<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายตรงถกโควิด สหรัฐชื่นชมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หารือผ่านระบบโทรศัพท์ทางไกลกับ รัฐมนตรีกลาโหมอเมริกา ชื่นชมไทยปราบโควิด-19 อยู่หมัด ขณะที่ ศบค.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 คน เดินทางกลับจากบาห์เรน ผู้ติดเชื้อทั่วโลกใกล้แตะ 9 ล้านคนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้หารือผ่านระบบโทรศัพท์ทางไกลกับนายมาร์ค เอสเปอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เข้มแข็งระหว่างกัน และความร่วมมือกันแก้ปัญหาโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยอยู่ระหว่างพัฒนาวัคซีนร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศและสังคมโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้หารือร่วมกันถึงความร่วมมือทางทหาร ด้านการฝึกศึกษาและด้านยุทโธปกรณ์ รวมทั้งการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล และความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อประโยชน์และความมั่นคงของภูมิภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมาร์ค เอสเปอร์ ได้ชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของไทยในการแก้ปัญหา COVID-19 ที่ผ่านมาและขอบคุณชุดแพทย์ทหารไทยที่ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยสหรัฐพร้อมสนับสนุนไทยในการพัฒนากองทัพให้มีความเข้มแข็ง และมองว่าไทยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการแก้ปัญหาความมั่นคงของภูมิภาค โดยเฉพาะปัญหาทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกันสหรัฐยินดีเข้ามาร่วมเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงเพื่อผลประโยชน์ของภูมิภาคโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวแสดงความขอบคุณสหรัฐที่สนับสนุนไทยแก้ปัญหาโควิด-19 ผ่านสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (USAID) และช่วยเหลืออำนวยความสะดวกคนไทยกว่า 2,000 คนเดินทางกลับจากสหรัฐที่ผ่านมา ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนและพร้อมทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอให้กำลังใจรัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนสหรัฐ ให้สามารถผ่านความท้าทายที่ยากลำบากและกลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว สำหรับความมั่นคงทางทะเล ไทยพร้อมดำรงบทบาทสะพานเชื่อมระหว่างคู่พิพาทในทะเลจีนใต้ และยินดีสนับสนุนสหรัฐเสริมสร้างความร่วมมือในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงอย่างสร้างสรรค์ ผ่านกลไกที่มีอยู่ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เผยแพร่เอกสารข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ประจำวันที่ 20 มิ.ย.ว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากประเทศบาห์เรน โดยเป็นเพศหญิงอายุ 28 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เดินทางกลับมาถึงไทยวันที่ 14 มิ.ย. และเข้าพักในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ที่ จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อในวันที่ 18 มิ.ย. โดยผลตรวจพบเชื้อ ซึ่งไม่แสดงอาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ป่วยยืนยันสะสมยังคง 3,147 ราย โดยติดเชื้อในประเทศสะสม 2,444 ราย และผู้ป่วยยืนยันอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้สะสม 210 ราย มีผู้ป่วยหายเพิ่ม 10 ราย ยอดผู้ป่วยรักษาหายแล้วสะสม 3,018 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 71 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 ราย
ผู้ติดเชื้อทั่วโลกใกล้แตะ 9 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทั่วโลก ในช่วง 24 ชม. มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 179,968 ราย โดยผู้ป่วยทั่วโลกสะสมอยู่ที่ 8,757, 750 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 6,235 ราย เสียชีวิตสะสม 462,519 ราย โดยผู้ติดเชื้อมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก คือสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,297,190 ราย เพิ่มขึ้น 33,539 ราย เสียชีวิต สะสม 121,470 ราย เพิ่มขึ้น 719 ราย รองลงมาคือบราซิล มีผู้ป่วยสะสม 1,038,568 ราย เพิ่มขึ้น 55,209 ราย เสียชีวิตสะสม 49,090 ราย เพิ่มขึ้น 1,221 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเทศในทวีปเอเชียมากที่สุดคือ อินเดีย ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 395, 812 ราย เพิ่มขึ้น 14,721 ราย เสียชีวิตสะสม 12,970 ราย เพิ่มขึ้น 366 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 91 ของจำนวนผู้ป่วยอันดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่สำนักงานในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่การแพร่ระบาดระยะใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่มีความอันตรายอย่างมาก เนื่องมาจากตอนนี้ประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกต่างรู้สึกเบื่อหน่ายกับการที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน หรือแม้แต่มาตรการล็อกดาวน์ต่างๆ แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลกยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื้อไวรัสโคโรนาได้คร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกไปแล้ว 462,681 ศพ มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 8.76 ล้านราย นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดครั้งแรกในจีนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ โดยสหรัฐเป็นประเทศที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงที่สุด ตามด้วยบราซิล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.