<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่จบ!เพื่อไทยย้ำปลุกผีฉบับแก้ไขมาตรา256</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.64 &amp;ndash; นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยทำหนังสือถึงประธานรัฐสภาขอให้ทบทวนการบรรจุร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังได้รับชี้แจงจากฝ่ายกฎหมายของสภาว่า ร่างที่พรรคเพื่อไทยเสนอนั้นไม่ใช่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมจึงไม่สามารถบรรจุในวาระได้ ว่าพรรคเห็นว่าร่างที่ยื่นเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติม แม้จะเพิ่มหมวด15/1 แต่ก็เป็นเพียงวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น ไม่ได้ต้องการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และการยื่นร่างแก้ไขนี้มองว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีอำนาจในรัฐธรรมนูญให้ทำได้ ซึ่งขณะนี้ รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่มีการบญัตติในเรื่องนี้ ดังนั้น ยืนยันว่า ร่างนี้เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งหากได้วิธีการแล้วก็ไปดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังอยากให้ประธานรัฐสภาทบทวนบรรจุร่างดังกล่าวเข้าสู่วาระ เพราะอยากให้สมาชิกพิจารณาร่วมกันว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร เพื่อให้เป็นมติร่วมกัน และเพื่อให้เป็นสารตั้งต้นในการทำประชามติ แม้ที่ประชุมจะผ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติแล้วก็ตาม แต่การจะขอเสนอทำประชามตินั้นไม่สามารถเป็นมติเดียวกันจากทั้งสองสภา ทำได้แค่แยกการประชุม หาก ส.ส. เห็นด้วย แต่ ส.ว. ไม่เห็นด้วยกับการเสนอทำประชามติจะทำให้ญัตตินั้นตกไปทันที จึงเห็นว่าถ้าเสนอร่างเสนอแก้ไขตามมาตรา 256 สู่ที่ประชุมร่วมก็จะเป็นทางให้ที่ประชุมเห็นพ้องต้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่านกล่าวว่า &amp;nbsp;การทำประชามติต้องทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 จะเป็นการถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ครั้งที่ 2 จะเป็นการออกเสียงประชามติหลังจากรัฐสภาเห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 และครั้งที่ 3 จะทำประชามติถามความเห็นชอบหลังจากที่ ส.ส.ร. จัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จ ซึ่งเห็นว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เสียงบประมาณโดยใช่เหตุ ดังนั้น ควรรวบขั้นตอนการทำประชามติครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 ไปพร้อมกัน เพื่อช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 3,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันการที่ยื่นร่างแก้ไข มาตรา 256 นี้ เพราะไม่อยากให้เป็นทางตันในการแก้ไขมาตราดังกล่าวในอนาคต ส่วนผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วมรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายหลักของประเทศ แม้การดำเนินการจะมีอุปสรรค แต่ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ย่อท้อ และจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เพราะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2560 เป็นจุดอ่อนของการบริหารประเทศ แม้ขั้นตอนการดำเนินการจะลำบาก ไม่เหมือนกับการยึดอำนาจที่เข้ามาและสามารถเขียนรัฐธรรมนูญได้เลย แต่ก็เพื่อไม่ให้ประเทศอยู่ในวังวน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107370</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พรรคเพื่อไทย, มาตรา 256, ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ, ส.ส.น่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2dcf682189.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนกรีดบางคนไม่ได้ดังใจ ส.ว.ปล่อยผ่าน‘ร่างพปชร.