<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 23:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิชลิน’ เปิดตัว MICHELIN PILOT SPORT EV ยางมิชลินรุ่นแรกสำหรับรถสปอร์ตไฟฟ้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิชลิน ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก ได้เปิดตัว &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี&amp;rsquo; (MICHELIN Pilot Sport EV) ยางรุ่นแรกในตระกูล &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต&amp;rsquo; ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าโดยเฉพาะ การเปิดตัวนวัตกรรมยางครั้งนี้มุ่งรองรับแนวโน้มการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินที่มีต่อการสัญจรอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2563 จำนวนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกพุ่งสูงถึงกว่า 10 ล้านคัน เป็นที่ชัดเจนว่ายานยนต์ไฟฟ้าคือแนวโน้มสู่อนาคตปี 2573 แต่ที่มิชลิน...เราต้องการสร้างอนาคตเรื่องการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าให้เกิดขึ้นเสียตั้งแต่วันนี้ &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ เราจึงภูมิใจนำเสนอยาง มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากประสบการณ์กว่า 6 ปี ของมิชลินในการแข่งขัน &amp;lsquo;ฟอร์มูลา อี&amp;rsquo; ส่งผลให้ยางรุ่นนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นในการส่งเสริมสมรรถนะของรถสปอร์ตไฟฟ้าให้ถึงขีดสุด ทั้งยังให้ความเพลิดเพลินและความปลอดภัยที่เหนือกว่าขณะขับขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี&amp;rsquo; ให้คุณสมบัติที่โดดเด่น อาทิ ศักยภาพในการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง ไม่ว่ายางจะสึกอยู่ที่ระดับใดก็ตาม &amp;nbsp;โดยคำนึงถึงน้ำหนักตัวรถและการกระจายน้ำหนักที่มากกว่าของรถสปอร์ตไฟฟ้า ความสามารถในการต้านทานการสึกหรอที่โดดเด่น สามารถรองรับแรงเร่งและแรงบิดสูงอันเป็นลักษณะเฉพาะของรถสปอร์ตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แรงต้านทานการหมุนที่ต่ำมากของยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี&amp;rsquo; ส่งผลให้มีระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นถึง 60 กิโลเมตร ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานรถสปอร์ตไฟฟ้าได้เต็มสมรรถนะถึงขีดสุดประสิทธิภาพในการลดระดับเสียงรบกวนลงได้ถึง 20% ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN Acoustic ซึ่งอยู่ในรูปโฟมโพลียูรีเธนที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร จึงให้ความเพลิดเพลินในการขับขี่รถสปอร์ตไฟฟ้าที่เหนือกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี&amp;rsquo; ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าซึ่งถ่ายทอดมาจากการแข่งรถ &amp;lsquo;ฟอร์มูลา อี&amp;rsquo; มิชลิน ในฐานะพันธมิตรผู้ก่อตั้งการแข่งรถ &amp;lsquo;ฟอร์มูลา อี&amp;rsquo; (Formula E) มุ่งมั่นนำเสนอโซลูชั่นสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าประเภทที่นั่งเดี่ยวซึ่งใช้ในการแข่งขัน &amp;lsquo;ฟอร์มูลา อี&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยยางมิชลินสำหรับการแข่งรถ รายการดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกับยางสำหรับวิ่งบนถนนทางเรียบ แต่มีประสิทธิภาพสำหรับการแข่งขันประลองความเร็วในทุกสภาพอากาศ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขนาดยางซึ่งอยู่ที่ 19 นิ้ว เป็นไปตามมาตรฐานยางสำหรับรถยนต์ทางเรียบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี&amp;rsquo; เป็นพัฒนาการจากความสำเร็จของมิชลินในการแข่งรถ &amp;lsquo;ฟอร์มูลา อี&amp;rsquo;กว่า 6 ฤดูกาล โดยมาพร้อมเทคโนโลยี ElectricGrip Compound ซึ่งใช้เนื้อยางที่มีความแข็งแกร่งสูงบริเวณตอนกลางของหน้ายาง จึงให้การยึดเกาะที่รองรับแรงบิดสูงของรถสปอร์ตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันแก้มยางยังมีลวดลายและลักษณะพื้นผิวคล้ายกำมะหยี่เช่นเดียวกับยางมิชลินที่ใช้ในการแข่งรถ &amp;lsquo;ฟอร์มูลา อี&amp;rsquo; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในกระบวนการก่อนการขาย ณ จุดขาย เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตลอดอายุการใช้งานยาง รวมทั้งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่รถสปอร์ตไฟฟ้า