องค์การอนามัยโลกยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการคิดค้นวัคซีนต้านโควิด-19 โดยระบุว่า ขณะนี้ทั่วโลกยังต้องรออีกหลายเดือนในขณะที่หลายประเทศกำลังอยู่ระหว่างการทดลองวัคซีน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า เชื้อไวรัสตัวนี้มีความน่ากลัวตรงที่จะสามารถแพร่ระบาดไปได้ก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจพบเชื้อ
ประชาชนส่วนใหญ่ทุกข์เพราะโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความทรงจำประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียล ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,766 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 18-19 มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.1 ได้รับผลกระทบเกิดความทุกข์ยาก เดือดร้อน ช่วงโควิด-19 ในขณะที่เพียงร้อยละ 4.9 ไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ทุกข์ ไม่เดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงมาตรการของกระทรวงต่างๆ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรีที่ช่วยลดความทุกข์ยาก เดือดร้อนของประชาชนช่วงโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.8 ระบุกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องแจกเงินเยียวยาให้ประชาชน เป็นมาตรการช่วยลดความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน รองลงมาคือร้อยละ 56.3 ระบุกระทรวงพลังงาน เรื่องลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และแจกแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่างๆ, ร้อยละ 43.2 ระบุกระทรวงมหาดไทย เรื่องลดค่าไฟ ลดค่าน้ำประปา ในขณะที่ร้อยละ 12.3 ระบุกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องแจกหน้ากากอนามัย และร้อยละ 2.7 ระบุกระทรวงดิจิทัลเรื่องโทรฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงการติดตามดู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกรายการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อเย็นวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.6 ระบุไม่ได้ติดตาม ในขณะที่ร้อยละ 27.4 ระบุติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อถามถึงระดับความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถ้าทำได้ตามที่พูดในรายการโทรทัศน์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.3 ระบุมีความเชื่อมั่นศรัทธาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงไม่เพิ่มขึ้นเลย, ร้อยละ 9.6 ระบุเพิ่มขึ้นค่อนข้างน้อย, ร้อยละ 14.9 ระบุเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก และร้อยละ 9.2 ระบุเพิ่มขึ้นมากถึงมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่ดีที่สุดมีอยู่ในตอนนี้หรือไม่ พบว่าร้อยละ 28.4 ระบุยังมีพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่ดีที่สุดอยู่ในตอนนี้ แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.6 ระบุไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ความทรงจำของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้ ถ้าประชาชนมีความทรงจำที่ดีต่อรัฐบาล ก็ย่อมจะส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศ โดยผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่เกือบทั้งประเทศเป็นทุกข์และเดือดร้อนช่วงโควิด-19 ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเดือดร้อนทุกข์ยากเหมือนกับประชาชนทั่วไปหรือไม่ แต่ยังดีที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรีไม่ได้ปล่อยปละละเลยความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน จึงได้มีมาตรการต่างๆ ออกมาเยียวยาจนเป็นที่จดจำ (Remarkable) ที่ไม่ใช่แค่การรับรู้ (Perception) เพราะมาตรการต่างๆ เป็นสิ่งที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่วาทกรรมทางการเมืองที่ฟังแล้วดูดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นพดล กรรณิกา, ทีโดรส อัดฮานอม, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาร์ค เอสเปอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eee1bf00d3ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; คุยสายตรง รมว.