<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC ยันไม่พบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ในพื้นที่ฝ่ายผลิตและชุมชน จากกรณีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เมษายน 2564&amp;nbsp; จากกรณีพบโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหลายโรงงาน ปล่อยควันสีดำจากปล่องหอเผา( flare) ออกมาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ล่าสุด บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ จีซี ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ด้วยเหตุฝนตกหนัก และฟ้าคะนอง จากผลการตรวจไม่พบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ในพื้นที่ฝ่ายผลิตและชุมชนโดยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาของแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 11:16 น. เกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรงและมีฟ้าผ่าบนสายส่งแรงดัน 115 กิโลโวลต์ส่งผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของโรงงาน GC สาขาที่ 2 หยุดเดินเครื่องฉุกเฉินจำนวน 3 ยูนิต จึงมีการรับกระแสไฟฟ้าจากภายนอกเข้ามาเสริมในระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นอีก 20 นาที&amp;nbsp; มีสัญญาณจากภายนอกมาสั่งปลดการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของโรงงาน GC สาขาที่ 2 ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าไม่สมดุล และขาดเสถียรภาพ และทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าส่วนใหญ่หยุดเดินเครื่องฉุกเฉินเพิ่มอีก 4 ยูนิต ส่งผลทำให้ปริมาณไฟฟ้า และไอน้ำที่ผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของโรงงานลูกค้า GC สาขาที่ 2 จึงส่งผลให้ลูกค้าเกือบทุกรายต้องหยุดเดินเครื่องโรงงานฉุกเฉิน และเนื่องด้วยปริมาณไอน้ำที่ผลิตได้ไม่เพียงพอจึงก่อให้เกิดควันดำที่หอเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันทีที่เกิดเหตุ ทีมเจ้าหน้าที่หน้าที่อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยทีมชุมชนสัมพันธ์ ได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศตามขั้นตอนของบริษัทฯ พร้อมกันนี้ เทศบาลเมืองมาบตาพุดโดยศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว (EIC) ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง และศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC) ของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สนพ./กนอ.) ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศ จากผลของการตรวจค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ครอบคลุมในพื้นที่ฝ่ายผลิตและชุมชนโดยรอบ ไม่พบสาร VOC แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 16.00 น. สามารถเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าได้ จึงสามารถลดควันดำและควบคุมการหยุดเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออภัยอีกครั้งต่อเหตุสุดวิสัยในครั้งนี้ หากมีความคืบหน้า บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99541</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีซี, มาบตาพุด, มาบตาพุดปล่อยควันดำ, ไม่พบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077bc9c25700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุณภาพอากาศมาบตาพุดยังไม่ปกติ!  โรงงานปล่อยควันดำเหตุไฟฟ้าขัดข้องต้องหยุดผลิต หวั่นกระทบ ปชช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 14 เม.ย.&amp;nbsp;นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหลายโรงงานปล่อยควันสีดำจากปล่องหอเผา( flare) ออกมาเป็นจำนวนมาก คพ.โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;13 ชลบุรี (สสภ.13) และศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง(ศคพ.ระยอง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม ประสานการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่&amp;nbsp;14 เมษายน&amp;nbsp;เวลา 11.40 น. &amp;nbsp;ได้มีฝนตกหนักฟ้าคะนองและเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง ส่งผลให้โรงงานของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 2 (GC2) , บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 3 , บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด , บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 12 และบริษัท เอ็ช เอ็ม ซี โปลีเมอส์ จำกัด ต้องหยุดกระบวนการผลิตฉุกเฉิน และจำเป็นต้องระบายก๊าชออกไปเผาไหม้ที่ปล่องหอเผา ทำให้เกิดเปลวไฟและควันที่ปล่องหอเผามากกว่าปกติ &amp;nbsp;ต่อมานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้ตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดจากหน่วยผลิตไฟฟ้าของ GC2 ต้องหยุดกระบวนการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ และมีฟ้าผ่า ทำให้ต้องหยุดการกระบวนการผลิตฉุกเฉิน (Emergency Shutdown) ส่งผลให้โรงงานที่รับกระแสไฟฟ้าและไอน้ำ จาก GC2 ได้รับผลกระทบและต้องหยุดกระบวนการผลิตฉุกเฉิน และต้องระบายก๊าซไฮโดรคาร์บอนไปเผาที่ระบบหอเผา (Flare) ทางบริษัทได้ส่งที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าดำเนินการแก้ไข เมื่อเวลา 15.35 น. บริษัทฯ สามารถปรับปรุงแก้ไขและเริ่มกระบวนการในหน่วยผลิตไฟฟ้า และไอน้ำได้แล้ว และได้ส่งเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และประเมินผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบและมีข้อสั่งการให้ คพ.เร่งตรวจสอบคุณภาพอากาศและกำชับให้โรงงานเร่งแก้ไขปัญหาปล่อยควันโดยเร็ว เกรงจะกระทบกับประชาชน ซึ่ง คพ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับ ทม.มาบตาพุด และ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณพื้นที่ชุมชน ทั้งหมด 5 จุดดังนี้ จุดที่1 บริเวณเมืองใหม่มาบตาพุด จุดที่ 2 บริเวณชุมชนมาบยา จุดที่ 3 บริเวณวัดห้วยโป่ง จุดที่4 บริเวณชุมชนมาบชลูด &amp;nbsp;จุดที่ 5 บริเวณบริษัท อิวอนิก ยูไนเต็ด ซิลิกา (สยาม) จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เมื่อเวลา 16.40 น. พบว่า สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย มีควันน้อยลง แต่ยังไม่เข้าขั้นปกติ และจากการหารือระหว่างอธิบดี คพ.กับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่ม Upstream&amp;nbsp;แจ้งว่าจะรีบดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เสร็จภายใน 3 วัน &amp;quot; อธิบดี คพ. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99500</URL_LINK>
                <HASHTAG>คพ., มาบตาพุดปล่อยควันดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076e23d0ecb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
