<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 23:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 23:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบได้ยากยิ่ง หญิงชาวมาลีให้กำเนิดลูกแฝด9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงสาวชาวมาลีอุ้มท้องทารกถึง 9 คนไว้ในครรภ์และให้กำเนิดผ่านการผ่าคลอดเมื่อวันอังคาร รัฐบาลมาลีเผยว่าเด็กแข็งแรงทุกคน ถือเป็นกรณีตั้งครรภ์ทารกแฝด 9 ที่พบน้อยมากในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกระทรวงสาธารณสุขของมาลี เป็นทารก 3 คนจากทารกแฝด 9 คนที่เกิดเมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม ที่โมร็อกโก (Photo by Mali&amp;#39;s Health Ministry)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลมาลีส่งตัวฮาลิมา ซิสเซ หญิงวัย 25 ปีจากภาคเหนือของประเทศยากจนในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้ ขึ้นเครื่องบินมารับการดูแลที่โมร็อกโกเมื่อวันที่ 30 มีนาคม โดยตอนแรกนั้นเข้าใจว่าเธอตั้งท้องลูกแฝด 7 คน ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่พบได้ยากแล้ว แต่เมื่อผ่าคลอดออกมากลับพบว่าเธออุ้มท้องทารกไว้ถึง 9 ซึ่งพบได้ยากยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงสาธารณสุขโมร็อกโกยอมรับว่าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของประเทศทำคลอดทารกแฝดหลายคนจริง แต่เขาไม่ยืนยันจำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระน้้น กระทรวงสาธารณสุขของมาลีประกาศในแถลงการณ์ว่า ซิสเซให้กำหนดทารกเพศหญิง 5 คน และเพศชาย 4 คน ด้วยการผ่าท้องทำคลอด โดยแฟนตา ซิบี รัฐมนตรีสาธารณสุข บอกกับเอเอฟพีด้วยว่า ทั้งแม่และทารกทุกคนปลอดภัยดีจนถึงขณะนี้ ทั้งหมดมีกำหนดกลับประเทศในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสื่อท้องถิ่นกล่าวว่า คณะแพทย์วิตกเกี่ยวกับสุขภาพของซิสเซ รวมถึงโอกาสที่ทารกในครรภ์จะรอดชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขมาลีกล่าวว่า การตรวจอัลตราซาวด์ทั้งในมาลีและในโมร็อกโกชี้ว่าเธออุ้มท้องทารกแฝด 7.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่าท้องทำคลอด, มาลี, หญิงชาวมาลีอุ้มท้องแฝด 9, แฝด9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092c150de443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารมาลียึดอำนาจจับกุมผู้นำ ประธานาธิบดีลาออกเลี่ยงนองเลือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพมาลีก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันอังคาร จับกุมประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีขังในค่ายทหาร ข้ามวันประธานาธิบดีแถลงยอมลาออกเพื่อหลีกเลี่ยง &amp;quot;การนองเลือด&amp;quot; ด้านชาวมาลีที่ชุมนุมประท้วงขับไล่ผู้นำมานานหลายเดือนพากันเฉลิมฉลอง แต่นานาชาติประณามและขู่คว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝูงชนโห่ร้องดีใจที่เห็นรถของทหารขับไปบนถนนเอกราชในกรุงบามาโกเมื่อวันอังคาร ก่อนที่ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีจะโดนควบคุมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563 กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาการ์ เคอีตา โดนประชาชนชุมนุมประท้วงขับไล่มานานหลายเดือน จากความไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง, การคอร์รัปชัน และการปราบปรามกลุ่มอิสลามิสต์ที่ก่อความไม่สงบคร่าชีวิตผู้คนนับพันนับหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ทหารกบฏได้เข้าจับกุมเคอีตา และนายกฯ บูบู ซิสเซ แล้วพาทั้งคู่ไปควบคุมตัวไว้ที่ค่ายทหารคาตีชานกรุงบามาโก