กลาโหมสหรัฐ หารือวัคซีนต้านโควิด-19 ย้ำความร่วมมือการฝึก-พัฒนายุทโธปกรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อว่านนี้ ( 19 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้หารือผ่านระบบโทรศัพท์ทางไกลกับ นาย Mark T. Esper (มาร์ค เอสเปอร์) รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เข้มแข็งระหว่างกัน และความร่วมมือกันแก้ปัญหา โควิด-19 ที่ผ่านมา โดยอยู่ระหว่างพัฒนาวัคซีนร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศและสังคมโลก พร้อมทั้งได้หารือร่วมกันถึง ความร่วมมือทางทหาร ด้านการฝึกศึกษาและด้านยุทโธปกรณ์ รวมทั้งการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล และความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อประโยชน์และความมั่นคงของภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนาย Mark T. Esper ได้ชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของไทยในการแก้ปัญหา COVID - 19 ที่ผ่านมาและขอบคุณชุดแพทย์ทหารไทยที่ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยสหรัฐฯพร้อมสนับสนุนไทยในการพัฒนากองทัพให้มีความเข้มแข็ง และมองว่าไทยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการแก้ปัญหาความมั่นคงของภูมิภาคโดยเฉพาะปัญหาทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกันสหรัฐฯยินดีเข้ามาร่วมเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงเพื่อผลประโยชน์ของภูมิภาคโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณสหรัฐฯ ที่สนับสนุนไทยแก้ปัญหา โควิด-19 ผ่านสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ( USAID ) และช่วยเหลืออำนวยความสะดวกคนไทยกว่า 2,000 คนเดินทางกลับจากสหรัฐฯที่ผ่านมา ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนและพร้อมทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอให้กำลังใจรัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนสหรัฐฯให้สามารถผ่านความท้าทายที่ยากลำบากและกลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว สำหรับความมั่นคงทางทะเล ไทยพร้อมดำรงบทบาทสะพานเชื่อมระหว่างคู่พิพาทในทะเลจีนใต้ และยินดีสนับสนุนสหรัฐฯเสริมสร้างความร่วมมือในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงอย่างสร้างสรรค์ ผ่านกลไกที่มีอยู่ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69197</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, บิ๊กตู่, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, มาร์ค เอสเปอร์, สหรัฐ, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eed6b9d5d0ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กตู่&quot; จับมือสหรัฐฯยกระดับพันธมิตรทางทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย. 2562 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา10.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ให้การต้อนรับการเยี่ยมคำนับของ นายมาร์ค เอสเปอร์ ( Mark Esper ) รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกาที่ศาลาว่าการกลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมประชุม ADMM - Plus ทั้งสองฝ่าย ชื่นชมและเน้นย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย - สหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรเก่าแก่ &amp;nbsp;โดย &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์​ ยืนยันว่าความสัมพันธ์ ไทยกับสหรัฐฯ มีความผูกพันมายาวนาน และมีรากฐานที่มั่นคง ที่พัฒนามาจากความร่วมมือทางทหาร เศรษฐกิจ และการค้า ทั้งนี้ ความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษา และการฝึก Cobra Gold มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพของทั้งสองประเทศแล้ว ยังเกิดประโยชน์ต่อประชาชน และภูมิภาคโดยรวมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมาร์ค เอสเปอร์ กล่าวชื่นชมการเป็นประธานอาเซียนของไทย รวมทั้งการจัดการประชุมในกรอบ ADMM และ ADMM-Plus ที่เป็นไปอย่างดีเยี่ยม รวมทั้งขอบคุณไทย ที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกร่วมผสมทางทะเลระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ (ASEAN - U.S. Maritime Exercise) เป็นครั้งแรกที่ผ่านมา และการเป็นประธานร่วมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเล ( EWG on Maritime Security ) ในวงรอบถัดไป โดยสหรัฐฯ ยึดมั่นในการสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน รวมทั้งบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น ได้ร่วมลงนาม ในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่าง ไทย - สหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2020 ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ โดยเน้นย้ำถึง ความสำคัญของการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศระหว่างกันที่ยาวนาน ความเป็นหุ้นส่วนเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการฝึกและศึกษา การเสริมสร้างขีดความสามารถการปฏิบัติการร่วมกัน และการพัฒนาหน่วยงานความมั่นคงและการทหารให้มีความทันสมัย เพื่อการเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน ซึ่งการร่วมลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมฯ เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการยกระดับความเป็นพันธมิตรและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหมไทย- สหรัฐอเมริกา จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ในมิติอื่นๆ ทั้งทางการทูต เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ที่มุ่งมั่นให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ADMM - Plus, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, มาร์ค เอสเปอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd0ff52c8496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
