<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ลุย &#039;โป่งลึก-บางกลอย&#039; ชาวบ้านเผยเข้าไปเก็บผลหมาก-จับปลาในพื้นที่ดั้งเดิม ยันรักป่ายิ่งชีวิต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26&amp;nbsp;ม.ค.64 - นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)&amp;nbsp;นายมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปกครอง พัฒนาความมั่นคงมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังศาลาประชุม ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านโป่งลึก-บางกลอย หมู่ 2 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยมีชาวกะเหรี่ยงในชุมชน เดินทางมาร่วมประชุมรับฟังกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวในที่ประชุมว่า ที่ผ่านมาทางกรมอุทยานฯได้จัดสรรที่ดินอยู่อาศัยทำกินให้กับผู้ที่อยู่ดั้งเดิมให้ไปเรียบร้อยแล้ว ทุกคนที่ได้รับสามารถทำมาหากินได้ตลอดไปชั่วลูกหลาน แต่ไม่สามารถซื้อ- ขายเปลี่ยนมือให้ผู้อื่นได้ ขณะเดียวกันจนท.ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการประกอบอาชีพต่างๆ เพื่อให้เกิดการกินดีอยู่ดี ที่ผ่านมามีหลายโครงการ รวมทั้งโครงการปิดทองหลังพระ และหากมีความเดือดร้อนในเรื่องใด ก็ให้ประสานแจ้งจนท.อุทยานฯ เพื่อหาทางแก้ไขช่วยเหลือต่อไป จะเห็นได้ว่าเราให้ความเสมอภาคต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใด ขณะนี้มีลูกหลานของชาวบ้านในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯรวม 41 คน รวมทั้งมี 2 รายที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการ จึงเห็นได้ว่าไม่มีการเลือกเขาเลือกเรา ส่งเสริมทุกคนในทุกสาขาอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานะ กล่าวว่าในหลายเรื่องหลายโครงการ ทางอุทยานฯพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันดำเนินการให้มาตลอดดังที่ประจักษ์ ถนนหนทาง ช่วงขึ้นเขาลงเขา สร้างสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำเพชร รวมทั้งเรื่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ก็ได้ส่งเสริมมาตลอด และเรื่องโซล่าเซลล์ก็ได้ดำเนินการให้กับทุกบ้านทุกครัวเรือน เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ ในวันนี้หากบ้านใครยังตกหล่นไม่ได้รับการช่วยเหลือ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้เร่งติดตั้งโซล่าเซลล์ให้จนครบทุกครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน.อุทยานฯแก่งกระจาน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทราบว่ามีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหลายสิบคน เข้าไปในป่าด้านเหนือบ้านบางกลอยบน ใกล้บ้านใจแผ่นดิน จากการบินตรวจของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีร่องรอยการบุกรุกแผ้วถางหลายจุด โดยเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบในข้อเท็จจริง จึงอยากให้บรรดาญาติพี่น้องของบุคคลที่เข้าไปในป่า ได้ช่วยติดตามให้กลับออกมาจากป่าโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดำ วาบุ อายุ&amp;nbsp;50 ปี ชาวกระเหรี่ยงบ้านบางกลอย บอกว่าได้เข้าไปที่ดังกล่าวเพื่อเก็บผลหมาก และจับปลาโดยค้างในป่า 1 คืน รุ่งเช้าก็เดินทางกลับเข้าหมู่บ้าน โดยปฎิเสธว่าไม่ได้บุกรุกแผ้วถางป่า แต่ยอมรับว่ามีบางคนที่กระทำผิด เนื่องจากที่ทำกินไม่เพียงพอ อีกทั้งบริเวณพื้นที่ใจแผ่นดิน ก็เป็นพื้นที่อยู่ทำกินดั้งเดิม ปลูกพืชผักผลไม้ไว้มากมาย จึงมีชาวบ้านขึ้นไปเก็บผลผลิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายโบลาลา มีมิ อายุ&amp;nbsp;28 ปี ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และเป็นหลานของปู่คออี้&amp;nbsp;มีมิ ผู้นำแห่งจิตวิญญาณหมู่บ้านบางกลอย ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว เผยว่ายินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับการไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา บรรจุเป็นข้าราชการประจำ ตนทำงานมารวม 10 ปี รักป่ายิ่งชีวิตไม่อยากให้ใครทำลายป่า ก็ได้บอกให้ญาติพี่น้องอย่าบุกรุกทำลายป่า เพราะป่าเป็นหัวใจของการดำรงชีวิตทั้งคนและสัตว์ป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวนัตยา เจริญสุข อายุ 28 ปี สาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ซึ่งเป็นจนท.อุทยานฯอีกรายหนึ่ง เผยว่าทั้งบิดาทำงานที่อุทยานฯแก่งกระจาน บอกกับญาติพี่น้องว่า ขอให้ทุกคนอย่าบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และผู้ที่เข้าไปในป่าเวลานี้ก็ขอให้ออกจากป่ากลับมาทำกินในที่ดินที่อุทยานฯจัดสรรให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในชั้นแรก กลุ่มชาวกะเหรี่ยงต่างเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิด แต่พอมาร่วมประชุมฟังในรายละเอียด จึงทราบว่าหน่วยงานต่างๆเข้ามาในหมู่บ้าน เพื่อดูว่ามีความเดือดร้อนในเรื่องใด เพื่อหาทางแก้ไขช่วยเหลือ รวมทั้งเพียงแจ้งให้ญาติๆทราบให้ติดตามผู้เข้าไปในป่าให้กลับออกมาจากป่าโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91088</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, มานะ เพิ่มพูน, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600ffbd78e8a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสือแก่งกระจาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยภาพเสือโคร่งเพศเมียขนาดใหญ่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แม่น้ำภาชี อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และปรากฏตัวในพื้นที่เมียนมา ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายในการอนุรักษ์สัตว์ป่าข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77431</URL_LINK>
                <HASHTAG>มานะ เพิ่มพูน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f610605a38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพลูกเสือดาว โผล่ป่าแก่งกระจาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดภาพครอบครัวเสือดาวลูกสอง ที่เป็นลูกเสือดาว 1 ตัว ลูกเสือดำ 1 ตัว พร้อมบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ ยืนยันผืนป่าแก่งกระจานมีความสมบูรณ์พอที่จะเป็นมรดกโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นายมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า จากการนำกล้องดักถ่ายติดตั้งภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จะเห็นได้ว่าสามารถบันทึกภาพสัตว์ป่าหายากไว้ได้อย่างมากมาย ทั้งเสือดาว เสือดำ โดยล่าสุดกล้องที่ติดตั้งไว้บริเวณพื้นที่ห่างจากเขาพะเนินทุ่งขึ้นไปทางทิศตะวันตก ทางเทือกเขาตะนาวศรี ห่างชายแดนไทย-เมียนมาประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 วัน ในการติดตามประชากรตามป่าที่อยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมา พบว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า มีการพบร่องรอยทางเดินมนุษย์พบสัตว์ทั้งเหยื่อและผู้ล่า โดยกล้องสามารถบันทึกภาพของครอบครัวเสือดาวเอาไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมานะกล่าวว่า จากภาพที่เห็นแม่เสือดาวจะเดินนำหน้า โดยมีลูกสองตัวเป็นเสือดาว 1 ตัว และเสือดำ 1 ตัว ซึ่งเป็นภาพที่น่ารักและสะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์และการเพิ่มทรัพยากรสัตว์ป่าอย่างเห็นได้ชัด และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สัตว์ป่ายังคงอยู่ และบริเวณเดียวกันก็ยังพบสมเสร็จ วัวกระทิง ช้างป่า เก้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ความหวังในการดูแลรักษาสัตว์ป่าซึ่งข้ามไปข้ามมาระหว่างชายแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสือดาวหรือเสือดำเป็นเสือชนิดเดียวกัน หลังจากเจ้าหน้าที่กลับจากลาดตระเวนป่า ได้นำภาพครอบครัวเสือดาวที่กำลังออกหากินบริเวณเทือกเขาแนวขอบชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปรากฏภาพถ่ายเสือดาวที่มีลูก 2 ตัว ตัวหนึ่งลายเหมือนแม่ที่มีลายเป็นเสือดาว อีกตัวหนึ่งที่เดินตามกันมาเป็นเสือดำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกล่าวว่า เรามีความพยายามในการติดตามจำนวนประชากรสัตว์ป่าทุกชนิด ทั้งเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ และจระเข้น้ำจืด ซึ่งปัจจุบันเราได้พบร่องรอยได้บ่อยครั้งขึ้น และจากตรงนี้ทำให้เราสามารถแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน ตามข้อเสนอมรดกโลกที่เราเสนอเรื่องความสมบูรณ์และความหลากหลายทางระบบนิเวศของชนิดพืชและสัตว์ที่หายาก ซึ่งเป็นตัวยืนยันว่าผืนป่าแก่งกระจานมีความสมบูรณ์พอที่จะเป็นมรดกโลก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนชาวกะเหรี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันการลักลอบทำลายทรัพยากร การรุกล้ำสถานที่และการลักลอบล่าสัตว์ป่าลดลง ส่วนเรื่องของการป้องกันการลักลอบจากบุคคลภายนอก เราเพิ่มสายตรวจชุดลาดตระเวนเป็น 5 ชุด ที่เฝ้าดูแลรักษาทรัพยากรและลาดตระเวนให้ครบพื้นที่ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายการเดินไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ปัจจุบันเดินลาดตระเวนครอบคลุมพื้นที่ได้เกือบถึง 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายต่อไปในอนาคต ถ้าเราสามารถพัฒนาระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพให้ดีขึ้น ทำให้เราสามารถเดินได้ใกล้เคียง 100 เปอร์เซ็นต์ เราก็พบเห็นประชากรสัตว์ป่าได้มากขึ้น โดยนโยบายเรื่องการดูแลทรัพยากรด้วยการลาดตระเวนของนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช ที่ท่านได้ให้ความสำคัญกับทุกอุทยาน เพราะฉะนั้นในอนาคตหากมีการพบสัตว์ป่าออกมาเพิ่มขึ้นบริเวณชายขอบก็จะต้องดูแล โดยความร่วมมือร่วมกับภาคประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อที่ช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรสัตว์ป่าให้คงอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครอบครัวเสือดาว, มานะ เพิ่มพูน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสือดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d14c2f7327c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
