<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวเยียวยานายจ้าง-ลูกจ้างผู้ประกันตน ม.33 ใน 4 กิจการพื้นที่กทม.และปริมณฑล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรอบวงเงินจำนวน 2,519.38 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ นายจ้างและผู้ประกันตน มาตรา 33 ใน 4 ประเภทกิจการได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร กิจการศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ และกิจการกิจกรรมการบริการด้านอื่นๆที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ ดังนี้ 1.นายจ้างที่อยู่ในฐานข้อมูลประกันสังคม ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2564 หรือนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;30 กรกฎาคม 2564 จำนวน 41,940 ราย โดยจะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน สูงสุดไม่เกิน 200 คนต่อแห่ง 2.ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 663,916 ราย จะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 2,000 บาทต่อคน ทั้งนี้กรณีที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างมากกว่า 1 ราย ให้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเพียงครั้งเดียวในอัตรา 2,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการจ่ายเงินเยียวยานั้น กรณีบุคคลธรรมดาและผู้ประกันตนมาตรา 33 จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay)&amp;nbsp;เฉพาะการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน กรณีนายจ้างที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานประกันสังคมจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากตามที่นายจ้างแจ้ง หรือตามวิธีการอื่นๆที่กระทรวงแรงงานกำหนด โดยเริ่มโอนเงินเยียวยาครั้งแรกภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 และโอนเงินซ้ำทุกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ยังมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคม เร่งลงทะเบียนนายจ้าง และให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบนิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้างลูกจ้างของนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ในช่วงวันที่ 29 มิถุนายน - 30 กรกฎาคม 2564 เพื่อยืนยันว่ามีการประกอบธุรกิจและมีการจ้างงานตามจำนวนที่แจ้งขึ้นทะเบียนประกันสังคมไว้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างรายใหม่ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบประกันสังคมมากขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เห็นชอบ, มาตรา 33, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae5d55112a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!นับถอยหลังใช้สิทธิ์ม.33เรารักกันถึงแค่5ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 &amp;ndash; วันนี้ในเวลา 23.00 น.ถือเป็นวันสุดท้ายที่จะใช้เงินจากโครงการ &amp;ldquo;ม.33 เรารักกัน&amp;rdquo; ของกลุ่มผู้ประกันตน มาตรา 33 ในระบบประกันสังคม โดยโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2564 ที่ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือประชาชนในการเพิ่มกำลังซื้อช่วงโควิด-19 ระลอกที่ 3 เป็นการเร่งด่วน โดย ครม.ได้เพิ่มวงเงินเยียวยาให้ผู้ที่เคยได้สิทธิทั้งหมด 2,000 บาทต่อราย และแบ่งจ่ายรายสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1,000 บาท ทุกวันจันทร์ เข้าแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ หรือเข้าบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดสำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ไทม์ไลน์การโอนเงินเยียวยา ม.33 เรารักกันที่ผ่านมา คือ สัปดาห์แรก วันจันทร์ที่ 24 พ.ค.2564 จำนวน 1,000 บาท และสัปดาห์ที่สอง วันจันทร์ที่ 31 พ.ค.2564 จำนวน 1,000 บาท โดยเงินเยียวยาที่ได้รับนั้น ไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้ ต้องใช้จ่ายซื้อสินค้าและจ่ายค่าบริการกับร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการเท่านั้น ซึ่งสามารถใช้สิทธิได้ถึงเวลา 23.00 น.ของวันที่ 30 มิ.ย.นี้เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ประกันตน, ม.33 เรารักกัน, มาตรา 33, โครงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbdbcde1270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ โพสต์เร่งจัดวัคซีนให้กลุ่มผู้ประกันตน ม.33 ทุกคน เริ่มเดือน มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า กลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 เป็นกลุ่มแรงงานที่ความสำคัญกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาชีพต้องสัมผัส ต้องเจอคนจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ การเตรียมการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกันตนนี้ จะเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชน โดยจะพร้อมฉีดตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.