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; แจงเหตุไม่บรรจุวาระแก้มาตรา 256 ยึดตามข้อบังคับกฎหมาย กรีดบางคนไม่ได้ดั่งใจจึงโวยวาย &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; ประกาศหนุนยกยวง แต่ขอสับฉบับพลังประชารัฐ &amp;ldquo;คำนูณ&amp;rdquo; ถอดรหัสพบเป้าหลัก &amp;ldquo;สมนาคุณพรรคใหญ่ ถอดปลั๊กปราบโกง&amp;rdquo; เลิศรัตน์เชื่อเสียง ส.ว.ปล่อยผ่านก่อนค่อยแปรญัตติแก้ฉบับ &amp;nbsp;พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พร้อมคณะ ได้ตรวจความพร้อมของห้องประชุมพระสุริยัน เพื่อเตรียมการประชุมร่วมรัฐสภาในสัปดาห์นี้ ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวนให้สัมภาษณ์ถึงกรณีไม่บรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เรื่องการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า เคารพความเห็นของทุกคน แต่ประธานสภาฯ มีหน้าที่ทำตามข้อบังคับตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ว่าอะไรที่บรรจุได้ อะไรที่บรรจุไม่ได้ สภามีวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว มีเจ้าหน้าที่กลั่นกรอง กรณีใดที่ต้องการความมั่นใจก็จะประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ความจริงไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่บางคนอาจไม่ได้ดั่งใจจึงออกมาโวยวาย แต่โดยทั่วไปมีระบบอยู่แล้ว ประธานจะทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมมุติว่าขัดต่อระเบียบและคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญ จะไปทำอย่างอื่นไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ในกติกา กฎเกณฑ์โดยเคร่งครัด โดยสุจริตและเปิดเผย ไม่มีอะไรที่เป็นลับลมคมใน และไม่มีใครมายุ่งหรือสั่ง ไม่ว่ารัฐบาลหรือใคร จะเห็นว่าบางครั้งอาจมีบางญัตติที่ไม่ตรงใจรัฐบาลด้วยซ้ำ เช่น ญัตติอภิปรายเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ รัฐบาลเห็นว่าไม่ควรบรรจุ แต่ผมก็บรรจุ เพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัย เป็นแค่ให้ความเห็นเท่านั้น ดังนั้นยืนยันทุกอย่างตรงไปตรงมา ขอย้ำว่าประธานไม่มีสิทธิ์ทำอะไรที่ละเมิดกฎเกณฑ์&amp;rdquo; นายชวนกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนญัตติดังกล่าวถือว่าตกไปหรือไม่นั้น นายชวนกล่าวว่า ยังไม่วินิจฉัยในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวเช่นกันว่า นายชวนยึดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เป็นกลาง ตรงไปตรงมา ให้เกียรติและเคารพทุกคน สร้างบรรทัดฐานของรัฐสภา ยึดมั่นหลักนิติธรรม การกล่าวหาว่าขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญของประชาชน เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งสิ้น นายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นถึงครูบาอาจารย์ ต้องย้อนกลับไปดูหลักการรัฐธรรมนูญและข้อบังคับให้ชัด รวมไปถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ประกอบด้วย ไม่ใช่คิดจะทำตามอำเภอใจตนโดยไม่มีหลัก พอไม่ได้ดั่งใจก็ออกมาโวยวาย ไม่สมราคาของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคิดเห็นในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เป็นเรื่อง ส.ส. ส่วนแนวทางพรรคจะเป็นอย่างไรนั้นยังไม่ได้ประชุม&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ออกมาระบุการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองเป็นเพื่อประโยชน์ตัวเอง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ประโยชน์อะไร ผมไม่รู้ ก็ต้องถามว่าประโยชน์อะไร ทุกคนก็ทำงานให้กับประชาชน ทุกพรรคการเมืองก็หวังทำประโยชน์ให้ประชาชน ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้มีความเจริญทั้งนั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ ส.ว.ออกมาติงตั้งแต่ต้นเช่นนี้ จะส่งผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีหรอก ก็ต้องดูตามเสียงที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถ้าเสียงมากก็ได้ เสียงน้อยก็ไม่ได้ ก็ว่าไป &amp;nbsp;
