงาน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ร้อง 157 ละเว้นไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 3 ต.ค. กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 12 คน ที่อยู่ใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจัดเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปัตตานี มีเนื้อหายุยง ปลุกปั่นเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า มาตรา 116 ใช้เอาผิดได้ทุกสมัย ไม่ใช่เฉพาะยุคคณะรักษาความสงงบแห่งชาติ (คสช.) เท่านั้น ต้องดูที่ว่าการแจ้งความจะฟังขึ้นหรือไม่ เพราะมีข้อหาในกฎหมายอยู่ สมัยไหนก็แจ้งความได้ทุกมาตรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่ขอให้ความเห็น แต่ทุกคนอย่าไปทำให้มันมีเรื่อง จะออกความเห็นอะไรก็ตาม ถนอมปากถนอมคำกันไว้บ้าง เพราะมาตรานี้มันละเอียดอ่อน และทุกคนก็รู้ว่าการไปพูดเรื่องนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มันละเอียดอ่อน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะแจ้งความกลับกับผู้ที่แจ้งความดำเนินคดีนี้นั้น ก็ทำได้ทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมุข สุไลมาน กรรมการบริหารพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;1 ใน 12 คนที่ถูกแจ้งความ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การกล่าวโทษว่าผิดกฎหมายมาตรา 116 &amp;nbsp;ถือว่าเป็นความผิดที่สาหัส ถึงขั้นประหารชีวิต หรือติดคุกตลอดชีวิต แสดงว่าในประเทศไทยไม่มีใครสามารถที่จะแสดงออกอะไรเลย กลายเป็นยุคมืดที่อยู่ภายใต้ครอบงำของอำนาจที่เกินกว่าเหตุ แล้วความหวังของประเทศไทยที่จะให้สังคมยอมรับเป็นไปไม่ได้ บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ มีแต่จะถอยหลัง ถ้าอยู่อย่างนี้นานๆ บ้านเมืองก็จะยิ่งแย่ ประชาชนก็ลำบาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมว่า ณ วันนี้ เราไม่ได้อยู่ในแบบสมัยโบราณ วันนี้ทั่วประเทศเปิดกว้าง ความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าสังคมโลกไม่ยอมรับแล้ว สมมุติว่าเสมือนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมเชื่อถือไม่ได้ หรืออำนาจรัฐมากดขี่ประชาชน ไม่สามารถแสดงออกได้ เชื่อว่าประเทศไทยจะอยู่ประเทศชาติต่างๆ ไม่ได้&amp;quot; นายมุขกล่าว
แจ้งกลับ &amp;quot;พรศักดิ์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า วันที่ 6 ต.ค. เวลา 14.00 น. แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ จะเดินทางไปที่กองบัญชาการกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ท.พรศักดิ์ ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน ทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328 ขณะที่นักวิชาการซึ่งถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วยนั้นจะไม่ฟ้องกลับ แต่ขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อมีการใช้มาตรา 116 มาดำเนินคดี ก็เป็นการทำลายบรรยากาศ เป็นการข่มขู่ความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามจะแก้ไขได้พังลง ซึ่งดูมูลความจริงแล้วไม่น่าจะคิดไปเลยเถิดถึงขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ตนดูแล้วนักวิชาการก็พูดภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ได้ชี้ว่าจะต้องแก้ ทำให้หลายคนต้องหยุดความคิด ไม่กล้าที่จะเสี่ยง ประชาชนที่บริสุทธิ์ใจก็ไม่อยากเสี่ยง ถ้ามีเรื่องมีราวกันง่ายขนาดนี้ก็อาจจะต้องลาหรือถอยไป เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในยุคนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการสะท้อนว่ากระบวนการการใช้อำนาจไม่ได้แตกต่างจากการใช้อำนาจเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ผมคิดว่าโดยฐานจิตของคนมีอำนาจในปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนไป 4-5 ปีเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังคิดเหมือนเดิม และพยายามพลิกแพลงหากฎหมายหรือมาตรการมาเล่นงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงจะต้องมีมาตรการอะไรคืนบ้าง เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้เลย เชื่อว่าการคุกคามจะมีเรื่อยๆ ง่ายเกินไป ถ้าการที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวและถูกมาตรา 116 ง่ายขนาดนี้ ไม่น่าจะใช่บ้านเมืองเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการให้ความเห็นว่าเนื่องจากนักการเมืองที่อยู่บนเวทีไม่มีการห้ามปราม จึงต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกันทั้งหมด นายสุทินตอบว่า คนบนเวทีวันนั้นฟังไม่ทัน หรืออาจจะไม่คาดคิด หรือคิดก็ไม่คิดว่าจะผิดอะไรขนาดนั้น เชื่อว่าเขาไม่ได้มีเจตนาให้ท้ายหรือยุยง ไม่คิดถึงขั้นแบ่งราชอาณาจักรแบ่งประเทศ การจัดเวทีเสวนาต่างๆ ต้องทำตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย ไม่มีอะไรอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ผ่านมาได้ยังไม่ถึง 2 เดือน พล.อ.ประยุทธ์ กลับมีท่าทีว่าจะไม่แก้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการให้นักกฎหมายศึกษาว่าจะมีกฎหมายหรือมาตราใดที่จะเอาผิดได้หรือไม่ อาจจะเป็นมาตรา 157 เพราะการแถลงนโยบายถือเป็นคำมั่นสัญญา แต่กลับไม่ดำเนินการ นับว่าเป็นการโกหกสภา โกหกประชาชน ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้มีแน่นอน&amp;nbsp;