มิชลินได้ให้คำมั่นที่จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในกิจกรรมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการขนส่งผลิตภัณฑ์ยางไปยังจุดจำหน่าย &amp;nbsp;กระบวนการนี้ครอบคลุมการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการต่างๆ ที่มุ่งชดเชยและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยางและตกค้างอยู่ ผ่านกองทุนคาร์บอน Livelihoods Carbon Fund (LCF) จนกว่าจะสามารถขจัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือศูนย์ ปัจจุบัน มิชลินเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีบทบาทในตลาดยางรถสปอร์ตไฟฟ้า ทั้งประเภทยางมาตรฐานติดรถและยางเปลี่ยนทดแทน &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี&amp;rsquo; จะเริ่มทยอยออกวางจำหน่ายในปี 2564 โดยมีให้เลือก 16 ขนาด (ยางมาตรฐานติดรถ 11 ขนาด และยางสำหรับเปลี่ยนทดแทน 5 ขนาด) สำหรับล้อขอบ 18-22 นิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี&amp;rsquo; ขนาด 20 นิ้ว ได้รับการรับรองให้ใช้งานกับรถยนต์ &amp;lsquo;เทสลา โมเดล วาย&amp;rsquo; (Tesla Model Y) ซึ่งทำตลาดในประเทศจีน ทั้งยังจะเป็นยางที่ทำตลาดทั่วโลก ครอบคลุมการใช้งานกับยานยนต์ในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือในปลายปี 2564 &amp;nbsp;นอกจากนี้ มิชลินยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายในตลาดที่มีการเติบโตสูงให้ได้เป็น 8 เท่า ภายในปี 2567 ในประเทศไทย ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี&amp;rsquo; มีวางจำหน่ายผ่านการสั่งจองล่วงหน้า 7 ขนาด (ขอบ 19-22 นิ้ว) ณ เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร &amp;lsquo;ไทร์พลัส&amp;rsquo; และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118899</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิชลิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c7eea6de09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 23:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิชลิน’ เปิดตัวนิทรรศการยางรถจักรยานยนต์ในรูปแบบเสมือนจริงรอบ 2  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดมิชลินตัดสินใจเปิด นิทรรศการยางรถจักรยานยนต์ในรูปแบบเสมือนจริงบนเครือข่ายออนไลน์ MICHELIN MOTORCYCLE TYRE VIRTUAL EXHIBITION ขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่สองภายใต้สโลแกน The Journey Continues ให้ผู้เข้าชมจากทั่วโลกได้สัมผัสอีกระดับของความตื่นตาตื่นใจด้วยระบบอินเตอร์เฟซที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พื้นที่จัดแสดงเนื้อหาใหม่เพิ่มเติมที่เน้นการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน และนวัตกรรมยางรถจักรยานยนต์ล่าสุดจากมิชลิน &amp;nbsp;โดยนิทรรศการรอบนี้เปิดให้เข้าชมแล้วทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่บัดนี้ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการเสมือนจริงรอบสองนี้ได้เพิ่มเติมองค์ประกอบใหม่ ๆ หลายประการ อาทิ พื้นที่จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับคู่มือ &amp;lsquo;มิชลิน ไกด์&amp;rsquo; โดยมุ่งตอกย้ำ &amp;ldquo;ความเป็นผู้บุกเบิก&amp;rdquo; ของมิชลินที่อยู่นอกเหนือขอบเขตธุรกิจยางรถยนต์, เรื่องราวประวัติความเป็นมาของมิชลินในการเข้าร่วมการแข่งขัน &amp;lsquo;โมโตอี เวิลด์ คัพ&amp;rsquo; ซึ่งจัดโดยสหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM MotoE World Cup) ที่สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ตของมิชลินอันส่งผลให้เกิดการพัฒนาโซลูชั่นยางใหม่ ๆ ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;ความยั่งยืนทุกด้าน&amp;rdquo; (All Sustainable) ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรให้มีสมรรถนะสูง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นเพื่อทุกคน รวมทั้งพื้นที่แนะนำยางรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมนวัตกรรมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีล่าสุดจากมิชลิน ได้แก่ &amp;lsquo;มิชลิน อนาคี สตรีท&amp;rsquo; (MICHELIN Anakee Street) และ &amp;lsquo;มิชลิน โรด คลาสสิก&amp;rsquo; (MICHELIN Road Classic)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรีชาปกรณ์ แดงโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาง 2 ล้อ ประจำภูมิภาคเอเชียของมิชลิน เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ผู้เข้าชมนิทรรศการเสมือนจริงครั้งที่ 