<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านคอร์รัปชั่น ตั้งคำถาม&#039;นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า&#039;ใครโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64- &amp;nbsp; ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊ก Mana Nimitmongkol เรื่องใครโกง..?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครโกงกินสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองมากกว่ากันระหว่าง &amp;lsquo;นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า&amp;rsquo; ยังไม่มีใครบอกได้ เพราะบางครั้งพวกเขารวมหัวโกงบางครั้งก็แยกกันกิน การรู้เท่าทันคนโกงอย่างแยกแยะไม่เหมารวม จึงเป็นจุดเริ่มต้นการต่อสู้คอร์รัปชันที่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐควรเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;คอร์รัปชันในภาครัฐ&amp;rsquo;[1] (Corruption in Public Sector) หมายถึงการโกงกินทุกประเภทในหน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;ทั้งกระทรวง รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ โดยคนที่มีอำนาจรัฐและกินเงินเดือนหลวงที่เรียกชื่อต่างกัน เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการ นักการเมือง อาจารย์ ทหาร ตำรวจ พนักงาน หากเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การให้สิทธิ์สัมปทาน ก็จะมีพ่อค้ามาสมรู้ร่วมคิดเป็นเครือข่ายที่เรียกว่า &amp;lsquo;สามประสานผลาญชาติ&amp;rsquo;[2] &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ไม่ใช่ทุกครั้งที่คนทั้งสามกลุ่มร่วมมือกัน แต่เกือบทั้งหมดต้องมีข้าราชการเป็นตัวกลาง รูปแบบของคอร์รัปชันจึงแบ่งตาม &amp;ldquo;กลุ่มคน&amp;rdquo; ที่เป็นตัวแสดงหลัก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คอร์รัปชันโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคอร์รัปชันในระบบราชการ &amp;nbsp;(Bureaucratic Corruption) [3]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีมากและกระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชนมากที่สุด เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานโดยไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง เช่น เรียกรับสินบนจากประชาชน รีดไถ ยักยอกเอาของหลวงไปใช้ ปลอมแปลงเอกสาร ร่วมมือกับพ่อค้าในการจัดซื้อจัดจ้าง เกิดขึ้นทุกระดับตั้งแต่กระทรวง กรม จังหวัด จนถึงหน่วยงานเล็กสุด เช่น กรณีโกงเงินคนพิการของพัฒนาสังคมจังหวัดทั่วประเทศ การสร้างถนน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อแม้ว่า ความผิดเหล่านี้แม้ทำกันมานาน ทำจนเป็นธรรมเนียม แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ก้อนใหญ่อาจต้องส่งส่วยหรือได้รับการยินยอมจากนักการเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คอร์รัปชันโดยนักการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นคอร์รัปชันที่บงการโดยนักการเมืองที่มีอำนาจกว้างมาก บวกด้วยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จึงสร้างความเสียหายรุนแรง โดยทั่วไปพบว่ามีนักธุรกิจเข้ามาร่วมวางแผนด้วยเสมอ เว้นแต่เป็นคอร์รัปชันทางการเมือง[4] &amp;nbsp;หรือการใช้อิทธิพลไปข่มขู่ &amp;ndash; รีดไถ &amp;ndash; ตบทรัพย์ผู้อื่น ที่นักการเมืองทำได้ด้วยตนเอง ในที่นี้จะแยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก. นักการเมืองระดับชาติ.. ในรัฐบาลและรัฐสภา ตัวอย่างเช่น กรณีสนามฟุตซอล รถไฟฟ้าสนามบินสุวรรณภูมิ หากเป็นคนในรัฐบาลจะใช้อำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ การลงทุน การกำกับหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ แต่งตั้งโยกย้าย ผ่านมติ ครม. และตำแหน่งรัฐมนตรี หากเป็น ส.ส. หรือข้าราชการการเมือง อาจใช้บทบาทการเป็น ส.