อ้างต้องเรียกสอบเพราะมีคนร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการเรียก พล.ต.บุรินทร์ชี้แจงต่อกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ว่ามีข้อร้องเรียนจากประชาชน ตรงนี้มีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ถูก พล.ต.บุรินทร์แจ้งความตลอด 5 ปี เขาทำหนังสือร้องมาที่กรรมาธิการที่ตนเป็นประธาน ซึ่งตนนำเรื่องบรรจุเข้าระเบียบวาระ ในท้ายที่สุดต้องสอบข้อเท็จจริง ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการตามรัฐธรรมนูญตามข้อบังคับ ไม่มีเกินกรอบกฎหมายแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแง่หนึ่งคนรู้สึกว่าเป็นการเอาคืนหรือไม่ เพราะฝ่ายรัฐก็ใช้กลไกของเขาแบบนี้ เราก็มีกลไกของฝ่ายค้านที่สามารถเรียกเข้ามาให้ข้อมูลแบบนี้ได้ นายปิยบุตรกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนริเริ่ม แต่เรื่องดังกล่าวมีคนมาร้อง หากมีคนมาร้องแล้วตนไม่ทำอะไรเลย ก็เป็นการละเว้นเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็อยากทราบว่าท่านอ่านมาตรา 116 อย่างไรถึงไปฟ้องเขาไปทั่ว อย่างกรณีที่ไปฟ้องร้องงานที่จังหวัดปัตตานี อ่านอย่างไรมันก็ไม่เข้ามาตรา 116 แล้วท่านไปฟ้องทำไม สุดท้ายใครก็ได้ที่ไปฟ้องอย่างนั้นหรือ กฎหมายเป็นเครื่องมือในการอำนวยความยุติธรรม หรือเป็นเครื่องมือนำมาใช้กลั่นแกล้งในทางการเมืองกันแน่ ในฐานะที่ท่านเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ควรระมัดระวัง และยืนยันว่าการเชิญมาชี้แจงเป็นการดำเนินการตามกลไกของสภา เมื่อก่อนก็ทำเป็นเรื่องปกติ นอกจากนั้นยังมี พ.ร.บ.ให้อำนาจคณะกรรมาธิการฯ เรียกด้วย ใครไม่มามีโทษ ยืนยันคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่ทำอะไรในข่ายที่ไปกลั่นแกล้งคนอื่นแน่นอน&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ปกติตนชื่นชมนายปิยบุตรว่าเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพและคุณค่าคนหนึ่งในสภา แต่ในประเด็นนี้นายปิยบุตรควรทบทวนให้ดีก่อน และถ้านายปิยบุตรจะดำเนินการต่อ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการในชุดนี้หลายท่านน่าจะไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวต่อว่า ในส่วนของ พล.ต.บุรินทร์นั้น แม้ว่าจะไม่ได้ฟังคำพูดในเวทีวันนั้น แต่ที่ผ่านมาจุดยืนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้แถลงมาโดยตลอดว่า ต้องการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 ดังนั้นจึงคิดว่า พล.ต.บุรินทร์ควรจะพิจารณาฟ้องเฉพาะผู้ที่กระทำผิดจริง และผู้ที่ได้สนับสนุนคำพูดของนางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 1 ให้ราชอาณาจักรไทยสามารถแบ่งแยกได้ ส่วนคนที่ไม่ได้พูดประเด็นนี้ก็ควรจะถอนฟ้อง จะได้ไม่เป็นการใช้อำนาจทางกฎหมายมาสกัดการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม หาก พล.ต.บุรินทร์ยังยืนยันว่าจะฟ้องหว่านแหทั้ง 12 คนโดยไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ ก็จะถูกพรรคร่วมฝ่ายค้านฟ้องกลับตามกระบวนการกฎหมายได้เช่นกัน
เตือน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวต่อว่า ส่วนนางชลิตาก็ถือว่ามีอิสระในการเสนอความคิดเห็นในฐานะนักวิชาการ แต่ถ้าเป็นการเสนอความคิดเห็นที่ผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ ตนไม่เห็นด้วยที่จะมีการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยที่บรรพบุรุษได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อต่อสู้รักษาความเป็นชาติไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มหาอำนาจในอดีตได้ใช้ความป่าเถื่อนมาแบ่งแยกดินแดนสยามไปอย่างมากมาย สร้างความเจ็บช้ำใจให้กับคนไทย ตนไม่ทราบว่านางชลิตาลืมเหตุการณ์เหล่านี้ในประวัติศาสตร์ไปหรือไม่ จึงมาเสนอความคิดเห็นแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ ทำได้หลายแนวทาง ผมไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอมที่จะแก้ปัญหาโดยการแบ่งแยก 4 จังหวัดภาคใต้ออกจากราชอาณาจักรไทยโดยเด็ดขาด&amp;rdquo; นพ.ระวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงประเด็นที่หลายพรรคการเมืองเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นพ.ระวีกล่าวว่า เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็นที่ไม่เหมาะสม และตนเป็นคนหนึ่งที่ลงมติสนับสนุนให้มีการเลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา ที่จะมีการอภิปรายเมื่อเปิดประชุมสภาในสมัยที่ 2 ต้นเดือน พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์จุดยืนชัดเจนมาโดยตลอดว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะยังมีประเด็นที่จะต้องมีการแก้ไข และเรื่องดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่พรรควางไว้ในการเข้าร่วมรัฐบาล เราชัดเจนรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะ 1.เราไม่รับรัฐธรรมนูญ 2.พรรคได้ผลักดันจนเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา และ 3.พรรคเสนอเป็นญัตติต่อสภาให้มีการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้นับหนึ่งให้กับกระบวนการทั้งหมดแล้ว ส่วนที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไข ตนเห็นว่าความชัดเจนในเรื่องนี้ปรากฏตั้งแต่รัฐบาลยอมบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็น 1 ใน 12 เรื่องเร่งด่วน ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามสร้างกระแสโจมตีการรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญว่า เป็นความพยายามของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล มีเจตนาที่ไม่สุจริต รวมทั้งต้องการสร้างความสับสนในสังคม และปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ ทั้งนี้ฝ่ายค้านชัดเจนมาตลอดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่แตะในหมวดดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลเป็นการเล่นเกมทางการเมือง ที่หวังโจมตีพรรคร่วมฝ่ายค้านเท่านั้น อยากให้ไปดูในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคร่วมฝ่ายค้านนำเสนอไปต่อรัฐบาลและเปิดเผยต่อสาธารณะและประชาชน บนเวทีรณรงค์ที่จัดขึ้นมาทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยมีความชัดเจนมาตลอดว่าไม่มีความต้องการที่จะแก้