2 นี้ ไม่เพียงจะได้ตื่นตาตื่นใจกับข้อมูลเชิงลึกล่าสุดเกี่ยวกับนวัตกรรมยางรถจักรยานยนต์ของมิชลิน แต่ยังจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบเจาะลึกถึงแก่นบนเส้นทางการเติบโตของมิชลินในเอเชียและทั่วโลก &amp;nbsp;ด้วยระบบนำทางภายในเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเนื้อหาแปลกใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา เราเชื่อมั่นว่านิทรรศการเสมือนจริงครั้งนี้จะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์ทางดิจิทัลที่เหนือกว่าไปกับมิชลิน โดยมีศักยภาพที่จะดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมากขึ้นและทำให้พวกเขารู้สึกคุ้มค่าที่ได้เดินทางท่องโลกเสมือนจริงไปกับเรา&amp;rdquo; นิทรรศการยางรถจักรยานยนต์ในรูปแบบเสมือนจริง MICHELIN MOTORCYCLE TYRE VIRTUAL EXHIBITION รอบสองนี้แบ่งออกเป็น 6 ส่วน โดยแต่ละส่วนเน้นเนื้อหาที่แตกต่างกัน ได้แก่ The MICHELIN Guide ซึ่งให้ข้อมูลสำคัญที่จะช่วยเปิดประสบการณ์ด้านอาหารที่น่าประทับใจ, Launch Area พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ยางรถจักรยานยนต์เปิดตัวใหม่ล่าสุด 2 รุ่น ได้แก่ &amp;lsquo;มิชลิน อนาคี สตรีท&amp;rsquo; (MICHELIN Anakee Street) ยางที่พร้อมลุยทุกเส้นทางทั้งทางเรียบและทางวิบาก และ &amp;lsquo;มิชลิน โรด คลาสสิก&amp;rsquo; (MICHELIN Road Classic) ยางที่นำเสนอเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อเสริมสมรรถนะรถจักรยานยนต์สไตล์คลาสสิก, Product Display ซึ่งให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับยางมิชลินรุ่นต่างๆ สำหรับรถจักรยานยนต์, Technology &amp;amp; Performance ซึ่งนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูงของยางรถจักรยานยนต์จากมิชลินที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MotoGP&amp;trade; &amp;amp; Motorcycle Racing Strategy ที่แสดงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างมิชลินและรายการแข่งรถจักรยานยนต์ &amp;lsquo;โมโตจีพี&amp;rsquo;, ข้อมูลยางรถจักรยานยนต์และนักบิดในการแข่งขัน &amp;lsquo;โมโตจีพี&amp;rsquo; ประจำปี 2564, คลิปวิดีโอเกี่ยวกับการแข่งขันและนักบิด &amp;lsquo;โมโตจีพี&amp;rsquo; &amp;nbsp;รวมทั้งเนื้อหาใหม่เกี่ยวกับความเป็นมาของมิชลินในการเข้าร่วมการแข่งขัน &amp;lsquo;โมโตอี เวิลด์ คัพ&amp;rsquo; ซึ่งจัดโดยสหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM MotoE World Cup) และ Partnership with Original Equipment Manufacturers จัดแสดงเนื้อหาสะท้อนพลังการร่วมพันธมิตรของมิชลินกับผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำระดับโลก พร้อมทั้งแสดงรถจักรยานยนต์หลากรุ่นที่ใช้ยางมิชลินเป็นยางมาตรฐานติดรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาทั้งหมดนำเสนอเป็นภาษาต่างๆ รวม 6 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, ไทย, บาฮาซา อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี และเวียดนาม &amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถคลิกเข้าชมนิทรรศการยางรถจักรยานยนต์ในรูปแบบเสมือนจริง MICHELIN MOTORCYCLE TYRE VIRTUAL EXHIBITION รอบสองนี้ ได้ที่: motorcycletyreexhibithall.michelin.asia
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิชลิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_614377526d843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 23:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิชลิน’ ขยายฐานรุกธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ประกาศเข้าซื้อกิจการ 100% ใน Allopneus SAS</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิชลินได้เข้าซื้อกิจการและเป็นเจ้าของ 100% ใน Allopneus SAS บริษัทออนไลน์สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้นำด้านการขายและติดตั้งยางรถยนต์ให้กับลูกค้าภาคเอกชน&amp;nbsp; ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 มิชลินเป็นผู้ถือครองเงินทุนร้อยละ 40 ใน Allopneus SAS ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยครอบครัวเบลส (Blaise) เมื่อปี 2547&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างฐานธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของมิชลินในฝรั่งเศสให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยกลุ่มมิชลินตั้งใจที่จะพัฒนาความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าและกระบวนการซื้อสินค้า ตลอดจนมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลออนไลน์ไปจนถึงการติดตั้งยางรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนาธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นหนึ่งในแนวโน้มทางโครงสร้างที่สำคัญของตลาดยางรถยนต์ โดยการค้นหาข้อมูลออนไลน์เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับ 2 ใน 3 ของผู้ขับขี่ยานยนต์* ในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อยางรถยนต์ใหม่&amp;nbsp; ปัจจุบัน ร้อยละ 15 ของคนกลุ่มนี้ดำเนินการเลือกซื้อยางรถยนต์จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ผ่านระบบออนไลน์ นี่เป็นแนวโน้มที่คาดว่าจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Allopneus ซึ่งมีฐานธุรกิจอยู่ ณ เมืองเอ็กซองโพรวองซ์ (Aix-en-Provence) ประเทศฝรั่งเศส เติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งมาตั้งแต่ปี 2547&amp;nbsp; โดยปัจจุบันครองสัดส่วนร้อยละ 40 ในตลาดขายยางออนไลน์สำหรับลูกค้าภาคเอกชนของฝรั่งเศส&amp;nbsp; Allopneus จ้างงานพนักงาน 292 คน และทำงานร่วมกับพันธมิตรศูนย์บริการติดตั้งยางรถยนต์ราว 6,000 แห่ง โดยมีศูนย์โลจิสติกส์อยู่ที่เมืองวาล็องซ์ (Valence)&amp;nbsp; ในแต่ละปี บริษัทฯ มียอดจำหน่ายยางประเภททัวร์ริ่ง (Touring Tyres) อยู่ที่ราว 3.6 ล้านเส้น และมียอดเข้าชมเว็บไซต์อยู่ที่ประมาณ 27 ล้านครั้ง โดยการเข้าซื้อกิจการและเป็นเจ้าของ 100% ใน Allopneus SAS ของมิชลินยังต้องได้รับอนุมัติจากองค์กรกำกับการแข่งขันทางการค้าของฝรั่งเศส (French Competition Authority)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115361</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิชลิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612fafca1433b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 00:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 00:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิชลิน’ ได้รับเลือกเป็นซัพพลายเออร์ยางล้อเครื่องบินเพียงรายเดียว สำหรับสายการบิน ‘แอร์ พรีเมีย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายการบิน &amp;lsquo;แอร์ พรีเมีย&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งมีฐานการบินอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติโซล อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินภายในภูมิภาคเอเชียไปยังกรุงฮานอย (ประเทศเวียดนาม) และกรุงโตเกียว (ประเทศญี่ปุ่น) เร็ว ๆ นี้ โดยมีแผนที่จะให้บริการเที่ยวบินบนเส้นทางบินระหว่างทวีปในปีต่อ ๆ ไป ทั้งนี้ ภายในปี 2567 &amp;lsquo;แอร์ พรีเมีย&amp;rsquo; ตั้งเป้าที่จะติดตั้งยาง &amp;lsquo;มิชลิน แอร์ เอ็กซ์&amp;rsquo; (MICHELIN Air X) ที่มาพร้อมเทคโนโลยียางล้อที่แทบไม่มีการขยายตัว หรือ Near Zero Growth (NZG) อันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของมิชลิน ให้กับฝูงบินซึ่งประกอบด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 จำนวน 10 ลำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคโนโลยี NZG พัฒนาขึ้นในระยะแรกสำหรับเครื่องบินเจ็ทความเร็วเหนือเสียง หรือ &amp;ldquo;คอนคอร์ด&amp;rdquo; (Concorde) เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการดำเนินงานที่เข้มงวด เนื่องจากยางล้อเครื่องบินใช้แรงดันลมยางสูง (20 บาร์) เมื่อเทียบกับยางล้อประเภทอื่น (2.5 บาร์ สำหรับยางรถยนต์) เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักเครื่องบินทั้งลำได้ ทั้งนี้ การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเพื่อนำเครื่องขึ้นหรือร่อนลงจอดอาจส่งผลให้ยางล้อเครื่องบินขยายตัวจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ แต่ด้วยเทคโนโลยี NZG ที่ช่วยลดการขยายตัวของยางตามแนวเส้นผ่าศูนย์กลาง ส่งผลให้ยางมีความคงทนและทนทานต่อความเสียหายอันเกิดจากวัสดุแปลกปลอมได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเทคโนโลยี NZG มาใช้ในยาง &amp;lsquo;มิชลิน แอร์ เอ็กซ์&amp;rsquo; (MICHELIN Air X) ช่วยให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจโดยรวมของสายการบินฯ ลดลงเมื่อเทียบกับการใช้ยางเรเดียลมาตรฐานทั่วไป เนื่องจากยาง &amp;lsquo;มิชลิน แอร์ เอ็กซ์&amp;rsquo; สามารถรองรับจำนวนครั้งในการนำเครื่องร่อนลงจอดได้สูงกว่าปกติถึงร้อยละ 30 