ส. หรือกรรมาธิการก็ได้ พบเห็นทั้งลงมือด้วยตัวเองและผ่านเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข. นักการเมืองในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.. คนกลุ่มนี้มีอำนาจบริหารและใช้งบประมาณของท้องถิ่นเต็มที่แม้จะอยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงมหาดไทย ตัวอย่างเช่น กรณีเสาไฟกินรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คอร์รัปชันโดยเอกชน.. บ่อยครั้งที่พบว่ารัฐเสียรู้เอกชนโดยไม่ตั้งใจ เช่น ฮั้วประมูล &amp;nbsp;ลักสเปก ทิ้งงาน ฉ้อโกง โดยเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ร่วมรู้เห็น บางทีอาจเป็นเพราะความด้อยประสิทธิภาพ ความไม่รู้หรือความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ทำให้รัฐเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนี้ยังรวมถึงกรณีที่ประชาชนบางคนที่ฉวยโอกาสโกงเล็กโกงน้อยเมื่อมีโอกาส เช่น โกงเงินโครงการคนละครึ่ง โกงสิทธิ์ฉีดวัคซีนในพื้นที่ระบาดโควิด ขายเสียงในการเลือกตั้ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุป..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแยกแยะเช่นนี้อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า สินบนและเงินทอนในการจัดซื้อจัดจ้างปีละ 2 &amp;ndash; 3 แสนล้านบาทมีโอกาสกระจายเข้ากระเป๋าคนในรัฐบาล ข้าราชการและนักการเมืองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การควบคุมคอร์รัปชันให้ได้ผลจึงต้องพุ่งเป้าเล่นงานให้ถูกตัว ไม่เหมารวม ใช้มาตรการต่อต้านที่หลากหลายร่วมกัน การใช้มาตรการแบบเหวี่ยงแหจะสร้างภาระเกินจำเป็นแก่หน่วยงานและข้าราชการที่ดี ทำให้ขาดความร่วมมือและไม่ได้ผลในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านจบแล้วใครที่ยังอยากโทษรัฐบาล ป.ป.ช. สตง. ว่าทำหน้าที่ไม่ดี ขาดความรับผิดชอบจนคนโกงเต็มบ้านเต็มเมืองก็ทำได้ แต่คอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่มีรายละเอียดมาก คนโกงเก่งขึ้นรู้วิธีหลบเลี่ยง ดังนั้นถ้าคนไทยไม่คิดว่าเป็นปัญหาของทุกคน ไม่ร่วมกันลงมือต่อต้าน ก็ไม่มีทางเอาอยู่หรอกครับ&amp;nbsp;
-----------------
1. &amp;nbsp;รูปแบบสำคัญได้แก่ 1) การจัดซื้อจัดจ้าง การให้สิทธิ์/สัมปทาน 2) การใช้อำนาจอนุญาตอนุมัติตามกฎหมายต่างๆ 3) การใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน 4) การบริหารงานบุคคล เช่น แต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนตำแหน่ง 5) การมีผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นผู้ใช้คำนี้คนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;ldquo;คอร์รัปชันในระบบราชการ&amp;rdquo; https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/posts/986580198173394/
&amp;nbsp;4. &amp;ldquo;คอร์รัปชันทางการเมือง&amp;rdquo; https://www.isranews.org/.../isranews.../98461-mana-10.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4. &amp;ldquo;ฮั้ว&amp;rdquo; https://www.isranews.org/.../isranews.../94180-mana-4.html
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการ, นักการเมือง, พ่อค้า, มานะ นิมิตรมงคล, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, ใครโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed186e8a29e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ชี้เปรี้ยงวิกฤติจริยธรรมนักการเมือง ที่ผับทองหล่อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ&amp;nbsp;ACT&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Mana Nimitmongkol &amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;วิกฤติจริยธรรมนักการเมืองที่ผับทองหล่อ&amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า ต้นเหตุการระบาดใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประชาชนทั่วไป เคยเกิดมาแล้วจากสนามมวยของกองทัพ บ่อนการพนัน แรงงานผิดกฎหมายและล่าสุดที่ผับย่านทองหล่อ ทุกกรณีล้วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายและมีพฤติกรรมคอร์รัปชันอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น กรณีผับทองหล่อล่าสุดนี้ได้สร้างความไม่พอให้ประชาชนอย่างมาก เนื่องจากข่าวอันอื้ออึงเซ็งแซ่ว่ามีรัฐมนตรีและนักธุรกิจคณะใหญ่โคจรร่วมกันไปติดโควิดในสถานที่นั้น