สุมหัวแก้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวด้วยว่า แน่นอนเป็นความพยายามที่จะไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะรัฐบาลได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญตั้งแต่เลือกตั้ง จนถึงการได้มาซึ่งความเป็นรัฐบาลและหวังต่อท่ออำนาจในอนาคต ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องสร้างกระแสให้ประชาชนเชื่อให้ได้ว่าฝ่ายค้านจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้นฝ่ายค้านจึงจำเป็นที่จะต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่ออธิบายกับประชาชนให้ทราบเจตนาที่แท้จริงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 43 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในงาน &amp;quot;สู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;quot; โดยเวลา 15.10 น. เป็นการเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;พรรคการเมืองกับการแก้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนับว่ามีปัญหา ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ที่แม้แต่รัฐบาลยังไม่คิดจะทำตาม อย่างเช่น 1.การถวายสัตย์ปฏิญาณที่มีการถวายไม่ครบ 2.การแถลงนโยบายข้อ 12 เรื่องเร่งด่วนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ทำ บอกว่ายังไม่ถึงเวลา นี่คือแถลงนโยบายแล้วไม่ทำตาม แต่ไม่มีใครทำอะไรได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นนับว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาที่ผู้มีอำนาจไม่ใส่ใจ อะไรที่ช่วยในการมีอำนาจก็ปฏิบัติตาม อะไรที่ไม่ช่วยให้มีอำนาจก็ไม่ปฏิบัติตาม หรือเรียกว่ารัฐธรรมนูญเป็นคู่มืออำนาจของรัฐบาล ดังนั้นต้องมีการแก้ไข โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน เพราะลำพัง 7 พรรคการเมืองไม่สามารถเดินเดี่ยวได้ วิธีการคือต้องมีการตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งมีที่มาจากประชาชน และนำมาสู่การจะได้รับความเห็นชอบจาก ส.ส. และ ส.ว.ที่ต้องการ 84 เสียง ว่านี่คือความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนของประเทศไทยยังมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี บ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด เรายังไม่ได้ร่าง ขณะเดียวกัน รัฐบาลที่ดีที่สุดก็ยังไม่ได้เกิด การที่จะต้องทำให้ประชาชน มีอำนาจอธิปไตยตามระบอบประชาธิปไตยสากล ทำประชาชนให้มีความสุขได้ เราต้องช่วยกันระดมสติปัญญาเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ เพื่อเป็นการกำหนดชะตาชีวิต และสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง
ยังไม่เป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่ทำให้สังคมไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะคนทั้งประเทศยังไม่ได้มีส่วนกับการกำหนดเรื่องความมั่นคงของตนเองเลย ที่ผ่านมามีแต่ความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่ความมั่นคงของประชาชน จึงเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย จนเป็นมะเร็งร้ายที่สำคัญ คือการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาที่เกิดจากคนที่มีอำนาจไปแย่งชิงทรัพยากร&amp;quot; พ.ต.ท.ทวีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศไทยคือเปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อย และวิธีการที่ใช้เป็นแบบอนารยชนทั้งสิ้นคือการฉีกโดยคณะนายทหาร เราเปลี่ยนด้วยวิธีอารยะเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือ 2475, 2489 และ 2540 โดยองค์กรที่ฉีกรัฐธรรมนูญบ่อยที่สุดคือกองทัพ ฉะนั้นเวลาที่ผู้บัญชาการทหารบก หรือนายกฯ ที่มาจากการรัฐประหารเที่ยวไปบอกคนอื่นให้เคารพรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดในประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่มาเรียกร้องให้คนอื่นเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเป็นคนละเมิดรัฐธรรมนูญเป็นคนแรก เป็นคนที่ฉีกรัฐธรรมนูญเป็นคนแรก และยังมีความผิดฐานกบฏ แต่เลือกนิรโทษกรรมให้ตัวเอง แล้วลอยหน้าลอยตาเป็นนายกฯ ถึงทุกวันนี้ ขณะเดียวกัน นักการเมือง นักวิชาการ ภาคประชาชน จะเรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญตามกระบวนการที่พวกเขาออกแบบ ไม่มีปืนหรือรถถัง แต่กลับถูกแจ้งความข้อหาความมั่นคง มันเหลือเชื่อที่สุด ไม่มีอะไรกลับตาลปัตรได้ขนาดนี้อีกแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า ถ้าเริ่มแก้วันนี้ไม่น่าใช้เวลานานเหมือนปี 2540 และจากที่ดำเนินการมา 4-5 เดือน ถือว่าไปได้สวย พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นด้วยมากขึ้น ภาคประชาชนสารพัดสีก็เห็นด้วย เป็นนิมิตหมายที่ดีในการเขียนรัฐธรรมนูญสร้างกติกากันใหม่ เพื่อให้คนเห็นต่างกัน แต่ไม่ขัดแย้ง และรัฐธรรมนูญที่ดีก็จะนำมาสู่การแก้ปัญหาปากท้องได้อีกด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47411</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, กอ.รมน., ปมแก้มาตรา 1, มาตรา 1, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้รัฐธรรมนูญ, แจ้งความกลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d988620ebfb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7พรรคดิ้นโต้ปลุกปั่น ขู่เอาคืนกอ.รมน.หลังแจ้งความผิดม.116แก้รธน.‘มาตรา1’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปมแก้ รธน.มาตรา 1 ลาม! กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งจับ &amp;quot;7 แกนนำพรรคฝ่ายค้าน-ชลิตา&amp;quot; รวม 12 ราย ผิดมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น เผยปัตตานีเป็นพื้นที่ใช้กฎหมายพิเศษ เปราะบางต่อสถานการณ์ เมื่อมีการบิดเบือนจึงต้องเอาผิด &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; แจงเหตุเหมาเข่งเพราะไม่ยอมทัดทานนักวิชาการพูดถึงมาตรา 1 ด้านตัวแทนฝ่ายค้านแถลงโต้ ใช้ กม.ข่มขู่ปิดปากเป็นเครื่องมือการเมือง ยันเวทีเสวนาไม่มีเหตุจูงใจที่เข้าข่าย ม.116 ปัดต้องการแก้ ม.1 ขู่แจ้งความกลับ &amp;quot;บุรินทร์&amp;quot; ส่วน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; จ่อเรียกมาชี้แจง กมธ.กฎหมายฯ ขณะที่ &amp;quot;บุรินทร์&amp;quot; ลั่นพร้อมไปชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ &amp;nbsp;มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และผู้ชำนาญการสำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 12 คน ประกอบด้วย 1.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อายุ 78 ปี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 2.