<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบติดอาวุธบุกรัฐสภามิชิแกน บีบผู้ว่าฯยุติล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงกว่าร้อยคนซึ่งหลายคนมาพร้อมอาวุธปืนยาว บุกเข้าไปภายในอาคารรัฐสภาของรัฐมิชิแกน เพื่อประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันไวรัสโคโรนาของผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครตและเรียกร้องให้ยกเลิกอำนาจฉุกเฉิน สมาชิกสภาบางรายต้องงัดเสื้อกันกระสุนมาใส่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงพร้อมอาวุธยืนรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมที่รัฐมิชิแกนเมื่อวันที่ 30 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ในรัฐมิชิแกนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 เพื่อต่อต้านคำสั่งภายใต้อำนาจฉุกเฉินของเกรตเชน วิตเมอร์ ผู้ว่าการรัฐ ที่ขอให้ประชาชนอยู่บ้านและรักษาระยะห่างป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในรัฐนี้แล้วมากกว่า 3,700 ราย จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 41,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่เข้าร่วม &amp;quot;การชุมนุมอเมริกันรักชาติ&amp;quot; ด้านนอกอาคารรัฐสภามิชิแกนเมื่อวันพฤหัสบดี รวมถึงสมาชิกกลุ่มติดอาวุธที่พกพาปืนมาร่วมชุมนุม และผู้ที่ติดสัญลักษณ์สนับสนุนทรัมป์ พวกเขาต่างไม่สนใจมาตรการเว้นระยะห่าง และมีเพียงไม่กี่รายที่สวมหน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงมากกว่าร้อยคนบุกเข้าไปภายในห้องโถงรับรองของอาคารรัฐสภา โดยตำรวจอนุญาตให้เข้าไปได้แต่ต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิ บางส่วนยังต้องการบุกเข้าไปภายในห้องประชุมสภา แต่ตำรวจรัฐซึ่งสวมหน้ากากอนามัยขัดขวางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.เดย์นา โพลฮันกี ทวีตว่า มีผู้ชายหลายคนพร้อมปืนไรเฟิลร้องตะโกนใส่พวกเธอ พร้อมกับลงภาพของชาย 4 คน ซึ่งอย่างน้อย 1 คนถืออาวุธปืน เพื่อนสมาชิกบางคนที่มีเสื้อกั๊กกันกระสุนก็เอาออกมาใส่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนอกรัฐสภา ผู้ชุมนุมหลายคนชูป้ายข้อความต่อต้านการล็อกดาวน์ และวาดภาพวิตเมอร์เป็นอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แกนนำที่ขึ้นปราศรัยตั้งคำถามถึงการตายเพราะโรคนี้ และอ้างว่าคำสั่งของวิตเมอร์ละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้ผู้คนในรัฐนี้เริ่มเปิดธุรกิจในวันที่ 1 พฤษภาคม โดยไม่ต้องสนใจคำสั่งของผู้ว่าการรัฐหญิงคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของกลุ่ม &amp;quot;มิชิแกนรวมตัวเพื่อเสรีภาพ&amp;quot; แกนนำการชุมนุมครั้งนี้ ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 8,800 ราย กล่าวว่า พวกเขาไม่เห็นด้วยหรือไม่ยินยอมให้สิทธิที่มีมาแต่เกิดของพวกเขาถูกจำกัดหรือลิดรอน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม รวมถึงการระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราเชื่อว่า ชาวอเมริกันทุกคน และชาวมิชิแกนทุกคน มีสิทธิที่จะทำงานเพื่ออุดหนุนจุนเจือครอบครัวของเรา, ได้เดินทางอย่างเสรี, ได้รวมตัวประกอบศาสนกิจและเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด, ได้รวมตัวกันประท้วงรัฐบาลของเรา และจัดการดูแลสุขภาพร่างกายของเราเอง&amp;quot; ข้อความของกลุ่มนี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงครั้งล่าสุดนี้เกิดขั้น 1 วันหลังจากศาลในรัฐนี้ตัดสินว่า คำสั่งให้ประชาชนอยู่ในเคหสถาน ที่วิตเมอร์ออกเมื่อวันที่ 24 มีนาคมนั้น ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 เมษายน ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มากกว่า 3,500 คน ขับรถมารวมตัวกันที่เมืองแลนซิง เมืองเอกของรัฐนี้ ใน &amp;quot;ปฏิบัติการรถติด&amp;quot; ส่วนหนึ่งลงมาชุมนุมกันด้านนอกที่ว่าการรัฐและหลายคนพกพาอาวุธปืนสั้นและปืนยาวมาด้วย วันถัดมาประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตให้ท้ายว่า &amp;quot;ปลดปล่อยมิชิแกน&amp;quot; และกระตุ้นให้คนอเมริกันอีกหลายรัฐออกมาชุมนุมประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐต่างๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64813</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิชิแกน, ม็อบต้านล็อกดาวน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac14da743ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวก&#039;ทรัมป์&#039;ควงปืนประท้วงล็อกดาวน์รัฐมิชิแกน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกันเคลื่อนทัพกว่า 2,000 คัน ในเมืองมิชิแกนเพื่อชุมนุมประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ให้คนอยู่บ้านสกัดการแพร่ระบาดของไวรัส