<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อไทยข้องใจสารพัดนโยบายประชารัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 &amp;ndash; น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปรายถึงความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายผ่านโครงการต่างๆอย่างผิดพลาดว่า โครงการตลาดประชารัฐใช้งบประมาณกว่า 562ล้านบาท เพื่อจะสร้างตลาดประชารัฐ 471 แห่ง แต่จนถึงวันนี้กลายเป็นตลาดประชาร้าง ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ นอกจากนี้ในโครงการเน็ตประชารัฐ ที่หวังจะให้หมู่บ้านทั่วประเทศกว่า 7 หมื่นหมู่บ้าน แม้ กสทช.ได้ไปตั้งเสาสัญญาณหลายพื้นที่ มีการใช้งบประมาณไปแล้วหลายพันล้านบาท ก็เป็นการใช้งบสูงเกินจริง แต่ทุกวันนี้กลายเป็นอนุสาวรีย์ประจำหมู่บ้านไปแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะที่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน มีการใช้งบประมาณไปร่วมแสนล้านบาท แต่ สตง.ได้ระบุในรายงาน ไม่สามารถแสดงความเห็นต่อรายงานการเงินของกองทุนประชารัฐได้ ทั้งที่มีการใช้เงินไปแล้วเกือบแสนล้านบาท กลับตรวจสอบไม่ได้ ขาดความโปร่งใส ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงต่อสภาฯ ตั้งแต่ตั้งโครงการดังกล่าว ได้ใช้เงินไปเท่าไหร่ ทำไมถึงไม่มีบัญชีรายงานต่อส ตง. เป็นการใช้เงินตามวินัยการเงิน การคลังหรือไม่ รวมทั้งเมื่อมีโครงการนี้ขึ้นมา ประชาชนกลับยากลำบากยิ่งขึ้น ต่างจากเจ้าสัว จึงมีคนพูดว่า แท้จริงแล้วโครงการดังกล่าวเป็นการผันเงินจากคนจนไปสู่คนบางกลุ่มหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จิราพรอภิปรายอีกว่า ไทยเคยได้ชื่อว่าเป็นเสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย แต่ในวันนี้เราอาจกลายเป็นเต่าเอเชีย รอให้ประเทศอื่นคลานแซงไป ในช่วงที่ประเทศต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ แต่กลับได้ผู้นำ ไม่มีความรู้ความเข้าใจทางเศรษฐกิจเลย และสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน แม้หลายคนได้กลิ่นรัฐประหาร แต่เชื่อว่าทำได้ไม่ง่าย ประชาชน นิสิตนักศึกษาตื่นรู้หมดแล้ว ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หรือประกาศต่อหน้าสภาฯ ตนได้เตรียมหนังสือลาออกไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแค่ท่านลงนาม ก็จะพาประเทศพ้นวิกฤติบ้านเมืองครั้งนี้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76918</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.จิราพร สินธุไพร, ประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, มาตรา 152, ส.ส.ร้อยเอ็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efef21862191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;ซัดนิ่มๆมีคนปั่นนักเรียน-นักศึกษาให้มามีปัญหากับรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชี้แจงในญัตติซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมืองโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ของพรรคฝ่ายค้านว่า การทำให้ทุกคนพอใจเป็นเรื่องยาก แต่ไม่เกินความพยายามหากพวกเราช่วยกัน รัฐบาลมีความห่วงใยในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และสถานการณ์อื่นๆ จะพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อดูแลแก้ไขทุกอย่างให้กลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเดินหน้าสู่การพัฒนาประเทศในระยะต่อไป แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ยังคงมีความพยายามเหล่านี้ เพราะนึกถึงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน จำเป็นต้องทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังข้อกฎหมาย ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่จำกัด และการกู้เงินต่างๆ ที่จำเป็นกู้ก็ต้องกู้ หากไม่มีเหตุการณ์ก็คงไม่ต้องกู้ ส่วนที่มีการอ้างว่ารัฐบาลไม่เคยถูกตรวจสอบมาตั้งแต่ คสช.ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเรื่องต่างๆยังทำงานอยู่ มีการตรวจสอบ มีการชี้แจงการทักท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาโควิด-19 อยู่ในระดับน่าพอใจในระดับโลก และต้องร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาเศรษฐกิจนั้น รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจคงจะชี้แจง ทั้งส่วนอาเซียนและส่วนประชาคมโลก ยืนยันว่าเคารพในกระบวนการรัฐสภามาโดยตลอด จะทำทุกอย่างให้เกิดความชอบธรรมโปร่งใสให้มากที่สุด ปัญหาหลายปัญหาที่จะพูดในช่วงบ่ายวันนี้ ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นยาวนานมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลที่เข้ามาก็มีการเตรียมแก้ปัญหามาหลายปีแล้วเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ปัญหาหลายปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ยืนยันว่าจะรับผิดชอบแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า อย่ารังเกียจทหารมากนัก เพราะคือลูกหลานทั้งนั้น ทำงานโดยเสียสละ หลายคนเคยเป็นทหารมาก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในวงการทหารจึงโจมตีวงการทหาร แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ก็รับฟังได้และขออย่าแยกทหารออกจากประชาชน ทหารไทยไม่ได้มีแค่ปฏิวัติ แต่ทุกวันนี้ทหารทำงานเพื่อประชาชนทั้งการป้องกันประเทศ การป้องกันภัยพิบัติ การป้องกันโควิด-19 ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน อย่าสร้างความเกลียดชังต่อไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลทำทุกอย่างมีการตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิรูปและปรับลดจำนวนข้าราชการลงให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องมีหน่วยงานใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยไม่เพิ่มอัตรากำลังมากนัก เพราะมีเทคโนโลยีต่างๆ มากมายขึ้นมาทดแทน ส่วนการกล่าวถึงชีวิตส่วนตัว ออกกำลังกายบ้างอะไรบ้างยืนยันว่า สั่งการได้อยู่แล้ว ทำงานได้ไม่มีวันหยุดราชการ พร้อมย้ำว่าจะทำการปฏิรูปให้สำเร็จ ผมไม่ได้มีปัญหากับนักเรียนนักศึกษา มีแต่คนทำให้นักเรียนนักศึกษามีปัญหากับตนเอง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76914</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักศึกษา, นักเรียน, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรา 152, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f586c7c46bf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039;จ้อทิ้งทวนยก&#039;เปรม-จิ๋ว&#039;บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;หาทางลงก่อน19ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายในญัตติซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ว่า รัฐบาลบริหารงานมา 5-6 ปี ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ อ้างว่าเพราะสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ ยังไม่นับคนตกงาน คนว่างงานอีกมาก ที่เกิดจากผู้นำขาดความรู้ความสามารถ ความล้มเหลวนี้จึงไม่ได้เกิดจากโควิด-19หรือเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เกิดจากผู้นำที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม อยากให้รัฐบาลรับฟังสภาฯ วันนี้ และหวังว่าท่านจะตัดสินใจเพื่อบ้านเมือง เพื่อคนไทย และเพื่อภาวะวิกฤติ หนี้สินที่รัฐบาลไปกู้มา ก็เพราะท่านตั้งรายจ่ายไว้สูง แต่รายรับของท่านมันต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พึ่งจะเคยเห็นว่า รัฐบาลเอาเงินไปแจกชาวบ้าน แทนที่เขาจะชื่นชมและดีใจ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลถูกด่ามาตลอด เพราะการเยียวยาทำอย่างไม่ทั่วถึง รัฐบาลประเทศอื่นเวลาเยียวยาเขาทำอย่างเสมอหน้า และทั่วถึง ในระยะเวลาที่ไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน แต่เงินที่รัฐบาลเยียวยานั้นเกิดปัญหาในทุกด้าน ถ้าท่านยังเป็นรัฐบาลต่อไป ท่านก็ต้องกู้ต่อไปเรื่อยๆ จึงห่วงว่า ถ้ายังอยู่บริหารต่อจะยิ่งกู้ไม่รู้จบ กู้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาใช้หนี้วิธีไหน ส่วนใหญ่ใช้แต่ดอกเบี้ย เป็นการบริหารงานที่ไม่คิดถึงอนาคตลูกหลาน สร้างหนี้สินให้คนรุ่นลูก รุ่นหลานต้องมาชดใช้แทน เขาจึงไม่เอารัฐบาลนี้ เพราะมีแต่กู้ๆๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ยังไม่รวมถึงการใช้อำนาจแทรกแซงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้มาตรา 44 สั่งยุบรวม อปท. สข. สั่งยุบพรรคการเมืองที่มีสมาชิกนับล้าน หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ขนาดเด็กยังรู้ว่าใช้กฎกติกาที่ฉ้อฉล แล้วท่านจะนำพาบ้านเมืองนี้ไปอย่างไร ขอแนะนำให้เห็นแก่บ้านเมือง เห็นแก่ประชาชน วันนี้หมดเวลาของท่านแล้ว ขอให้ลงจากอำนาจอย่างสง่างาม ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างกรณี 2 พล.