<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2018 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากีฯ เดือด บึ้มงานหาเสียงดับ 128 ศพ ต้อนรับอดีตนายกฯ ชาริฟเข้าคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีกลางงานชุมนุมหาเสียงในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของปากีสถานเมื่อวันศุกร์เพิ่มเป็นอย่างน้อย 128 คน และบาดเจ็บอีก 150 คน ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่อดีตนายกฯ นาวาซ ชาริฟ จะเดินทางจากอังกฤษกลับปากีสถานพร้อมกับลูกสาว และถูกจับกุมส่งเข้าเรือนจำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลในเมืองเกตตาเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561 เปิดเผยความคืบหน้าเหตุการณ์ที่มือระเบิดฆ่าตัวตายระเบิดโจมตีที่เมืองมัสตุง ใกล้กับเมืองเกตตา เมืองเอกของจังหวัดบาโลชิสถาน โดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐหลายรายว่า มือระเบิดคนนี้จุดชนวนกลางสถานที่ที่มีการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันศุกร์ &amp;quot;จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 128 ราย&amp;quot; อักกา อูมาร์ บุนกัลไซ รัฐมนตรีมหาดไทยของบาโลชิสถาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกคนในจังหวัดนี้ยืนยันยอดผู้เสียชีวิต พร้อมกับเผยว่า มีคนบาดเจ็บอีก 150 ราย บุนกัลไซบอกด้วยว่า สิราจ ไรซานี ผู้สมัครชิงเก้าอี้สมาชิกสภาจังหวัดจากพรรคบาโลชิสถานอวามี เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวอามัก กระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างในเวลาต่อมาว่า มือระเบิดของไอเอสเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวปากีสถานรวมตัวในที่เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่เมืองมัสตุง เมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระเบิดครั้งนี้เป็นครั้งนองเลือดที่สุดในปากีสถานนับแต่เหตุการณ์ที่กลุ่มตอลิบันบุกโจมตีโรงเรียนในเมืองเปชาวาร์เมื่อปี 2557 สังหารผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน มากกว่า 150 คน โดยยังเกิดหลายชั่วโมงให้หลังเหตุระเบิดซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์โจมตีขบวนรถหาเสียง ในเมืองบันนู สังหารคน 4 คนและทำให้บาดเจ็บ 37 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่กี่ชั่วโมงภายหลังการระเบิดเมื่อวันศุกร์ อดีตนายกฯ ชาริฟก็เดินทางถึงปากีสถาน พร้อมกับมาเรียม ลูกสาวของเขา และถูกจับกุมโดยทันที สัปดาห์ที่แล้วศาลพิพากษาลงโทษจำคุกชาริฟ 10 ปี และจำคุกมาเรียม ซึ่งเป็นทายาททางการเมืองของเขา 7 ปี จากกรณีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากพรรคสันนิบาลมุสลิมปากีสถานนาวาซ (พีเอ็มแอล-เอ็น) นาวาซ ชาริฟ และมาเรียม บุตรสาว นั่งบนเครื่องบินที่เดินทางมาถึงเมืองลาฮอร์ เมื่อวันศุกร์&amp;nbsp; / PML-N / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาริฟกล่าวกับรอยเตอร์บนเครื่องบินไม่กี่นาทีก่อนที่เครื่องจะลงจอดที่เมืองลาฮอร์ว่า เขาตระหนักข้อเท็จจริงว่าเขาจะถูกขังคุก แต่นั่นเป็นแค่การส่วนเล็กน้อยที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในปากีสถาน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการจับกุมที่สนามบินลาฮอร์ ชาริฟและมาเรียมถูกส่งตัวขึ้นเครื่องบินอีกลำไปยังกรุงอิสลามาบัดทันที แล้วถูกส่งตัวต่อไปยังเรือนจำอาเดียลาในเมืองราวัลพินดีที่อยู่ใกล้กัน การส่งตัวเขาไปเมืองหลวงป้องกันไม่ให้พรรคพีเอ็นแอล-เอ็นจัดขบวนแห่ต้อนรับเขาที่เมืองลาฮอร์ ที่ซึ่งน้องชายของเขานำผู้สนับสนุน 10,000-20,000 คนเดินขบวนอย่างท้าทายคำสั่งห้ามของรัฐบาลรักษาการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13385</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวาซ ชาริฟ, บาโลชิสถาน, ปากีสถาน, มัสตุง, มาเรียม ชาริฟ, ระเบิดฆ่าตัวตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49a1fe3d6db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
