<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มานพ&#039;พ่อ&#039;ศิธา ทิวารี&#039;ไม่มาฟังคำสั่งอัยการคดีฟอกเงินกรุงไทย เตรียมประสานดีเอสไอตามตัว-ขอออกหมายจับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประยุทธ เพชรคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 นัดส่งฟ้องนายมานพ ทิวารี บิดาของ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในข้อกล่าวหา ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินรับโอนเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อระหว่าง ธ.กรุงไทยฯ กับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ ภายหลังจากที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้มีความเห็นให้สั่งฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเวลา 17.00 น. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำสั่งและส่งตัวฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ปรากฏว่านายมานพ ผู้ต้องหายังไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 โดยส่งผู้รับมอบอำนาจมาขอเลื่อนการฟังคำสั่งคดีและส่งตัวฟ้องไปก่อน ระบุเหตุเนื่องจากขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด จึงขอให้รอฟังคำสั่งของอัยการสูงสุดก่อน ซึ่งทางคณะทำงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาอ้างเหตุการขอเลื่อนคดีมาหลายครั้งแล้ว ผู้บังคับบัญชายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเห็นและคำสั่ง ทำให้ไม่มีเหตุต้องรอ จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการฟังคำสั่งออกไป หลังจากนี้ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะมีหนังสือไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ไปดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหามาให้อัยการส่งฟ้อง หากยังไม่ได้ตัวมา ให้ดำเนินการขออนุญาตศาลออกหมายจับตัวผู้ต้องหามาให้อัยการส่งฟ้องศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีร่วมกันฟอกเงินกรุงไทย ดังกล่าว ก่อนหน้านี้คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายมานพ พร้อมกับนางกาญจนาภา หงษ์เหิน (เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) และนายวันชัย หงษ์เหิน (สามีของนางกาญจนาภา) ซึ่งนางกาญจนาภาและนายวันชัย หลบหนีไม่มาตามนัดส่งตัวฟ้องของอัยการไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp; พนักงานอัยการคดีพิเศษก็ได้มีการประสานไปยังดีเอสไอ เพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับแล้วเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของนายมานพนั้น ก่อนหน้านี้เคยได้ขอเลื่อนการฟังคำสั่งของอัยการไปแล้ว 2 ครั้ง และยังได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด แต่คณะทำงานอัยการพิจารณาแล้วก็มีความเห็นยืนยันสั่งให้ฟ้อง โดยอัยการกำหนดนัดให้นายมานพมาพบอัยการในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีสมคบฟอกเงินที่เกี่ยวกับการโอนและรับโอนเงินซึ่งเกี่ยวข้องการทุจริตปล่อยกู้ของ ธ.กรุงไทยฯ กับเครือข่ายธุรกิจกฤษดามหานครนั้น ก่อนหน้านี้อัยการได้ยื่นฟ้องไปแล้ว 2 สำนวน สำนวนแรกส่วนของผู้โอน คือกลุ่มธุรกิจกฤษดามหานคร ซึ่งได้ยื่นฟ้องนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 79 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับพวกรวม 6 คนต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2561 เป็นคดีหมายเลขดำ อท.214/2561 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฯ มาตรา 4, 5, 9, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จากกรณีระหว่างวันที่ 11 ก.ย. 2546 &amp;ndash; ธ.ค. 2547 มีการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ผู้เสียหายให้กับ บมจ.กฤษดามหานครและบริษัทในเครือโดยมิชอบแล้ว จำเลยกับพวกอีกหลายคนสมคบกันฟอกเงินที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ จำนวน 10,400,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสี่ร้อยล้านบาท) นั้น ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนายวิชัย ผู้บริหารกฤษดามหานคร ก็ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนวนที่ 2 กลุ่มรับโอนเงิน ที่ยื่นฟ้องนายพานทองแท้หรือโอ๊ค ชินวัตร บุตรชายคนโต อายุ 38 ปีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 ฐานสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินรับโอนเช็ค 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 ซึ่งศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.245/2561&amp;nbsp;และได้นัดตรวจเอกสารหลักฐานต่อเนื่องในเดือน ม.