<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดระลอกใหม่ส่งผล ความสุขคนไทยลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;คนไทยไม่แฮปปี้! ผลสำรวจมาร์เก็ตบัซซเผยโควิดระลอกใหม่ ส่งผลประชาชนความสุขน้อยลงถึง 75% ลดทอนความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายผู้บริโภคฮวบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายแกรนท์ เบอร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์เก็ตบัซซ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ทำการสำรวจความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ และพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 ในช่วงมกราคม 2564 จากกลุ่มตัวอย่างคนไทยทั่วประเทศ จำนวน 1,600 คน&amp;nbsp; พบว่าความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อสถานการณ์เป็นบวกลดลง โดยในเดือนมกราคม 2564 คนไทยไม่มีความสุขในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ถึง 75% สูงกว่าผลการสำรวจในช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน 2563 ที่พบคนไทยไม่มีความสุขร้อยละ 71%, 62% และ 51% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในช่วงสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ครั้งแรก และยังพบว่าในเดือนมกราคม 2564 ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายลดลง เห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากมาตรการป้องกันและควบคุมโรค รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับในช่วงของการใช้มาตรการป้องกันและควบคุมโรค ผลการศึกษาแรกนั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่า สินค้าบางประเภทที่ผู้บริโภคเคยมีการใช้จ่ายน้อยกลับเพิ่มมากขึ้น เช่น สินค้าทำความสะอาดบ้าน อาหารสด อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง ในขณะที่กลุ่มสินค้าบางประเภทได้รับผลกระทบหนักจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ส่งผลให้การจับจ่ายน้อยลงในช่วงเดือนมกราคม 2564 คือ การช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า, สินค้าแฟชั่น, การรับประทานบุฟเฟ่ต์และร้านอาหารนอกบ้าน&amp;nbsp; รวมถึงการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และแอลกอฮอลล์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;quot;การเริ่มต้นของปีเหมือนเพิ่งจะผ่านไป การระบาดของโรคสร้างผลกระทบอย่างมากมายให้กับทุกๆ คน สิ่งสำคัญสำหรับประเทศคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และที่สำคัญยิ่งกว่าในปัจจุบันนี้คือ การจับตาดูพฤติกรรมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เพื่อคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มในการสร้างความยั่งยืนและเอาชนะการระบาดของโรคนี้ไปด้วยต่อไป&amp;quot; นายแกรนท์&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยดำเนินการอย่างรวดเร็วในการรับมือกับโควิด-19 และขณะนี้ได้เห็นการผ่อนปรนมาตรการป้องกันและควบคุมโรคต่างๆ เนื่องจากการระบาดของโรคมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp; ไม่น่าแปลกใจที่ความเชื่อมั่นของคนไทยในเดือนมกราคมอยู่ในระดับต่ำและต่ำกว่าที่ได้เผชิญกับโควิด-19 ในระลอกแรก ผู้คนต่างคาดหวังว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นในปีใหม่ แต่เมื่อการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนมกราคม กลับเหมือนจะลดทอนการมองโลกในแง่ดีที่พวกเขาหวังไว้กับปีใหม่ลงไปอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93854</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์เก็ตบัซซ, แกรนท์ เบอร์โทลี่, โควิด.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033743dbe4c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักช้อปไทย86%พร้อมช้อปรับมหกรรม11.11 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 2563 นายแกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร์เก็ตบัซซ เปิดเผยว่า ผู้บริโภคยังมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายในช่วงของโควิด-19 แต่ก็ยังเต็มใจที่จะใช้จ่ายซื้อสินค้าให้กับตัวเขาเองและครอบครัวกับแคมเปญ 11.11 &amp;nbsp;เนื่องจากโปรโมชั่นยังคงมีส่วนสำคัญ เพราะนักช้อปจะต้องเลือกค้นหาสิ่งที่ดีที่สุด คุ้มค่ามากที่สุดในการซื้อสินค้า ผู้ค้าปลีก แพลตฟอร์มการค้าและแบรนด์ต่างๆ จะต้องมีการแนะนำโปรโมชั่นใหม่ๆ และมีเงื่อนไขหรือสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ผู้ซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการให้ของขวัญ ของกำนัลที่หลากหลาย หรือการลดราคาหนักๆ ให้กับผู้ซื้อ การคืนเงิน และการให้บริการจัดส่งฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจากผลการสำรวจความสนใจของนักช้อปชาวไทยที่มีต่อแคมเปญ 11.11 โดยมาร์เก็ตบัซซพบว่า 86% ของนักช้อปมีแผนการที่จะซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่ใช่แค่ซื้อสินค้าให้ผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังมีแผนที่จะจับจ่ายเพื่อตัวเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ 37% ตั้งใจจะไปหาซื้อสินค้าที่ร้านค้า จากการศึกษาพบว่าค่าใช้จ่ายของการช้อปปิ้งจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทสำหรับผู้มีรายได้สูง ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อยลงมามีแผนที่จะใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ที่น่าสนใจคือ แคมเปญ 11.11 เดิมเป็นแคมเปญที่จัดขึ้นเพื่อคนโสด จัดขึ้นในวันคนโสด หรือ Single Day คนไทย 2 ใน 3 คน มีความตั้งใจที่จะซื้อสินค้าให้กับตัวเอง และอีก 2 ใน 3 คน ตั้งใจที่จะซื้อสินค้าให้กับสมาชิกครอบครัว ในส่วนของการซื้อสินค้าให้กับเพื่อนหรือคู่รักนั้นมีจำนวนไม่มากคือเพียง 1 ใน 7 คน เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากการสำรวจ ช้อปปี้ และลาซาด้า เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ประเภทของสินค้าใน 3 อันดับต้นๆ ที่มาแรง และอยู่ในใจของนักช้อปจากการจัดลำดับของความสนใจว่าจะซื้ออะไรในปีนี้นั้น ได้แก่ &amp;nbsp;สินค้าประเภทอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ภายในบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม &amp;nbsp;โดยนักช้อปจะพิจารณาจากเงื่อนไขของการให้โปรโมชั่นที่ดีที่สุดอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83005</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์เก็ตบัซซ, แคมเปญ 11.11</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa50e8a9d69d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาร์เก็ตบัซซเผยโควิดทำคนไทยกว่า 44% รายได้ลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ต.ค. 2563 &amp;#39;มาร์เก็ตบัซซ&amp;#39;เปิดผลผลสำรวจช่วงการระบาดของโควิด-19 ระบุว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ของโควิด-19 ยังคงสร้างความท้าทายในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของผลกระทบที่มีต่อรายได้ของคนไทยในปัจจุบัน โดยผลสำรวจของมาร์เก็ตบัซซ พบว่า คนไทยได้รับผลกระทบเรื่องรายได้และค่าตอบแทนเกือบครึ่งของประชากรทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 44 ที่มีรายได้และผลตอบแทนที่ลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่เคยได้รับก่อนสถานการณ์วิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ร้อยละ 20 ของคนไทยยังกล่าวว่า พวกเขามีการใช้จ่ายทุกอย่างเป็นไปตามปกติ แต่ไม่มีเงินเหลือเก็บไว้สำหรับเป็นเงินออม และอีกร้อยละ 21 มีความจำเป็นจะต้องนำเงินออมไว้มาใช้จ่าย แต่ยังไม่มีความต้องการกู้ยืมเงินแบบสินเชื่อส่วนบุคคล แต่สิ่งที่น่ากังวลมากไปกว่านั้น คือ ร้อยละ 27 ของคนไทยไม่มีเงินเหลือเพียงพอในการใช้จ่ายและหวังพึ่งสถาบันการเงิน มีการกู้ยืมสินเชื่อส่วนบุคคล หรือขอยืมเงินจากคนในครอบครัว จากเพื่อน หรือแม้กระทั่งมีการนำสิ่งของออกไปจำนำเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย ซึ่งเป็นไปตามผลการสำรวจของมาร์เก็ตบัซซ ที่ติดตามผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นข้อควรระวังสำหรับหลายคนที่อาจได้รับผลกระทบและทวีความกังวลมากยิ่งขึ้นจากเหตุการณ์วิฤกตครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร์เก็ตบัซซ กล่าวว่า หลายคนต้องพบกับอุปสรรคความยากลำบากในการจัดการเรื่องการเงินและมองหาความช่วยเหลือด้านการเงินจากธนาคารและรัฐบาล &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ซึ่งจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดและอัตราการไม่ได้ทำงานนั้นสูงกว่าครัวเรือนที่มีรายได้สูงมาก การสำรวจยังเผยให้เห็นว่าครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมีความต้องการในการขอสินเชื่อมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่ทราบกันดีว่า สถานการณ์ในขณะนี้ยังคงเกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์ด้านสุขภาพ แต่ก็ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและคนไทยทั้งประเทศด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ถึงแม้ว่าการกักตัวจะช่วยการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ยังส่งผลให้คนไทยอยู่ในสภาวะทางการเงินที่ค่อนข้างเลวร้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของรายได้ของครอบครัวที่ลดลง แม้ว่าจะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินจากรัฐบาลเพื่อช่วยกระตุ้นประชาชนให้มีการใช้จ่ายเงินมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสำรวจครั้งนี้เป็นการวิจัยโดยมาร์เก็ตบัซซ ในกลุ่มประชากรจำนวน 2,000 รายจากทั่วประเทศ ในระหว่างเดือนเมษายน 2563 และช่วงหลังของการล๊อคดาวน์ ในเดือนสิงหาคม - กันยายน 2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80486</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยรายได้ลด, ผลสำรวจช่วงการระบาดของโควิด-19, มาร์เก็ตบัซซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86bdb2ee7b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
