<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มสิทธิพลเมืองรุมจวก&#039;ซัคเคอร์เบิร์ก&#039;แก้ตัวให้&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก&amp;quot; ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก โดนกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองและพนักงานของเฟซบุ๊กเองตำหนิว่าสร้างแบบอย่างที่ &amp;quot;ไม่อาจเข้าใจได้&amp;quot; ด้วยการหาเหตุผลแก้ตัวให้การโพสต์ทางโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยุยงการใช้ความรุนแรง ซึ่งเฟซบุ๊กไม่แตะต้องทั้งที่ข้อความเดียวกันโดนทวิตเตอร์แจ้งเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จอภาพด้านหลังฉายภาพของมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ระหว่างที่ซีอีโอของเฟซบุ๊กรายนี้เข้าให้การต่อกรรมาธิการการคลัง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงการณ์ร่วมของกลุ่มสิทธิพลเมืองเมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2563 มีออกมาภายหลังมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ประชุมทางวิดีโอตัวแทนขององค์กรเหล่านี้เมื่อคืนวันจันทร์ และจัดสนทนาทางออนไลน์กับพนักงานเมื่อวันอังคาร ซึ่งซีอีโอและผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กรายนี้ยังคงยืนกรานปกป้องการตัดสินใจของเขา ที่ไม่แตะต้องโพสต์อื้อฉาวของประธานาธิบดีทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พนักงานของเฟซบุ๊ก ซึ่งเกือบทั้งหมดทำงานที่บ้านเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา พากัน &amp;quot;ผละงานเสมือนจริง&amp;quot; เพื่อประท้วงการตัดสินใจของซัคเคอร์เบิร์กที่ไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเลยกับโพสต์ของทรัมป์ ซึ่งมีประโยคว่า &amp;quot;เมื่อการปล้นสะดมเริ่มขึ้น การยิงก็เริ่มขึ้น&amp;quot; ทวิตเตอร์ระบุว่า ข้อความที่ทรัมป์ทวีตซึ่งเป็นข้อความเดียวกับที่เขาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ละเมิดกฎข้อบังคับของทวิตเตอร์กรณี &amp;quot;การยกย่องความรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธอ้างคำกล่าวของโฆษกเฟซบุ๊กว่า ซัคเคอร์เบิร์กได้ชี้แจงกับพนักงานของเขาผ่านการสนทนาทางวิดีโอว่าบริษัทได้ทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว และเป็นเรื่องถูกต้องที่ปล่อยให้โพสต์คงอยู่โดยไม่ทักท้วง ซัคเคอร์เบิร์กยอมรับว่าการตัดสินใจของเขาทำให้พนักงานจำนวนมากไม่พอใจ บริษัทกำลังพยายามหาทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่แค่ตัวเลือก 2 ทาง ที่ว่าจะปล่อยให้โพสต์แบบนี้คงอยู่ หรือลบทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวิตเตอร์เปิดศึกยกแรกกับทรัมป์ในสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยการขึ้นเตือนข้อความเท็จ ในทวีต 2 ข้อความของทรัมป์ที่กล่าวหาการลงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์ว่าทำให้เกิดการโกง ต่อมาวันศุกร์ที่แล้ว ทวิตเตอร์ยังตัดสินใจซ่อนทวีตของทรัมป์เรื่องการประท้วงก่อจลาจลทั่วสหรัฐสืบเนื่องจากการตายของจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำที่โดนตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดลำคอนานร่วม 9 นาทีจนขาดอากาศหายใจที่เมืองมินนิแอโพลิสเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม ทวิตเตอร์ยอมให้กดเข้าไปอ่านทวีตนี้ได้ แต่จำกัดการมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กพยายามเว้นระยะห่างจากการเปิดศึกระหว่างทวิตเตอร์กับทรัมป์ โดยมีรายงานในเว็บไซต์ข่าวแอ็กซิออสด้วยว่า วันศุกร์ที่แล้วซัคเคอร์เบิร์กได้สนทนาโทรศัพท์กับทรัมป์ แต่ในการพูดคุยกับพนักงาน ซัคเคอร์เบิร์กเปิดเผยว่า เขาได้คุยโทรศัพท์กับทรัมป์หลังจากตัดสินใจไม่แตะต้องโพสต์นี้ และได้แจ้งให้ทรัมป์ทราบว่าเขารู้ว่าโพสต์นี้เป็นอันตรายและยั่วยุ แม้เขาจะรังเกียจข้อความในโพสต์นี้ของทรัมป์อย่างมาก แต่เขาก็เห็นว่าโพสต์นี้ไม่ได้ละเมิดนโยบายของเฟซบุ๊กเรื่องการกระตุ้นความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบรนดอน เดล วิศวกรอินเตอร์เฟซของเฟซบุ๊กที่ใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางวิจารณ์นายเมื่อวันจันทร์ ได้ทวีตซ้ำอีกเมื่อวันอังคาร แสดงความผิดหวังว่า &amp;quot;ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วในวันนี้ว่าผู้นำปฏิเสธจะยืนเคียงข้างพวกเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิโมที อาเวนี วิศวกรซอฟต์แวร์ของเฟซบุ๊ก ทำยิ่งกว่านั้นโดยการประกาศลาออกจากบริษัทนี้แล้ว &amp;quot;เฟซบุ๊กจะคอยขยับเสาประตูให้ทุกครั้งที่ทรัมป์บานปลาย หาข้อแก้ตัวครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะไม่ดำเนินการกับวาทกรรมอันตรายที่เพิ่มขึ้น&amp;quot; พนักงานผู้นี้โพสต์ในเพจเฟซบุ๊กของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำองค์กรสิทธิพลเมือง ได้แก่ การประชุมผู้นำว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและพลเมือง, กองทุนให้การศึกษาและช่วยเหลือทางกฎหมาย เอ็นเอเอซีพี และองค์กรคัลเลอร์ออฟเชนจ์ ที่ร่วมวิดีโอคอลนาน 1 ชั่วโมงกับซัคเคอร์เบิร์กและผู้บริหารเฟซบุ๊กคนอื่นๆ รวมถึงเชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอเฟซบุ๊ก ออกแถลงการณ์ตำหนิการปกป้องทรัมป์ของซัคเคอร์เบิร์กว่า &amp;quot;พวกเขาผิดหวัง และตกใจกับคำอธิบายที่ไม่อาจเข้าใจได้ของมาร์คที่อนุญาตให้โพสต์ของทรัมป์คงอยู่&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิตเตอร์, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, เฟซบุ๊ก, แก้ตัวให้ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์, โพสต์ยกย่องความรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed7b3ff88934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พนง.เฟซบุ๊กผละงานประท้วง&#039;ซัคเคอร์เบิร์ก&#039; ไม่แตะต้องโพสต์&#039;ทรัมป์&#039;ยุความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พนักงานเฟซบุ๊กจำนวนมากพร้อมใจกัน &amp;quot;ผละงานเสมือนจริง&amp;quot; จากโต๊ะทำงานที่บ้านเมื่อวันจันทร์ แล้วใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางประท้วง &amp;quot;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก&amp;quot; เจ้านายใหญ่ที่ไม่แตะต้องโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับจลาจลผิวสีในสหรัฐ ทั้งที่ข้อความเดียวกันถูกทวิตเตอร์ระบุว่ายกย่องความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันลูกจ้างของบริษัทเฟซบุ๊กเกือบทั้งหมดทำงานจากที่บ้านอยู่แล้ว ในการประท้วงผละงานเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พวกเขาจึงแสดงออกด้วยการประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์คู่แข่งอย่างทวิตเตอร์ ให้รู้ว่าพวกเขากำลัง &amp;quot;วอล์กเอาต์แบบเสมือนจริง&amp;quot; เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชุมชนคนแอฟริกันอเมริกัน และต้องการเรียกร้องให้ผู้บริหารองค์กรดำเนินการกับโพสต์ที่สนับสนุนความรุนแรงและเหยียดเชื้อชาติสีผิว โดยเฉพาะโพสต์ของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า พนักงานของเฟซบุ๊กพร้อมใจกันทวีตวิจารณ์การตัดสินใจของซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของบริษัท ที่ปล่อยให้โพสต์ดังกล่าวของทรัมป์ในเฟซบุ๊กคงอยู่แบบนั้น ในขณะที่ข้อความเดียวกันของทรัมป์ในทวิตเตอร์ ซึ่งเขามีผู้ติดตามมากกว่า 80 ล้านคนนั้น โดนซ่อนไว้แต่ยังกดเข้าไปอ่านได้ พร้อมกับคำเตือนว่าฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องการยกย่องความรุนแรง