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ในฐานะผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอแก้ไขมาตรา 144 และ 185 กล่าวถึงข้อทักท้วงจาก ส.ว. และองค์การต่อต้านคอร์รัปชันคัดค้าน ยืนยันไม่ได้แก้ไขเพื่อให้ ส.ส.ไปแปรญัตติงบเข้าพื้นที่ตัวเองได้ ส่วนที่ตัดเรื่องบทกำหนดโทษนั้น เนื่องจากเป็นรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่กฎหมายอาญา ซึ่งมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่แล้ว
&amp;ldquo;การที่ ส.ว.ไม่เห็นด้วยถือเป็นสิทธิ์ แต่เมื่อรับหลักการร่างแก้ไขแล้ว สามารถไปแก้ในชั้นแปรญัตติได้ อยากขอร้องว่าการพูดอะไรให้คำนึงถึงความถูกต้อง อย่าบิดเบือน และไม่กังวลว่าข้อทักท้วงจะส่งผลให้ร่างรัฐธรรมนูญของพรรคจะไม่ผ่านในวาระรับหลักการ เพราะเชื่อว่า ส.ว.ส่วนใหญ่จะมีดุลพินิจศึกษาเนื้อหาของร่างกฎหมาย แต่บางส่วนที่ทักท้วงเป็นกลุ่มที่เห็นด้วยกับยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และมั่นใจการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่มีละครปาหี่การเมือง ยืนยันว่าพรรค พปชร.จริงใจอย่างตรงไปตรงมา&amp;rdquo; นายไพบูลย์ระบุ
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า พรรคพร้อมสนับสนุน 8 ญัตติที่ 3 พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ เพราะ ส.ส.ของพรรคได้ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอแก้ไข ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอื่นๆ นั้น พรรคจะพิจารณาเงื่อนไขประกอบ โดยหากแก้ไขให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และไม่มีการแตะการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 รวมถึงการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชน พรรคก็จะสนับสนุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจการโหวตเลือกนายกฯ ของวุฒิสภา จะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ยืนยันว่า พรรคพร้อมสนับสนุนการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว เพราะ ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ควรมีอำนาจที่จำกัดตามวิถีประชาธิปไตย เช่น การกลั่นกรองกฎหมาย แต่ไม่ถึงขั้นการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ 24 มิ.ย.นี้ วิปรัฐบาลจะหารือร่วมกันถึงแนวทางการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศแถลงภายหลังการประชุม ส.ส.ของพรรค ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ แต่เป็นห่วงในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายไพบูลย์ใน 2 มาตรา คือมาตรา 144 ว่าด้วยการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี และมาตรา 185 ว่าด้วย ส.ส.หรือ ส.ว. ต้องไม่ก้าวก่ายการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่ง ส.ส.พรรคหลายคนจะแปรญัตติในชั้น กมธ.ต่อไป
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญแบบไหนก็แล้วแต่ จะต้องมีคนกลุ่มหนึ่งได้รับประโยชน์ และอีกกลุ่มที่เสียประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ ส่วนของพรรคนั้นก็เห็นทั้งข้อดีและข้อด้อยของบัตรเลือกตั้งหนึ่งใบและสองใบ แต่ท้ายที่สุดเสียงส่วนใหญ่ของสภาออกมาแบบใด เราก็ต้องเตรียมตัวไว้รองรับทุกรูปแบบสำหรับการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคเราไม่ได้ลงนามเพื่อแก้ไขด้วยกับ 2 พรรคร่วมรัฐบาลคือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย โดยมองว่าเป็นประเด็นที่อ่อนไหว และจะสืบต่อไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งปัจจุบันนี้มีก็ความขัดแย้งจำนวนมากแล้ว อีกทั้งเรื่องนี้ยังจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ดังนั้นการจะไปตัดอำนาจ ตัดมือตัดเท้าเขา ก็ไม่มั่นใจว่า ส.ว.จะให้ความร่วมมือ ดังนั้นประเด็นใดที่เป็นความขัดแย้งเราก็ขอพักไว้ก่อน&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าวตอบข้อถามเรื่อง ร่างแก้รัฐธรรมนูญที่ยกเลิกมาตรา 272 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลควรมีความเห็นในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ควรเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่เราขอประชุมพรรคกันก่อน และจะประสานงานระหว่างพรรคโดยวิปรัฐบาลว่ามีทิศทางความเห็นเป็นเช่นไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ใช้เวลาสแกนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 13 ฉบับ จาก 3 กลุ่มพรรคการเมือง พอสรุปภาพรวมได้คือ สมนาคุณพรรคใหญ่ ถอดปลั๊กรัฐธรรมนูญปราบโกง และปิดสวิตช์ ส.ว. ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายหวังผลเต็ม 100% คือประเด็นสมนาคุณพรรคใหญ่ และถอดปลั๊กรัฐธรรมนูญปราบโกง ส่วนประเด็นปิดสวิตช์ ส.ว. แม้ไม่อาจหวังผลได้ แต่ก็เป็นประเด็นที่ต้องเสนอไว้ เพื่อรักษาวาทกรรมประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวว่า ส.ว.ได้จัดเสวนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ เมื่อช่วงเช้ามี ส.ว.เข้าร่วมรับฟังกว่า 100 คน ส่วนใหญ่ ส.ว.เห็นตรงกันว่าไม่เห็นด้วยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับบทเฉพาะกาล เช่น มาตรา 272 เรื่องตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ ส่วนประเด็นการกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็นประเด็นที่ ส.ว.อภิปรายให้ความเห็นกันมาก ส่วนใหญ่ไม่ขัดข้อง และอีกประเด็นที่มีการพูดถึงมากคือมาตรา144 และมาตรา 185&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้จับตาดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พปชร. จะมี ส.ว.ลงมติไม่เห็นชอบด้วย แต่สุดท้ายแล้วน่าจะมีเสียง ส.ว.สนับสนุนเพียงพอให้ผ่านไปได้ เพราะร่างมัดรวมทุกเรื่อง ดังนั้นเสียง ส.ว.ส่วนใหญ่จะอนุโลมให้ผ่านไปก่อน แล้วไปแก้ไขในชั้นการแปรญัตติให้สามารถควบคุม ส.ส. และ ส.ว.ไม่ให้เข้าไปแทรกแซงการใช้งบประมาณได้&amp;rdquo; พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้าน ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ระบุว่า ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ผ่าน Change.org หัวข้อ คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้เกิดการคดโกงงบประมาณของประเทศ เชิญชวนให้คนร่วมลงชื่อ และจะเดินหน้ารณรงค์ทุกวิถีทางให้ประชาชนต่อต้านการกระทำของพรรค พปชร.ในการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ที่ทำให้การต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศล้มเหลว พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องให้ ส.ส.และ ส.ว.ทุกคนได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ให้ชัดเจนด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107151</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ, ชวนกรีดบางคนไม่ได้ดังใจ, มาตรา 256, ยึดตามข้อบังคับกฎหมาย, ส.ว.ปล่อยผ่าน‘ร่างพปชร., สมนาคุณพรรคใหญ่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d09caceef7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท้ง!ชวนตีตกญัตติแก้รธน.มาตรา256ตั้งส.ส.ร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เรียบร้อย! &amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256 ของฝ่ายค้านเข้าสู่วาระการประชุมสภา 23-24 มิ.ย.นี้ ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่แก้ไขรายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะประธานรัฐสภา ไม่บรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน ที่แก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วย ส.ส.ร.?ไว้ในวาระการประชุมรัฐสภา ที่นัดประชุมในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ระบุว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับดังกล่าวไม่ใช่แก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา ประธานจึงไม่สามารถบรรจุร่างดังกล่าวเข้าระเบียบวาระการประชุมของรัฐสภาเพื่อพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้จะยังไม่ตกไป&amp;quot; นพ.สุกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงประเด็นที่ให้มีการปิดสวิตช์ ส.ว.ว่า ต้องเคารพความคิดเห็นของทุกคน ส่วน ส.ว.ที่ออกมาตอบโต้ก็เป็นความเห็นส่วนตัวของท่าน อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าร่าง แก้ไขเป็นอย่างไรบ้าง บางครั้งอาจขัดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส.ว.จะให้ความสนใจในประเด็นข้อกฎหมายมากกว่า เพราะไม่อยากให้กฎหมายเป็นโมฆะหรือล้มไป ตนทำกฎหมายมา 30-40 ปีในชีวิต ก็ไม่อยากเห็นกฎหมายต้องล้มไป สมัยที่เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็พยายามไม่ให้กฎหมายลูกขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่า ประกาศอุดมการณ์ไว้ในข้อบังคับของพรรคอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการเมืองบนวิถีทางอันบริสุทธิ์ จะเป็นเยี่ยงอย่างให้เกิดความนับถือในระบอบประชาธิปไตย จะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ น่าเสียดายที่ในข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นหนึ่งในพรรคที่ไปร่วมโหวตสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี กับเขาด้วย ด้วยความที่มี ส.ว. 250 คนหนุนหลังการันตีความเป็นรัฐบาล คอยล่อตาล่อใจพรรคต่างๆ จนสุดท้ายก็เข้าทางฝ่าย คสช.ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า พรรคก้าวไกลยืนยันอีกครั้งว่า หนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุดและเร่งด่วนที่สุดเพื่อที่จะหาทางออกจากวิกฤติของประเทศครั้งนี้ก็คือการยุติการสืบทอดอำนาจของฝ่าย คสช. การแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นหนึ่งในนั้นเพื่อตัดกลไกการสืบทอดอำนาจ เช่น อำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ทั้งภูมิใจไทย ชาติ ไทยพัฒนา ฯลฯ สิ่งที่ต้องทำมากกว่าคือเลิกสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐได้แล้ว หยุดพายเรือให้โจรนั่งเสียที ทุกวันนี้โจรมันเจาะเรือรั่วไปตั้งกี่จุด ถีบผู้โดยสารตกน้ำไปตั้งกี่คน กักเสบียงไว้กินคนเดียวตั้งเท่าไหร่แล้ว พวกท่านยังไม่รู้ตัวอีกหรือ?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ข้อบกพร่องหลักทางประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญปี 60 คือมาตรา 272 ที่ยอมให้ ส.ว.มาเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ต่างทราบดี ทั้ง 2 พรรคอย่าเล่น ละคร เสนอร่างแก้ไขมาตรา 272 ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางผ่านด่านพลังประชารัฐและ ส.ว. พอถึงเวลาที่ร่างแก้เรื่อง ส.ว.ถูกตีตก ทั้งคู่ก็จะบอกว่าเราได้พยายามแล้ว และก็เดินหน้าลงคะแนนแก้ไขเรื่องที่ตนได้ประโยชน์ต่อไป ทั้งหมดนี้จะเป็นจริงหรือไม่ การกระทำจะเป็นข้อพิสูจน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ให้ความเห็นว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลไม่ควรทะเลาะกันเรื่องระบบเลือกตั้ง เพราะสาระสำคัญที่สุดในการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือการสืบทอดอำนาจของ คสช. และหลายประเด็นเป็นอุปสรรคสำหรับระบอบ ประชาธิปไตย เรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น แสดงความคิดเห็นไว้ตั้งหลายรอบ ตั้งแต่เขาร่างกันเสร็จและเข้ากระบวนการทำประชามติ ไม่ต้องพูดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนทำประชามติ ตนเรียกร้องว่าควรมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแบบรัฐธรรมนูญปี 40 วันนี้ก็ยังย้ำคำเดิม ไม่กลืนน้ำลาย แต่วันนี้เห็นว่าบัตรกี่ใบไม่ใช่เรื่องใหญ่ หัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ควรบังคับใช้ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศอีกต่อไป การมีบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ ไม่ใช่คำตอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกพ้นไปจากเวทีอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เพื่อไทยกับก้าวไกลโต้แย้งกันเรื่องบัตรสองใบแบบปี 40 กับแบบเยอรมันนั้น มีภาพสะท้อนผล ประโยชน์ทางการเมืองของแต่ละฝ่ายปนอยู่ด้วย จะด้วยเจตนาบริสุทธ์เรื่องหลักการประชาธิปไตยอย่างที่ทั้งสองพรรคพูด ผมก็เชื่อนะครับ แต่ปฏิเสธข้อเท็จจริงเรื่องผลทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายไม่ได้จริงๆ ถ้าเลือกตั้งแบบบัตรสองใบตามรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อไทย มีโอกาสกลับมาแข็งแรงขึ้น ได้ ส.