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 40 ปี หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 3.พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อายุ 64 ปี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 4.นางชลิตา บัณฑุวงศ์ อายุ 47 ปี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลับเกษตรศาสตร์ 5.นายสมพงษ์ สระกวี อายุ 69 ปี &amp;nbsp;6.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อายุ 75 ปี หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ 7.นายมุข สุไลมาน อายุ 70 ปี 8.นายนิคม บุญวิเศษ อายุ 49 ปี หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย 9.นายรักชาติ สุวรรณ อายุ 55 ปี 10.นายอสมา มังกรชัย อายุ 45 ปี 11.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อายุ 75 ปี หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ 12.นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ อายุ 48 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้ง 12 คนได้จัดเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่บริเวณลานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.62 โดยทางเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าการจัดเวทีเสวนาดังกล่าวของผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 12 คน ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา โดยมีประชาชนร่วมรับฟังประมาณ 150 คน ซึ่งการจัดเสวนาดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กพรรคประชาชาติ และมีการอัพโหลดการจัดเสวนาดังกล่าวลงในช่องยูทูบ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไปรับรู้รับทราบ รับชม รับฟัง ลักษณะการจัดเวทีเสวนาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 12 คน ได้มีการพูดนำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องต่อประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในระหว่างการเสวนาดังกล่าว ได้มีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเข้าร่วมรับฟังอยู่ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่นางชลิตา บัณฑุวงศ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;สถานการณ์ชายแดนใต้ไม่มีทางที่จะดีขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ มันสืบทอดอำนาจของระบอบเหล่านี้ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ปัญหาชายแดนใต้คืออะไร มีผู้อธิบายว่ามีมาจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆ ที่มีน้ำหนักมากก็คือสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมันเป็นผลพวงของความรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม ความคับข้องหมองใจของผู้คนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้นสอง และก็ถูกกีดกันออกจากการพัฒนาต่างๆ แล้วก็ใช้ช่วงเวลา 10-15 ปีมานี้ มันก็เป็นความขัดข้องหมองใจที่เกิดจากการกระทำของรัฐในการกวาดล้าง การใช้กฎหมายพิเศษ รวมถึงเรื่องแนวคิดและอุดมการณ์เรื่องการแบ่งแยกดินแดน ทั้งหมดเกี่ยวพันกับปัญหาอื่นๆ แต่รัฐมีแนวทางแก้ปัญหาคือ 1.การใช้กำลังทหารและตำรวจในการรักษาความมั่นคง 2.การพัฒนาพื้นที่คุณภาพชีวิต และ 3.การส่งเสริมทางสังคมและวัฒนธรรม พบว่าแนวทางดังกล่าวมีปัญหา เพราะแนวทางเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้อำนาจเบ็ดเสร็จของกองทัพ ซึ่งที่จริงไม่ควรเป็นงานด้านความมั่นคง แต่ทหารกลับมามีอำนาจและมีบทบาทในทุกด้าน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาของประเทศไทยอาจไม่ต้องอยู่กันเป็นรัฐเดียวหรือรวมศูนย์ก็ได้ การแก้รัฐธรรมนูญอาจแก้มาตรา 1 ด้วย ก็ไม่แปลกอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ไม่ทัดทานนักวิชาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพูดดังกล่าวถือเป็นบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่อง ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินได้ ส่วนที่ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในเวทีเสวนาทั้งหมดนั้น เพราะถือว่าทุกคนเป็นผู้ร่วมกันกระทำความผิด และทุกคนสมัครใจมีส่วนร่วมในการจัดการเสวนาครั้งนี้ อีกทั้งพื้นที่จัดงานเสวนาก็เป็นพื้นที่ที่ยังคงประกาศใช้กฎหมายพิเศษอยู่ซึ่งมีความเปราะบางต่อสถานการณ์เป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งคงได้พิจารณาอยู่แล้ว แต่ตนยังไม่ได้เห็นเรื่องทั้งหมด จึงไม่สามารถพูดได้ว่ารัฐบาลจะทำอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะบานปลายไปเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็แล้วเขาทำผิดหรือเปล่า ก็ต้องไปดูข้อกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 เขาก็ดูข้อกฎหมาย และต้องดูที่คำพูดของเขา ส่วนจะเดินทางไปไหนก็ไป ไปพูดที่ไหนก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ต้องดูที่คำพูด เพราะเขาพูดว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอะไรนั่น&amp;rdquo; เมื่อถามว่าจะกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรบอกว่า ไม่มีหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็ในเมื่อนั่งอยู่ด้วยกัน ก็ต้องคัดค้านกันสิ&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร กล่าวเมื่อถามว่า แต่ในเวทีเสวนาดังกล่าวข้อเสนอเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 เป็นเพียงความเห็นเดียวของนักวิชาการ เมื่อถามย้ำว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามนักกฎหมายดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แสดงว่า กอ.รมน.ภาค 4 พิจารณาจากภาพรวมเวทีวันดังกล่าวใช่หรือไม่ ถึงไปแจ้งความ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะทาง กอ.รมน.