ทวิตเตอร์ไม่ได้ลบทวีตนี้ โดยอ้างว่าเนื่องจากเนื้อหาอยู่ในความสนใจของสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความที่ทรัมป์โดนเตือนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว มีประโยคที่กล่าวถึงการระดมกองกำลังเนชันแนลการ์ด และการขู่ว่า &amp;quot;เมื่อการปล้นสะดมเริ่มขึ้น การยิงก็เริ่มขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กปฏิเสธจะดำเนินการใดๆ กับโพสต์นี้ ซัคเคอร์เบิร์กชี้แจงว่า แม้โดยส่วนตัวเขาจะไม่ชอบโวหารสร้างความแตกแยกและยั่วโทสะแบบนี้ แต่จุดยืนของเฟซบุ๊กชัดเจนคือ เราควรปล่อยให้มีการแสดงความคิดเห็นได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โพสต์ของทรัมป์ไม่ได้ฝ่าฝืนนโยบายของเฟซบุ๊กเรื่องการยุยงให้เกิดความรุนแรง และผู้คนควรได้รู้ว่ารัฐบาลกำลังมีแผนจะระดมกำลังพลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากเว็บไซต์ข่าวแอ็กซิออสและซีเอ็นบีซีเมื่อวันอาทิตย์ว่า ซัคเคอร์เบิร์กคุยโทรศัพท์กับทรัมป์เมื่อวันศุกร์ ไม่ชัดเจนว่าทั้งคู่หารือกันเรื่องอะไร แต่ทั้งสองฝ่ายกล่าวว่าเป็นการสนทนาอย่างสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซารา จาง พนักงานเฟซบุ๊กทวีตเมื่อวันจันทร์ว่า ในฐานะพันธมิตร เราต้องป้องกันขัดขวางอันตราย ไม่ใช่ซุกอยู่ข้างหลัง เธอเข้าร่วมการวอล์กเอาต์เสมือนจริงวันนี้เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนคนผิวดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงพนักงานทั่วไปที่ประท้วง ซึ่งคนหนึ่งทวีตว่ามีเพื่อนพนักงานเข้าร่วมหลายพันคน ผู้จัดการของหลายแผนกก็เข้าร่วมด้วย บางคนวิจารณ์ซัคเคอร์เบิร์กอย่างเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มวิศวกรทั้งเจ็ดของทีมห้องรหัส &amp;quot;รีแอ็กต์&amp;quot; ที่สนับสนุนแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ออกแถลงการณ์ร่วมผ่านทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;การตัดสินใจล่าสุดของเฟซบุ๊กที่ไม่ดำเนินการกับโพสต์ที่ยุยงความรุนแรง เพิกเฉยทางเลือกอื่นๆ เพื่อให้ชุมชนของเราปลอดภัย พวกเราขอร้องให้ผู้นำเฟซบุ๊ก #เริ่มลงมือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาร์กผิด และผมจะพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อเปลี่ยนความคิดของเขาให้ได้&amp;quot; ทวีตของไรอัน เฟรทัส ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์นิวส์ฟีดของเฟซบุ๊ก เขาบอกว่า ระดมเพื่อนที่คิดแบบเดียวกันได้มากกว่า 50 คนแล้ว เพื่อล็อบบี้ให้มีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊กกล่าวว่า บริษัทสนับสนุนให้พนักงานแสดงออกได้อย่างเปิดเผยเมื่อพวกเขาไม่เห็นด้วยกับผู้นำองค์กร และบริษัทตระหนักถึงความเจ็บปวดที่ผู้คนจำนวนมากรู้สึกในตอนนี้ โดยเฉพาะชุมชนคนผิวดำ เฟซบุ๊กจะบริจาคเงิน 10 ล้านดอลลาร์ในการรณรงค์หยุดความอยุติธรรมทางเชื้อชาติ แต่ข่าวยังไม่ชัดเจนว่าเงินก้อนนี้จะมอบให้ใครหรืออย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67644</URL_LINK>
                <HASHTAG>พนักงานเฟซบุ๊กประท้วง, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, ยุยงความรุนแรง, เฟซบุ๊ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b99385436ff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก&#039; ให้การคองเกรส ขอโทษเฟซบุ๊กทำข้อมูลผู้ใช้รั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊กให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวขอโทษกรณีข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 80 ล้านคนรั่วไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก ใส่สูทผูกเนคไทเข้าให้การต่อสภาคองเกรส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 