โดยทุกคนล้วนละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับประชาชน กลายเป็นว่าการระบาดใหญ่รอบนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีนำทีมไปทำเรื่องไม่เหมาะสมเสียเอง เหตุการณ์นี้จึงสะท้อนปัญหา&amp;nbsp;&amp;lsquo;จริยธรรม&amp;rsquo;&amp;nbsp;ของนักการเมืองที่เรื้อรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมบอบช้ำซ้ำซาก สิ่งที่รัฐบาลควรทำโดยด่วน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ใช้กฎหมายเอาผิดเจ้าของผับ ผู้บริหารของ กทม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขที่ละเลยในการตรวจตรา บังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกสามัญสำนึกด้านจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ร่วมกันฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรค นอกจากการด่าประณามของสังคมแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านจริยธรรม คือ ป.ป.ช.&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ควรทำหน้าที่วินิจฉัยว่าพฤติกรรมของพวกเขาเป็นความผิดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ออกมาตรการควบคุมที่ชัดเจนและเข้มงวดสำหรับสถานประกอบการแต่ละประเภททั่วประเทศ เพื่อให้มีการตรวจตราเตรียมพร้อม ควบคุมกฎหมายกฎระเบียบทุกอย่างก่อนที่จะเปิดให้สถานประกอบการเหล่านี้กลับมาดำเนินการต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;รัฐบาลควรจัดให้มีช่องทางสายด่วนให้ประชาชนร้องเรียนเมื่อพบเห็นผู้ฝ่าฝืนมาตรการโควิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ต้องเป็นกติกาว่า ทุกมาตรการที่รัฐแนะให้ประชาชนปฏิบัติ เจ้าหน้าของรัฐทุกคนต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันไม่มีข้อยกเว้น เช่น การโหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะ การเปิดเผยไทม์ไลน์ต่อเจ้าหน้าที่และสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนท้ายของบทความ ดร.มานะ ยังระบุด้วยว่า &amp;nbsp;การระบาดรุนแรงของโควิด-19 ที่ผ่านมาไม่ได้ให้บทเรียนแก่ทุกคนเลยกระนั้นหรือ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐที่ควรตระหนักถึงความประมาทของคนไม่กี่กลุ่มที่จ้องแต่จะหาผลประโยชน์ หาความสุขแค่ชั่วคราว แต่ส่งผลให้การดำเนินชีวิตต้องเปลี่ยนไปของประชาชนทั้งประเทศ &amp;nbsp;กี่ครั้งแล้วที่ต้องทนกับความประมาท ขาดสติ ไร้ความรับผิดชอบและการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐ จะซ้ำเติมจนประเทศไทยบอบช้ำไม่ต้องฟื้นฟูประเทศกันอีกเลยหรือไม่ แล้วเมื่อไรที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์จะลืมตาอ้าปากทำมาหากินตามปกติได้เมื่อใด ใครจะเป็นคนตอบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99026</URL_LINK>
                <HASHTAG>จริยธรรมนักการเมือง, นักการเมือง, มานะ นิมิตรมงคล, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_607139785dfa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงจับตา เผือกร้อนในมือผู้ว่าฯลำพูน เรื่องอื้อฉาวจัดซื้อชุดของใช้ประจำวันคนชรา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.63 - นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์บทความบนเฟซบุ๊ก โโยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผือกร้อนในมือผู้ว่าฯ ลำพูน กับการเอาจริงตามแผนปฏิรูปประเทศฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องอื้อฉาวในการจัดซื้อชุดของใช้ประจำวันคนชราป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 มูลค่า 16.3 ล้านบาท ของ อบจ. ลำพูน ที่ขณะนี้ทั้ง ป.ป.ช. สตง. และ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งให้มีการสอบสวนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสนใจว่า กรณีนี้ผู้ว่าฯ ลำพูนต้องดำเนินการสอบสวนให้เสร็จภายใน 7 วัน แล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ หากพบว่ามีความผิดก็ให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาโดยเร็วภายใน 30 วัน ถึงแม้การสอบสวนยังไม่ชัดเจนแต่มีเหตุน่าเชื่อถือ ก็ให้ปรับย้ายผู้ถูกกล่าวหานั้นไปตำแหน่งอื่นชั่วคราว เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กล่าวมาเป็นแนวปฏิบัติโดยสังเขปของ &amp;lsquo;มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระบบราชการ&amp;rsquo; ตามมติ ครม. ที่ คสช. ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญในขณะนั้นเสนอต่อรัฐบาลเมื่อ 27 มีนาคม 2561 และแนวทางนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ &amp;lsquo;แผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชัน&amp;rsquo; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นับจากวันที่ท่านผู้ว่าฯ ทราบเรื่องหรือตั้งกรรมการสอบสวน เท่ากับเป็นการเริ่มนับวันที่หนึ่งของกระบวนการตามมาตรการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผู้เขียนไม่เคยพบว่ามีการใช้มาตรการนี้กับกรณีทุจริตใดมาก่อน ดังนั้นหากท่านผู้ว่าฯ ไม่สามารถปฏิบัติได้ จะถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่หรือมีความผิดทางวินัยหรืออาญาประการใดหรือไม่ เป็นเรื่องที่ประชาชนควรติดตามต่อไป เพราะนี่คือการพิสูจน์ให้คนทั้งประเทศเห็นว่า &amp;lsquo;มติ ครม. และแผนปฏิรูปประเทศ&amp;rsquo; มีความศักดิ์สิทธิ์และความจริงจังที่ทุกคนต้องถือปฏิบัติเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#โกงในช่วงโควิด-19 คือ โกงชีวิตคนทั้งชาติ: จับให้ได้ จับให้เร็ว ลงโทษให้สาสม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64119</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, มานะ นิมิตรมงคล, ลำพูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b347615443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯองค์กรต้านโกงเฉลย นักการเมืองแย่งเก้าอี้ แย่งอะไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เรื่อง &amp;quot;แย่งเก้าอี้ &amp;ndash; แย่งอะไร..?&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;nbsp;กระทรวงเกรด A ที่นักการเมืองแบ่งสรรกันอยู่ ไม่ได้แปลว่าต้องมีงบประมาณมากเท่านั้น เห็นได้จากกระทรวงศึกษาฯ ที่มีงบประมาณสูงสุดแต่ไม่เป็นที่สนใจ เพราะที่เขาต้องการคือกระทรวงที่ทำให้มี &amp;ldquo;โอกาส&amp;rdquo; ได้สิ่งเหล่านี้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;ร่ำรวย&amp;rdquo; อาจได้โดยตรงจากโครงการที่ลงทุน หรือ ทำให้ธุรกิจของตนได้งาน ได้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;คะแนนนิยม&amp;rdquo; จากการออกนโยบายรัฐหรือทำโครงการที่โดนใจฐานเสียง บางครั้งอาจใช้บทบาทอำนาจ ใช้เจ้าหน้าที่และงบประมาณหลวงไปทำสิ่งไม่ถูกต้องก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;ldquo;อำนาจ&amp;rdquo; จากการคุมกลไกรัฐ โดยเฉพาะ ทหาร ตำรวจ มหาดไทยและคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. &amp;ldquo;ดูแลพวกพ้อง&amp;rdquo; ให้ได้ทั้ง ลาภ ยศ สรรเสริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rsquo;พลังงาน&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;อุตสาหกรรม&amp;rsquo; เป็นสองกระทรวงที่มีงบประมาณน้อยที่สุด แต่เป็นที่หมายปองที่สุด เพราะมีอำนาจมากแถมยังมีรัฐวิสาหกิจใหญ่ เงินเยอะอยู่ในมืออย่าง ปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาติของเราคงเจริญกว่านี้ถ้านักการเมืองหันมาพูดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากบริหารงานกระทรวงที่สร้างอนาคตให้ประเทศได้มากที่สุด&amp;rdquo; *&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่คงยาก เพราะบ้านเราแม้จะมีนักการเมืองที่ตั้งใจสร้างผลงานเพื่อแผ่นดินอยู่บ้าง แต่น้อยนักที่คนดีจะมีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถบริหารบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38622</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคร่วมรัฐบาล, มานะ นิมิตรมงคล, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b347615443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สับเละม.44เอื้อ&#039;นายทุน&#039; ย้อนยุคผูกขาดสัมปทาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจับมือทีดีอาร์ไอตั้งวงชำแหละ ม.44 อุ้มค่ายมือถือ เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายใหญ่ผูกขาดตลาด &amp;quot;สมเกียรติ&amp;quot; ยันการกำกับดูแลการโทรคมนาคมในประเทศย้อนกลับไปอยู่ในยุคสัมปทาน &amp;quot;สารี&amp;quot; อัดยับ เมื่อผู้ประกอบการ 3 รายใหญ่ได้คลื่น 5 จี ถือเป็นการปิดตลาดไปโดยปริยาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงานเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;ม.44 อุ้มมือถือ ใครได้ใครเสีย และใครเสียท่า&amp;rdquo; ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันและทีดีอาร์ไอ ว่าอยากให้ประชาชนได้ตระหนักรู้เกี่ยวกับ 7 เรื่องในการออกมาตรา 44 อุ้มค่ายมือถือ โดยการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้กับค่ายมือถือครั้งนี้ คือการยกผลประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ ซึ่งค่ายมือถือทั้ง 3 ล้วนค้างชำระหนี้ในการประมูลคลื่นความถี่อยู่ในอัตราหลักหมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การออก ม.44 ที่ผ่านมาได้ไปขยายเวลาการชำระหนี้แบบไม่คิดดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการ ส่งผลให้เงินที่รัฐควรจะได้กลับไม่ได้ และยังเป็นการเสียโอกาสทางการเงินของรัฐอีกด้วย โดย กสทช.พยายามอธิบายว่าการยืดเวลาชำระหนี้ไม่ได้ทำให้รัฐได้เงินน้อยลง แต่ยังได้เท่าเดิม และไม่ได้เอาดอกเบี้ยมาคิดเลย ซึ่งความจริงแล้วควรต้องคิดดอกเบี้ย เพราะเอกชนจะได้โอกาสจากการขยายเวลาแบบเต็มๆ และจากการคำนวณดอกเบี้ยแล้วรัฐจะไม่ได้เงินจากผู้ประกอบการที่ควรจะได้ถึง 19,747 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าการประเมินที่ใกล้เคียงกับตัวเลขจากนักวิเคราะห์ของกสิกรไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สิ่งที่รัฐบาลไปบังคับให้เอกชนทำ 5 จี แต่จริงๆ แล้วเป็นการให้อภิสิทธิ์กับผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้ง 3 ราย เนื่องจากมีการให้สิทธิ์คลื่น 900 MHz โดยไม่ต้องไปแข่งประมูลกับใครเลย ซึ่งเป็นการผูกขาด และตลาดก็จะมีผู้ประกอบการเพียง 3 รายเดิมเท่านั้น ถือเป็นการคุ้มค่าของผู้ประกอบการอย่างมาก ขณะที่กสทช.บอกว่ารัฐจะได้เงินจากผู้ประกอบการ 25,000 ล้านบาท ในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ถ้าเอาเงินในอนาคตมาคิดจะเหลือมูลค่าเพียง 17,000 ล้านบาทเท่านั้น สิ่งที่เอกชนได้จากกรณีนี้คือเหมือนซื้อคลื่น 5 จีในราคาประมาณ 8,000 ล้านบาทเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เชื่อจริงหรือว่าผู้ประกอบการจะชำระราคาคลื่น 25,000 ล้านบาทจริงๆ เผลอๆ อาจมีการขยายเวลาการชำระหนี้ออกไปจากเดิม 10 ปีเป็น 15-20 ปี ก็เป็นได้ เนื่องจาก คสช.ให้อำนาจกับเลขาธิการ กสทช.มากเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ผู้ได้ประโยชน์มากที่สุดคืออภิมหาเศรษฐีของประเทศไทยและนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย มีผู้ถือหุ้นใหญ่ในประเทศสิงคโปร์, นอร์เวย์ และจีน จึงเป็นคำถามว่าทำไมรัฐบาลไทยจึงต้องไปอุ้มมหาเศรษฐีไทยและนักลงทุนต่างชาติ ทั้งๆ ที่ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย มีผลประกอบการที่ดีมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.บริการ 5 จี เป็นบริการแห่งอนาคต และไม่ต้องรีบทำ เนื่องจากเอไอเอสเคยให้ข้อมูลในเดือน กุมภาพันธ์ 2562 ว่ายังไม่เห็นความจำเป็นในแง่ธุรกิจและไม่มีผู้ใช้บริการ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดคำถามว่าที่เลขาธิการ กสทช. บอกว่าถ้านำ 5 จี มาใช้จะสร้างมูลค่า 2.3 ล้านล้านบาทให้ประเทศ เป็นเพียงความเพ้อฝัน ซึ่งอุปกรณ์การดำเนินการเรื่อง 5 จี ก็ยังไม่มีการพัฒนามารองรับประเทศไทยจึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งทำ 5 จี ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.