ค. 2562 &amp;ndash; เม.ย. 2562 โดยจะนัดตรวจหลักฐานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ขณะที่นายพานทองแท้ได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27900</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายประยุทธ เพชรคุณ, กลุ่มกฤษดามหานคร, คดีกรุงไทย, น.ต.ศิธา ทิวารี, มานพ ทิวารี, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c2e19da7e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการนัดฟ้อง&#039;มานพ ทิวารี&#039;คดีกรุงไทย30ม.ค.นี้ ส่วน&#039;โอ๊ค&#039;ต้องรายงานตัวศาล26มี.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงรอส่งตัวฟ้องนายมานพ ทิวารี บิดาของ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินรับโอนเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อระหว่าง ธ.กรุงไทยฯ กับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ ว่า หลังจากที่คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องนายมานพ พร้อมกับนางกาญจนาภา หงษ์เหิน (เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) และนายวันชัย หงษ์เหิน (สามีของนางกาญจนาภา) ซึ่งในส่วนของนายมานพนั้น ให้มาพบกับอัยการในวันที่ 29 พ.ย. 2561 เพื่อจะยื่นฟ้อง แต่ขณะเดียวกันนั้นนายมานพ ก็ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด แต่คณะทำงานอัยการพิจารณาแล้วก็มีความเห็นยืนยันสั่งฟ้อง โดยอัยการกำหนดนัดให้นายมานพมาพบในวันที่ 30 ม.ค. 2562 เวลา 10.00 น. เพื่อจะนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งอัยการได้แจ้งด้วยว่าหากไม่มาพบตามเวลาที่นัดหมายก็จะพิจารณาให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการตามขั้นตอนขอออกหมายจับที่จะติดตามตัวมาฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนางกาญจนาภาและนายวันชัย (อัยการมีคำสั่งให้ฟ้องข้อหาร่วมฟอกเงินและสมคบฟอกเงินในการรับโอนเช็คจำนวน 26 ล้านบาท) ก่อนหน้านี้ทางคณะทำงานอัยการฯ ก็แจ้งให้ดีเอสไอติดตามตัวทั้งสองมาฟ้องแล้ว ซึ่งมีการให้ออกหมายจับทั้งสองแล้ว ก็ต้องรอการติดตามหาตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาส่งฟ้องศาลภายในอายุความต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีสมคบฟอกเงินที่เกี่ยวกับการโอนและรับโอนเงินซึ่งเกี่ยวข้องการทุจริตปล่อยกู้ของ ธ.กรุงไทยฯ กับเครือข่ายธุรกิจกฤษดามหานครนั้น ก่อนหน้านี้อัยการได้ยื่นฟ้องไปแล้ว 2 สำนวน สำนวนแรกส่วนของผู้โอน คือกลุ่มธุรกิจกฤษดามหานคร ซึ่งได้ยื่นฟ้องนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 79 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับพวกรวม 6 คนต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2561 เป็นคดีหมายเลขดำ อท.214/2561 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฯ มาตรา 4, 5, 9, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จากกรณีระหว่างวันที่ 11 ก.ย. 2546 &amp;ndash; ธ.ค. 2547 เมื่อมีการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ผู้เสียหายให้กับ บมจ.กฤษดามหานครและบริษัทในเครือโดยมิชอบแล้ว จำเลยกับพวกอีกหลายคนสมคบกันฟอกเงินที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ จำนวน 10,400,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสี่ร้อยล้านบาท) นั้น ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนายวิชัย ผู้บริหารกฤษดามหานคร ก็ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนวนที่ 2 กลุ่มรับโอนเงิน ที่ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร (บุตรชายคนโตอายุ 38 ปี ของนายทักษิณ) ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 ฐานสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินรับโอนเช็ค 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 ซึ่งศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.245/2561 และได้นัดตรวจเอกสารหลักฐานต่อเนื่องในเดือน ม.ค. 2562 &amp;ndash; เม.ย. 2562 โดยจะนัดตรวจหลักฐานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ขณะที่นายพานทองแท้ได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนที่มีข่าวว่านายพานทองแท้เตรียมจะเดินทางไปร่วมการแต่งงานของน้องสาวคนเล็ก น.