ทั้งยังมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงดียิ่งขึ้นและมีความทนทานต่อความเสียหายเป็นเยี่ยม นอกจากนี้ เทคโนโลยี NZG ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับยางและลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดต่ำลงตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิรัช ตันสุวรรณนนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย ธุรกิจยางเครื่องบิน ประจำมิชลินภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) เปิดเผยว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ &amp;lsquo;แอร์ พรีเมีย&amp;rsquo; ให้ความไว้วางใจเลือกมิชลินเป็นพันธมิตรผู้ดำเนินการติดตั้งยางล้อให้กับเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ทุกลำทั้งฝูงบิน ทั้งนี้ ยาง &amp;lsquo;มิชลิน แอร์ เอ็กซ์&amp;rsquo; เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้งานกับเครื่องบินรุ่นใหม่ เนื่องจากไม่เพียงรับประกันความปลอดภัยขั้นสูงท่ามกลางสภาพแวดล้อมการใช้งานแบบสุดขั้ว แต่ยังรองรับการร่อนลงจอดหลายครั้งและช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้น จึงช่วยให้โลกพัฒนาไปอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิชลิน, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608ee287a1370.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 01:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 00:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์’ และยางมิชลินสร้างสถิติใหม่บนสนามแข่งเนือร์บวร์ค-ริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิชลินได้รับแต่งตั้งให้เป็นซัพพลายเออร์ยางรถยนต์เพียงรายเดียวสำหรับ &amp;lsquo;เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์&amp;rsquo; รถยนต์ประเภท Production Car ขุมพลังแรงสูงสุดเท่าที่ค่ายรถยนต์สัญชาติเยอรมันค่ายนี้เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V8 กำลังสูงสุด 730 แรงม้า เทคโนโลยีขั้นสูง รถยนต์รุ่นนี้ได้สร้างสถิติใหม่ในการทำเวลาต่อรอบสำหรับรถยนต์ประเภท Production Car บนสนามลูปเหนือ ความยาว 20.832 กิโลเมตร ของสนามแข่งเนือร์บวร์ค-ริง ด้วยเวลาเพียง 6 นาที 48.047 วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; สองแบบ สำหรับรถหนึ่งคัน รถ &amp;lsquo;เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์&amp;rsquo; รุ่นใหม่มาพร้อมระบบการจัดการอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำหน้าและเทคโนโลยีลดแรงต้านทานตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อการแข่งรถโดยเฉพาะ คุณลักษณะดังกล่าวถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับมิชลิน ส่งผลให้ต้องพัฒนายางขึ้น 2 รูปแบบ โดยยางแบบแรกเป็นยางมาตรฐานติดรถที่ใช้ได้ทั้งบนถนนทั่วไปและสนามแข่ง (เนื้อยางนุ่ม) ส่วนยางแบบที่สองเป็นยางสำหรับใช้บนสนามแข่งโดยเฉพาะ (เนื้อยางแข็ง) ซึ่งเป็นชุดติดตั้งเพิ่มเติมที่มีวางจำหน่าย ณ ศูนย์ AMG Performance Center สำหรับใช้บนถนนทั่วไปและสนามแข่ง (เนื้อนุ่ม): ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; รุ่น MO1A สำหรับใช้บนสนามแข่งโดยเฉพาะ (เนื้อแข็ง): ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; รุ่น MO2 ยางมาตรฐานติดรถ &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; (เนื้อนุ่ม) ให้สมรรถนะสูงเพื่อความตื่นเต้นเร้าใจของผู้ขับขี่ในการประลองความเร็วบนสนามแข่ง ส่วนยางประเภทเนื้อแข็งให้เสถียรภาพขณะเข้าโค้งเพื่อการทำเวลาต่อรอบด้วยความเร็วสูงขณะยางมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งนั่นหมายความถึงการให้สมรรถนะเป็นเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอแม้จะวิ่งบนสนามแข่งต่อเนื่องหลายรอบก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; ทั้งสองรูปแบบได้รับการรับรองให้ใช้งานบนท้องถนนทั่วไปได้ (สำหรับในสหรัฐอเมริกาและยุโรป เฉพาะยางรุ่น MO2 เท่านั้นที่ได้รับการรับรองให้ใช้งานบนถนนได้) ขนาดยาง: 285/35 ZR 20 (ยางล้อหน้า) และ 335/30 ZR 20 (ยางล้อหลัง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมวิศวกรของมิชลินได้ทำงานอย่างทุ่มเทร่วมกับทีมเทคนิคของเมอร์เซเดสเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อให้มั่นใจว่า รถ &amp;lsquo;เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์&amp;rsquo; จะทำงานได้เต็มศักยภาพ คุณสมบัติของยางล้อและสมรรถนะในการขับขี่ที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีต้องการทำให้ผู้พัฒนายางของมิชลินต้องค้นคว้าหาโซลูชั่นที่เหมาะกับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ ในเบื้องต้น ทีมวิศวกรได้พัฒนายางขึ้นจาก &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; ซึ่งเป็นยางซูเปอร์สปอร์ตจากมิชลินที่สร้างสถิติบนสนามแข่งไว้หลายรายการ จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนดีไซน์ทางสถาปัตยกรรม และด้วยโซลูชั่นทางเทคนิคที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะราย (Made-to-Measure Solutions) ทีมวิศวกรยังสามารถเสริมความแข็งแกร่งทางด้านข้าง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของยางที่ส่งผลต่อเสถียรภาพของรถสมรรถนะสูง ยางที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เข้มข้นของรถ &amp;lsquo;เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์&amp;rsquo; ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังให้สมรรถนะและความเพลิดเพลินขณะขับขี่ได้เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต: จากสนามแข่งสู่ท้องถนน และจากท้องถนนสู่สนามแข่ง รถ &amp;lsquo;เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์&amp;rsquo; รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบขึ้นตามแนวทางของรถแข่งรุ่น &amp;lsquo;จีที3&amp;rsquo; (GT3) ซึ่งลงสนามในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตหลายรายการและหลายประเภททั่วโลกหลังจากออกแบบสถาปัตยกรรมยางเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทีมวิศวกรของมิชลินจึงหันมาให้ความสนใจกับการเลือกใช้สูตรเนื้อยาง โดยนำโซลูชั่นที่มิชลินเคยใช้ในสนามแข่งมาใช้เพื่อผสานความเป็นไปได้ทั้งในแง่สมรรถนะ ความเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ และความง่ายต่อการควบคุมรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิชลินสั่งสมความเชี่ยวชาญที่เหนือกว่าในการผลิตยางสำหรับรถแข่ง &amp;lsquo;จีที&amp;rsquo; จากประสบการณ์หลายปีในการแข่งขันรายการต่างๆ อาทิ FIA World Endurance Championship และ Le Mans 24 Hours&amp;nbsp; รวมถึง IMSA WeatherTech ซึ่งจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา, SuperGT ซึ่งจัดที่ญี่ปุ่น และการแข่งขันประเภท GT3 อีกมากมาย ประสบการณ์ด้านการแข่งรถที่ผ่านมาถูกแปรเปลี่ยนมาอยู่ในรูปของยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถ &amp;lsquo;เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์&amp;rsquo; โดยมี 2 รูปแบบให้เลือก คือ ยางสูตรเนื้อยางอ่อน และยางสูตรเนื้อยางแข็งซึ่งนิยมใช้ในโลกของการแข่งรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาง &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถ &amp;lsquo;เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์&amp;rsquo; ทั้งสองรูปแบบ โดดเด่นด้วยองค์ประกอบด้านดีไซน์ที่แตกต่าง ทั้งยังมีแก้มยางที่ทันสมัยแปลกตาไม่เหมือนใคร แก้มยางของ &amp;lsquo;มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์&amp;rsquo; รุ่น MO1A มีดีไซน์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ช่วยขับให้โครงร่างรถ &amp;lsquo;เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบล็ค ซีรีส์&amp;rsquo; ดูเด่นชัดขึ้น ตอกย้ำการให้ความสำคัญของมิชลินในการผลิตยางที่ดูมีสไตล์สะดุดตา นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยี Premium Touch ที่ทำให้พื้นผิวยางโดดเด่นด้วยลายตารางหมากรุกอันเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะของยางมิชลิน ช่วยส่งเสริมรูปลักษณ์โดยรวมของรถยนต์ให้สมบูรณ์แบบถึงขีดสุด สำหรับยางรุ่น MO2 มาพร้อมโลโก้สีอย่างเป็นทางการของ &amp;lsquo;มิชลิน มอเตอร์สปอร์ต&amp;rsquo; ที่ช่วยกระตุ้นจิตวิญญาณความแรงบนสนามแข่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิชลิน, มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc53306c775c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘มิชลิน’ ชวนเกมเมอร์สายซิ่ง ร่วมแข่งใน MICHELIN eRACING CHALLENGE 2020</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะพันธมิตรด้านเทคโนโลยียางอย่างเป็นทางการของ &amp;lsquo;กรัน ตูริสโม&amp;rsquo; เกมแข่งรถออนไลน์ระดับตำนานที่เสมือนจริงและยอดเยี่ยมที่สุด&amp;nbsp; &amp;lsquo;มิชลิน&amp;rsquo; ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก รุกจัดกิจกรรมแข่งรถออนไลน์ &amp;lsquo;มิชลิน