ที่กลุ่มรัฐประหารยึดไว้ได้ในช่วงเช้า ประชาชนที่โห่ร้องดีใจมารวมตัวกันในเมืองหลวงอยู่ก่อนแล้วเพื่อกดดันให้เคอีตาลาออก พวกเขาพากันเฉลิมฉลองเมื่อทหารกบฏเคลื่อนรถไปยังบ้านประจำตำแหน่งของผู้นำวัย 75 ปีรายนี้เพื่อควบคุมตัวเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเวลาเที่ยงคืน เคอีตาซึ่งชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 เมื่อปี 2561 ปรากฏตัวแถลงทางโทรทัศน์ด้วยท่าทีสงบ เพื่อประกาศว่าเขายุบรัฐบาลและสมัชชาแห่งชาติ และตัวเขาไม่มีทางเลือกนอกจากลาออกจากตำแหน่งโดยให้มีผลทันที เพราะเขาไม่ต้องการให้มีการนองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกแกนนำทหารก่อการแถลงให้คำมั่นว่า จะเปลี่ยนแปลงการเมือง และจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในเวลาที่สมเหตุสมผล อิสมาอิล วาเก รองประธานเสนาธิการทหารอากาศ กล่าวว่า เขาและเพื่อนทหารตัดสินใจรับผิดชอบต่อหน้าประชาชนและประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะไม่มีรายงานการบาดเจ็บล้มตายระหว่างที่กองทัพเข้ายึดอำนาจ แต่พวกนายทหารประกาศเคอร์ฟิวและปิดพรมแดน โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าเคอีตายังถูกควบคุมตัวอยู่หรือไม่ในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเป็นคนแรกๆ ที่ประณามการยึดอำนาจครั้งนี้ สำนักงานของมาครงกล่าวว่า เขายังคงสนับสนุนความพยายามไกล่เกลี่ยโดยชาติแอฟริกาตะวันตกที่เป็นเพื่อนบ้านของมาลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตอาณานิคมของฝรั่งเศสชาตินี้เป็นรากฐานของความพยายามของฝรั่งเศสเพื่อขับไล่นักรบญิฮาดออกจากภูมิภาคนั้น เพื่อนบ้านของมาลีต่างก็กังวลไม่อยากให้มาลีถลำสู่ความวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกวาเกกล่าวว่า ความตกลงในอดีตทุกฉบับจะยังคงไว้ รวมถึงการสนับสนุนภารกิจต่อต้านนักรบญิฮาดในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้พวกเขายังยึดมั่นต่อกระบวนการแอลเจียร์ หรือข้อตกลงสันติภาพปี 2558 ระหว่างรัฐบาลมาลีกับกลุ่มติดอาวุธทางเหนือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้ปล่อยตัวเคอีตาและซิสเซทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะที่บรรดานักการทูตในนิวยอร์กกล่าวกันว่า คณะมนตรีความมั่นคงจะเจรจาฉุกเฉินกันในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประชาคมเศรษฐกิจรัฐแอฟริกาตะวันตก (อีโควาส) ซึ่งมีสมาชิก 15 ประเทศรวมถึงมาลี ออกแถลงการณ์ประณาม โดยประกาศจะปิดพรมแดนทางบกและอากาศ และแซงก์ชันทหารที่ก่อรัฐประหารรวมถึงผู้ที่ร่วมก่อการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้วอีโควาสเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลเอกภาพเพื่อคลี่คลายความวุ่นวายทางการเมืองจากการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล แต่ข้อเสนอของกลุ่มนี้ซึ่งยังคงให้การสนับสนุนเคอีตา โดนฝ่ายค้านปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อรัฐประหารเกิดพร้อมกันกับที่ฝ่ายค้านวางแผนชุมนุมประท้วงขับไล่เคอีตาอีกครั้ง การเคลื่อนไหวซึ่งใช้ชื่อเรียกว่าขบวนการ 5 มิถุนายน ตามวันที่เริ่มต้นการประท้วง มีศูนย์รวมที่ความโกรธแค้นของประชาชนต่อผู้นำและเสียงเรียกร้องที่แข็งกร้าวมากขึ้นให้เขาลาออก การรณรงค์ต่อต้านเคอีตาถลำสู่จุดวิกฤติในเดือนที่แล้วเมื่อการประท้วงก่อความไม่สงบนาน 3 วันทำให้มีคนเสียชีวิต 11 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, ประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาการ์ เคอีตา, มาลี, ยึดอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d1d68627e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คู่รักต่างชาติโดนลักพาในบูร์กินาฟาโซปี 