การใช้คำสั่ง ม.44 เป็นการขาดความรับผิดชอบต่ออำนาจและยังอาศัยวันที่ 11 เมษายน 2562 ในการออกคำสั่งซึ่งเป็นช่วงก่อนวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ไม่ตกเป็นข่าวมากนัก นอกจากนี้ คสช.ยังให้อำนาจกับเลขาธิการ กสทช.มากเกินไปดุลพินิจที่สำคัญที่เลขาธิการ กสทช.กำหนดได้คือจะตีมูลค่าความถี่อย่างไร ระยะเวลาในการชำระจะยืดได้เท่าไรก็ได้ โดยไม่มีข้อกำหนดให้แม้กระทั่งรับฟังความเห็นสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ผู้ที่เสียหายครั้งนี้คือประเทศและประชาชน เนื่องจากประชาชนเป็นผู้เสียภาษีในฐานะผู้บริโภคคือเสียโอกาสในการได้รับบริการจากผู้ประกอบการรายใหม่ ในส่วนประเทศ ม.44 ทำให้การกำกับดูแลการโทรคมนาคมในประเทศย้อนกลับไปอยู่ในยุคสัมปทาน ซึ่งไม่สามารถทำให้เกิดการคาดการณ์และจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างเจ้าสัวผู้มีอิทธิพลต่อไป ทั้งนี้ คสช. ควรออก ม.44 แก้ไขการออก ม.44 อุ้มค่ายมือถือที่ได้ทำไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ คสช.มีอำนาจและสามารถทำได้หากต้องการจะทำและหากต้องการจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า คำสั่ง คสช.ที่ใช้ ม.44 ถือเป็นการลดสิทธิประชาชน ผู้ประกอบการรายเก่าจะได้ขยายเวลาการชำระหนี้ไปอีก 10 ปี และยังได้คลื่น 5 จี ในราคาถูกและไม่ต้องประมูลแข่งขันด้วย เมื่อผู้ประกอบการ 3 รายใหญ่ได้คลื่น 5 จี ถือเป็นการปิดตลาดไปโดยปริยาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.บุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธ์ผู้บริโภค กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าละอายของคนที่มีอำนาจ เนื่องจากเรามีรัฐธรรมนูญ แต่การออก ม.44 ช่วงใกล้สงกรานต์ก็เพื่อไม่ให้มีคนค้าน ซึ่งการยืดระยะเวลาใช้หนี้ออกไปโดยไม่มีการให้ชำระดอกเบี้ยถือเป็นอันตรายต่อประเทศเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออก ม.44 เท่ากับว่าเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญเนื่องจากว่า ม.44 สามารถออกเมื่อไร เรื่องใดก็ได้ และที่ผ่านมา คสช.ก็ออกกฎหมายไม่เห็นหัวประชาชนเลยสักครั้ง ซึ่งคลื่นที่ประมูลกันเป็นของประเทศชาติ ไม่ใช่ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นควรจะจัดสรรอย่างเป็นธรรม&amp;quot; น.ส.บุญยืนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีออก ม.44 อุ้มผู้ประกอบการมือถือเป็นเรื่องไม่ปกติอย่างยิ่ง เพราะเป็นการสร้างปัญหาในระยะยาวให้แก่ส่วนรวม โดยคนที่เป็นเจ้าของความถี่คือประชาชนทั้งประเทศ ที่ควรจะต้องได้รับผลประโยชน์มากกว่าผู้ประกอบการ ซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่แบบนี้เป็นที่รู้ดีว่าจะต้องมีการศึกษาแผนธุรกิจเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หากย้อนกลับไปดูผลประกอบการของผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ในช่วง 4 ปีหลัง มีผลประกอบการหลักหมื่นล้านบาทถึงแสนล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการให้ข้อมูลกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าบริษัทมีฐานะทางการเงินดีอยู่ตลอด หากพิจารณาจากรายได้และผลประกอบการในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้น จะบอกว่าผู้ประกอบการทั้ง 3 รายเป็นผู้ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างไร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องจับตาดูความซื่อสัตย์ของรัฐบาลและภาคเอกชนทั้ง 3 ราย ว่าจะมีความซื่อสัตย์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชี้แจงรายละเอียดของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 ว่าเป็นการปรับปรุงฉบับที่ 3 ซึ่งมีระยะเวลาห่างจากฉบับที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี โดยมีสาเหตุจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญต้องปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย กสทช.พิจารณาแล้วเห็นว่า มาตราที่มีผลกระทบกับ กสทช.คือมาตรา 60 ที่กำหนดให้รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน รัฐต้องจัดให้มีองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะต้องกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำให้ผู้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในภาพรวมคือการให้อำนาจ กสทช.