อีเรซซิ่ง ชาเลนจ์&amp;rsquo; ประจำปี 2563 เชิญชวนเกมเมอร์สายรถแข่งชาวไทยทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพื่อสัมผัสประสบการณ์จำลองการแข่งรถที่สมบูรณ์แบบและสมจริงด้วยกราฟฟิกล้ำสมัย ชิงรางวัลยางมิชลิน 4 เส้น พร้อมเงินสด รวมทั้งสิ้น 3 รางวัล ลงทะเบียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 25 ตุลาคม ศกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;มิชลิน อีเรซซิ่ง ชาเลนจ์&amp;rsquo; เป็นการแข่งขันผ่าน &amp;lsquo;กรัน ตูริสโม สปอร์ต&amp;rsquo; สุดยอดเกมแข่งรถยอดนิยมตลอดกาล บนเครื่องเพลย์สเตชัน 4 โดยผู้ร่วมแข่งขันต้องเพิ่ม PSN ID &amp;ldquo;GPe_01&amp;rdquo; เพื่อให้ทีมงานสามารถตรวจสอบเวลาที่ทำได้จาก Sport Mode และนำไปจัดลำดับคัดเลือกผู้ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด 24 คน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ&amp;nbsp; เพื่อความโปร่งใสและเป็นการยืนยันตัวตน ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะต้องใช้โปรแกรม Zoom Meeting ร่วมประชุมกับทีมผู้จัดการแข่งขัน และลงแข่งผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์&amp;nbsp; ทั้งนี้ การแข่งขันรอบคัดเลือกจะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม เวลา 20.00 น. และจะปิดการทำเวลารอบคัดเลือกในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม เวลา 12.00 น. โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านเข้ารอบรวม 24 คน ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม เวลา 19.00 น. ผู้ที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 24 คน จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 12 คน โดยแต่ละกลุ่มจะทำการแข่งขัน 1 เรซ เพื่อหาผู้ชนะอันดับ 1-6 ของแต่ละกลุ่มเพื่อเข้าสู่รอบตัดเชือก โดยผู้ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด 3 อันดับแรก จะได้รับรางวัลยางมิชลิน 1 ชุด (รุ่นใดก็ได้ตามต้องการ 4 เส้น ขนาดไม่เกิน 19 นิ้ว) พร้อมเงินสด (15,000 บาท สำหรับผู้ชนะลำดับที่หนึ่ง 10,000 บาท สำหรับผู้ชนะลำดับที่สอง และ 5,000 บาท สำหรับผู้ชนะลำดับที่สาม) ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแข่งรถเสมือนจริง &amp;lsquo;มิชลิน อีเรซซิ่ง ชาเลนจ์&amp;rsquo; ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป และไม่เคยผ่านเข้ารอบ Grand Final GP eRacing 2019 หรือ Gran Turismo Pro Series 2020 มาก่อน ผู้สนใจและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดสามารถคลิกลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่&amp;nbsp; HYPERLINK &amp;quot;&amp;quot;&amp;nbsp; HYPERLINK &amp;quot;https://forms.gle/YZQ8Xp6xgD8mUnDf8&amp;quot; \t &amp;quot;_blank&amp;quot; https://forms.gle/YZQ8Xp6xgD8mUnDf8 ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 ตุลาคม ศกนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81275</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิชลิน, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8eddfe9b0e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 22:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิชลิน อะจิลิส 3’ ยางรถกระบะและรถตู้ เจาะตลาดย่อยกลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิชลิน ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก เปิดตัว &amp;lsquo;มิชลิน อะจิลิส 3&amp;rsquo; ยางรถกระบะและรถตู้รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเจาะตลาดย่อยกลุ่มผู้ใช้รถสำหรับขนส่งผู้คนหรือสินค้าประเภทงานบรรทุกเบา&amp;nbsp; ซึ่งเป็นตลาดย่อยขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยยางรุ่นนี้โดดเด่นด้วยโซลูชั่นที่เหนือกว่าในทุกด้าน ทั้งความปลอดภัย สมรรถนะ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชน แชดเดอร์ตัน หัวหน้าฝ่ายการตลาดแบบองค์กร&amp;nbsp; ส่วนงานการสัญจรในเขตเมือง เปิดเผยว่า ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 พัฒนาขึ้นภายใต้พันธสัญญาของแบรนด์มิชลินในเรื่องการให้สมรรถนะและความปลอดภัยที่ยาวนานยิ่งกว่า โดยมาพร้อมนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและคุณสมบัติที่โดดเด่นเพื่อสมรรถนะที่ยาวนาน ความปลอดภัยและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขั้นสูง ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ยางรุ่นนี้มีข้อได้เปรียบในเชิงการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดย่อยเดียวกัน แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินในเรื่องการสัญจรที่ยั่งยืนยิ่งกว่า โดยเราวางจุดยืนให้ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 เป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของการสัญจรในเขตเมืองอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ยิ่งกว่านั้น ยางพัฒนาการล่าสุดรุ่นนี้ยังตอกย้ำจุดยืนทางกลยุทธ์ของกลุ่มมิชลินในเรื่องสมรรถนะที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสัญจรที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้ง่าย สะอาด และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคโนโลยีและคุณลักษณะเด่นที่สำคัญของยาง มิชลิน อะจิลิส 3 ได้แก่ สันสลัดหิน&amp;nbsp; แถบนูนแนวขวางในร่องดอกยางที่ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาเศษหินติดตามร่องดอกยาง ช่วยให้ลูกค้าสูญเสียเวลาในการซ่อมบำรุงน้อยที่สุดและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง, แถบปกป้องแก้มยาง ที่มีความหนา 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งไม่มีในยางรุ่นก่อนหน้านี้ ผลิตจากเนื้อยางที่ทนต่อการขูดขีด ให้การปกป้องบริเวณแก้มยางและไหล่ยางเพิ่มเป็นพิเศษโดยยังคงรักษาความยืดหยุ่นของโครงยางเอาไว้, สูตรเนื้อยางนวัตกรรมใหม่ ที่ประกอบขึ้นด้วยซิลิกาและคาร์บอนแบล็คปริมาณหนาแน่นกว่าเดิมเพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นในการยึดเกาะถนนเปียก ประหยัดเชื้อเพลิง และใช้งานได้เป็นระยะทางมากขึ้น, ร่องรีดน้ำรูปตัว U&amp;nbsp; ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรีดน้ำ ส่งผลให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนเปียกของยางยาวนานยิ่งขึ้น, ร่องบากแบบเต็มความหนาหน้ายาง ซึ่งช่วยให้บล็อกดอกยางมีความยืดหยุ่นที่ดี ส่งผลให้ยางมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนเปียกระดับแนวหน้าในตลาด ทั้งตอนใหม่และใกล้หมดดอก และ เนื้อยางเสริมใต้ฐานดอกยาง (Undertread) ซึ่งช่วยรักษาอุณหภูมิยางล้อขณะใช้งานให้เย็นกว่าปกติ จึงช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคโนโลยีและคุณลักษณะข้างต้นเอื้อประโยชน์สำคัญ 3 ประการให้กับผู้ใช้ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 นั่นคือ ระยะเบรกบนถนนเปียกที่สั้นขึ้น โดยมีระยะเบรกสั้นกว่ายางคู่แข่งรายหลักๆ ร้อยละ 5 หรือคิดเป็นระยะทางถึง 1.9 เมตร สำหรับยางใหม่ และร้อยละ 11 หรือคิดเป็นระยะทางถึง 3.8 เมตร สำหรับยางใกล้หมดดอก, ระยะทางในการขับขี่ตลอดอายุการใช้งานที่เหนือกว่า ใช้งานได้ยาวนานกว่ายางรุ่นก่อนถึงร้อยละ 25 และลดการสูญเสียเวลาไปกับการซ่อมบำรุงยางที่ชำรุดเสียหายและ ประหยัดเชื้อเพลิงจึงช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อเทียบกับยางคู่แข่งโดยเฉลี่ย ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 มีแรงต้านการหมุนของล้อต่ำกว่าถึงร้อยละ 12, อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่าถึง 90 มิลลิลิตร/100 กิโลเมตร และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่าถึง 228 กรัม/100 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซบาสเตียน เอโน ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ&amp;nbsp;B2B&amp;nbsp;บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดยใช้โครงยางชนิดเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อให้ยางมีศักยภาพรองรับลักษณะการใช้งานและสภาพถนนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; สมรรถนะที่เหนือกว่าประกอบกับประโยชน์และข้อได้เปรียบต่างๆ ที่มากับยางรุ่นนี้ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;มั่นใจยาวนาน พร้อมลุยงานเต็มพิกัด&amp;rdquo; ทำให้เรามั่นใจว่า มิชลิน อะจิลิส 3 จะได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยางอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ โดยยางทุกขนาด (รวมถึงขนาดใหม่ 4 ขนาด) ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 13-17 นิ้ว รองรับทุกการใช้งานยางในตลาดย่อยประเภทงานบรรทุกเบา (1-3 ตัน) ของตลาดรถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77460</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มิชลิน, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f932505d64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