2561 หนีไปโผล่ที่มาลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คู่รักสาวแคนาดาและหนุ่มอิตาลีที่โดนลักพาตัวในบูร์กินาฟาโซเมื่อปลายปี 2561 หนีคนร้ายออกมาได้โดยถูกพบตัวที่ภาคเหนือของมาลี เจ้าหน้าที่ยืนยันไม่ได้จ่ายค่าไถ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกา ทัคเคตโต และเอดิธ แบลส์ ขณะเดินทางถึงสนามบินบามาโกเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอดิธ แบลส์ หญิงชาวแคนาดา และลูกา ทัคเคตโต คู่ชีวิตชาวอิตาลี ทั้งคู่อายุราว 30 ปี โดนลักพาตัวขณะเดินทางอยู่ในบูร์กินาฟาโซเมื่อปี 2561 แต่เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม มีผู้พบทั้งสองคนใกล้กับเมืองคิดัลทางตะวันตกเฉียงเหนือของมาลี แล้วพามาที่กองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติในมาลี และเมื่อวันเสาร์พวกเขาก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินพิเศษมาที่กรุงมาบาโกของมาลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่ดูสุขภาพแข็งแรงดี แต่กลับรู้สึกตกตะลึงเมื่อได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่มาลี, สหประชาชาติ และแคนาดา ด้วยการใช้ข้อศอกชนกันแทนการจับมือ จนได้รับคำอธิบายว่านี่เป็นการทักทายตามมารยาทแบบใหม่เพราะวิกฤติไวรัสโคโรนาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สวมหน้ากากอนามัยและชุดป้องกันมาวัดอุณหภูมิของพวกเขา ทั้งสองไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ก่อนจะเดินทางไปทำเนียบประธานาธิบดีมาลีเพื่อรอส่งตัวกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาการ์ คีตา ของมาลีกล่าวชื่นชมทั้งคู่ที่มีความกล้าหาญทางจิตใจและความทรหดของร่างกายที่หลบหนีคนร้ายที่จับตัวออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีไบล์ ดราเม รัฐมนตรีต่างประเทศมาลี ยืนยันกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่สนามบินว่า ไม่มีการจ่ายค่าไถ่ตัวคู่ชีวิตชาวตะวันตกคู่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบลส์และทัคเคตโตหายตัวไปเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2561 ระหว่างขับรถจากเมืองโบโบดิอูลาสโซมากรุงวากาดูกูของบูร์กินาฟาโซ ที่ระยะทางมากกว่า 360 กิโลเมตร พวกเขามีแผนจะไปทำงานในโครงการเพื่อมนุษยธรรมในโตโก ไม่มีกลุ่มใดออกมายอมรับว่าลักพาตัวพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59859</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูร์กินาฟาโซ, มาลี, ลักพาตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6e42582d90a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเอสโวบุกโจมตีในมาลี สังหารทหาร 50 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มไอเอสอ้างว่านักรบไอเอสบุกโจมตีค่ายทหารในหมู่บ้านทางตะวันออกของมาลีเมื่อวันศุกร์ ฆ่าทหารมาลี 49 นาย และยังอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดฆ่าทหารฝรั่งเศส 1 นายในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกองทัพฝรั่งเศส สิบโทโรนัน ปวงโต ที่เสียชีวิตในเหตุวางระเบิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายนว่า กองทัพมาลียืนยันว่าการโจมตีค่ายทหารในหมู่บ้านอินเดลิมาเน ในเขตเมนากา ทางภาคตะวันออกของประเทศใกล้กับชายแดนไนเจอร์ เมื่อวันศุกร์ มีทหารโดนฆ่าตาย 49 นาย, บาดเจ็บ 3 นาย และรอดชีวิต 20 นาย ขณะที่กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสเผยว่า สิบโทโรนัน ปวงโต อายุ 24 ปี เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่ยานหุ้มเกราะของกองทัพฝรั่งเศสโดนระเบิดแสวงเครื่องใกล้กับเมืองเมนากา