ส.มากกว่าเดิม ถ้าเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ นับคะแนนแบบเยอรมันก้าวไกลก็มีโอกาสได้ ส.ส.มากเท่าเดิมหรือมากกว่า ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะอธิบายหลักการและจุดยืนของตนให้กับประชาชนได้รับทราบ แต่เมื่อประชาชนเข้าใจก็จะเข้าใจพร้อมๆ กับภาพสะท้อนที่ผมได้ชี้ให้เห็น การที่ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; จะโหวตเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบตรงกับพลังประชารัฐ แล้วจะไปกล่าวหาว่าเพื่อไทยสมคบคิดกับเผด็จการไปแล้วเห็นว่าไม่เป็นธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิแนะว่า ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องตั้งหลักกันดีๆ การยังคงโต้แย้งกันในประเด็นเหล่านี้ จะเปลืองทั้งตัว เปลืองทั้งแรง เปลืองทั้งเวลา สิ่งที่อยากจะเสนอก็คือพรรคฝ่ายค้านในสภาทุกพรรคควรจะตกผลึกทางความคิด แล้วแสดงออกอย่างเป็นเอกภาพ ผลักดันให้กฎหมายประชามติผ่านสภา มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ถึงตรงนั้นจะต้องเดินไปพร้อมๆ กับการหลอมรวมพลังของภาคประชาชนทุกกลุ่มทุกส่วน ชวนกันทำยุทธหัตถีกับอำนาจ คสช. โดยการทำประชามติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ มี ส.ส.ร.จากประชาชนมายกร่างฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่ต้องพยายามสร้างความสามัคคีรวมหมู่ แสดงบทบาทผู้นำในสภา เดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงให้ได้ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ก็คงไม่ต้องวิตกกังวลอะไรเกินไปมากอะครับ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; เขาทำให้เห็นชัดอยู่แล้วว่ามีสิทธิที่จะหักลงกลางทางได้ตลอดเวลา วันที่ 24 มิถุนายน ถ้าผ่านวาระแรกเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบแบบปี 40 ก็ไม่ได้ หมายความว่าจะเดินได้สุดทางจนมีผลบังคับใช้ ดังนั้นทุกฝ่ายควรถอยมายืนหลักเดิม ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ สร้างความสามัคคีต่อสู้กันต่อไป ทำเถอะครับ เริ่มต้นจากพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยในสภานั่นแหละ แล้วก็มาจับมือกับทุกภาคส่วนที่อยู่ข้างนอก ผมไม่ใช่คนสลักสำคัญอะไร แต่ถ้าจะจับมือกันสู้ประชามติเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมเอาด้วย!&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106851</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีตกญัตติแก้ รธน., มาตรา 256, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc94f46cd74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039; เผย 3 พรรคร่วมรัฐบาลนัดถกแก้รธน. เลือกมาตราเร่งด่วนเน้นปัญหาปชช.มากกว่าฝ่ายการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31​ มี.ค.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่วมกับระหว่าง 3 พรรคร่วมรัฐบาลคือ พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ตัวแทนของแต่ละพรรคจะนัดหารือในรายละเอียดช่วงวันที่ 7-8 เม.ย. ซึ่งมีการนัดประชุมรัฐสภา โดยเบื้องต้นมีความเห็นร่วมกันว่า จะเสนอแก้มาตราที่เป็นปัญหาของประชาชนมากกว่าการแก้ปัญหาของฝ่ายการเมือง แต่ขณะนี้ยังไม่ลงรายละเอียดว่าจะเสนอแก้มาตราใดบ้าง ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่ควรปลดล็อคร่วมกันคือ แก้ไขมาตรา 256 เพื่อคลายล็อคกรณีต้องใช้เสียงของวุฒิสภาร่วมด้วยในวาระแรกและวาระสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร กล่าวว่าก่อนหน้านี้ในการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ​ พ.