นี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้กำชับให้ทำการฉีดให้ต่อเนื่อง และรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการ ฟื้นตัวได้โดยเร็ว สำหรับแนวทางการกระจายวัคซีนมีดังนี้ครับ 1. สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ร่วมมือกับภาคเอกชน และ สปสช. ในการดำเนินการ โดยกลุ่มผู้ประกันตนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ป่วยในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง จะให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการเนื่องจากกลุ่มดังกล่าวได้ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สำนักงานประกันสังคมจะประสานกับนายจ้างของแต่ละบริษัทให้ส่งข้อมูลลูกจ้างที่จะฉีดวัคซีน เพื่อทำการจัดสรรเวลาการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตน โดยในระยะแรกจะเน้นการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ประกันตนใน กทม. และในระยะถัดไปจะเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนใน 9 จังหวัดเศรษฐกิจ จากนั้นจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนในจังหวัดที่เหลือต่อไป ที่สำคัญคือ จำนวนวัคซีนต้องเพียงพอกับจำนวนคน หากไม่ได้ทั้งหมดก็จะจัดสรรทยอยให้ตามลำดับความเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การฉีดวัคซีนใน กทม. นั้น จะมีจุดฉีดวัคซีน 45 แห่ง และจุดฉีดวัคซีนใน 9 จังหวัดเศรษฐกิจอีก 22 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแผน &amp;ldquo;วาระแห่งชาติ&amp;rdquo; เรื่องการฉีดวัคซีน ผู้ประกันตนทุกคนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ที่จะทั้งป้องกันโรคให้กับตนเอง คนรอบข้าง และผู้เข้ามารับบริการ เพื่อให้กิจการและเศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103474</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรา 33, วัคซีนโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b9b9aa2e38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันสังคม พร้อมจ่ายสิทธิประโยชน์ว่างงานเหตุสุดวิสัย ให้ผู้ประกันตนกระทบโควิด-19 เหตุ กทม.ประกาศปิดสถานที่และกิจการ 35 ประเภท เป็นการชั่วคราว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ และมีแนวโน้มว่าจะมีการแพร่ระบาดลุกลามมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครได้ประกาศสั่งปิดสถานที่ และสถานประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว จำนวน 35 ประเภท ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. &amp;ndash; วันที่ 9 พ.ค. 64 เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบกิจการ และลูกจ้าง ผู้ประกันตน ไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งในการนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพร้อมสั่งการให้ สำนักงานประกันสังคมเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกันตนพร้อมให้บริการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยแก่ผู้ประกันตน ตามประกาศ &amp;quot;กฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมาย ว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563&amp;quot; ให้ได้รับสิทธิเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายทศพลฯ กล่าวถึง คุณสมบัติผู้ประกันตนมาตรา 33 ในการขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจาก เหตุสุดวิสัย ต้องส่งเงินสมทบครบ 6 เดือนใน 15 เดือน จึงจะเกิดสิทธิรับเงินกรณีว่างงาน แต่ไม่ได้ทำงานหรือนายจ้าง ให้หยุดงานเนื่องจากต้องกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาดของโรค หรือไม่ได้ทำงานเนื่องจากนายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากทางราชการมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ และลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ให้ลูกจ้างดังกล่าวมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับ ตลอดระยะเวลาที่มีการกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาดของโรคหรือมีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว แล้วแต่กรณีแต่รวมกัน ไม่เกิน 90 วัน ช่องทางการขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุโควิด-19 ในครั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม กำหนดให้นายจ้าง และลูกจ้าง ซึ่งเป็นสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบดำเนินการขอรับประโยชน์ทดแทน ตามช่องทาง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผู้ประกันตนมีหน้าที่ กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7 สามารถ download แบบได้ที่ www.sso.go.th) แล้วนำส่งให้นายจ้าง ขอเน้นย้ำเรื่องเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และเลขบัญชีธนาคาร ที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นายจ้างมีหน้าที่ ดำเนินการยื่นขอรับสิทธิว่างงานในระบบ e-Service ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.1 บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service บน www.sso.go.th โดยต้องบันทึกข้อมูลลูกจ้าง ตามแบบ สปส. 2-01/7 และหนังสือรับรองการหยุดงานกรณีราชการสั่งปิด/กรณีกักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.2 รวบรวมแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7) ของลูกจ้าง ที่ได้บันทึกแล้วในระบบ e-Service บน www.sso.go.th นำส่งมายังสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ทางไปรษณีย์ ลงทะเบียน ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายทศพลฯ กล่าวย้ำว่าในการขอรับสิทธิประโยชน์ว่างงานจากเหตุโควิด-19 นายจ้าง และลูกจ้าง ผู้ประกันตนต้องดำเนินการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 และขอย้ำว่าลูกจ้างผู้ประกันตนไม่ต้องเดินทางมายังสำนักงานประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง/จังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือผ่านโทรศัพท์สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคมเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบภาวะวิกฤต โควิด-19 ทุกด้าน เพื่อหาแนวทางกำหนดมาตรการแก้ไขให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาล เพื่อเร่งเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนนายจ้าง และผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101069</URL_LINK>
                <HASHTAG>SSONEWS2021, กระทรวงแรงงาน, นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน, นายสุชาติ ชมกลิ่น, ประกันสังคม, ประกาศปิดสถานที่และกิจการ 35 ประเภท, ผู้ประกันตน, มาตรา 33, ว่างงาน, สำนักงานประกันสังคม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60892af558a9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันสังคม เผยผู้ประกันตนลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ ม33เรารักกัน วันที่สอง ยอดพุ่งกว่า 7 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยการลงทะเบียนของผู้ประกันตนมาตรา 33 ผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com เพื่อรับสิทธิเงินช่วยเหลือเยียวยาค่าครองชีพจากรัฐบาลคนละ 4,000 บาท โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ - 7 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 (22 ก.พ.64) ของการลงทะเบียน โดยตัวเลขล่าสุด ณ เวลา 15.00 น. ยอดผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถเข้าลงทะเบียนสำเร็จแล้ว จำนวน 7,395,520 รายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคมอำนวยความสะดวกและเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ให้กับผู้ประกันตนในการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบข้อมูลการตรวจสอบผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ไม่ตกหล่น และสามารถรองรับปริมาณการลงทะเบียนของผู้ประกันตนจำนวนมาก ผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com ไปจนถึงวันที่ 7 มีนาคม 2564 ได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน จึงขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจในการทำงาน ของกระทรวงแรงงาน โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องผู้ประกันตน ให้ได้รับ สิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับอย่างเท่าเทียมกัน และดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล &amp;ldquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ทศพล กฤตวงศ์วิมาน, ประกันสังคม, มาตรา 33</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60349f61292d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเยียวยาม.33ผ่านแอปฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาคม&amp;quot; เผยมาตรการเยียวยากลุ่มมาตรา 33&amp;nbsp; ยังหารืออยู่ คาดได้ผลสรุปเร็วๆ นี้ แต่ที่ชัดเจนคือจ่ายผ่านแอปเหมือนเราชนะ &amp;quot;คลัง&amp;quot; โปรยหาหอม &amp;quot;สภาหอการค้าไทย&amp;quot;&amp;nbsp; รับลูกข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ขอเวลา 1 เดือนแจงความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ามาตรการเยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ว่า ต้องใช้ฐานข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) มาพิจารณาทั้งหมดว่าต้องช่วยเหลือแรงงานในกลุ่มใดบ้าง