ภาค 4 ยังไม่ได้รายงานมา แต่ก็ดูแล้วว่าผิด แต่ยังไม่ทราบว่าผิดข้อหาอะไร แต่เขาแจ้งความตามมาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะต้องย้อนไปดูการจัดเวทีเสวนาของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ในจังหวัดอื่นๆ ที่ผ่านมาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายจะดูว่าอะไรผิด อะไรไม่ผิดเขาต้องดู ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ก็คงดูว่าผิดกฎหมายอะไร ตนคงไม่กำชับอะไร เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการเชิญบุคคลใดมาให้ปากคำแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าเนื้อหาที่มีการเสวนาเข้าข่ายความผิดตามที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ และได้สั่งกำชับให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ ไปติดตามความคืบหน้า และยังฝากเตือนไปยังประชาชนไม่ควรพูดอะไรเป็นการสุ่มเสี่ยง เพราะหากมีการพูดลักษณะเข้าข่ายความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บ่ายวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ถูกแจ้งความเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ร่วมแถลงข่าว โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บทบัญญัติกฎหมายอาญามาตรา 116 ใครที่เรียนกฎหมายต่างทราบถึงความผิดทางกฎหมายด้านนี้ นอกจากมีความผิดแล้ว ยังต้องมีมูลเหตุจูงใจและเจตนาพิเศษ ซึ่งมีการกำหนดการกระทำไว้ 3 ประการ 1.ต้องกระทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน ใช้กำลังประทุษร้าย 2.กระทำเพื่อสร้างความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง 3.ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน&amp;nbsp;
ไม่เข้าข่าย ม.116
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่จากการไปอภิปรายที่สาธารณะของตัวแทน 7 พรรค ที่มีนักการเมือง นักวิชาการไปร่วมเสวนา ไม่เห็นว่าจะมีมูลเหตุจูงใจทั้ง 3 ประการ ไม่มีการกระทำที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน ไม่มีการใช้กำลังประทุษร้าย ไม่มีการทำให้เกิดความปั่นป่วน ก่อความไม่สงบในบ้านเมือง ไม่มีการกระทำใดที่จะทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน จึงถือว่าไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 116 ซึ่งหลังจากยึดอำนาจเมื่อปี 2557 คสช.ได้ใช้อำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน นิสิตนักศึกษา นักการเมือง เป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังก็มีการยกฟ้อง ไม่อยากให้มีการใช้กฎหมายดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไปแจ้งความปิดปากให้เกิดความกลัว&amp;quot; นายชูศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมา มีการไปแจ้งความเอาผิดลักษณะนี้จำนวนมาก สุดท้ายอัยการก็ยกฟ้อง ต่อไปถ้าใช้มาตราดังกล่าวแจ้งความไปทั่ว บุคคลจะไม่กล้าใช้เสรีภาพแสดงความเห็นอีก โดยผู้ที่ไปแจ้งความ ได้ดิบได้ดีมียศเป็นพลตรี นานวันเข้าจะถูกมองว่าเมื่อวิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะโดนคดี 116 อีกหรือไม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ เพื่อให้พิจารณาเรื่องการฟ้องคดีเพื่อปิดปาก กลั่นแกล้งกัน โดยตนจะพิจารณาต่อไป และเรียกพล.ต.บุรินทร์มาให้การว่าสุดท้ายแล้วมีวัตถุประสงค์อะไร อ่านกฎหมายไม่เข้าใจหรือ ที่ผ่านมามีการใช้กฎหมายมั่วซั่วหรือไม่ ต้องเข้ามาให้คำชี้แจงว่าใช้กฎหมายนี้เพื่ออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การร้องทุกข์กล่าวโทษ มีเรื่องบังเอิญอย่างน่าประหลาด เพราะรัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาลง ทั้งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังจุดติด แต่มามีการแจ้งความเพื่อเบี่ยงเบน กอ.รมน.และกองทัพคิดอะไรอยู่ หวังจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินต่อไปไม่ได้ใช่หรือไม่ ต้องถามนายกฯ บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ แต่กลับเอาเรื่องคดีมายัดใส่ให้คนอื่นอีกอย่างนั้นหรือ&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า กฎหมาย กอ.รมน. นายกฯ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ซึ่งในทางกฎหมายเท่ากับว่านายกฯ สั่งการให้ดำเนินคดี ซึ่งการไปใช้สิทธิในเรื่องนี้ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่สำคัญอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์แถลงเอาไว้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องเร่งด่วน แต่เมื่อมีการไปแจ้งความเช่นนี้ ผู้แจ้งความกำลังบิดเบือนประเด็นทางกฎหมาย โดยอาจารย์ที่ถูกแจ้งความก็ไม่ได้ผูกพันนักการเมือง แต่เป็นนักวิชาการที่ไปทำงานในพื้นที่ แต่ กอ.รมน.ก็ไปแจ้งความ เพื่อหวังจะข่มขู่นักวิชาการ ประชาชน ว่าต่อไปไม่ควรแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถ้าเป็นเช่นนี้ ถือเป็นอันตรายต่อประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อมีการแจ้งความเป็นคดีแล้วก็ต้องต่อสู้ทางคดี สำหรับผู้ถูกกล่าวหาจะมีทีมนักกฎหมาย 7 พรรคเข้าไปช่วยเหลือ เพราะตำรวจต้องเรียกไปสอบสวน เรายังพบว่ามีการไปแจ้งความเท็จ กระทำเพื่อข่มขู่ โดยนักการเมืองทั้ง 7 พรรค จะมีการดำเนินคดีกับผู้แจ้งความเท็จ ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ และกำลังพิจารณาว่าจะไปถึงนายกฯ หรือไม่ การที่จะสืบทอดอำนาจแต่มาใช้กฎหมายบ้านเมืองข่มขู่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง&amp;quot; พ.ต.อ.ทวีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า ถือว่าได้รับเกียรติเป็นคดีแรก นับแต่เป็นหัวหน้าพรรค การที่มีการไปแจ้งความหัวหน้าพรรค นักวิชาการ ทั้งที่เราได้รณรงค์ 4 ภาค ก็ได้พูดชัด ไม่แตะหมวด 1-2 การที่มีคนไปพูด ประเด็นใด เป็นสิทธิเสรีภาพ การจำกัดสิทธิ เสรีภาพเป็นเรื่องอันตราย ไม่รู้ว่ายังเข้าใจว่า ยังอยู่ในยุค คสช.หรือไม่ จึงยังใช้กฎหมายคุกคามประชาชนผู้เห็นต่าง เมื่อเราโดนคดี ก็คงคิดว่าเราจะหยุด แต่เราไม่หยุด เรายังมีแผนที่จะเดินต่อไป การไปแจ้งความก็เป็นการแจ้งความเท็จ แน่จริงควรไปแจ้งความเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนด้วย วันอาทิตย์นี้เราจะไปแจ้งความกลับ
แจ้งความกลับ &amp;quot;บุรินทร์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กล่าวว่า ในฐานะอดีตเลขาธิการสมช. มีข้อห่วงใย พล.ต.บุรินทร์ และหน่วยงานความมั่นคง ที่ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินคดี บุคคลที่ได้รับมอบมา น่าจะไม่แตกฉาน กฎหมายความมั่นคง แทนที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา อาจเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดปัญหามากขึ้น โดยทำให้ผู้บังคับบัญชาเดือดร้อนเสียเอง และจากนี้ไปคงจะมีมาตรการตอบโต้เสียบ้าง ขอให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายอ่านกฎหมายให้แตกฉาน ถ้ายังมีการดำเนินการตามใบสั่ง อาจจะเป็นทุกขัง อนิจจัง การรับราชการต่อไปของท่านอาจไม่ราบรื่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ต.ค. จะมีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายทหารผู้นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การไปรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญ เราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และพูดย้ำเสมอ ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1-2 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคนที่ไปแจ้งความ ถ้าไม่เข้าใจกฎหมาย อาจจะต้องไปเปิดกูเกิลดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อมีผู้ถูกแจ้งความ จะมีทีมนักกฎหมายเข้าไปให้การช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากรายงานประจำวันที่บันทึกการแจ้งความข่าว พบว่าไม่มีการแจ้งว่าใคร พูดอะไร ตอนไหน อย่างไร ที่จะเข้าข่ายความผิดมาตรา 116 เป็นเพียงการแจ้งความหว่านแห แสดงให้เห็นว่าคนแจ้งยังไม่เข้าใจชัดเจนด้วยซ้ำว่าข้อเท็จจริงจะเข้าความผิดมาตรานี้ ในฐานะที่เป็นฝ่ายกฎหมายของทหาร ควรกลั่นกรองให้ดีก่อนที่จะฟ้องใคร &amp;nbsp;อ่านเนื้อหาที่แจ้งความแล้วยังไม่รู้ว่าตรงไหนที่จะเข้า ปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ก่อความไม่สงบ หรือล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ดังนั้นผู้แจ้งความควรตัดตอนออกมาให้ชัดเจนว่าคำกล่าวท่อนไหนที่ผิด ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ กว้างๆ แล้วให้เจ้าพนักงานไปทำเอาเอง รู้แต่ข้อหา แต่ไม่รู้ว่าตรงไหนอย่างไร เหมือนโยนเข็มในมหาสมุทร ให้พนักงานไปทำงานเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หมดยุค คสช. หมดยุคที่หน่วยงานทั้งหลายที่จะทำตามความเห็น คสช. และหมดยุคการใช้อำนาจตาม ม.44 แล้ว การกระทำเช่นนี้อาจไม่ใช่การหวังผลทางกฎหมาย แต่อาจจะทำเพื่อให้ส่งผลต่อประชาชนให้ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่า สิ่งที่พูดแล้วน่าจะทำไม่ได้คือ ม.255 ในรัฐธรรมนูญคือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำไม่ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง เช่น การปกครองท้องถิ่นที่มีเอกภาพของตัวเองมากขึ้นอย่างกรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยา เป็นสิ่งที่สามารถทำได้และหยิบยกขึ้นมาพูดได้&amp;rdquo; นายชัยเกษมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรให้สัมภาษณ์ที่พรรคอนาคตใหม่ด้วยว่า ยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป โดยสิ่งที่เราฝันถึงคือโมเดลของรัฐธรรมนูญ 2540 เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ ภายใต้กรอบเงื่อนไข ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รูปของรัฐราชอาณาจักร เป็นรัฐเดี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้คุยกับนายธนาธรหรือยัง นายปิยบุตรกล่าวว่า คุยแล้ว เจ้าตัวกำลังใจดี ได้ยินเรื่องนี้ก็หัวเราะ เขาบอกตนว่าเห็นชื่อนายพลคนนี้ไปแจ้งความพร้อมกับข้อหา ม.116 ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างล่าสุดอัยการก็สั่งไม่ฟ้องเรื่องที่ไลฟ์เฟซบุ๊กไม่กี่วันมานี้
ไม่ต้องการแก้หมวด 1-2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการแสดงความคิดเห็นของ ดร.ชลิตา จะเสนอให้ไทยเลิกเป็นราชอาณาจักร นายปิยบุตรกล่าวว่า นักวิชาการมีเสรีภาพของการแสดงออกความคิดเห็น ถือเป็นการให้ความรู้ทางวิชาการ เปิดจินตนาการใหม่ๆ แต่นักวิชาการไม่ได้มีกำลังหรืออาวุธไปทำอะไรได้ ตรงกันข้าม กองทัพต่างหากไม่ต้องพูดอะไร อยากจะยึดอำนาจก็ยึดเลย และนิรโทษกรรมตัวเอง และเป็นแบบนี้ทุกครั้ง พรรคการเมืองที่เข้าร่วมพูดบนเวที ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ก็ยืนยันว่าไม่มีใครพูดว่าต้องการเปลี่ยนแปลงหมวด 1 และหมวด 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า การที่ประชาชนคนใดสะท้อนถึงความบกพร่องด้วยหลักเหตุและผลต่อรัฐธรรมนูญนั้นนับเป็นความหวังดีต่อชาติ เพราะหากเราทั้งหลายสามารถทำให้รัฐธรรมนูญมีความรัดกุม รอบคอบ ตรงหลักการทั้งประชาธิปไตย มนุษยชน มนุษยธรรม ความยุติธรรม การมีส่วนร่วมของประชาชนมากเท่าไร ความมั่นคง มั่งคั่งของประเทศก็จะมีมากขึ้นไปเท่านั้น ไม่มีใครอยากอยู่ภายใต้ความไม่ยุติธรรมจากอำนาจรัฐ ตามกฎธรรมชาติ หากมีการกดขี่ ก็ย่อมมีการต่อสู้ ฉันใดฉันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การข่มขู่ด้วยลุแก่อำนาจ คิดว่าประเทศนี้นั้นมีพรรคพวกของตนเท่านั้นที่ถูกต้อง มองอย่างไตร่ตรองอย่างหยาบๆ ก็ทราบได้ว่าเป็นการใช้อำนาจที่ไม่คำนึงถึงเหตุและผล ยิ่งหากข้อพิสูจน์เป็นไปด้วยตาม &amp;ldquo;ใบสั่ง&amp;rdquo; มากกว่าหลักเหตุผล ประชาชนเขาก็ยิ่งเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญนี้มีชนชั้น ใครอย่าไปหือไปอือ เพราะมิเช่นนั้นจะถูกอำนาจบางอย่างเล่นงานเข้าได้&amp;quot; นายวันมูหะมัดนอร์ระบุ และว่า ถามจริงๆ ว่ากระด้างกระเดื่องต่อรัฐธรรมนูญ หรือกระด้างกระเดื่องต่ออำนาจกลุ่มตนเองกันแน่ อำนาจแห่งการข่มขู่&amp;rdquo; ย่อมมิใช่อำนาจที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า &amp;ldquo;การเรียกร้องของประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน เห็นว่าการกระทำของ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นการแจ้งความที่หลงละเมอเพ้อพก เพราะปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้ปกครองโดย คสช. แต่ พล.ต.บุรินทร์ได้ดิบได้ดีจาก พ.