อ.คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่รู้จักพอ เมื่อลงจากอำนาจก็อยู่ในสังคมไทยอย่างปกติสุข ขณะที่อีก 1 พล.อ. และอีก 1 จอมพล ซึ่งตนไม่ขอเอ่ยนาม ต้องหนีไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ โดยคนหนึ่งเสียชีวิตในต่างประเทศ ขณะที่อีกคนกลับมาโดยต้องห่มผ้าเหลือง และทรัพย์สมบัติของครอบครัวก็ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้ท่านดูว่าท่านจะเอาแบบไหน อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ท่านเลือกเส้นทางที่สวยงาม ท่านยังมีเวลาตัดสินใจก่อนถึงวันที่ 19 ก.ย. ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะพูดว่า หมดเวลาของท่านแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76913</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาชาติ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, มาตรา 152, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f586a8ca4e84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039;สับ&#039;บิ๊กตู่&#039;ห่วยแตก5ปีทำระบบราชการสุจริตไม่ได้งบปี62หน่วยราชการโกงจัดซื้อหมื่นล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (กก.) อภิปรายในญัตติซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่าท่ามกลางวิกฤตรอบด้านปัจจัยที่ทำให้ประเทศไม่สามารถเดินทางไปข้างหน้าได้ คือ วิกฤตภาวะผู้นำของรัฐนาวาที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสภาวะที่กำลังก่อตัวขึ้นในโลกใบนี้ สิ่งที่ต่างกันระหว่างวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ปี 2540 กับวิกฤตปีนี้ คือระบบการเมืองที่อำนวยให้แก้ปัญหา ในปี 2540 เอื้อพรรคยึดโยงกับประชาชนแก้วิกฤตให้บ้านเมือง แต่ตอนนี้มีระบบการเมืองที่แข็งตัว ไม่ตอบสนอง ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตทางการเมือง เศรษฐกิจ รวมถึงระบบการศึกษา ประชาชนคนหนุ่มสาวต้องออกมาทวงอนาคต ไม่ใช่ว่าเป็นความแตกต่างกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่เหมือนกับที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นการปะทะกันระหว่างคนที่มีกับประเทศที่หมดหวัง คนที่ยังมีหวังที่ใช้ชีวิตกับประเทศที่สิ้นหวัง ความสิ้นหวังที่เห็นชัดที่สุดคือความสิ้นสุดหวังทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยบ๊วยเกือบที่สุดในเอเชียจาการทำสำรวจของไอเอ็มเอส ในสิ้นปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยเกือบอยู่ท้ายสุดของเอเชีย ไม่เพียงเท่านั้น ความล้มเหลวจะเริ่มส่งผลต่อคนชนชั้นกลางและเจ้าของกิจการ ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทจะแข็งตัว ซึ่งซ้ำเติมผู้ส่งออก สิ่งเหล่านี้สะท้อนจำนวนตัวเลขคนว่างงาน ซึ่งตอนนี้สูงถึงห้าเท่าเมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ โครงการเที่ยวปันสุขคนมาใช้เพียง 17 เปอร์เซ็นต์ โรงแรมขนาดกลางและเล็กไม่ได้เข้าร่วมโครงการ จึงไม่แปลกใจที่ชาวภูเก็ตบอกว่าป่าตองกลายเป็นป่าช้า ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงภาวะสุญญากาศในการบริหารเศรษฐกิจ กัปตันสวมเกียร์ว่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวในยามที่พายุโหม ดูเหมือรัฐบาลนอกจากใจเย็นก็ยังเลือดเย็นกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เศรษฐกิจยิ่งแก้ คนต้องกล้าใช้จ่าย แต่ขณะนี้ดัชนีผู้บริโภคยิ่งดิ่งลึกลงกว่าเดิม ร้ายกว่านั้นหน่วยงานราชการยังคอรัปชั่น ดั่งที่มีรายงานของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาว่างงบประมาณปี 62 มีหน่วยงานราชการยักยอกในธุรกิจจัดซื้อจัดจ้าง มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท นายกรัฐมนตรีมีโอกาสตลอด 5 ปี ไม่มีฝ่ายค้าน งบประมาณเต็มมือที่จะสร้างรัฐเปิดเผย บริหารราชการบนพื้นฐานความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบการทุจริต นายกมีโอกาส