ศ.2560 ที่มีนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ศึกษาเนื้อหาของมาตราในรัฐธรรมนูญที่ควรแก้ไข ดังนั้นตนมองว่าควรนำมาพิจารณาและเลือกมาตราที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมาพิจารณาเสนอเป็นญัตติแก้ไข นอกจากนั้นตนมองว่าควรแก้ไขประเด็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เพราะหลังจากที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว พบว่ากฎหมายไม่ได้ให้อำนาจในท้องถิ่นทำงานแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้ประชาชน ดังนั้นควรแก้ไขปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในที่ประชุม ครม. ให้คิดแนวทางแก้รัฐธรรมนูญให้ตกผลึก จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า​เชื่อว่าจะทำให้แก้รัฐธรรมนูญได้หลายมาตราและได้เท่าที่จำเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97899</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิกร จำนง, พรรคชาติไทยพัฒนา, มาตรา 256, มาตรา 256 ตั้ง สสร., ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f2d1493484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.เสียงแตก 3 ฝ่ายแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ตั้ง สสร. เผยกลุ่มใหญ่สุดยังไม่ตัดสินใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560&amp;nbsp;มาตรา256&amp;nbsp;เพื่อให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับว่า ขณะนี้ ส.ว.250 คนยังคงเสียงแตก มีความเห็นไม่ตรงกันว่า จะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่เสนอโดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหรือไม่&amp;nbsp;โดยแบ่งความเห็นเป็น 3 กลุ่มได้แก่ 1.กลุ่มที่สงวนท่าทีขอรอดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆค่อยตัดสินใจ เป็นกลุ่มใหญ่สุด มีอยู่ประมาณ 100 กว่าคนที่ยังไม่ตัดสินใจอะไรชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอดีตข้าราชการทหาร ตำรวจ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กลุ่มที่พร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของส.ส.รัฐบาลและส.ส.ฝ่ายค้าน ที่มีอยู่ประมาณ 20-30 คน มีจุดยืนชัดเจนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการตั้ง ส.ส.ร. หรือการแก้ไขเป็นรายมาตรา เพื่อลดความขัดแย้งในประเทศ อาทิ นายวันชัย สอนศิริ &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน รวมถึงส.ว.แถบภาคอีสาน ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ รับรู้ถึงความต้องการของชาวบ้าน พร้อมสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กลุ่มส.ว.อิสระ 60 คน ที่ถึงแม้จะแสดงเจตนาพร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ให้ลดอำนาจส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นการแก้เฉพาะรายมาตราเท่านั้น ไม่เอาการตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ส.ว.กลุ่มนี้จะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหรือไม่ ดังนั้นความชัดเจนของ ส.ว.ทั้ง 250 คน คงต้องรอการส่งสัญญาณสุดท้ายมาจากฝั่งรัฐบาลว่า จะให้ดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ ส.ว. กล่าวถึงการรวมตัวของส.ว. กลุ่มอิสระ 60คน เพื่อแสดงจุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้มีส.ว.ที่เห็นด้วยเข้ากลุ่มเกิน 60 คนแล้ว แต่ส.ว.ที่เข้าร่วมกลุ่มยังมีความเห็นที่ไม่ตกผลึกร่วมกัน มีถอนตัวไปแล้ว 1 คน กลุ่มที่รวมตัวนั้นส่วนใหญ่เป็นพลเรือนและมีส.ว.ที่เป็นอดีตข้าราชการทหาร 1-2 คนเท่านั้น โดยในวันที่ 8 ก.ย. ส.ว.กลุ่มอิสระจะหารือกันเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แนวคิดเบื้องต้นคือ ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการมี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง ให้มาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะที่ผ่านมามีส.