ส.แพทองธาร หรืออุ๊งอิ๊ง ที่ต่างประเทศ ในเดือน มี.ค. 2562 นี้ ทีมทนายความก็ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง แล้วเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้นายพานทองแท้ จำเลย เดินทางออกนอกประเทศ โดยนายพานทองแท้ มีกำหนดที่จะต้องเดินทางกลับมารายงานตัวต่อศาลภายในวันที่ 26 มี.ค.นี้ หลังจากเดินทางไปร่วมงานแต่งงานดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนาภา หงษ์เหิน, คดีกรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, ฟอกเงิน, มานพ ทิวารี, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd867cda883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอ๊ค&#039;ต้องพูดแล้ว!ศาลนัด5พ.ย.สอบคำให้การ-อัยการเรียก&#039;พ่อศิธา ทิวารี&#039;ฟังคำสั่งฟ้องคดีฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;ต.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน กรณีอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบให้กับกลุ่มกฤษฎามหานคร ซึ่งเมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;อัยการแถลงผลการสั่งคดีที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนไว้เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;กล่าวหานางเกศินี&amp;nbsp;จิปิภพ มารดาของนางกาญจนาภา&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;นางกาญจนาภา หงส์เหิน&amp;nbsp;เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ&amp;nbsp;ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;นายวันชัย หงษ์เหิน&amp;nbsp;สามีของนางกาญจนาภา&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ที่อัยการได้เห็นควรสั่งฟ้องนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กับนายวันชัย ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กรณีรับโอนเช็ค&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ล้านบาท สั่งฟ้องนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรณีรับโอนเช็ค&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท และไม่ฟ้องนางเกศินีทั้งสองกรณี โดยได้ส่งฟ้องนายพานทองแท้ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้วในวันดังกล่าว ส่วนนางกาญจนาภากับนายวันชัยยังไม่มารายงานตัว จึงนัดให้ทั้งสองมาฟังคำสั่งฟ้อง&amp;nbsp;พร้อมนำตัวไปฟ้องในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;วันเดียวกันกับที่มีความเห็นและคำสั่งผู้ต้องหากับพวกรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;คณะทำงานของพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ได้มีความเห็นและคำสั่งฟ้องนายมานพ ทิวารี ผู้ต้องหา ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินเช่นกัน แต่ในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;นายมานพ ผู้ต้องหานี้ รวมทั้งนางกาญจนาภาและนายวันชัยไม่มาพบพนักงานอัยการตามนัด พนักงานอัยการจึงไม่สามารถฟ้องนายมานพ, นางกาญจนาภา และนายวันชัยในวันดังกล่าวได้ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สำนักงานคดีพิเศษ จึงแจ้งให้นายมานพ, นางกาญจนาภา และนายวันชัย มาพบพนักงานอัยการเพื่อฟ้องต่อศาลในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า สำหรับนายมานพ ทิวารี เป็นบิดาของ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งเดิมเป็นผู้ต้องหารวมอยู่ในกลุ่มเดียวกับนายวิชัย กฤษดาธานนท์ กับพวกรวม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คน กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน เกี่ยวกับการโอนและรับโอนธุรกรรมทางการเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบ เป็นจำนวนหลายรายการ ซึ่งพนักงานอัยการสั่งฟ้องนายวิชัยกับพวก ผู้โอน และฟ้องต่อศาลแล้ว แต่เนื่องจากข้อเท็จจริงทางคดี&amp;nbsp;นายมานพอยู่ในกลุ่มผู้รับโอน พนักงานอัยการจึงมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาสั่งของผู้ต้องหารายนี้ไปพร้อมกับกลุ่มผู้รับโอน ส่วนคดีของนายพานทองแท้ที่ได้ยื่นฟ้องไปแล้วนั้น ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20027</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, คดีแบงก์กรุงไทย, มานพ ทิวารี, อัยการสั่งฟ้อง, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd867cda883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
