<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดอีกไอเดียตั้ง &#039;กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย&#039; จัดระบบการใช้งบฯสถานีตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.61 - นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารสังคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ว่า การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งสุดท้ายในวันที่ 28 มี.ค.นี้ พล.อ.บุญสร้าง จะเป็นผู้แถลงสรุปต่อสื่อมวลชน ก่อนส่งเรื่องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามวันนี้ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะในการตั้งกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยจะมีทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด ซึ่งงบประมาณจะนำมาใช้จ่ายในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น เรื่องค่าใช้จ่ายของสถานีตำรวจ &amp;nbsp;แต่เดิมการจ่ายในส่วนดังกล่าวได้มาจากการบริจาคของประชาชนและเอกชนที่ไม่เป็นระบบ ตอนนี้เรานำมาเข้าระบบ เงินที่จะนำมาใช้นั้น ไม่ได้เป็นเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากภาษีที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจัดมาให้ส่วนหนึ่งด้วย โดยเรื่องนี้จะต้องออกเป็นกฎหมายตามขั้นตอน รวมถึงเงินบริจาคจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เราจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่า สำหรับองค์ประกอบของกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย คนที่จะเป็นประธานบริหารงานต้องเป็นระดับราชการ ในส่วน กทม. จะเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.น 1 ) เป็นประธาน ส่วนในต่างจังหวัดจะเป็นผู้บังคับการตำรวจ ภูธร ในแต่ละจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีข้าราชการ และประชาชนในแต่ละจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมด้วย สิ่งสำคัญจะต้องมีการตรวจสอบ และประเมินการทำงานตามเจตนารมณ์ที่เราต้องการให้การใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวเป็นระบบมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ), ปฏิรูปตำรวจ, พล.อ.บุญสร้าง, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab20516df1f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดอีกไอเดียตั้ง &#039;กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย&#039; จับระบบการใช้งบฯสถานีตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.61 - นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารสังคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ว่า การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งสุดท้ายในวันที่ 28 มี.ค.นี้ พล.อ.บุญสร้าง จะเป็นผู้แถลงสรุปต่อสื่อมวลชน ก่อนส่งเรื่องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามวันนี้ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะในการตั้งกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยจะมีทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด ซึ่งงบประมาณจะนำมาใช้จ่ายในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น เรื่องค่าใช้จ่ายของสถานีตำรวจ &amp;nbsp;แต่เดิมการจ่ายในส่วนดังกล่าวได้มาจากการบริจาคของประชาชนและเอกชนที่ไม่เป็นระบบ ตอนนี้เรานำมาเข้าระบบ เงินที่จะนำมาใช้นั้น ไม่ได้เป็นเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากภาษีที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจัดมาให้ส่วนหนึ่งด้วย โดยเรื่องนี้จะต้องออกเป็นกฎหมายตามขั้นตอน รวมถึงเงินบริจาคจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เราจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่า สำหรับองค์ประกอบของกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย คนที่จะเป็นประธานบริหารงานต้องเป็นระดับราชการ ในส่วน กทม. จะเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.น 1 ) เป็นประธาน ส่วนในต่างจังหวัดจะเป็นผู้บังคับการตำรวจ ภูธร ในแต่ละจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีข้าราชการ และประชาชนในแต่ละจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมด้วย สิ่งสำคัญจะต้องมีการตรวจสอบ และประเมินการทำงานตามเจตนารมณ์ที่เราต้องการให้การใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวเป็นระบบมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม, ปฏิรูปตำรจ, พล.อ.บุญสร้าง, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab20516df1f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถ่ายโอนภารกิจตำรวจส่อสะดุด  แต่ละกระทรวงอ้างสารพัดเงื่อนไข-ของบสูงลิ่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 61 - &amp;nbsp; ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานอนุกรรมการด้านสื่อสารกับสังคมในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังตำรวจขาดแคลนอยู่ 7 หมื่นกว่าตำแหน่ง ดังนั้นอะไรที่ไม่ใช่ภารกิจโดยตรงของตำรวจก็จะถ่ายโอนไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางอนุกรรมการด้านภารกิจของตำรวจได้เชิญผู้แทนหน่วยงานต่างๆร่วมหารือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นการรับโอนจะเป็นไปตามขั้นตอน โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ 1.