ท. ถึง พล.ต. ในช่วงที่ประเทศปกครองโดยระบอบเผด็จการคือ คสช. จึงหลงว่าการเคลื่อนไหวที่จะแก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นการกระทำผิด ทั้งที่ทำตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ซึ่งได้มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ มหาสารคาม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และปัตตานี เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อบกพร่องควรจะแก้ไขอย่างไร เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;โดยส่วนตัวได้เข้าร่วมการเสวนา ไม่ได้มีการแตะต้องหมวดที่ 1 และที่ 2 เลย มีแต่เพียงต้องการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพอันจะพึงมีพึงได้ โดยนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นแบบอย่างในการที่จะแก้ไข และไม่เคยมีการกระด้างกระเดื่องปลุกปั่นยุยงตามที่ กอ.รมน.ฝันกลางวัน โดยแท้จริงแล้ว กอ.รมน. เกิดจากการที่ คสช.ผ่องถ่ายอำนาจของตัวเองมาให้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่สะทกสะท้าน ไม่ยินดียินร้าย และไม่ให้ความร่วมมือกับสภา ทำตัวเหมือนหัวหน้า คสช. เพราะ กอ.รมน.คือรัฐซ้อนรัฐ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ระงับยับยั้ง อย่าให้มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะปัจจุบันมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดิศรกล่าวว่า สาเหตุเหล่านี้จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ฝ่ายค้านจะเอาไปอภิปรายในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ในส่วนงบประมาณของ กอ.รมน. และนําไปสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะมีขึ้นอย่างแน่นอนในเดือน ธ.ค.นี้ &amp;nbsp;ส่วนที่นักวิชาการเห็นว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 เป็นความเห็นส่วนตัว เพราะนักวิชาการเขาเป็นคนสอนหนังสือ ดังนั้นต้องเปิดเวทีให้นักวิชาการได้มีโอกาส อย่าให้ประเทศนี้มืดมน อย่าให้เป็นประเทศที่เขาบอกว่าเป็นกะลาแลนด์ ขอให้ กอ.รมน.เปิดกะลาและกะโหลกออกมาหน่อย
&amp;quot;บุรินทร์&amp;quot;พร้อมเจอ&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) กล่าวว่า &amp;nbsp;พล.ต.บุรินทร์สับสนบทบาทหน้าที่หรือไม่ คสช.จบไปแล้ว มีแต่รัฐบาลที่มีนโยบายเห็นควรให้แก้รัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ใช้แล้วเกิดปัญหาได้ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย พล.ต.บุรินทร์ อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาเสียเอง บุคคลทั้ง 12 คน อาจใช้สิทธิ์แจ้งความและหรือฟ้องดำเนินคดีกลับได้ ทาง สกสส. ยินดีที่จะเป็นทนายความเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หยุดการกระทำที่อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปาก คุกคาม ข่มขู่ประชาชน เพราะนั่นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติไม่จบสิ้น ทหารควรจะทำหน้าที่ตัวเองอย่างทหารอาชีพในประเทศอื่นทำกัน หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับ กอ.รมน. ก็ควรจะออกมาแถลงแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจคิดได้ว่าเป็นแผนทำลายความมั่นคงของพรรคฝ่ายค้านหรือไม่&amp;quot; นายวิญญัติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า เป็นความพยายามกลั่นแกล้งให้เดือดร้อนและปิดปากไม่ใช้แสดงความเห็นต่อไป ตำรวจก็ดำเนินคดีให้ทั้งๆ ที่ไม่มีมูลอะไร มาวันนี้หลังการเลือกตั้งมาแล้ว กอ.รมน.ยังใช้วิธีเดียวกันอีก เลวมาก การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มุ่งหมายให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญภายใต้กติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จะเป็นการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องต่อรัฐได้อย่างไร แจ้งจับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านนี่เกินไปมากแล้วประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.ต.บุรินทร์ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายปิยบุตร ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ เตรียมเรียกไปชี้แจงว่า &amp;quot;ผมพร้อมไปชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ หากเชิญมา ซึ่งไม่มีอะไรต้องกลัว ผมจะชี้แจงว่าทำตามหน้าที่ในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจ ส่วนเรื่องรายละเอียดของคดี ผมไม่สามารถพูดได้ เป็นความลับ ให้ไปว่ากันในชั้นศาล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินคดีอาญาก็ว่ากันไป แต่ตนขอเรียกร้องไปที่ 5 ส.ส. ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และนายนิคม บุญวิเศษ &amp;nbsp;ลาออกจากความเป็น ส.ส.ทันที เพื่อรับผิดชอบในการร่วมในเวทีเสวนาที่นางชลิตาเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ โดยไม่มีการทักท้วง เท่ากับรู้เห็นเป็นใจให้มีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรานี้ จึงเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในหมวด 1 ข้อ 6 พฤติกรรมของคนเหล่านี้สะท้อนว่าไร้สำนึกในความเป็นชาติ ถือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นคนไทยด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดให้พิจารณากรณี ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ แสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้&amp;rdquo; เพื่อให้อัยการสูงสุดร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้ ดร.