10 เมษายน 2561 มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟซบุ๊กเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการของวุฒิสภาสหรัฐโดยใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง จากกรณีที่บริษัท เคมบริดจ์อนาลิติกา ของอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้ทีมหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 ถูกเปิดโปงว่านำข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กถึง 87 ล้านคนไปใช้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัคเคอร์เบิร์กกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของเขาและเขาขอโทษ เขาเป็นผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กและเป็นผู้ดำเนินกิจการ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นความรับผิดชอบของเขา นอกจากนี้เขายังบอกด้วยว่าเฟซบุ๊กล้มเหลวในการปกป้องแพลตฟอร์มนี้ จากการเผยแพร่ข่าวปลอม, การแทรกแซงของต่างชาติในการเลือกตั้ง, เฮตสปีช รวมถึงเรื่องการละเมิดข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก เตรียมให้การต่อคณะกรรมาธิการการพาณิชย์, วิทยาศาสตร์และคมนาคม วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการตุลาการ วุฒิสภา&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีอีโอวัย 33 ปีกล่าวด้วยว่า มีบางคนในรัสเซียที่พยายามจะหาประโยชน์จากระบบของเฟซบุ๊กและระบบอินเทอร์เน็ตอื่นๆ นี่เป็นการแข่งขันในทางอาวุธ ซึ่งพวกเขากำลังทำได้ดีขึ้น พวกเราก็จะต้องลงทุนเพื่อทำให้ได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัคเคอร์เบิร์กเผยว่า เฟซบุ๊กให้ความร่วมมือกับ โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่สอบสวนเรื่องที่รัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 โดยมีการสอบถามพนักงานเฟซบุ๊กบางคน แต่เขาไม่ได้โดยเรียกสอบ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความลับที่เขาไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในที่สาธารณะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอโทษ, ข้อมูลรั่ว, คองเกรส, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, วุฒิสภาสหรัฐ, เฟซบุ๊ก, ให้การ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace112a5433f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าจวก &#039;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก&#039; โอ่เฟซบุ๊กสกัด &#039;เฮทสปีช&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภาคประชาสังคมพม่า 6 องค์กรทำจดหมายเปิดผนึกตำหนิ &amp;quot;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก&amp;quot; ซีอีโอของเฟซบุ๊ก ที่คุยโวว่าระบบของเฟซบุ๊กได้ผลในการควบคุมข้อความ &amp;quot;อ่อนไหว&amp;quot; ที่ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบเช่นที่พม่า เฟซบุ๊กรีบชี้แจงพร้อมขอโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กกล่าวขอโทษต่อองค์กรภาคประชาสังคมของพม่าเมื่อวันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2561 ภายหลัง 6 องค์กรเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกเมื่อวันพฤหัสบดี วิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของซัคเคอร์เบิร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊ก ซึ่งกล่าวไว้กับเว็บไซต์ข่าว &amp;quot;ว็อกซ์&amp;quot; ในสัปดาห์นี้ ปกป้องผลงานของเฟซบุ๊กที่สามารถระงับการเผยแพร่เฮทสปีช หรือถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง โดยยกตัวอย่างการเผยแพร่ข้อความที่ &amp;quot;มีความอ่อนไหว&amp;quot; ของทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมในพม่า