ให้โอนภายใน 3 ปี เช่น ภารกิจด้านจราจร ในพื้นที่กรุงเทพฯจะเป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยาเป็นหน้าที่ของเทศบาล รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องรับไปดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กฎหมายว่าด้วยศุลกากร สรรพสามิต การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ให้กระทรวงที่ดูแลเรื่องนี้รับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้โอนภายใน 5 ปี อาทิ การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง การขนส่ง อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจทางหลวง ก็มอบให้กระทรวงคมนาคม รับไปทำ 3.ยังไม่กำหนดเวลาเพราะต้องเตรียมความพร้อม และ 4.ภารกิจที่ตำรวจจะต้องปฏิบัติต่อไป คือยังไม่มีการโอน ได้แก่ การปราบปรามการกระทำความผิดบนรถไฟ และการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตามปัญหาขณะนี้คือบางกระทรวงบอกว่าอาจจะต้องใช้งบประมาณในการถ่ายโอนภารกิจครั้งนี้ เช่น กระทรวงคมนาคม ในส่วนภารกิจตำรวจน้ำ หากโอนไปยังกระทรวงคมนาคม จะต้องหาเรือสำหรับออกตรวจการ เรื่องอาคารสถานที่ ระบบสารสนเทศ จะต้องใช้งบประมาณ 197 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย และขออัตรากำลังเพิ่มถึง 1,334 คน จะต้องมีเงินประจำตำแหน่ง รวมจะต้องใช้งบประมาณ 4,003 ล้านบาท เหตุที่ต้องใช้งบประมาณมาก เพราะไม่มีความพร้อมในการรับโอนภารกิจ เนื่องจากบุคลากรขาดองค์ความด้านสืบสวนสอบสวน และความก้าวหน้าในสายงานจำกัด ทำให้ยากในการรับโอน ทั้งนี้ โดยรวมถือว่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณ ซึ่งทางคณะกรรมการฯ จะทำแผนการถ่ายโอนส่งให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะมีงบประมาณให้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ถ่ายโอนภารกิจ, ปฏิรูปตำรวจ, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8c7fff3dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัดฉีดตำรวจเต็มสูบ!ชงปรับเพิ่มเงินเดือนครั้งใหญ่แก้รีดไถ-รับส่วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.61 - &amp;nbsp;นายมานิจ สุขสมจิตร คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการที่มี พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ได้พิจารณา ถึงประเด็นการเพิ่มค่าตอบแทนและสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามที่คณะอนุกรรมการด้านการบริหารบุคคลเสนอให้พิจารณา งานตำรวจเป็นงานที่มีความเสี่ยงมากกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญอยู่ระหว่าง 13.56-22.57เท่า ซึ่งในต่างประเทศนั้นค่าตอบแทนของตำรวจชั้นประทวนกับค่าตอบแทนของข้าราชการพลเรือนสามัญมีสัดส่วน ความเสี่ยง 1.28 ต่อ 1 ส่วนระดับสัญญาบัตรมีสัดส่วน 1.74 ต่อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวว่าจากผลการวิจัยโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เสนอว่าข้าราชการตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามซึ่งมีความเสี่ยงเฉพาะในการปฏิบัติหน้าที่มากกว่างานตำรวจในกลุ่มงานอำนวยการและกลุ่มงานสนับสนุนคิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.66 ต่อ 2.97 จึงควรได้รับเงินเพิ่มในระดับชั้นประทวนเป็นเงิน 4,300-5,000 บาท ต่อเดือนและในระดับสัญญาบัตรเป็นเงิน 18,500-21,500บาทต่อเดือน จะมีผลทำให้ตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามตำแหน่ง ผบ.หมุู่ที่จบจากโรงเรียนนายสิบ ได้เงินเดือนแรกบรรจุเดือนละ 9,330 บาทบวกเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท และเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งอีก 4,300-5,000 บาท รวมรายได้เดือนละ 15,630-16,330 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตำแหน่งรองสารวัตรที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจควรจะได้รับเงินเดือนๆแรกบรรจุ 15,290 บวกกับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง 18,500-21,500 บาทจะทำให้มีรายได้เดือนละ 33,790-36,790 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่านอกเหนือจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจยังเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคลที่ให้ปรับอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาหรือที่เรียกว่า &amp;rdquo;ค่าทำสำนวน&amp;rdquo; เพิ่มขึ้นอีก 100% เพราะอัตราที่ใช้อยู่ กำหนดไว้เมื่อ พ.