ระหว่างปฏิบัติภารกิจคุ้มกันขบวนรถที่เดินทางระหว่างเมืองกาโอและเมนากาเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของพวกเขาเมื่อคืนวันเสาร์ อ้างว่าทหารของคอลิฟะห์โจมตีค่ายทหารของกองทัพมาลีในหมู่บ้านอินเดลีมาเนของมาลี และยังเป็นผู้วางระเบิดโจมตีสังหารทหารฝรั่งเศส 1 นายใกล้เมืองเมนากาเมื่อวันเสาร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธในพื้นที่ชายแดนระหว่างมาเลี, ไนเจอร์ และบูร์กินาฟาโซ โดยรัฐมนตรีกลาโหมฟลอรองซ์ ปาร์ลี ประกาศว่าเธอจะเดินทางไปมาลีโดยเร็วเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ทางการมาลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีหนล่าสุดนี้เกิดขึ้น 1 เดือนหลังจากพวกนักรบญิฮาดโจมตี 2 ครั้ง สังหารทหาร 40 นายใกล้ชายแดนบูร์กินาฟาโซ โดยแหล่งข่าวหลายรายกล่าวว่า ในความเป็นจริงจำนวนทหารที่เสียชีวิตมีมากกว่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังผสมนานาชาติ MINUSMA ขององค์การสหประชาชาติ ประณามการโจมตีค่ายทหารและว่าทหารกองกำลังรักษาสันติภาพกำลังช่วยทหารมาลีรักษาความปลอดภัยในภูมิภาคนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49440</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารฝรั่งเศส, มาลี, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed86e8a375.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นช็อก จี้สอบเหตุฆ่าหมู่ชนเผ่าฟูลานีในมาลี 134 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเอ็นเผยได้รับรายงานเกิดเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชนเผ่าเลี้ยงสัตว์ฟูลานีไม่ต่ำกว่า 134 คน ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งภาคกลางของมาลีเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ทหารฝรั่งเศสจากภารกิจบาร์คาเนในเขตซาเอล เล็งปืนจากเฮลิคอปเตอร์เอ็นเอช 90 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่คณะผู้แทนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เดินทางมาเยือนภูมิภาคซาเฮลของแอฟริกา เพื่อประเมินภัยคุกคามจากพวกนักรบญิฮาดในพื้นที่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวหลายรายเปิดเผยว่า การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านโอกอสซากูซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนบูร์กินาฟาโซ หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในอำเภอบังกาสที่มักเกิดเหตุการณ์รุนแรงระหว่างชุมชนบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูบาการ์ คาเน นายอำเภอบังกาส อ้างคำกล่าวของผู้รอดชีวิตที่กล่าวหาพวกโดกอนที่เป็นชนเผ่านักล่าสัตว์ว่าบุกโจมตีหมู่บ้านนี้ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า เหยื่อที่ตายมีทั้งที่โดนยิงและโดนมีดพร้าฟันแทง พยานอีก 2 คนเผยด้วยว่า พวกโดกอนได้เผาทำลายกระท่อมในหมู่บ้านนี้เกือบหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า กูเตอร์เรสช็อกและโกรธอย่างมากกับรายงานที่ว่ามีพลเรือนอย่างน้อย 134 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก โดนฆ่าตาย และเรียกร้องให้ทางการมาลีสอบสวนเหตุการณ์นี้ทันทีและจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า กองกำลังรักษาสันติภาพของยูเอ็น หรือ MINUSMA ได้ให้การสนับสนุนทางอากาศเพื่อยับยั้งไม่ให้มีการโจมตีเพิ่มเติม และให้ความช่วยเหลืออพยพผู้บาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ยูเอ็นกล่าวว่า คณะเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิกคณะมนตรีฯ ได้เข้าพบนายกฯ ซูเมย์ลู บูเบเย ไมกา เมื่อวันเสาร์ และหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปราะบางในภาคกลางของประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีหลายครั้งมีชนวนเหตุจากความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าเลี้ยงสัตว์เล็มหญ้ากับชนเผ่าเร่ร่อน กับข้อพิพาทเรื่องที่ดินและน้ำ แต่ช่วง 4 ปีมานี้พื้นที่แถบนี้ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลของพวกนักรบญิฮาดซึ่งกะเกณฑ์ชาวฟูลานีเข้าเป็นสมาชิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่, ฟูลานี, มาลี, ยูเอ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97918198d48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสเตรียมให้สัญชาติผู้อพยพชาวมาลี &#039;ฮีโร่&#039; ปีนตึก 4 ชั้นช่วยเด็กชีวิตตกระเบียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเปิดทำเนียบต้อนรับผู้อพยพชาวมาลี ที่เป็นฮีโร่เสี่ยงชีวิตปีนตึก 4 ชั้น ช่วยเด็กวัย 4 ขวบที่กำลังจะตกระเบียง พร้อมสัญญาจะให้สัญชาติเป็นพลเมืองฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง คุยกับมามูโด กาสซามา ที่ทำเนียบประธานาธิบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเชิญมามูโด กาสซามา ผู้อพยพชาวมาลีเข้าพบ หลังจากเมื่อวันเสาร์มีคลิปวิดีโอที่เขาปีนตึกด้วยมือเปล่าไม่ต่างจากสไปเดอร์แมน ขึ้นไปช่วยเด็กชายวัย 4 ขวบที่ห้อยตัวอยู่บนขอบระเบียงชั้น 4 ของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่เขต 18 ในกรุงปารีส ซึ่งเป็นย่านที่อยู่ของคนหลายเชื้อชาติ โดยมีชายที่อยู่ห้องข้างๆ ช่วยจับมือเด็กไว้ไม่ให้ตกลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงกล่าวกับผู้อพยพหนุ่มวัย 22 ปีผู้นี้ว่าจะมอบสิทธิ์ความเป็นพลเมืองให้เขา โดยจะเร่งขั้นตอนเอกสารทั้งหมดในการยื่นขอเป็นพลเมืองฝรั่งเศส ในคลิปวิดีโอที่โพสต์ทางเฟซบุ๊กของประธานาธิบดีฝรั่งเศส มาครงมอบเหรียญกล้าหาญและประกาศนียบัตรยกย่องให้กาสซามา และเสนอให้เขามาทำงานเป็นพนักงานดับเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคารอพาร์ตเมนต์ที่หนุ่มชาวมาลีปีนด้วยมือเปล่าขึ้นไปช่วยเด็กวัย 4 ขวบที่ห้อยตัวอยู่บนระเบียงชั้น 4 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายชาวมาลีผู้นี้บอกกับมาครงว่า ตอนปีนตึกขึ้นไปช่วยเด็ก เขาไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแค่ต้องรีบไปช่วย และเขากล่าวหลังได้เหรียญกล้าหาญว่าดีใจมาก ไม่เคยได้รางวัลเช่นนี้มาก่อน โดยเขามาอยู่ฝรั่งเศสเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และพักอยู่ที่โฮสเตลสำหรับผู้อพยพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบนจาแมง กรีวูซ์ โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส ทวีตชื่นชมกาสซามาในความกล้าหาญที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของความเป็นหนึ่งเดียวของชาวฝรั่งเศส ส่วนแอน ฮิดาลโก นายกเทศมนตรีปารีส ชื่นชมความกล้าหาญของเขาและโทรศัพท์ไปขอบคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังได้เชิญตัวพ่อของเด็กที่หวิดตกระเบียงมาสอบสวน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเขาทิ้งลูกอยู่ในห้องลำพัง และในเวลานั้นแม่ของเด็กไม่ได้อยู่ในกรุงปารีส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มามูโด กาสซามา กลายเป็นคนดังที่ชาวฝรั่งเศสมาขอถ่ายรูปด้วย / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10204</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเด็ก, ผู้อพยพ, ฝรั่งเศส, มาครง, มาลี, ฮีโร่, เด็กตกตึก, ให้สัญชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0c08a22448f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