ที่ด้านหน้าศาลาว่าการรัฐเมื่อวันพุธ หลายคนแบกปืนไรเฟิลจู่โจมและปืนชนิดอื่นๆ มาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิชิแกนเป็น 1 ใน 42 มลรัฐของสหรัฐอเมริกาที่ผู้ว่าการรัฐใช้มาตรการล็อกดาวน์บังคับให้ประชาชนอยู่ในเคหสถานและอนุญาตให้ออกนอกบ้านได้เฉพาะเหตุจำเป็น เช่น ออกไปจับจ่ายซื้อของหรือพบแพทย์ และยังสั่งปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย รวมถึงธุรกิจที่ไม่จำเป็น ผู้ว่าการรัฐนี้คือ เกรตเชน วิตเมอร์ จากพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน กล่าวว่า การชุมนุมภายใต้ชื่อ &amp;quot;ปฏิบัติการรถติด&amp;quot; ในรัฐมิชิแกนครั้งนี้จัดโดยกลุ่มพันธมิตรอนุรักษนิยมมิชิแกน ที่เป็นพวกเดียวกับพรรครีพับลิกัน ต้องการท้าทายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมของผู้ว่าการรัฐหญิงรายนี้ ผู้ถูกมองว่ามีโอกาสได้รับเสนอชื่อเป็นรองประธานาธิบดีของโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมอย่างสันติแต่อึกทึกครึกโครมเมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงวันของวันพุธที่เมืองแลนซิง เมืองหลวงของรัฐมิชิแกน มีรถยนต์ของผู้ประท้วงไม่ต่ำกว่า 2,000 คันยึดท้องถนนในเมือง โดยพากันบีบแตรและเปิดวิทยุเสียงดังลั่น นอกจากนี้ผู้ประท้วงประมาณ 100 คน บางคนคลุมธงชาติอเมริกาและสวมหมวกหาเสียงทรัมป์ 2020 ขึ้นไปรวมตัวกันบนขั้นบันไดและพื้นด้านหน้าศาลาว่าการรัฐ ส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหน้ากากปกคลุมหน้าหรือเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกลุ่มนี้บางคนถืออาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมและปืนชนิดอื่นๆ ตามสิทธิในกฎหมายของรัฐนี้ที่อนุญาตให้พกพาอาวุธแบบเปิดเผย และมีบางคนร้องตะโกนให้ &amp;quot;จับเธอขัง&amp;quot; ซึ่งเป็นคำขวัญที่สาวกของทรัมป์เคยใช้กับนางฮิลลารี คลินตัน เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้งปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิชิแกนเป็นรัฐหนึ่งที่อัตราการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก โดยมีผู้ติดเชื้อที่ตรวจยืนยันแล้วมากกว่า 28,000 คน เสียชีวิตเกิน 1,900 คน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วิตเมอร์เพิ่งสั่งขยายมาตรการให้คนอยู่บ้านออกไปถึงสิ้นเดือนเมษายน และยังเพิ่มกฎที่เข้มงวดขึ้นด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63373</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงล็อกดาวน์, ผู้สนับสนุนรีพับลิกัน, มิชิแกน, สาวกทรัมป์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e9850d76fff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธิฎาภา’จับคู่สาวอเมริกันผงาดแชมป์แอลพีจีเอที่มิชิแกน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โปรจูเนียร์&amp;rdquo; ธิฎาภา สุวัณณะปุระ นักกอล์ฟสาวไทย และ ซิดนีย์ แคลนตัน สาวอเมริกัน ช่วยกันหวด 11 อันเดอร์พาร์ 59 ในรอบสุดท้ายซึ่งเล่นกันแบบโฟว์บอล ก่อนคว้าแชมป์กอล์ฟแอลพีจีเอประเภททีม ดาว เกรท เลคส์ เบย์ อินวิเตชั่นแนล ในมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้งคู่ทิ้งอันดับสองถึง 6 สโตรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธิฎาภา และ แคลนตัน ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายที่ มิดแลนด์ คันทรี่คลับ ด้วยการนำ 5 สโตรก แม้จะพลาดเสียโบกี้ตั้งแต่หลุมแรก แต่จากนั้นเป็นต้นมาสองคู่หูช่วยกันซัดเข้ามา 12 เบอร์ดี้ ก่อนคว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์รวม 27 อันเดอร์พาร์ 253 ทิ้งอันดับสอง โค จิน-ยัง จากเกาหลีใต้ และ ลี&amp;nbsp; มินจี จากออสเตรเลีย ที่ทำเข้ามา 58 ไปถึง 6 สโตรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน เอรียา และ โมรียา จุฑานุกาล สองพี่น้องจากประเทศไทย และคู่สองสาวเกาหลีใต้ ชอย นา-ยอน และ เจนนี ชิน ที่ในรอบสุดท้ายทำเข้ามาคู่ละ 61 จบอันดับสามร่วมกันด้วยสกอร์รวม 260&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธิฎาภา ที่คว้าแชมป์แอลพีเอรายการที่สองในชีวิต ขณะที่ แคลนตัน ซึ่งรับแชมป์แรกในอาชีพในรายการนี้ จะได้สิทธิเข้าไปเล่นในรายการเมเจอร์อย่าง เอวิยอง แชมเปียนชิพ ในฝรั่งเศส และ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41498</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอล์ฟ, กอล์ฟอาชีพ, กอล์ฟอาชีพสตรี, กอล์ฟโลก, ซิดนีย์ แคลนตัน, ธิฎาภา สุวัณณะปุระ, มิชิแกน, เอรียา จุฑานุกาล, แชมป์แอลพีจีเอ, แอลพีจีเอ, แอลพีจีเอ 2019, โปรจูเนียร์, โมรียา จุฑานุกาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d33b6887d64c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