แต่ไม่ได้ทำ จนทำให้คนในประเทศต้องมารับกับความมืดมนสิ้นหวัง ในอนาคตอันใกล้หากรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะมีแรงกดดันเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศและทุกชนชั้น บ้านเมืองถึงทางตัน&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวอีกว่า ความน่าเศร้าที่สุดในตอนนี้ คือ ในช่วงที่มีความมืดมนเราดันมีนายกฯ ที่ไม่มีภาวะผู้นำอยู่ในระบบการเมืองที่บิดเบือน ไม่ต้องหลับตาก็รู้ว่าพังพินาศเพียงใด พรรคการเมืองที่เสนอท่านเป็นนายกฯ ก็เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ออกแบบมาเพื่อพรรคพวก พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งกลับไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ตามเจตจำนงของประชาชน ท่านเองได้เป็นนายกฯ ก็เพราะกฎกติกาที่พวกพ้องท่านเขียนเอง ตั้ง 250 ส.ว.ให้มีจำนวนมากกว่าพรรคการเมืองใดๆ รัฐธรรมนูญปัจจุบันถูกร่างขึ้น ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ปัญหาสังคม แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่เฉพาะกิจสืบทอดอำนาจรักษาอำนาจของพวกท่านให้ยาวนานที่สุด &amp;nbsp;สภาวุ่นวายอยู่กับการป้อนกล้วยให้งูกิน ทำให้เกิดรัฐบาลผสมไม่มีเอกภาพและไร้คุณภาพ ประเทศเดินทางไปอย่างไรทิศทาง มองไม่เห็นอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวด้วยว่า เมื่อประชาชนออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องอนาคต &amp;nbsp;นอกจากรัฐบาลจะแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ไม่รับฟังและยังคุกคามเสรีภาพ การใช้มาตรา 116 ไม่สมเหตุสมผล ยิ่งขยายความขัดแย้ง &amp;nbsp;ตนเกรงว่าจะกลายเป็นการยั่วยุท้าทายให้ประชาชนโกรธ เมื่อผู้ก่อการเป็นนักเรียน ท่านจะต้องจับอีกสักกี่คนถึงจะเข้าใจว่าการคุกคามไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ท่านจะหันกระบอกปืนเข้าหาพวกเขาที่เป็นอนาคตของประเทศและมือเปล่าหรือไม่ หวังว่าท่านจะคิดได้และไม่ขาดสติจนนำประเทศไปถึงจุดนั้นอีก สิ่งที่ฉุดรั้งอนาคตคนไทยไว้คือ ระบบราชการและระบบการศึกษา ระบบราชการไทยมีความแข็งตัวสูง เป็นระบบอุปถัมภ์ที่มีแต่พรรคพวก ไม่ยอมให้ใครล้ำเส้น เป็นระบบที่ล้าหลัง ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ขณะที่ระบบการศึกษาไทยก็ล้าหลัง และไม่เคยเปลี่ยน โรงเรียนจึงกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะระบบอำนาจนิยมที่แรกที่เด็กได้พบเจอ ทั้งการใช้อำนาจของครูกับลูกศิษย์ หรือรุ่นพี่ที่กดทับรุ่นน้อง วันนี้นักเรียน นักศึกษาต้องการจะปลดแอกตัวเองจากระบบที่ห่วยแตกแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวทิ้งท้ายว่า เราต้องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เรายังมองไม่เห็นอนาคตว่าจะเดินไปอย่างไร เพราะแม้แต่การจัดทำงบประมาณก็ยังทำเหมือนเดิม ระบบราชการยังคงรวมศูนย์ ระบบการศึกษายังไม่มีการปรับตัว สังคมไทยจึงมืดมิด เพราะท่านหวงแหนอดีตที่ทำให้ท่านได้ประโยชน์ แต่สร้างเวรกรรม ทำให้พวกเขาก้าวสู่อนาคตไม่ได้ ทั้งนี้ ไม่มีครั้งไหนที่นักเรียน นักศึกษาประท้วงรัฐบาลมาก และกระจายไปทั่วประเทศขนาดนี้ หยั่งรากลึกลงไปจนถึงระดับนักเรียนมัธยม ซึ่งถ้าท่านปฏิรูปประเทศจริงตั้งแต่ 6 ปีก่อน การชุมนุมของนักศึกษาจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น เลิกดูถูก เลิกทวงบุญคุณว่าท่านเข้ามาบริหารประเทศเพราะอะไร เพราะคนที่ปลุกให้พวกเขาตื่นขึ้นมาก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ชัดเจนแล้วว่า ความวุ่นวาย ความสิ้นหวัง ความล้าหลังนั้น ใจความล้มเหลวมันอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านก็ควรหลีกทาง ลงจากอำนาจ คืนอนาคตให้กับประเทศชาติ ออกไปก่อนที่ประเทศจะย่อยยับเกินกว่าที่พวกท่านจะชดใช้ไหว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก., นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรา 152, รัฐธรรมนูญ, หัวหน้าพรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efdda5c153d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมโหนเด็ก!