<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สี จิ้นผิง&#039; สั่งทหารจีน &#039;เตรียมพร้อมขั้นสูงสุด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาษาดุดันจากผู้นำจีนเกี่ยวกับสหรัฐฯ ในช่วงหลัง ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากจะประเมินจากวาทะที่แข็งกร้าวจากฝั่งสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนัลด์ ทรัมป์จะชนะเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายนหรือไม่ จึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญเกี่ยวกับภาวะการเผชิญหน้าระหว่างสองมหาอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่าหากโจ ไบเดนสามารถโค่นทรัมป์ได้แล้ว นโยบายหลักของสหรัฐฯ ต่อจีนจะปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ว่าหากผู้นำอเมริกันมาจากพรรคเดโมแครต จะมีจุดเน้นที่แตกต่างไปจากทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แนวทางหลักที่ไม่เปลี่ยนคือ สหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมให้จีนผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจเป็นแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นคำประกาศของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ระหว่างการไปเยือนค่ายทหารทางใต้ของจีนเมื่อเร็วๆ นี้จึงได้สร้างกระแสของการวิเคราะห์อย่างกว้างขวางทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี จิ้นผิงประกาศให้ทหารจีน &amp;quot;ทุ่มเทจิตใจและพลังงานให้พร้อมสำหรับทำสงคราม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคำสั่งกึ่งคำเตือนจากผู้นำจีน ระหว่างการเยือนฐานทัพแห่งหนึ่งในมณฑลกวางตุ้งเมื่อวันที่ 13 &amp;nbsp;ตุลาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวาทะที่เปล่งเสียงดังฟังชัดท่ามกลางสถานการณ์ความเครียดกับสหรัฐฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นประเด็นไต้หวัน ฮ่องกง หรือการรับมือกับโรคระบาดใหญ่โควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี จิ้นผิงกล่าววาทะกร้าวเช่นนั้น ระหว่างตรวจเยี่ยมกำลังพลนาวิกโยธินแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนในเมืองแต้จิ๋ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งสำทับให้ทหารทั้งหลายคงสถานะตื่นตัวขั้นสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราทหารหาญทั้งหลาย ต้องเตรียมจิตใจและพลังสู้รบให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่สงคราม ต้องรักษาความตื่นตัวในขั้นสูงสุด กองทัพเรือมีหลากหลายภารกิจ และคำสั่งที่พวกเราจะได้รับมอบหมายก็จะมีแตกต่างกันไป ฉะนั้นพวกเราจึงต้องฝึกฝนให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่สงคราม และยกระดับมาตรฐานการฝึกและความสามารถในการสู้รบอย่างเต็มที่เสมอ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัดเจนว่าสี จิ้นผิงต้องการเน้นว่า กองทัพเรือต้องรับผิดชอบภารกิจสำคัญยิ่งในการปกปักรักษาดินแดนและอำนาจอธิปไตยของชาติ รวมทั้งผลประโยชน์ของกองทัพเรือเองและ &amp;quot;ผลประโยชน์ในต่างแดน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอได้ยินประโยคเหล่านั้น นักวิเคราะห์ต่างมองไปที่ทะเลจีนใต้และไต้หวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองจุดร้อนที่สหรัฐฯ กับจีนกำลังเผชิญหน้ากันอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี จิ้นผิงลงใต้ครั้งนี้ก็เพื่อให้ความสำคัญกับวาระครบรอบ 40 ปี เขตเศรษฐกิจพิเศษเสิ่นเจิ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสิ่นเจิ้นถูกสร้างเป็นแกนหลักแห่งการ &amp;quot;เปิดประเทศ&amp;quot; ยุคสมัยเติ้ง เสี่ยวผิงเมื่อปี 1980 โดยมีเป้าหมายหลักคือการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายสำคัญคือ ผลักดันให้เศรษฐกิจของจีนกลายเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลกให้จงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประโยคเช่นนี้จากปากของผู้นำจีนเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และยังคงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ซัดจีนในหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องโควิด, ดุลการค้า, ทรัพย์สินทางปัญญา, สงครามด้านไซเบอร์, ฮ่องกง, ไต้หวัน และการแข่งขันกันในหลายๆ เวทีทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำให้ปักกิ่งต้องเดือดดาลขึ้นอีกครั้ง ก็เพราะสภาคองเกรสสหรัฐฯ แจ้งว่ามีแผนเดินหน้าขายระบบอาวุธล้ำสมัย 3 ชนิดแก่ไต้หวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงระบบยิงจรวดหลายลำกล้องซึ่งเคลื่อนที่ได้ง่าย High Mobility Artillery Rocket System &amp;nbsp;(HIMARS) ที่จีนปักกิ่งถือว่าเป็นการคุกคามข่มขู่ความมั่นคงของจีนแผ่นดินใหญ่โดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกร้องให้วอชิงตัน &amp;quot;ยกเลิกแผนขายอาวุธใดๆ แก่ไต้หวันในทันที และตัดทุกความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนตอบโต้ด้วยการยกระดับการซ้อมรบใกล้ๆ เกาะไต้หวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวกรองตะวันตกบอกว่า เครื่องบินรบของจีนเกือบ 40 เที่ยวบิน บินข้ามเส้นกลางระหว่างแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันในช่วง 18-19 กันยายน โดยตั้งใจจะเป็นการส่งสัญญาณเตือนทั้งสหรัฐฯ และไต้หวันว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามีการยั่วยุหนักขึ้นก็อย่าได้นึกว่าปักกิ่งจะนิ่งเฉย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ สำทับด้วยการคุยข่มว่า จีนไม่สามารถทัดเทียมกับอเมริกาได้ในแง่ของแสนยานุภาพกองทัพเรืออย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิหนำซ้ำยังเรียกปักกิ่งว่าเป็น &amp;quot;ผู้ทรงอิทธิพลตัวร้าย&amp;quot; อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสเปอร์ชี้นิ้วไปที่จีน บอกว่าจีนและรัสเซียกำลังใช้เศรษฐกิจแบบล่าเหยื่อ การล้มล้างทางการเมืองและกำลังทหาร ในความพยายามเบี่ยงสมดุลอำนาจไปในทิศทางที่พวกเขาต้องการ และบ่อยครั้งที่ชาติอื่นๆ ต้องชดใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีหรือที่สี จิ้นผิงจะยอมให้ทรัมป์ข่มขู่ได้ง่ายๆ!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81767</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, มาร์ก เอสเปอร์, สี จิ้นผิง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐยกเรือตรวจการณ์อีกลำให้เวียดนามสอดส่องทะเลจีนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประกาศเมื่อวันพุธว่าจะส่งมอบเรือตรวจการณ์ป้องกันชายฝั่งให้เวียดนามอีก 1 ลำ เพื่อเสริมสร้างกองเรือลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ของเวียดนามในช่วงยามที่ยังมีความตึงเครียดกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ (ซ้าย) จับมือโง ซวน หลิก รัฐมนตรีกลาโหมเวียดนาม เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยข่าวนี้ระหว่างการปราศรัยต่อนักศึกษาสถาบันการทูตแห่งเวียดนาม ที่กรุงฮานอยเมื่อวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน โดยคำกล่าวของเขาพาดพิงถึงจีนด้วยว่ากำลังรังแกประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่นเวียดนาม ซึ่งเป็นคู่ต่อกรที่เสียงแข็งที่สุดของจีนในกรณีพิพาททะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความพยายามโดยฝ่ายเดียวของจีนเพื่ออ้างสิทธิทางทะเลอย่างผิดกฎหมาย ข่มขู่คุกคามประเทศอื่นๆ ไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมาก, บั่นทอนเสถียรภาพของตลาดพลังงานในภูมิภาค และเพิ่มความเสี่ยงของความขัดแย้ง&amp;quot; เอสเปอร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือตรวจการณ์ยามฝั่งของสหรัฐลำนี้จะเป็นเรือตรวจการณ์ลำที่ 2 ที่กองกำลังป้องกันชายฝั่งของสหรัฐมอบให้เวียดนาม ต่อจากเรือตรวจการณ์ชั้นฮามิลตันที่มอบให้เมื่อ 2 ปีก่อน สหรัฐคาดหวังว่าการมอบเรือให้เวียดนามจะช่วยให้เวียดนามยืนยันสิทธิอธิปไตยและทัดทานจีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนเมษายนปีนี้ สหรัฐเพิ่งส่งมอบเรือลาดตระเวน 6 ลำ มูลค่า 12 ล้านดอลลาร์ให้หน่วยยามฝังของเวียดนาม เพิ่มเติมจากเรือลาดตระเวน &amp;quot;เมทัลชาร์ค&amp;quot; 12 ลำที่มอบให้เวียดนามในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสเปอร์กล่าวที่กระทรวงกลาโหมเวียดนามก่อนหน้านี้ว่า ระเบียบระหว่างประเทศที่อ้างอิงจากกฎนั้นกำลังถูกข่มขู่ และทุกชาติโดยรวมต้องร่วมกันต่อต้านการข่มขู่บีบบังคับ, ปกป้องสิทธิของทุกประเทศไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ 90% ของทะเลจีนใต้ แต่หลายชาติในภูมิภาคนี้ ทั้งบรูไน, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ก็อ้างสิทธิ์ทับซ้อนกับจีนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนกรกฎาคมปีนี้ จีนส่งเรือสำรวจลำหนึ่งเข้ามาสำรวจคลื่นไหวสะเทือนในทะเลที่นานาชาติถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีแซด) ของเวียดนาม ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์ด้วย เรือลำนี้อยู่ในน่านน้ำแถบนั้นนานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ รัฐบาลเวียดนามกล่าวไว้ว่า เวียดนามอาจดำเนินการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขข้อพิพาทกับจีน แบบเดียวกับที่ฟิลิปปินส์เคยทำไว้เมื่อปี 2559.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50764</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์ก เอสเปอร์, สหรัฐ, เรือตรวจการณ์, เวียดนาม, ให้เรือเวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd5423653668.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
