<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐสภาลงมติท่วมท้นถกรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 - ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้วในวาระสอง โดยก่อนเข้าสู่วาะที่ประชุมได้ลงมติ 357 ต่อ 42 งดออกเสียง 86 เสียง ให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธาน กมธ.ที่มีการทบทวนแก้ไขเมื่อวันที่ 24 ส.ค.เข้าสู่การพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไพบูลย์ ชี้แจงว่า คณะ กมธ. ได้ปรับแก้ไขรายงานโดยได้ตัดออกหลายมาตรา เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น อาทิ มาตรา 85 ว่าด้วยการกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลเลือกตั้งภายใน 30 วัน &amp;nbsp;บทเฉพาะกาลว่าด้วยกำหนดให้ออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญภายใน 120 วัน หากทำไม่แล้วเสร็จ ให้ กกต. ออกประกาศ เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ คณะ กมธ.ได้คงมาตราที่เพิ่มเติม คือ มาตรา 86 &amp;nbsp;เพื่อปรับตัวเลข ส.ส.ให้สอดคล้องกับหลักการที่ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน &amp;nbsp;และคงบทเฉพาะกาลบางส่วนไว้ เพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขณะนี้ ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขของ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญถือว่าฉุกละหุก เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ได้นำเสนอให้รัฐสภาพิจารณา แต่ไม่เห็นเนื้อหาว่าแก้อย่างไร จึงไม่แน่ใจว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีผู้นำเรื่องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการแก้ไขของ กมธ. ควรพิจารณาในที่ประชุม ไม่ใช่ใช้มติ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วให้ที่ประชุมรัฐสภาอนุญาต ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มีการแก้ไขคำแปรญัตติที่ไม่ตรงกับคำขอที่เสนอต่อที่ประชุม ดังนั้น จึงควรถอนร่างรัฐธรรมนูญออกไปก่อน เพื่อกลับไปแก้ไขให้สมบูรณ์ ให้เนื้อหาตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเฉพาะ ไม่ต้องการให้มีปัญหากระทบต่อสมาชิกรัฐสภาระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า เมื่อ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาตตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 37 เมื่อคณะกมธ. มีการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตของที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้น จึงขอถามที่ประชุมว่าเห็นชอบให้คณะกมธ.นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114470</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, มาตรา 83, มาตรา 91, รัฐสภา, ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd908903986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไพบูลย์’ปูดมีคนจ้องขวางแก้ไขระบบเลือกตั้ง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) แก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ยังมีข้อถกเถียงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระแรกว่า ในการประชุมจะมีการเสนอที่ประชุมตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 ซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า การที่จะขอแปรญัตติมาในเรื่องที่เป็นไปตามหลักการสามารถทำได้ โดยเฉพาะเรื่องแบ่งเขตการเลือกตั้งและการใช้บัตร 2 ใบ รวมถึงยังมีเรื่องที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งตามหลักการสามารถทำได้ เพราะข้อบังคับรัฐสภา ข้อที่ 124 มีความชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อมีผู้แปรญัตติมาก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ในส่วนของกรรมาธิการฯมีหน้าที่อย่างเดียวคือ นำคำแปรญัตติไปพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในคำแปรญัตติเหล่านั้น ส่วนการพิจารณาข้อบังคับที่มีฝ่ายโต้แย้งหากมีปัญหาที่ต้องตีความก็ต้องเป็นไปตามข้อบังคับข้อที่ 151 ที่เป็นอำนาจของรัฐสภาไม่ใช่เป็นอำนาจของ กมธ. สมาชิกที่มีความสงสัยจะต้องเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 40 คน จากนั้นยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณาในที่ประชุม หากเสียงที่ประชุมเกินกึ่งหนึ่งของเท่าที่มี ที่มีผู้ไม่เห็นด้วยและเห็นด้วยที่สุดแล้ว แต่ตีความก็ถือว่าจะเป็นไปตามนั้น แต่ในชั้น กมธ.