ผ่านทางเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่แสดงชัดเจนว่าผู้คนกำลังพยายามใช้เครื่องมือของเรา เพื่อยุยงปลุกปั่นให้เกิดอันตรายอย่างแท้จริง ปัจจุบนกรณีเช่นนี้ ระบบของเราตรวจจับได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เราหยุดข้อความเหล่านี้ไม่ให้ถูกส่งต่อ&amp;quot; ซัคเคอร์เบิร์กคุยไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายขององค์กรด้านเทคโนโลยีและสิทธิมนุษยชนพม่า 6 กลุ่ม กล่าวว่า พวกเขา &amp;quot;ประหลาดใจ&amp;quot; ที่ได้ยินซัคเคอร์เบิร์ก &amp;quot;ยกย่องประสิทธิผล&amp;quot; ของระบบของเฟซบุ๊กในพม่า ทั้งที่ในความเป็นจริง องค์กรของพวกตนเป็นผู้แจ้งเตือนเฟซบุ๊ก ซึ่งยังต้องใช้เวลาถึง 4 วัน เฟซบุ๊กจึงเพิ่งดำเนินการ ถึงตอนนั้นข้อความได้แพร่กระจายไปทั่วพม่าแล้ว และก่อความหวาดกลัวและยุยงให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอย่างน้อย 3 เหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำชี้แจงของตัวแทนเฟซบุ๊กผ่านอีเมลถึงเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ยอมรับว่า เฟซบุ๊กตอบสนองช้าไป และควรดำเนินการให้เร็วขึ้นและทำงานหนักขึ้น เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีและเครื่องมือในการตรวจจับและป้องกันเนื้อหาที่กล่าวร้ายสร้างความเกลียดชังหรือเล่าความเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอโทษที่มาร์กไม่ได้กล่าวให้ชัดเจนว่า กลุ่มภาคประชาสังคมในพม่าเป็นผู้รายงานเกี่ยวกับข้อความเหล่านี้ก่อน&amp;quot; โฆษกเฟซบุ๊กกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6618</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, ภาคประชาสังคม, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, เฟซบุ๊ก, เมียนมา, เฮทสปีช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac78187c3692.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กยอมรับ ผู้ใช้โดนล้วงข้อมูลถึง 87 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่ใช่แค่ 50 ล้าน แต่เพิ่มเป็น 87 ล้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ข้อมูลส่วนตัวถูกแชร์ให้กับ &amp;quot;เคมบริดจ์อะนาลิติกา&amp;quot; บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเมืองจากอังกฤษ โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม ขณะมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ยังปกป้องในความเป็นผู้นำองค์กรนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊กเปิดแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ 5 เมษายน 2561 ประกาศความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของตัวเขาและบริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐแห่งนี้ ที่ไม่สามารถปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก แต่ซัคเคอร์เบิร์กยังคงยืนกรานว่า เขาคือบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้นำองค์กรเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกถึง 2,000 ล้านรายแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่า ชีวิตคือการเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วค้นหาวิธีที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า&amp;quot; เอเอฟพีรายงานคำกล่าวของซัคเคอร์เบิร์ก ที่ตอบคำถามถึงความสามารถของเขาในการนำพาบริษัทแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ตัวเลขผู้ใช้งาน 87 ล้านคนที่โดนล้วงข้อมูลนั้น เป็นการประเมินขั้นสูง โดยอ้างอิงจากจำนวนการเชื่อมต่อมากที่สุดที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดชุดคำถามของนักวิจัยจากสถาบันการศึกษา ที่เป็นต้นตอของการล้วงข้อมูลส่วนบุคคลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซัคเคอร์เบิร์กกล่าวว่า