ในการดูแลสิทธิในการดำเนินการเกี่ยวกับดาวเทียมครอบคลุมการให้สิทธิในการดำเนินกิจการดาวเทียม มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลการรักษาสิทธิในวงโคจรดาวเทียม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น กสทช.จึงมีหน้าที่ในการจัดทำแผนแม่บทเพื่อการดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการดาวเทียม เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญจึงต้องเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กับ กสทช.ในการเป็นผู้รักษาสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียม รวมถึงการออกหลักเกณฑ์วิธีอนุญาตในการใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม และมีอำนาจในการออกหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตในการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ (Landing Right)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากปัจจุบันกิจการดาวเทียมยังอยู่ในช่วงเวลาสัมปทานของเอกจน กสทช.จึงเขียนไว้ในแผนบริหารสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียม กำหนดให้ผู้ที่ได้รับสัมปทานอยู่ใช้ดาวเทียมต่อไปจนกว่าจะครบอายุสัมปทาน&amp;quot; พล.อ.ท.ธนพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ในส่วน บมจ.ไทยคม (THCOM) ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานดาวเทียมไทยคม 4, 5, 6 นั้น กสทช.จะมีบทเฉพาะกาลในประกาศ กสทช.ให้ผู้ที่รับสัมปทานยังคงมีสิทธิใช้วงโคจรดาวเทียมจนถึงวันสิ้นสุดสัญญาสัปทาน ซึ่งดาวเทียมทั้ง 3 ดวงจะครบอายุสัญญาสัมปทานพร้อมกันในปี 64 ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ยังอยู่ในขั้นตอนอนุญาโตตุลาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ท.ธนพันธุ์เผยว่า กสทช.ได้ตั้งคณะทำงานจัดทำแผนและหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตและเงื่อนไขการอนุญาต สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม และการใช่ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ โดยจะผลักดันการออกแผนแม่บทการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม, การประกาศหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตและเงื่อนไขการอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม และหลักเกณฑ์วิธีอนุญาตและเงื่อนไขการอนุญาตในการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ โดยคาดว่าจะจัดทำได้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้และเสนอต่อคณะกรรมการ กสทช. จากนั้นจะเปิดประชาพิจารณ์ ซึ่งจะใช้ระยะเวลา 45 วัน คาดว่าจะสามารถลงประกาศ กสทช.ในราชกิจจานุเบกษา และสามารถเปิดให้เอกชนเข้ามาขอรับใบอนุญาตได้ประมาณไตรมาส 3/62.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34021</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญยืน ศิริธรรม, มานะ นิมิตรมงคล, สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, สารี อ๋องสมหวัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9cbf946b2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงจับตารบ.เร่งเมกะโปรเจ็กต์เอื้อเอกชน-อุ้มค่ายมือถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 62 - นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแสดงความกังวลกรณีที่รัฐบาลเร่งดำเนินการโครงการใหญ่มูลค่าแสนล้านบาทหลายโครงการในช่วงนี้ว่า &amp;ldquo;เดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์ให้ถูกต้องถูกใจประชาชน ช่วงเวลานี้มีการเร่งการลงทุนและเร่งดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลจำนวนมากที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ท่ามกลางกระแสข่าวที่สงสัยถึงความพยายามของธุรกิจใหญ่บางรายที่จะเข้าครอบงำรัฐเพื่อตักตวงผลประโยชน์ในหลายๆ โครงการ ซึ่งสาธารณชนต่างคาดหวังว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จะทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ยอมถูกครอบงำหรือเอื้อประโยชน์ให้กับใคร