ชลิตา รวมถึง 7 พรรคฝ่ายค้านเลิกการกระทำดังกล่าว โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ลุกลามบานปลาย อันจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย เปิดเผยว่า ตนได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลมีคำวินิจฉัยสั่งการให้ยุติการดำเนินการเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในทุกประเด็น เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้มีการทำประชามติ และผ่านความเห็นชอบจากประชาชนกว่า 16 ล้านคน เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวต่างๆ ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งบุคคลอื่นๆ ที่จะมีการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกือบ 16 ล้านคน ที่ให้ความเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 โดยก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ย.62 แต่เมื่อครบ 15 วัน ตนกลับไม่ได้รับคำตอบจากอัยการ จึงขอใช้สิทธิร้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่เรียกร้องให้ประชาชนลงมาบนถนน ระบุอีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรา การที่นักวิชาการคนหนึ่งพูดที่ จ.ปัตตานี ว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดียว นั่นหมายความว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดที่ 1 มาตรา 1 ที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ ซึ่งตนเห็นว่ากรณีเหล่านี้น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 25 และมาตรา 49
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิญาเปิดเผยว่า ตนได้มายื่นเรื่องที่สำนักงาน กกต.เพื่อขอลาออกจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย โดยมีความประสงค์ที่จะไปสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากเห็นว่ามีอุดมการณ์และการทำงานที่ตรงกับตน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47343</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, กอ.รมน., ฐานยุยงปลุกปั่น, ปมแก้มาตรา 1, มาตรา 1, มาตรา 116, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ยอมทัดทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d974f2e4bc3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;จ่อยื่นศาลธรน.ผ่านอัยการฟัน&#039;ชลิตา-7พรรคฝ่ายค้าน&#039;แก้ม.1เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณี ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนญในเวทีสัญจรภาคใต้ ที่จังหวัดปัตตานี ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 โดยระบุว่า &amp;ldquo;ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้&amp;rdquo; จนเกิดการการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ซึ่งหมายรวมถึง 7 พรรคฝ่ายค้านในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 1 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้&amp;rdquo; อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.113 ที่บัญญัติว่า &amp;ldquo;ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต&amp;rdquo; และนอกจากนั้นใน ม.116 ยังบัญญัติต่อไปอีกว่า &amp;ldquo;ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ซึ่งหมายรวมถึง 7 พรรคฝ่ายค้านในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 1 ดังกล่าวจึงสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดรัฐธรรมนูญและละเมิดกฎหมายที่สำคัญของชาติ ซึ่งอาจหมายถึงการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงมิอาจปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต่อไปได้อีก เพราะอาจเป็นอันตรายและภัยต่อความมั่นคงของชาติจึงจะนำความไปยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.49 เพื่อให้อัยการสูงสุดร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ซึ่งหมายรวมถึง 7 พรรคฝ่ายค้านเลิกการกระทำดังกล่าวเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 4 ต.ค.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ อาคาร A ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47200</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, ชลิตา บัณฑุวงศ์, นายศรีสุวรรณ จรรยา, มาตรา 1, ศาลรัฐธรรมนูญ, อัยการสูงสุด, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d954be11d2d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาถาม&#039;ส้มหวาน-เพื่อไทย&#039;จะแก้รธน.มาตรา 1 ล้มราชอาณาจักรไทยหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.62- &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่าข่าว ๗ พรรคฝ่ายค้าน ไปรับความคิดเห็นของประชาชนที่จังหวัดปัตตานี โดยได้พูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญและมีอาจารย์หญิงมหาเกษตรศาสตร์ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า ควรจะแก้มาตรา ๑ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....มาตรา ๑ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....คำว่า &amp;quot;ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร&amp;quot; มีความหมาย อยู่ในตัวว่าต้องมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....คงจำกันได้ว่าก่อน คสช. เข้ามายึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน มวลชนเสื้อแดงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทยเคยประกาศจะจัดตั้ง สปป.ล้านนา แยกออกจากราชอาณาจักรไทย มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อพิจารณาถึงอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ที่ว่า &amp;quot;พรรคอนาคตใหม่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ไม่ใช่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ทั้งนางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ก็กล่าวว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับเพราะเฮงซวยทุกมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....จึงน่าสงสัยว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่จะแก้มาตรา ๑ ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ให้ประเทศไทยมีระบอบการปกครองระบอบไหนและยังมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47055</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรค, ชูชาติ ศรีแสง, มาตรา 1, ราชอาณาจักร, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa20f58ba9fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