เฟซบุ๊กต้องคิดทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างเฟซบุ๊กกับผู้คนในทุกสิ่งที่ทำ และคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกอบกู้ความไว้วางใจของผู้ใช้กลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 11 เมษายนนี้ ซัคเคอร์เบิร์กจะต้องเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเป็นครั้งแรกนับแต่เรื่องอื้อฉาวล้วงข้อมูลถูกเปิดโปง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดประเมินใหม่นี้มากกว่าตัวเลข 50 ล้านราย ที่สื่อมวลชนรายงานก่อนหน้านี้ โดยอ้างอิงการเปิดโปงของคริสโตเฟอร์ ไวลี อดีตลูกจ้างของบริษัทเคมบริดจ์อะนาลิติกา เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ไวลีกล่าวว่าบริษัทให้คำปรึกษาทางการเมือง ซึ่งมีลูกค้าทั่วโลก ได้ล้วงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กมาช่วยเหลือโดนัลด์ ทรัมป์ ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัทจากอังกฤษแห่งนี้ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ตอบโต้คำประกาศของเฟซบุ๊ก โดยยืนกรานว่าตนไม่ได้นำข้อมูลจากเฟซบุ๊กมาใช้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่ผ่านมา &amp;quot;เคมบริดจ์อะนาลิติาไม่ได้ใช้ข้อมูลเฟซบุ๊กจากจีเอสอาร์ (โกลบอลไซแอนซ์รีเซิร์ช) หรือดึงข้อมูลเหล่านี้มาใชัในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ&amp;quot; บริษัทกล่าว &amp;quot;เคมบริดจ์อะนาลิติกาได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลบุคคล 30 ล้านรายจากจีเอสอาร์ ไม่ใช่ 87 ล้านราย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6561</URL_LINK>
                <HASHTAG>87 ล้าน, ผู้ใช้เฟซบุ๊ก, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, ล้วงข้อมูล, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62c7612019.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซัคเคอร์เบิร์ก&#039; ยอมรับเฟซบุ๊กผิดพลาด โดนฉกข้อมูลผู้ใช้งาน ช่วย &#039;ทรัมป์&#039; ชนะเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก&amp;quot; ซีอีโอเฟซบุ๊ก เปิดปากครั้งแรกกรณีข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊ก 50 ล้านรายโดนบริษัทที่ปรึกษาการเมืองนำไปใช้เพื่อช่วยให้ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ชนะเลือกตั้ง ยอมรับเฟซบุ๊กทำ &amp;quot;ผิดพลาด&amp;quot; พร้อมขอโทษและรับปากจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องอื้อฉาวที่รุมเร้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ทำให้เฟซบุ๊กกำลังถูกรัฐบาลสหรัฐและอีกหลายประเทศในยุโรปตรวจสอบ ขณะที่นักลงทุนพากันหวั่นเกรงว่า เฟซบุ๊กล้มเหลวในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนผู้ใช้งานลดลงและสูญเสียรายได้จากโฆษณา รวมถึงกระตุ้นให้มีการวางกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กสูญเสียมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์มากกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลา 3 วันก่อนหน้าที่มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊กจะกล่าวยอมรับความผิดพลาด ผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อและการโพสต์ขออภัยในเพจของเขาเมื่อวันพุธที่ 21 มีนาคม 2561 ราคาหุ้นของเฟซบุ๊กปิดตลาดดีดตัวขึ้น 0.7% ในวันพุธภายหลังซัคเคอร์เบิร์กโพสต์รับปากว่าจะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เฟซบุ๊กทำผิดพลาด มีหลายสิ่งให้ต้องทำ และเราจำเป็นต้องเร่งเครื่องและทำมัน&amp;quot; ซัคเคอร์เบิร์กโพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อวันพุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีความรับผิดชอบที่ต้องปกป้องข้อมูลของพวกคุณ หากเราไม่สามารถทำแล้ว เราก็ไม่คู่ควรกับการบริการพวกคุณ&amp;quot; ซัคเคอร์เบิร์กแสดงท่าทีเป็นครั้งแรกนับแต่มีการเปิดโปงว่า เคมบริดจ์อะนาลิติกา บริษัทที่ปรึกษาด้านการเมืองที่ทีมงานหาเสียงของทรัมป์ว่าจ้าง ดึงข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมาใช้ประโยชน์เพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นการทำผิดต่อหน้าที่ที่รับผิดชอบครั้งใหญ่ และผมเสียใจจริงๆ ที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น&amp;quot; ซัคเคอร์เบิร์กให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็น &amp;quot;ความรับผิดชอบของเราในตอนนี้คือ สร้างความมั่นใจว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีอีโอเฟซบุ๊กผู้นี้กล่าวด้วยว่า เขาพร้อมจะเข้าให้การต่อสภาคองเกรสของสหรัฐ หากเห็นว่าเขาคือบุคคลที่สามารถตอบคำถามได้ และเขาไม่คัดค้านการวางกฎระเบียบควบคุมเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอ้างด้วยว่า เฟซบุ๊กได้ใช้มาตรการหลายอย่างมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการนำข้อมูลของผู้ใช้งานมาใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ แต่เขายอมรับว่าเฟซบุ๊กต้องเร่งดำเนินการเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีกล่าวว่า เรื่องอื้อฉาวนี้ถูกเปิดโปงโดยคริสโตเฟอร์ วายลีย์ อดีตลูกจ้างของเคมบริดจ์อะนาลิติกา (ซีเอ) เขาเผยว่าบริษัทจากอังกฤษแห่งนี้ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้สร้างโปรไฟล์ทางจิตวิทยาของผู้ใช้เฟซบุ๊ก 50 ล้านคน ผ่านแอพพลิเคชันคำถามคำตอบเพื่อทำนายบุคลิกภาพ &amp;quot;นี่คือชีวิตดิจิทัลของคุณ&amp;quot; ที่พัฒนาโดย ดร.อเล็กซานเดอร์ โคแกน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อปี 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กประมาณ 270,000 รายที่ใช้งานแอพนี้ และข้อมูลของพวกเขาถูกเก็บรวบรวมไว้ แต่แอพนี้ก็รวบรวมข้อมูลสาธารณะจากเพื่อนๆ ของพวกเขาเช่นกัน โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่รู้ตัวและไม่ได้ให้ความยินยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เฟซบุ๊กจะเปลี่ยนระบบที่จำกัดการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แล้วหลังจากนั้น แต่วายลีย์กล่าวว่า ซีเอเก็บเกี่ยวข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไว้แล้ว 50 ล้านคน นำมาใช้เจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อป้อนข้อมูลเนื้อหาที่สนับสนุนทรัมป์ ขณะที่เฟซบุ๊กอ้างว่า ซีเอละเมิดความไว้วางใจโดยไม่ยอมลบข้อมูลผู้ใช้ตามที่เฟซบุ๊กร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ซีเอเพิ่งพักงานอเล็กซานเดอร์ นิกซ์ ซีอีโอของบริษัท ซึ่งถูกนักข่าวช่อง 4 ของอังกฤษวางกับดักด้วยการแสร้งเป็นลูกค้า และลอบบันทึกเสียงสนทนา ที่เขาอวดอ้างผลงานการหาเสียงทางดิจิทัลที่ช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง และยังเปิดเผยกลยุทธ์สกปรกทางออนไลน์ที่ใช้ทำลายชื่อเสียงคู่แข่งของลูกค้าบริษัทด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;โปสเตอร์ภาพ อเล็กซานเดอร์ นิกซ์ หลังกรงขัง พร้อมคำโปรย &amp;quot;ข้อมูลของเราไม่ใช่ของเขา ตรงไปเข้าคุก&amp;quot; แปะไว้ที่ประตูของบริษัท เคมบริดจ์อนาลิติกา ในกรุงลอนดอน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5589</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉกข้อมูล, ผุ้ใช้เฟซบุ๊ก, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, อเล็กซานเดอร์ นิกซ์, เคมบริดจ์อนาลิติกา, เฟซบุ๊ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab38815c8c4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