แต่รูปแบบการจ่ายเงินเยียวยาจะเป็นลักษณะเดียวกับมาตรการเราชนะ ที่โอนวงเงินผ่านแอปพลิเคชัน โดยรายละเอียดกำลังหารือกัน ซึ่งจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอาคมยังได้กล่าวถึงการหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่า หอการค้าไทยได้ขอให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการหลายเรื่อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการท่องเที่ยวและวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี)&amp;nbsp; เพราะขณะนี้ธุรกิจโรงแรมเริ่มมีปัญหาขาดสภาพคล่อง เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังไม่กลับมา จึงเสนอให้ยกเว้นเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีมติให้เลื่อนการยื่นแบบฟอร์มเสียภาษีออกไป 3 เดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังหารือกับนายอาคมว่า ภาคเอกชนขอขอบคุณกระทรวงการคลังที่ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ทั้งการขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2563 ไปถึง 30 มิ.ย., การลดอัตราจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบปี 2564 ลง 90% และการสนับสนุนการลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับเอกชนผู้ปลูกป่าเศรษฐกิจ รวมทั้งที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; (ธสน.) ขยายระยะเวลาสำหรับสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยให้บริการถึง 30 มิ.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกลินท์ยังกล่าวถึงข้อเสนอที่หอการค้าไทยได้ร่วมหารือว่า ประกอบด้วย 1.การเตรียมความพร้อมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งเรื่องภาษีออนไลน์คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ประมาณไตรมาส 4&amp;nbsp; ของปีนี้ 2.การออกมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการภาคเอกชนเพื่อร่วมดูแลและป้องกันการระบาดโควิด-19 ขอให้ออกมาตรการลดหย่อนภาษีหรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งกระทรวงได้ขอให้หอการค้าไทยนำเสนอเรื่องนี้ในที่ประชุม ศบค.พิจารณา 3.การจัดตั้งกองทุน&amp;nbsp; Asset Warehousing และกองทุน Real Estate Investment&amp;nbsp; Trust (REIT) เพื่อให้ความช่วยเหลือธุรกิจโรงแรม ซึ่งกระทรวงอยู่ระหว่างการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; (ธปท.) คาดว่าจะชัดเจนใน 1-2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การเสริมสร้างขีดความสามารถของธุรกิจค้าปลีก 5.มาตรการด้านภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งนายอาคมได้ให้กรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีนำข้อเสนอไปดูรายละเอียดต่อไป และขอให้กรมสรรพากรดูเรื่องการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในส่วนของงานอีเวนต์ 6.มาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าธรรมเนียมการจดจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย และการยกเลิกการบังคับใช้มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยกำหนดอัตราสินเชื่อต่อมูลค่าที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ชั่วคราว ซึ่งกระทรวงรับเรื่องไว้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.มาตรการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งกระทรวงยินดีสนับสนุน 8.การเสริมสร้างขีดความสามารถธุรกิจพาณิชย์นาวี 9.แนวทางการพัฒนาด้านการค้าชายแดน 10.การเพิ่มช่องทางให้เข้าถึงแหล่งหางานทำ ซึ่งกระทรวงโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะประสานงานกับกระทรวงแรงงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงการคลังรับข้อเสนอของหอการค้าไทย โดยจะประสานงานและติดตามความคืบหน้าในเรื่องต่างๆ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ และจะรายงานผลให้ทราบภายใน 1&amp;nbsp; เดือนหลังจากนี้&amp;quot; นายกลินท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี นำโดย น.ส.ธนพร วิจันทร์ เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ทวงถามมาตรการเยียวยาอย่างถ้วนหน้า โดยให้จ่ายเป็นเงินสดเพื่อสะดวกต่อการเข้าถึง และเรียกร้องให้รัฐอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้าอายุ 0-6 ปี&amp;nbsp; เดือนละ 600 บาท ตั้งแต่ ก.พ.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทักษะศิลป์ อุดมชัย ตัวแทนกลุ่มคนทำงานสถานบันเทิง นักร้อง นักดนตรี และผู้ประกอบอาชีพกลางคืน&amp;nbsp; มายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้ง หลังยื่นไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ม.ค. โดยมี 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.ให้รัฐบาลทบทวนเนื้อหาของหนังสือขอความช่วยเหลือที่ยื่นไปแล้วเมื่อวันที่ 8&amp;nbsp; ม.