จะมาตีความข้อบังคับเองนั้นทำไม่ได้ เพราะจะถือเป็นการก้าวล่วงอำนาจของรัฐสภาและเราจะไปตัดสิทธิ์ของผู้แปรญัตติโดยพละการไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์กล่าวว่า ส่วนคำขอแปรญัตติที่มีกว่า 40 ฉบับนั้น ต้องมอบหมายให้มีคณะอนุกรรมาธิการฯ หรือคณะทำงานก็สุดแล้วแต่ ซึ่งจะต้องไปรวบรวมแล้วพิจารณาแล้วเสนอมา ถือเป็นเรื่องที่ทำกันมาปกติ การตั้งอนุ กมธ.ถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและวุ่นวาย เพราะการประชุมต้องมีเบี้ยประชุม ทั้งที่ทุกคนมีจิตเสียสละในการทำงานอยู่แล้ว เชื่อว่าหากตั้งเป็นคณะทำงานก็สามารถดำเนินการได้ รวมทั้งตอนนี้มีสถานการณ์โควิด แต่เราตระหนักดีว่า มาตรการที่ให้ทำงานที่บ้านหรืองานออนไลน์ต่างๆ แต่เรื่องการพิจารณากฎหมายไม่สามารถทำได้ การประชุมครั้งนี้ก็ไม่อยากประชุม แต่ว่ามีความจำเป็น และทุกคนก็ได้รับการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว มีการป้องกันกันอย่างเต็มที่ และเราตระหนักในหน้าที่การเป็นสมาชิกรัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ปมปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นเหตุทำให้การแก้บัตรเลือกตั้งสูญเปล่าใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มั่นใจว่าไม่มีปัญหา การแก้ไขครั้งนี้เป็นการแก้ไขรายมาตรา ไม่ได้มีปัญหาและไม่ได้เป็นการแก้ประเด็นที่ไปเกี่ยวเนื่องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ดังนั้นไม่ต้องไปประชามติเชื่อว่า ปัญหาน้อยและมีประเด็นเดียวที่เกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง เราพยายามกระชับเวลา แต่ไม่ใช่เป็นการรวบรัดและไม่ใช่ว่าจะให้ใครไปเตะถ่วงหรือยืดเยื้อ ใช้เกณฑ์การเมืองต่างๆ กมธ.จะดำเนินการตามข้อบังคับที่เขียนไว้ว่า ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าตามไทม์ไลน์แล้วในวาระ 3 จะเสร็จทันสมัยประชุมนี้หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า คิดว่าทันในวาระ 3 คือก่อนวันที่ 18 ก.ย. จะพิจารณาเสร็จในวาระ 3 จากนั้นสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ และเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีประเด็นไปส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะเป็นเรื่องที่เสนอในการประชุมสภาเพื่อตีความในข้อบังคับเท่านั้น เว้นแต่ฝ่ายที่ไม่อยากให้แก้ระบบเลือกตั้ง และเสียผลประโยชน์ก็จะพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ถามว่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้หรือว่า ตัวเองจะพยายามขัดขวางอย่างไร ยืนยันว่าเรื่องนี้ขัดขวางไม่ได้เพราะเราทำตามรัฐธรรมนูญ ส่วนจะเป็นใครขอให้ไปดูกันในสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นประชาธิปไตยจริงๆ แต่บางคนที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ถามว่าเป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ เราไม่ใช่เสียงข้างมากลากไป เพราะพูดกันด้วยเหตุผล และทำตามรัฐธรรมนูญทุกประการทั้งนี้หากพิจารณาผ่านวาระ 3 แล้วก็จะมีการยื่นแก้ไข พ.ร.บ.การเลือกตั้งและพ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่งจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายน จากนั้นต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 เพื่อรับฟังความคิดเห็นและคาดว่าจะบรรจุเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภาได้ในสมัยประชุมต่อไป คือประมาณเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการคาดว่าเมื่อกฎหมายลูกเสร็จสิ้นจะมีโอกาสในการยุบสภาหรือนายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นคนละเรื่อง เพราะการยุบสภาอยู่อีกสถานการณ์หนึ่งและอีกเหตุผลหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ได้มีเขียนไว้ว่าจะเกิดขึ้นจากเหตุการแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า แต่มีการมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ นายยไพบูลย์ กล่าวว่า ในเร็ววันนี้คือปี 2566 ที่รัฐบาลจะครบวาระซึ่งรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ให้ครบวาระ ส่วนการเรียกร้องต่างๆ ก็เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่อยากให้พวกตนเองได้เป็นรัฐบาล ถามว่าคนที่มาเรียกร้องนั้นมีกี่คน ทำไมไม่เคารพเสียงของคนหลายสิบล้านคน ขอให้รอการเลือกตั้งเพื่อมาพิสูจน์กัน ทำไมเสียงของคนนั้นคนนี้จะต้องมีความสำคัญมากกว่าเสียงของประชาชนทั่วไปเสมอ เพราะต่างคนต่างก็มีเสียงเท่ากัน ใครจะเสียงใหญ่กว่ากันไม่ได้และยิ่งบางคนไปแอบอ้างเป็นเพื่อนลูกสาวนายกฯ ใช้อภิสิทธิ์เรียกร้องต่างๆ เพื่อให้เสียงดังกว่าชาวบ้านและประชาชนคนอื่น บุคคลเหล่านั้นถือเป็นอภิสิทธิ์ชนไม่ใช่นักประชาธิปไตยที่จะต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมกันและมีเสียงเท่ากันคือ 1 เสียงรวมถึงเคารพเสียงของคนอื่นด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะราบรื่นหากผู้มีอำนาจเอาด้วยเพื่อเตรียมปูทางสู่อำนาจใหม่ในอนาคต นายไพบูลย์ กล่าวว่า ถ้าผู้มีอำนาจหมายถึงสมาชิกรัฐสภา ถือว่าใช่เพราะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ถ้าสมาชิกรัฐสภาเห็นด้วยการแก้ไขก็ผ่านและบังคับใช้ต่อไป ถามต่อว่าแต่ถ้าผู้มีอำนาจหมายถึง คสช.หรือฝ่ายบริหาร นายไพบูลย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจเขาไว้ เพราะอำนาจเป็นของสมาชิกรัฐสภาที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการออกมาชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ในตอนนี้เป็นจำนวนมาก รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า คนออกมาชุมนุมแล้วเราจะต้องทำตาม ซึ่งมันไม่มีผลอะไรแต่คนที่ออกมาชุมนุมต่างหากควรจะตระหนักไม่ทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้เท่าที่ตนผ่านการชุมนุมมามาก ไม่เคยเห็นการชุมนุมอะไรที่กระจิ๊บกระจ้อยขนาดนี้ ก็เคารพสิทธิ์ทุกสิทธิ์ แต่หากจะมีการพูดอะไรก็ต้องเคารพสิทธิ์ของตนด้วย เพราะหนึ่งเสียงของตนคือไม่เห็นด้วยกับเขา เพราะทุกคนมีเสียงเท่ากัน เราเป็นประชาชนคนไทยต่างคนต่างมีหนึ่งเสียงเท่ากัน ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112171</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพบูลย์ นิติตะวัน, ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…), พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, มาตรา 83, มาตรา 91, ระบบเลือกตั้ง, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc0c2fe3cea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุทิน’ชี้ยังไม่สะเด็ดน้ำปมแก้รธน.เรื่องระบบเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ส.ค.2564 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) แก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง กล่าวถึงการประชุมว่า เป็นการประชุมวาระแรกเพื่อพิจารณาตามข้อบังคับรัฐสภา ข้อที่ 124 โดย กมธ.จะนำมาวิเคราะห์และตีความร่วมกันให้ได้ข้อยุติ เพราะโจทย์ตอนนี้ยังมีความเห็นต่างกันว่า การพิจารณาในชั้นแปรญัตติจะทำได้หรือไม่ จะทำให้ระบบการเลือกตั้งใหม่สมบูรณ์หรือไม่ เนื่องจากหลายคนมีความเห็นว่า ร่างที่ผ่านมาฉบับนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีความไม่สมบูรณ์ ถ้าจะทำให้สมบูรณ์บางฝ่ายบอกว่าทำไม่ได้ แต่บางฝ่ายบอกว่าทำได้ คำตอบจะอยู่ที่ข้อบังคับรัฐสภาในข้อที่ 124 ว่าจะสามารถเดินหน้าได้หรือไม่ ถ้าสรุปแล้วสามารถเดินหน้าได้ก็เข้าสู่การพิจารณาคำแปรญัตติเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ที่มี 48 คำแปรญัตติ ถือว่ามีมากพอสมควร นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ. พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฯ มีดำริจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา คงขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะยินยอมให้ตั้งหรือไม่ หากดูแล้วเชื่อว่าการทำงานของกมธ.ก็คงจะเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนจะจบอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112165</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…), นายสุทิน คลังแสง, พท., พรรคเพื่อไทย, มาตรา 83, มาตรา 91, ระบบเลือกตั้ง, ส.ส.มหาสารคาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2764aa461f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