&amp;nbsp;
มีโครงการมูลค่าระดับแสนล้านบาทที่ถูกมองว่ารัฐบาลกำลังทำในสิ่งตรงกันข้าม&amp;nbsp; เรื่องแรกคือ &amp;ldquo;ไม่ใช้&amp;rdquo; ข้อตกลงคุณธรรมในการประมูลร้านค้าร้านดิวตี้ ฟรี ตามที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ พยายามเสนอมาตลอดเพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชน เรื่องที่สองคือ &amp;ldquo;ใช้&amp;rdquo; อำนาจพิเศษอุ้มค่ายโทรศัพท์มือถือโดยยืดการชำระค่าสัมปทานกว่าแสนล้านบาทออกไปทำให้เอกชนได้ประโยชน์ราว 2.4 หมื่นล้านบาท แต่รัฐกลับเสียโอกาสที่จะได้เงินสดมาใช้ในการพัฒนาประเทศแบบน่ากังขา
&amp;nbsp;
เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่จะมีขึ้นเร็ววันนี้ ประชาชนกำลังต้องการได้นายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า รัฐบาลจะทำสิ่งที่ตรงใจประชาชนได้มากขนาดไหน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) แจ้งว่า ทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ และทีดีอาร์ไอจะร่วมแถลงข่าวในบ่ายวันศุกร์ที่19 เมษายนนี้&amp;nbsp; หากการแถลงข่าวของ กสทช. กรณีช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ ส่อไปในทางที่จะเบียดบังผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33818</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ประยุทธ์, มานะ นิมิตรมงคล, รัฐบาล, องค์การต้านคอร์รัปชัน, อุ้มค่ายมือถือ, เมกะโปรเจ็กต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb6a9abc4277.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กระทุ้งบิ๊กตู่ใช้ข้อตกลงคุณธรรม ดูแลการประมูลดิวตี้ฟรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางองค์กรฯได้ทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการนำ &amp;ldquo;ข้อตกลงคุณธรรม&amp;rdquo; มาใช้ในการประมูลโครงการร้านค้าปลอดภาษีอากร (Duty Free Shop) ครั้งใหม่ ซึ่งเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2561 ทางองค์กรฯเคยทำหนังสือเสนอนายกฯแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 4 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าและคำตอบใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในหนังสือดังกล่าว ระบุข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประมูลหาผู้ร่วมลงทุนกับรัฐในโครงการร้านค้าปลอดภาษีและอากร (Duty Free Shop) ครั้งใหม่ ที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในหลายสนามบินหลักของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้มหาศาลเข้ารัฐในแต่ละปี โครงการนี้จึงอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สามารถแข่งขันกับนานาชาติ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ การประมูลครั้งนี้จำเป็นต้องมีการแข่งขันที่เปิดกว้าง ป้องกันการผูกขาด เกิดความโปร่งใสตามนโยบายที่รัฐบาลของท่านได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ดังนั้นจึงควรนำ &amp;ldquo;ข้อตกลงคุณธรรม&amp;rdquo; มาใช้ในทุกขั้นตอนของการประมูลเริ่มตั้งแต่การร่างขอบเขตของงาน (TOR)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ จึงกราบเรียนมายังท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อขอทราบความคืบหน้าในการพิจารณานำ &amp;ldquo;ข้อตกลงคุณธรรม&amp;rdquo; มาใช้ในโครงการประมูลหาผู้ร่วมลงทุนกับรัฐครั้งใหม่นี้ ด้วยเป็นห่วงว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้งแล้วเรื่องนี้จะถูกลืมหายไป ทำให้ต้องมาเริ่มทำความเข้าใจกันใหม่ จนอาจเกิดความเสียหายไม่ทันการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงคุณธรรม, ประมูลโครงการร้านค้าปลอดภาษีอากร, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, มานะ นิมิตรมงคล, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c887944165e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