ศ. 2534 และยังมิได้ปรับเพิ่มในขณะที่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นอัตราที่เสนอใหม่จะเป็นดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) กรณีที่เกิดคดีอาญาขึ้นและไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด เดิมไม่จ่าย ส่งผลให้พนักงานสอบสวนไม่อยากทำสำนวนหรือไม่รับคดีจึงเสนอให้จ่ายค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาประเภทที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดไม่เกินคดีละ 500 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี เสนอให้จ่ายไม่เกินคดีละ 1,000 บาท (ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ 500 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุก 3-10 &amp;nbsp;ปีเสนอให้จ่ายไม่เกินคดีละ 2,000บาท (ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ &amp;nbsp;1,000 บาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป เสนอให้จ่่ายไม่กินคดีละ 3,000(ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ 1,500บาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหตุผลในการเสนอขอปรับอัตราค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาดังกล่าว &amp;nbsp;ก็เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด&amp;quot; นายมานิจ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่าในการเสนอของคณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคลนั้น ได้เสนออัตรารายได้ของตำรวจในสายงานป้องกันและปราบปราม ให้ต่ำกว่าอัตราที่เสนอโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เพราะไม่อยากให้กระทบต่องบประมาณในภาพรวมของประเทศ แต่เมื่อได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางรวมทั้งเหตุผลที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ว่าให้ &amp;quot;มีหลักประกันว่าข้าราชการตำรวจจะได้รับค่าตอบแทนที่้เหมาะสม&amp;quot; ซึ่งเป็นอาชีพเดียวที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แสดงว่าปัจจุบันนี้ ตำรวจได้รับค่าตอบแทนที่ยังไม่เหมาะสม จึงอ้างว่ารายได้ไม่เพียงพอต้องหารายได้พิเศษจากการรีดไถ และรับส่วย เมื่อเพิ่มรายได้ให้แล้วควรจะได้กวดขันตำรวจที่ทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป ที่ประชุมจึงเห้นสมควรให้ปรับค่าตอบแทนของข้าราชการตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามตามผลการศึกษาวิจัยของมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง และควรมีการพิจารณาค่าตอบแทนดังกล่าวทุกห้าปีด้วย&amp;quot;คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp; ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;มานิจ สุขสมจิตร &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจ, มานิจ สุขสมจิตร, อัดฉีด, เพิ่มค่าตอบแทน, เพิ่มเงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa394dd1a696.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2018 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2018 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปตำรวจผุดไอเดียโรงพักSME - ชงใช้&#039;จีพีเอส-โดรน&#039;จับคนร้าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ. 61 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เปิดเผยว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณายกระดับโรงพักเป็น 3 ขนาด หรือ เอส เอ็ม และ แอล คือ 1. ขนาดเล็ก มีบุคลากร 50-70 นาย 2.ขนาดกลาง มีบุคลากร 100-120 นาย และ 3. ขนาดใหญ่มีบุคลากร 180-220 นาย เพื่อให้เป็นการอำนวยความสะดวกในการจัดสรรในการใช้งบประมาณในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นภาระตำรวจกับประชาชน ที่อาจมีการใช้ระบบอุปถัมภ์ พร้อมทั้งมีคู่มือตำรวจ ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การเปรียบเทียบปรับ จะต้องทำให้เสร็จภายใน 30 นาที และการรับแจ้งเอกสารหายจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 นาที การดำเนินการสำเนาเกี่ยวกับคดีต้องแล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ประชาชนรอนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังให้ยกเลิกคณะกรรมาการกตตร. และตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการบริหารที่ดีประจำจังหวัดและคณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนตำรวจระดับสถานี โดยผู้ที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการฯมีทั้งตำรวจ ประชาชน หน่วยงานเอกชน และท้องถิ่นเข้ามาร่วมทำงานด้วย ส่วนในระดับจังหวัดนั้นจะมีทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นความร่วมมือเป็นไปตามโมเดลประชารัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะมีการนำระบบเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ติดตามผู้ร้ายเช่น ใช้ระบบจีพีเอส และใช้โดรนในการไล่ล่าผู้ร้ายตามสถานการณ์ที่เหมาะสม เพื่อรองรับให้เท่าทันโลกในการปราบอาชญากรรมเหมือนในต่างประเทศ ทั้งนี้ คณะกรรมการฯส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสนอเหล่านี้เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปตำรวจ, พล.อ.บุญสร้าง, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7aa5289cb97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