ค.อย่างเร่งด่วน 2.ขอให้ทบทวนมาตรการเยียวยาเราชนะเป็นเงินสด และ 3.หากกลางเดือน ก.พ.สถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้น ขอให้กลุ่มสามารถกลับไปทำงาน โดยจะยินยอมให้มีมาตรการร่วมกันของทางภาครัฐและ ศบค. ทั้งนี้ในการยื่นหนังสือดังกล่าวที่มีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ เป็นผู้รับนั้น นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางสังเกตการณ์และรับข้อเรียกร้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปกรณ์วุฒิกล่าวด้วยว่า ในฐานะที่เคยอยู่ในแวดวงนักดนตรีกลางคืนเข้าใจสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างดี และจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษางบประมาณโควิด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อแก้ไขปัญหาและเยียวยาอย่างทั่วหน้าและตรงจุด อีกทั้งจะนำประเด็นดังกล่าวเตรียมพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะสะท้อนให้เห็นการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91704</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การเยียวยา, ประกันสังคม, มาตรา 33, สปส., สภาหอการค้าไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_601811a6a0171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลอัดรัฐบาลลอยแพผู้ประกันตนมาตรา33ปล่อยตามยถากรรมไม่เยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564 - น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่าถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากวิฤตโควิด -19 ว่าในรอบแรกรัฐบาลไม่เคยถอดบทเรียนเลยจากการแก้ปัญหาเยียวยาประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานในระบบ คนที่ใช้ประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งไม่เคยได้รับเงินเยียวยาจากรัฐเลยแม้แต่บาทเดียว มิหนำซ้ำ รัฐบาลชุดนี้ยังออกมาตรการมาเพื่อให้แรงงานกรีดเลือดเฉือนเนื้อเอาเงินสะสมในประกันสังคมของตนเองเพื่อมาเยียวยาตัวเองอีก เปิดโอกาสให้นายจ้างที่มีกำลังพอไม่มีผลกระทบมากนัก ฉวยโอกาสไม่ใช้มาตรา 75 คือสั่งหยุดแล้วจ่ายค่าจ้าง 75% แต่หันไปใช้ตามกฎกระทรวงที่ให้จ่าย 62% แทน การเยียวยาไม่ครอบคลุมคนที่เพิ่งได้งานทำยังไม่ถึง 6 เดือน หลายคนไม่ได้ถูกเลิกจ้างแต่ถูกลดชั่วโมงการทำงานทำให้สูญเสียรายได้ นายจ้างหลายที่ไม่ส่งข้อมูลในการหยุดงานของลูกจ้างก็ทำให้ไม่ได้รับเงินเยียวยาเข้าไปอีกจนทำให้ตกหล่นซ้ำซ้อน และทำให้เงินประกันสังคมที่เป็นสวัสดิการเดียวของแรงงานรั่วไหลจำนวนมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วรรณวิภา กล่าวอีกว่า ล่าสุด มติ ครม.ได้ออกมาตรการเยียวยาโควิด 19 ระลอก 2 เราชนะ พร้อมอธิบายถึงกลุ่มเป้าหมาย 31.1 ล้านคน ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ลงทะเบียนคนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน โดยต้องนำไปใช้ผ่านระบบเพื่อชำระค่าสินค้า เครื่องดื่ม อาหาร และบริการต่าง ๆ ไม่สามารถเบิกเป็นเงินสดได้ เกณฑ์การรับเงินเยียวยาดูจะยุ่งยากมากขึ้นมากกว่ารอบแรก มาตรการนี้กลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิ เราชนะ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้มีรายได้สูง และลูกจ้างที่อยู่ในฐานระบบประกันสังคมมาตรา 33 อีกจำนวน 11 ล้านคน ขนาดข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างรัฐ ยังมีคำสั่งให้พิจารณาเยียวยาเหมือนโครงการเราชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากพิจารณาแล้ว ประชาชนทุกคนล้วนแล้วแต่มีผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น ที่น่าตั้งคำถามมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้ประกันตนในระบบมาตรา 33 จำนวน 11 ล้านคน ที่โดนมองข้ามไร้การเยียวยาครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกปัดความรับผิดชอบจากรัฐบาลให้เป็นไปตามเงื่อนไขของประกันสังคม ซึ่งก็เป็นเงินของพวกเขาเองทั้งนั้น สุดท้ายแล้วต่อให้โดนบังคับลาออก ลดชั่วโมงการทำงาน ลดเงินเดือน มีปัญหาก็ไปฟ้องร้องกับนายจ้างกันเองตามยถากรรม ทั้ง ๆ ที่หลายธุรกิจได้ทยอยล้มหายตายจากลดลงไปเรื่อย ๆ แต่รัฐก็เลือกที่จะมองข้ามการเยียวยากลุ่มคนเหล่านี้ ดิฉันยังคงยืนยันว่าการเยียวยาควรเป็นการเยียวยาแบบถ้วนหน้า ไม่ควรแบ่งแยกประชาชน เพราะประชาชนไม่ใช่ภาระทางการคลังแต่อย่างใด โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ไทยชนะ เราชนะ แต่ที่แน่ ๆ ประชาชนแพ้ราบคาบ&amp;quot; น.ส.วรรณวิภา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90431</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., น.ส.วรรณวิภา ไม้สน, พรรคก้าวไกล, มาตรา 33, เยียวยา, โควิด -19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007c5b376df9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