อนุดิษฐ์ชู3นิ้วก่อนอภิปรายบี้นายกฯลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาเป็นประธานเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเข้าร่วมประชุมพร้อมกับรัฐมนตรี อาทิ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายสันติ พร้อมพัฒน์​ รมช.การคลัง, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.​พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำเสนอญัตติ อภิปรายต่อที่ประชุมถึงวิกฤตทางการเมืองซึ่งมีเยาวชนและนักเคลื่อนไหวช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และเชื่อว่าจะได้รับการขนานนามว่าเป็นนายกฯ ที่ทำให้มีม็อบก่อตัวมากที่สุด ทั้งนี้ขอให้ยกเลิกหมาจับเยาวชนนักเคลื่อนไหวทั่วประเทศ รวมถึงยุติการคุกคามการเคลื่อนไหว การปิดกั้นการแสดงความเห็น เปลี่ยนเป็นการคุ้มครองและรับฟัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาในประเทศที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลทั้งด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกู้ยืมเงินจำนวนมาก เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะล้มละลาย และความสูญเสียศักยภาพทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลพลเรือนวางแผนไว้นั้นหายไปเพราะการยึดอำนาจ และทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะลำบาก นอกจากนั้นปัญหาด้านเศรษฐกิจมีผลสืบเนื่องจากการไม่เคารพสิทธิพื้นฐานประชาชน และเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขีดความสามารถของประเทศด้านการลงทุน ต่อความต้องการของโลก อยู่ที่การจัดสรรเงินและการลงทุนภาครัฐ รัฐบาลต้องคำนึงถึง และคำนึงถึงการบริหารงานที่เน้นเป้าหมายนำกระบวนการ ซึ่งต่างจากผู้นำของทหารที่ใช้กระบวนการนำเป้าหมาย โดยมีตัวอย่างคือ การระบาดโควิด-19 นายกฯใช้กระบวนการส่วนตัวคือ กู้ และกู้ &amp;nbsp;วันนี้หากกำหนดยุทธศาสตร์ต้องมีเป้าหมาชัดเจน หากอะไรที่ไม่ตอบสนองยุทธศาสตร์ต้องยกเลิก เช่น ซีพีทีพีพี เป็นต้น ทั้งนี้ผมมองว่ายุทธศาสตร์ที่ไม่ตอบโจทย์ทำให้เกิดปัญหาด้านการจัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นผมมีข้อเสนอแนะ คือ ลดรายจ่ายประจำ ลดจำนวนข้าราชการประจำที่เกินความเหมาะสม เพื่อนำเงินไปลงทุนสิ่งที่มีคุณภาพ กำหนดเป้าหมายประเทศสร้างฐานการผลิตใหม่ตอบสนองความต้องการของโลกตามศักยภาพของประเทศ ต้องเปลี่ยนวิธีงบประมาณ โดยกำหนดเป้าหมาย นำกระบวนการ และเรื่องสำคัญสุดท้ายคือ เคารพสิทธิเสรีภาพและอำนาจของประชาชน เพราะหากประเทศเป็นประชาธิปไตย นักลงทุนจะให้ความเชื่อมั่น &amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์ อภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวด้วยว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลทำให้ประเทศจมกองหนี้ คนส่วนใหญ่เดือดร้อน มีปัญหาเศรษฐกิจ โดยหลายปัญหาเกินเยียวยา ตนมีข้อเสนอสุดท้ายต่อรัฐบาลถึงนายกฯ ว่า หากต้องการช่วยเหลือประเทศไทยอย่างแท้จริง คือ การลาออก ตามเสียงเรียกร้องของคนไทยทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการอภิปรายช่วงหนึ่ง น.อ.อนุดิษฐ์ ขออนุญาตต่อที่ประชุมเพื่อชู 3 นิ้วกลางที่ประชุมให้คำมั่นสัญญาและปฏิญาณตนต่อหน้าคนไทยทั้งประเทศ ว่า ขอคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน ใช้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อหาทางออกประเทศ ตามข้อเรียกร้องของประชาชน พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่รัฐ ยุติความรุนแรง หยุดคุกคาม และหยุดหมายเรียก รวมถึงต้องยุติรัฐธรรมนูญเผด็จการ โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) คืนอำนาจให้ประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, มาตรา 152, รัฐธรรมนูญ, ส.ส.กทม., ​พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58555b00a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;พยักหน้าพร้อมรับศึกฝ่ายค้านอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่อาคารรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางถึงอาคารรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 โดยนายกฯ พยักหน้าตอบรับว่าพร้อม &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความพร้อมในการตอบข้ออภิปรายของฝ่ายค้านในวันนี้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ขึ้นลิฟท์ไปร่วมประชุม พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สธ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76901</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรา 152, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f585196a2627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องเนื้อหาอภิปรายมาตรา152ซัดรัฐบาลเป็นภยันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ในเวลา 09.30 น. สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 28 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งเป็นพิเศษ ได้นัดประชุมเรื่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กับคณะจำนวน 79 คนเป็นผู้เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื้อหาของหนังสือของการขอเปิดอภิปรายทั่วไปที่ น.อ.อนุดิษฐ์และคณะยื่นนั้นมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้มีความน่าเป็นห่วงในทุกด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางด้านการเมืองที่มีความน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยหดตัวอย่างรุนแรง เป็นผลให้เศรษฐกิจไทยที่แย่มาก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด -19 แล้ว ต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากขึ้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การท่องเที่ยว การบริโภคภายใน และการลงทุนที่เกิดการหดตัวอย่างรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะทางการคลังของรัฐบาลยังมีความเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นการก่อหนี้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการที่รัฐบาลต้องกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อนำมาใช้ในการเยียวยาและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโควิด-19 เป็นผลให้หนี้สาธารณะ ณ สิ้นปี 2564 คาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 58 หรือสูงเกินกรอบความยั่งยืนทางการคลังหากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามประมาณการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็ได้เกิดสถานการณ์ทางการเมืองขึ้นมาแทรกซ้อน อันเป็นผลมาจากความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลในการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่มิได้อยู่บนหลักนิติธรรม และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ประชำชนเห็นว่าถูกออกแบบมาเพื่อคำยืนยันการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ จึงเกิดการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการข่มขู่คุกคามประชำชน จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน และยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนอันเป็นข้อเรียกร้องทางการเมืองที่อยู่ในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลกลับฉวยโอกาสใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่คุกคามและจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมากอยู่แล้วต้องตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยากยิ่งอยู่แล้วต้องทวีความยากขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังได้กราบเรียนมา ข้าพเจ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศมีความน่าเป็นห่วงและเปราะบางเป็นภยันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงเข้าชื่อกันเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาที่เกี่ยวข้องตลอดจนแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ จึงกราบเรียนมาเพื่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาดำเนินการให้ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปดังกล่าวมาเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีและให้นำยกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76882</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, พท., พรรคเพื่อไทย, มาตรา 152, วิกฤต, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, อภิปราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f5834b3737a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