ส.ร.มาแล้วหลายชุด หากยังเลือกตั้งส.ส.ร. เท่ากับว่าจะได้ตัวแทนนักการเมือง เมื่อได้เงาส.ส.ยกร่าง เชื่อว่าความขัดแย้งไม่จบสิ้น และจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอาจมีความเห็นที่ไม่ตรงกับอีกกลุ่ม ในเรื่องการแก้ไขมาตรา 272 &amp;nbsp;ที่ให้อำนาจส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐนตรีนั้น ส.ว. หารือกัน ไม่มีปัญหาที่จะตัดอำนาจส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงกรณีการตั้งกลุ่มส.ว.อิสระ 60 คน โดยพร้อมให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ทราบว่า มีการตั้งกลุ่มส.ว.อิสระ 60 คนจริง โดยมีแนวคิดอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายประเด็น แต่ในกลุ่มยังมีความเห็นแตกต่างถึงประเด็นที่จะแก้ไข อย่างไรก็ตามในภาพรวมของ ส.ว. 250 คน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจะตัดสินใจไปแนวทางใด หลายคนขอรอฟังเหตุผลให้รอบด้านก่อน เพราะขณะนี้ไม่ใช่มีเพียงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเท่านั้น แต่อาจมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ฝ่ายต่างๆจะเสนอเข้ามาเพิ่มเติมอีก ส.ว.จึงต้องขอพิจารณาใช้เหตุผล ฟังความให้รอบด้าน ไม่ใช่ตั้งธงไว้ก่อน&amp;nbsp;สุดท้ายแล้วเชื่อว่า ที่ประชุมวุฒิสภาคงให้ส.ว.ทุกคนฟรีโหวตลงมติจะรับร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระแรก ในวันที่ 24 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคร่วมรัฐบาลยื่นมาด้วย จะเป็นตัวกดดันให้ ส.ว.ต้องลงมติรับร่างวาระแรกหรือไม่ เพื่อแสดงให้เห็นความจริงใจของรัฐบาลในการแก้รัฐธรรมนูญ นายเสรีตอบว่า คิดว่า ส.ว.คงไม่ได้ลงมติไปทางเดียวกันทั้งหมด ความเห็นของส.ว.แต่ละคนไม่ได้ยึดโยงกับร่างของพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ส่งสัญญาณอะไรมาให้ส.ว.ในการลงมติ เพราะเป็นการก้าวก่ายการทำหน้าที่ของส.ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76758</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, มาตรา 256, มาตรา 256 ตั้ง สสร., สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8bf369f5fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิปรัฐบาลเคาะแก้รธน.มาตรา256ไม่แตะหมวด1-2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงภายหลังการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมมีมติจะแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 และให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ส่วนมาตราอื่นๆ จะแก้ไขหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการหารือ นอกจากนี้วิปรัฐบาลจะได้มีการออกแบบโครงสร้างของส.ส.ร.ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งอาจประกอบไปด้วยตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ และอาจเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเป็นพี่เลี้ยงให้ด้วย เช่น สถาบันพระปกเกล้า หรือทางสำนักงานกฤษฎีกา เป็นต้น โดยคาดว่าเรื่องนี้จะได้ข้อสรุปเร็วที่สุด ก่อนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จะเสนอรายงาน โดยเราจะยื่นแบบเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าทางฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องนี้ไปแล้ว ฝ่ายรัฐบาลก็ควรจะยื่นตามเลยหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องยื่นตามฝ่ายค้าน และหากถามว่าฝ่ายรัฐบาลยื่นช้าไปหรือไม่ ก็ต้องขอถามกลับว่าฝ่ายค้านยื่นเร็วไปหรือไม่ &amp;nbsp;เพราะยื่นโดยที่ไม่รอผลการศึกษาจากคณะ กมธ.วิสามัญศึกษารัฐธรรมนูญเลย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74909</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, มาตรา 256, วิปรัฐบาล, วิรัช รัตนเศรษฐ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb8a23f468.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
